ประกาศคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง
เรื่อง ผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นเพื่อขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้า
สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น
พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]
ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้อง เรื่อง มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. ๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ กำหนดให้เรียกเก็บอากรจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีความหนา ๐.๙ ถึง ๕๐.๐ มิลลิเมตร และความกว้าง ๖๐๐.๐ ถึง๓,๐๔๘.๐ มิลลิเมตร และต่อมาบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัท สหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนได้ยื่นคำขอให้พิจารณาขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องต่อไปอีก ๓ ปี ตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. ๒๕๕๐ เนื่องจากยังไม่สามารถปรับตัวเพื่อให้แข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศได้ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องตามพระราชบัญญัติมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙ ให้เปิดการทบทวนความจำเป็นเพื่อขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น กรมการค้าต่างประเทศจึงได้ออกประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง เปิดการทบทวนความจำเป็นเพื่อขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. ๒๕๕๙ ลงวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ นั้น
เนื่องจากได้มีพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๙ ปรับปรุงแก้ไขการจำแนกประเภทสินค้าตามระบบฮาร์โมไนซ์ ครั้งที่ ๖ ให้เป็นไปตามอนุสัญญาระบบฮาร์โมไนซ์ขององค์การศุลกากรโลกมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป จึงสมควรแก้ไขพิกัดอัตราศุลกากรสินค้าดังกล่าวให้เป็นไปตามพิกัดอัตราศุลกากรที่มีการเปลี่ยนแปลงตามพระราชกำหนดประกอบกับคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องมีคำวินิจฉัยชั้นที่สุด เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ว่า อุตสาหกรรมภายในอยู่ระหว่างการปรับตัวเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมภายในจากการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนไม่เจือชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน เห็นควรกำหนดมาตรการโดยเห็นว่าอุตสาหกรรมภายในมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องต่อไปอีก ๓ ปี จึงให้เรียกเก็บอากรจากการนำเข้าสินค้าดังกล่าว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้