法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาว่านิติบุคคลใดมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ เพื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี

เรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาว่านิติบุคคลใดมีวัตถุประสงค์

ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์

เพื่อขอพระราชทาน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

โดยที่มาตรา ๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

พ.ศ. ๒๕๓๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้กำหนดให้การพิจารณาว่านิติบุคคลใดมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์

ตามมาตรา ๑๐ (๔) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ วรรคสอง

แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

พ.ศ. ๒๕๓๘

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ สำนักนายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการพิจารณาว่านิติบุคคลใดมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ตามมาตรา

๑๐ (๔) ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ นิติบุคคลที่จะได้รับการพิจารณาว่าเป็นนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์

ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

(๑) เป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ด้านการศาสนา

การศึกษา การสาธารณสุข การแพทย์ การพัฒนาชุมชนและสังคม การสังคมสงเคราะห์

ความมั่นคงของชาติหรือด้านอื่น อย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี

(๒) เป็นนิติบุคคลที่มีผลงานอันเป็นสาธารณประโยชน์อย่างกว้างขวางและเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมโดยทั่วไป

เช่น

ได้รับรางวัลยกย่องหรือการประกาศเกียรติคุณในฐานะองค์การที่ปฏิบัติงานอันเป็นสาธารณกุศลและสาธารณประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐ

(๓)

เป็นนิติบุคคลที่ได้รับการประกาศกำหนดจากกระทรวงการคลังให้เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล

สถานพยาบาล และสถานศึกษาที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนเงินบริจาคในการประเมินภาษีเงินได้และได้นำเงินรายได้ไปใช้จ่ายเพื่อการอันเป็นสาธารณประโยชน์ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๗๐ ของรายได้ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาย้อนหลัง ๓ ปี

(๔) ไม่เป็นนิติบุคคลของต่างประเทศ

(๕) ไม่เป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการเพื่อแสวงหากำไรหรือผลประโยชน์ทางการค้า

(๖) ไม่เป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการทางด้านการเมือง

ในกรณีที่เป็นนิติบุคคลที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ

ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องพิจารณาตาม (๓)

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กระทรวง ทบวง

หรือส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

ที่ได้รับประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของนิติบุคคล พิจารณากลั่นกรองคุณสมบัติและลักษณะของนิติบุคคลตามข้อ

๑ แล้วเสนอเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ โดยส่งเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาดังนี้

(๑) สำเนาใบอนุญาตจัดตั้งนิติบุคคลและสำเนาข้อบังคับของนิติบุคคลหรือหลักฐานแสดงการจัดตั้งนิติบุคคลตามกฎหมาย

(๒) สำเนารายชื่อคณะกรรมการนิติบุคคล

(๓) รายงานแสดงงบดุลย้อนหลัง ๓ ปี

(๔) สำเนาประกาศนียบัตรหรือใบรับรองรางวัลที่เคยได้รับ (ถ้ามี)

เมื่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้พิจารณากลั่นกรองผลงานและลักษณะของนิติบุคคลแล้ว

ให้นำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา หากนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

ให้สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศรายชื่อนิติบุคคลดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้นิติบุคคลที่ได้รับการประกาศรายชื่อตามข้อ

๒ ส่งรายงานการประชุมใหญ่ งบดุล และบัญชีรายได้รายจ่าย

พร้อมทั้งรายงานการดำเนินงานของกิจการทุกรอบปีบัญชีให้หน่วยงานที่เสนอเรื่องตามข้อ

๒ ภายใน ๑๕๐ วัน นับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเพื่อตรวจสอบ

ในกรณีที่ผลการตรวจสอบปรากฏว่านิติบุคคลขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ

๑ หรือกรณีนิติบุคคลไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ให้หน่วยงานที่เสนอเรื่องตามข้อ ๒ ส่งเรื่องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีโดยพลัน

เพื่อดำเนินการเพิกถอนชื่อโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ นิติบุคคลที่ได้รับการประกาศกำหนดชื่อในราชกิจจานุเบกษาตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์

พ.ศ. ๒๕๓๘ ก่อนประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นนิติบุคคลตามประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔

อภิสิทธิ์

เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๗ มิถุนายน

๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๗ มิถุนายน

๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๕๖ ง/หน้า ๔/๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาว่านิติบุคคลใดมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ เพื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aaddef280bbacd26

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com