法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่

๑๐/๒๕๕๘

เรื่อง

การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

จากการที่ประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึงการจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน

ยับยั้ง และขจัดการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing) ซึ่งหากไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจังโดยเร่งด่วนภายในหกเดือนอาจมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำของประเทศไทยในอนาคตและความมั่นคงของประเทศไทยในภาพรวม ดังนั้น เพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้การทำการประมงสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบ

และยกระดับมาตรฐานการประมงของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

รวมทั้งเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการประมง อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

หากมิได้มีการป้องกันและแก้ไขโดยเร่งด่วน

จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้ เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)

พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย” (Command Center for Combating Illegal Fishing) เรียกโดยย่อว่า

ศปมผ. (CCCIF) เป็นศูนย์เฉพาะกิจขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย

(ผบ.ศปมผ.) และทั้งนี้ ให้ ศปมผ. เริ่มปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ศปมผ. มีโครงสร้างการปฏิบัติการดังต่อไปนี้

(๑)

ให้คณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี

ที่ ๕๒/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติในระดับรัฐบาล

(๒) ให้กองทัพเรือ

และศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)

ซึ่งจัดตั้งโดยมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๐

และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ และวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๑

ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักของ ศปมผ. ในการปฏิบัติการทางทะเลและชายฝั่ง และปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๓) ให้มีศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า – ออก (Port In – Port Out Controlling Center) และศูนย์ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่เรือประมงแบบเบ็ดเสร็จ

(Fishing One Stop Service) ประจำในแต่ละจังหวัดชายทะเล ทั้งนี้ ตามที่ ศปมผ. ประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ ศปมผ. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดแนวทางของไทยและจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติในการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย

ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Thailand’s National Plan of Action to Prevent, Deter and Eliminate IUU Fishing, NPOA - IUU) ตลอดจนกำกับดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนนั้น

รวมถึงดำเนินงานทำความเข้าใจกับสหภาพยุโรป

(๒) ควบคุม สั่งการ กำกับดูแล

และประสานการปฏิบัติการทั้งปวงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม

กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย

ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

(๓) พิจารณาเสนอแนะ ปรับปรุง

แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งพัฒนากฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันการทำการประมงผิดกฎหมายและบทลงโทษที่เหมาะสม

(๔) กำหนดโครงสร้างและอัตรากำลังของ

ศปมผ. โดยในโครงสร้างนี้ต้องกำหนดให้มีศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า - ออก

รวมถึงศูนย์ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่เรือประมงแบบเบ็ดเสร็จประจำในแต่ละจังหวัดชายทะเล

(๕) แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติงานใน

ศปมผ. จากข้าราชการหรือผู้ปฏิบัติงานในส่วนราชการต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม

(๖) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ

และคณะทำงาน เพื่อดูแลรับผิดชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะได้ตามความเหมาะสม

(๗) เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ข้าราชการ

เจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ หรือภาคเอกชน รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อร่วมประชุมแนวทางการดำเนินงาน

ประสานการปฏิบัติและติดตามผลการดำเนินงานตามความเหมาะสม

(๘)

ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งยกระดับความร่วมมือกับประเทศที่สามโดยเฉพาะประเทศที่เรือที่ชักธงไทยเข้าไปทำการจับปลาในน่านน้ำของประเทศนั้น

เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ

(๙)

รายงานผลการปฏิบัติให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าสหภาพยุโรปได้ยกเลิกประกาศเตือนประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่ไม่มีมาตรการอย่างเพียงพอในการป้องกัน

ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

(๑๐)

ปฏิบัติการอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ ศรชล. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นใน ศรชล.

ประกอบด้วยกำลังทั้งเรือ อากาศยาน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ

ใน ศรชล. ปฏิบัติงานในแต่ละพื้นที่เพื่อบังคับใช้กฎหมายในทะเลและควบคุมการปฏิบัติต่าง

ๆ ให้เป็นไปตามที่ ศปมผ. ประกาศกำหนดโดยเร็วที่สุด

(๒)

ควบคุมและสั่งการหน่วยงานที่มาปฏิบัติการภายใต้ ศรชล.

(๓)

บูรณาการข้อมูลข่าวสารทางทะเลที่เกี่ยวข้อง

โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมต่อข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศ

เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ภาพสถานการณ์ทางทะเล

(๔)

จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำในศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางทะเล (ศขท.) จากหน่วยงานต่าง ๆ ใน ศรชล. ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าติดตาม

พิสูจน์ทราบ และตรวจสอบพฤติกรรมการทำประมงผิดกฎหมายของเรือประมง โดยปฏิบัติหน้าที่เป็นศูนย์ติดตาม

ควบคุม และเฝ้าระวัง (Monitoring Control and Surveillance Center : MCS) ด้วย เพื่อให้ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) มีความครบถ้วนสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด

(๕) ปฏิบัติการอื่นตามที่ ศปมผ. มอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับ

ศปมผ. และ ศรชล. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน

โดยเบิกค่าใช้จ่ายตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เจ้าของหรือผู้ประกอบการเรือประมง

เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น ตลอดจนยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดที่ใช้ทำการประมง

ขนถ่ายหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำที่ได้จากยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดที่ใช้ทำการประมง

ที่มีขนาดตั้งแต่ ๓๐ ตันกรอสส์ขึ้นไป หรือตามขนาดที่ ศปมผ.

ประกาศกำหนดต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำสมุดบันทึกการทำการประมง ตามรูปแบบ ระยะเวลา และวิธีการที่ ศปมผ. ประกาศกำหนด

(๒) ติดตั้งระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System : VMS) ซึ่งมีมาตรฐานสมรรถนะของอุปกรณ์และข้อกำหนดเชิงหน้าที่

(Performance Standards and Functional Requirements) ตามที่

ศปมผ. ประกาศกำหนด โดยจะต้องติดตั้งให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาตามที่ ศปมผ.

ประกาศกำหนด

(๓) แจ้งการเข้า - ออก ท่าเทียบเรือทุกครั้ง

ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า - ออก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ศปมผ. ประกาศกำหนด

เมื่อได้ดำเนินการติดตั้ง VMS แล้ว ให้เจ้าของเรือหรือผู้ประกอบการตามวรรคหนึ่ง

แจ้งรหัสการเข้าถึงระบบการติดตามเรือ (Access Code) ให้ ศปมผ. ทราบ และต้องเปิดเครื่องไว้ตลอดเวลาขณะอยู่ในทะเล

เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตำบลที่เรือได้

ในกรณีที่อุปกรณ์ดังกล่าวขัดข้องหรือไม่สามารถส่งตำบลที่เรือได้ด้วยประการใด ๆ

ให้ปฏิบัติตามแนวทางที่ ศปมผ. ประกาศกำหนด

เจ้าของหรือผู้ประกอบการตามวรรคหนึ่ง

ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเข้าระบบเพื่อตรวจสอบจุดพิกัดของเรือ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้นายทะเบียนเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือไทยสำหรับการประมงหรือเรืออื่นตามที่

ศปมผ. ประกาศกำหนด และจำหน่ายทะเบียนเรือออกจากสมุดทะเบียนในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เมื่อมีเหตุใดเหตุหนึ่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา

๒๒ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑

(๒)

เจ้าของเรือแสดงความประสงค์เป็นหนังสือขอเลิกใช้ทะเบียนเรือไทยต่อนายทะเบียนเรือ

(๓)

เรือไทยที่ได้จดทะเบียนแล้วแต่ไม่ได้รับใบอนุญาตใช้เรือ

หรือใบอนุญาตใช้เรือสิ้นอายุเป็นเวลาต่อเนื่องกันตั้งแต่สามปีขึ้นไป

เมื่อได้มีคำสั่งตามวรรคหนึ่ง

ให้นายทะเบียนเรือแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของเรือส่งคืนใบทะเบียนเรือภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากนายทะเบียนเรือ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์ในการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย

ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ห้ามมิให้เจ้าของเรือหรือผู้ประกอบการเรือประมงยินยอมให้บุคคลใด

ๆ กระทำการดังต่อไปนี้ในเรือประมงของตน

(๑)

ครอบครองเครื่องมือทำการประมงที่ไม่ได้รับอนุญาตในเรือประมง

(๒)

นำเรือประมงซึ่งมีเครื่องมือทำการประมงที่ไม่ถูกต้องตรงกับเครื่องมือที่ได้รับอาชญาบัตร

หรือไม่ได้รับอาชญาบัตรหรือเครื่องมือทำการประมง ออกจากท่าเทียบเรือไปทำการประมง

(๓)

นำเรือประมงซึ่งปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย กฎหมายว่าด้วยเรือไทย

กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

และกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองออกจากท่าเทียบเรือจนกว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านั้นให้ครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เรือประมงออกไปทำการประมงในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและในทะเลหลวง

หรือนำเรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น ออกไปน่านน้ำต่างประเทศ

เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ศปมผ. ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ศปมผ.

ประกาศกำหนด

การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง

ศปมผ. อาจมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้อนุญาตแทนได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เรือประมงออกไปทำการประมงในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและในทะเลหลวงโดยฝ่าฝืนกฎข้อบังคับด้านการประมงของรัฐชายฝั่งที่เข้าไปทำการประมงหรือขององค์กรจัดการประมงระดับภูมิภาค

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ใดประสงค์จะนำเรือประมง

เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น

ตลอดจนยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดทุกขนาดที่ใช้ทำการประมง

ขนถ่ายหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำที่ได้จากยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดที่ใช้ทำการประมง

ออกนอกน่านน้ำไทยหรือเดินทางมาจากน่านน้ำต่างประเทศหรือทะเลหลวงเข้ามาในราชอาณาจักร

ต้องออกจากท่าเรือหรือเข้าจอดเรือ ณ ท่าเรือหรือแพปลาที่ ศปมผ. ประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ห้ามมิให้ผู้ใดนำเรือประมงต่างประเทศ

หรือเรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็นที่อยู่ในบัญชีเรือที่ห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรตามที่

ศปมผ. ประกาศกำหนด เข้ามาเทียบท่าในราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เจ้าของท่าเรือและเจ้าของแพปลาในทุกจังหวัดชายทะเล

รวมถึงตามเกาะแก่งต่าง ๆ ต้องจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับเรือประมง

เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น

ตลอดจนยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดทุกขนาดที่ใช้ทำการประมง

ขนถ่ายหรือเก็บรักษาสัตว์น้ำที่ได้จากยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดที่ใช้ทำการประมงทุกลำที่เข้าใช้บริการจอดเรือหรือขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบ

ในกรณีเรือตามวรรคหนึ่ง

เป็นเรือที่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๑ เจ้าของเรือและเจ้าของแพปลาต้องดำเนินการรวบรวมและจัดส่งรายงานการเข้า - ออกเรือ มาที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า

- ออก ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ที่ ศปมผ. ประกาศกำหนด

รายงานตามวรรคหนึ่งต้องกำหนดให้ครอบคลุมกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองเรือปฏิเสธแจ้งการเข้า - ออก

ซึ่งเจ้าของท่าเทียบเรือหรือเจ้าของแพปลาจะต้องทำหน้าที่รายงานฝ่ายเดียว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้

ศปมผ. และ ศรชล. แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งนี้

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งมีอำนาจขึ้นตรวจสอบเรือ

หรือกักเรือทุกลำที่กระทำความผิดตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้

กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย กฎหมายว่าด้วยเรือไทย

กฎหมายว่าด้วยการประมง กฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย

กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประมงและการเดินเรือ

ในการขึ้นตรวจสอบเรือตามข้อ ๑๒

หากมีเหตุสงสัยว่าเรือดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน

และไร้การควบคุม

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งห้ามการขนถ่ายสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำขึ้นจากเรือ

และในกรณีที่เป็นเรือประมงต่างประเทศจะสั่งให้นำเรือออกไปจากราชอาณาจักรก็ได้

และให้ ศปมผ. แจ้งให้รัฐเจ้าของธงและองค์กรจัดการประมงระดับภูมิภาคเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ ศปมผ.

และ ศรชล. ที่กระทำการไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ

และไม่เกินสมควรแก่เหตุ หรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็น ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง

ทางอาญา หรือทางวินัย เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ในการระงับหรือป้องกันการกระทำผิดกฎหมายแต่ไม่ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการ

ตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดด้านการทำประมงผิดกฎหมาย

ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และปฏิบัติตามแผน NPOA – IUU อย่างมีประสิทธิภาพ

และต้องเร่งดำเนินการในเรื่องการจดทะเบียนเรือประมง การออกใบอนุญาตใช้เรือ

การต่อใบอนุญาตใช้เรือ

การออกอาชญาบัตรและใบอนุญาตทำการประมงและเอกสารทางราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ให้มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เพื่อให้การปฏิบัติตามคำสั่งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ ศปมผ. และเจ้าหน้าที่ ศรชล.

ได้สั่งการให้ส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในการปฏิบัติตามคำสั่งนี้

แต่ส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นเพิกเฉยหรือละเลยไม่กระทำการหรืองดเว้นกระทำการตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งนี้

ให้เจ้าหน้าที่ ศปมผ. หรือเจ้าหน้าที่

ศรชล. รายงานพฤติกรรมดังกล่าวไปยัง ผบ.ศปมผ. และ ผบ.ศปมผ. มีอำนาจสั่งย้ายหัวหน้าส่วนราชการแห่งนั้นหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นออกจากพื้นที่รับผิดชอบได้ทันที

และให้แจ้งรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่หัวหน้าส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นสังกัดทราบพร้อมด้วยเหตุผล

ในการนี้ ให้รัฐมนตรีหรือหัวหน้าส่วนราชการดำเนินการเพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งหน้าที่

หรือพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่โดยเร็ว

และในกรณีที่มีมูลความผิดทางวินัยให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุของหัวหน้าส่วนราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นต่อไป

คำสั่งของ ผบ.ศปมผ.

ตามวรรคหนึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.

๒๕๓๙ และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๖ ข้อ ๘

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี

หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ ๑๒

ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามสิบล้านบาท

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๗ วรรคสอง

และข้อ ๑๓ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ใดกระทำความผิดตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้

ถ้าได้กระทำความผิดนั้นซ้ำอีกต้องระวางโทษเป็นทวีคูณ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ประกอบการเรือประมง

เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น ตลอดจนยานพาหนะทางน้ำทุกชนิดที่ใช้ทำการประมง

ขนถ่าย หรือเก็บรักษาสัตว์น้ำที่ได้จากยานพาหนะทางน้ำทุกชนิด

ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ นอกจากจะต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ตามคำสั่งนี้

ให้ ศปมผ.

มีอำนาจสั่งให้มีการยกเลิกเอกสารทางราชการหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่าง

ๆ ตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้ด้วย โดยห้ามมิให้หน่วยงานที่มีอำนาจออกใบอนุญาตออกเอกสารทางราชการหรือใบอนุญาตให้ใหม่เป็นเวลาหนึ่งปี

หรือตามระยะเวลาที่ ศปมผ. ประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ประกาศของ ศปมผ. ที่ออกตามคำสั่งนี้

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ทั้งนี้

นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

สั่ง ณ วันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

นุสรา/ผู้ตรวจ

๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๙๙ ง/หน้า ๑/๒๙ เมษายน ๒๕๕๘

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ac0e36695bf3eff5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com