法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสารบางลักษณะ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)

เรื่อง กําหนดวิธีการชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสําหรับตราสารบางลักษณะ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 11 และมาตรา 103(3) แห่งประมวล รัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 และมาตรา 123 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราช บัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2497 อธิบดีกรมสรรพากรโดย อนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ตราสาร” หมายความว่า ตราสารที่ต้องชําระอากรเป็นตัวเงิน ตามประกาศนี้

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ บริษัทประกันภัยและธนาคาร

“ธนาคาร” หมายความว่า ธนาคารหรือสาขาของธนาคารตาม กฎหมายว่าด้วยธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการธนาคารนั้น ๆ

“ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ” หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 53) ใช้บังคับ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กําหนดวิธีการชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ตามมาตรา 103(3) แห่งประมวลรัษฎากร สําหรับตราสารแห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

“(1) เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ตามลักษณะแห่งตราสาร 1. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังต่อไปนี้

(ก) มีค่าเช่าตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป

(ข) รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่า หรือ

(ค) ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 54) ใช้บังคับ 5 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป)

“(2) เช่าซื้อทรัพย์สิน ตามลักษณะแห่งตราสาร 3 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เฉพาะที่นิติบุคคลหรือสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับเป็นผู้ให้เช่าซื้อทรัพย์สินนั้น”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 53) ใช้บังคับ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป)

"(3) จ้างทําของ ตามลักษณะแห่งตราสาร 4. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังต่อไปนี้

(ก) มีสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือ

(ข) รัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ว่าจ้างและมีสินจ้างตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 54) ใช้บังคับ 5 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป)

(4) กู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ตาม ลักษณะแห่งตราสาร 5. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์

(5) กรมธรรม์ประกันภัย ตามลักษณะแห่งตราสาร 6. แห่งบัญชี อัตราอากรแสตมป์

(6) ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารทํานองเดียวกันที่ใช้อย่างตั๋วสัญญา ใช้เงิน ตามลักษณะแห่งตราสาร 9.(2) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์

(7) เลตเตอร์ออฟเครดิต ตามลักษณะแห่งตราสาร 14. แห่งบัญชี อัตราอากรแสตมป์

(8) ใบรับของ ตามลักษณะแห่งตราสาร 16. แห่งบัญชีอัตราอากร แสตมป์ เฉพาะกิจการรับขนส่งทางอากาศที่กระทําโดยผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้ง ขึ้นตามกฎหมายไทย

(9) ค้ําประกัน ตามลักษณะแห่งตราสาร 17. แห่งบัญชีอัตราอากร แสตมป์ เฉพาะที่สถาบันการเงิน แต่ไม่รวมถึงบริษัทประกันภัยเป็นคู่สัญญา

(10) คู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสาร ตามลักษณะแห่งตราสาร 23. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เฉพาะที่ต้นฉบับแห่งตราสารนั้น ต้องชําระอากรแสตมป์เป็น ตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร

(11) ใบรับสําหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อ หรือโอนกรรมสิทธิ์ ยานพาหนะ ทั้งนี้ เฉพาะยานพาหนะซึ่งมีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้น ๆ ตามลักษณะแห่งตราสาร 28.(ค) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เฉพาะที่นิติบุคคลเป็นผู้ขาย และผู้ให้เช่าซื้อยานพาหนะนั้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงยานพาหนะที่ใช้แล้ว

(12) ใบรับสําหรับการขายเรือกําปั่น เรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ตามลักษณะแห่งตราสาร 28.(ค) แห่ง บัญชีอัตราอากรแสตมป์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ วิธีเสียอากรเป็นตัวเงิน

(1) สําหรับตราสารตามข้อ 2(1)

“(ก) กรณีเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือแพ ตามลักษณะแห่งตราสาร 1. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ มีค่าเช่าตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือรัฐบาล องค์การของรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาล หรือองค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่า ให้ผู้ให้เช่าชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อากรแสตมป์ โดยต้องนําตราสารมาสลักหลังตามระเบียบของกรมสรรพากรก่อนกระทําตราสาร หรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันกระทําตราสารนั้น”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 54) ใช้บังคับ 5 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป)

(ข) กรณีเช่าอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะที่ต้องจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ให้ชําระอากร เป็นตัวเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น ๆ ก่อนหรือในวันที่มี การรับจดทะเบียนดังกล่าว และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวนําเงินค่าอากรแสตมป์ที่ได้รับ ชําระไว้นั้น ส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบของทางราชการ

(2) สําหรับตราสารตามข้อ 2(2)

(ก) กรณีนิติบุคคลเป็นผู้ให้เช่าซื้อทรัพย์สิน เฉพาะที่เป็นอสังหา ริมทรัพย์ และยานพาหนะที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้น ๆ แต่ ไม่รวมถึงยานพาหนะใช้แล้ว ให้ชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

“(ข) กรณีสถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ เป็นผู้ให้เช่าซื้อทรัพย์สิน ให้ชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 53) ใช้บังคับ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป)

(3) สําหรับตราสารตามข้อ 2(3) ให้ผู้รับจ้างชําระอากรเป็นตัวเงิน แทนการปิดแสตมป์ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อากรแสตมป์ โดยต้องนําตราสารมาสลักหลังตาม ระเบียบของกรมสรรพากรก่อนกระทําตราสาร หรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวัน กระทําตราสารนั้น

“(4) สําหรับตราสารตามข้อ 2 (4) ให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับผู้ให้กู้หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 53) ใช้บังคับ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป)

(5) สําหรับตราสารตามข้อ 2(5) ให้ผู้รับประกันภัยชําระอากร เป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 เงินค่าอากรที่ต้องชําระตามข้อ 2 และเงินค่าอากรที่รับชําระตามข้อ 5 วรรคสอง ให้ผู้ที่ต้องเสียอากรและผู้รับชําระอากรในกรณีดังกล่าวไปยื่นขอชําระและชําระเงิน ณ สํานักงานสรรพากร พื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่สํานักงานตั้งอยู่ สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่มีการกระทําตราสาร ที่ต้องเสียอากรนั้น หรือสํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่อื่น ทั้งนี้โดยใช้แบบขอเสียอากร เป็นตัวเงินตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด ดังนี้

(1) สําหรับตราสารตามข้อ 2 (1) (ก) (ข) (3) และ (12) และข้อ 2 (10) เฉพาะคู่ฉบับ หรือคู่ฉีกแห่งตราสารข้างต้น ให้นําไปยื่นชําระก่อนกระทําตราสารหรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวัน กระทําตราสาร

(2) สําหรับตราสารตามข้อ 2 (2) (4) (4) (6) (7) (8) และ (9) และข้อ 2 (10) เฉพาะคู่ฉบับ หรือคู่ฉีกแห่งตราสารข้างต้น ให้ชําระเดือนละ 2 งวด คือ

(ก) งวดแรก ค่าอากรที่ต้องชําระหรือได้รับเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ของเดือน ให้นําไปยื่นชําระภายในวันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน

(ข) งวดที่สอง ค่าอากรที่ต้องชําระหรือได้รับเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันสุดท้าย ของเดือน ให้นําไปยื่นชําระภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

(3) สําหรับตราสารตามข้อ 2 (11) และข้อ 2 (10) เฉพาะคู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสารข้างต้น ให้น่าไปยื่นชําระก่อนหรือในวันที่มีการรับจดทะเบียน

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 55) ใช้บังคับ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป)

(7) สําหรับตราสารตามข้อ 2(7)

(ก) กรณีออกในประเทศไทย ให้ธนาคารผู้ออกตราสาร ชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

(ข) กรณีออกในต่างประเทศ และให้ชําระเงินในประเทศไทย ให้ธนาคารที่เป็นผู้ทรงคนแรกในประเทศไทยชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

(8) สําหรับตราสารตามข้อ 2(8) ให้ผู้ออกใบรับ ชําระอากร เป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

(9) สําหรับตราสารตามข้อ 2(9) ให้ผู้ค้ําประกันชําระอากรเป็น ตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ โดยชําระไว้ต่อสถาบันการเงิน แต่ไม่รวมถึงบริษัทประกันภัยที่ เป็นคู่สัญญา

(10) สําหรับตราสารตามข้อ 2(10) ให้คู่สัญญาหรือผู้กระทําตราสาร ชําระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ โดยให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับต้นฉบับ

(11) สําหรับตราสารตามข้อ 2(11) ให้นิติบุคคลผู้ออกใบรับชําระ อากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ก่อนหรือในวันที่มีการรับจดทะเบียนดังกล่าว

(12) สําหรับตราสารตามข้อ 2(12) ให้ผู้ออกใบรับชําระอากรเป็น ตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อากรแสตมป์ โดยต้องนําตราสารมาสลักหลัง ตามระเบียบของกรมสรรพากรก่อนกระทําตราสาร หรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวัน กระทําตราสารนั้น เว้นแต่อธิบดีกรมสรรพากรจะกําหนดเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ตราสารตามข้อ 2(1) เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ถือว่าปิดแสตมป์บริบูรณ์ต่อเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่อากรแสตมป์ได้บันทึกข้อความไว้ในตราสารนั้นว่า “ได้ชําระค่าอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน.................บาท แล้ว ตามใบเสร็จรับเงินเล่มที่................เลขที่...................ลงวันที่............................” แล้วลงลายมือชื่อพนักงานเจ้าหน้าที่อากรแสตมป์ และวันเดือนปีที่บันทึกข้อความดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ที่ต้องเสียอากรตามข้อ 2(2)(4)(5)(6)(7)(8)(10) และ (11) ระบุข้อความในตราสารตามข้อ 2 ว่า “ชําระอากรแล้ว”

ให้สถาบันการเงิน แต่ไม่รวมถึงบริษัทประกันภัยเป็นผู้รับชําระเงิน ค่าอากรจากผู้ที่ต้องเสียอากรตามข้อ 2(9) ระบุข้อความในตราสารนั้นว่า “ชําระอากรแล้ว”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เงินค่าอากรที่ต้องชําระตามข้อ 2 และเงินค่าอากรที่รับชําระตามข้อ 5 วรรคสอง ให้ผู้ที่ต้องเสียอากรและผู้รับชําระอากรในกรณีดังกล่าวไปยื่นขอชําระและชําระเงิน ณ สํานักงานสรรพากร พื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่สํานักงานตั้งอยู่ สํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่มีการกระทําตราสาร ที่ต้องเสียอากรนั้น หรือสํานักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่อื่น ทั้งนี้โดยใช้แบบขอเสียอากร เป็นตัวเงินตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด ดังนี้

(1) สําหรับตราสารตามข้อ 2 (1) (ก) (ข) (3) และ (12) และข้อ 2 (10) เฉพาะคู่ฉบับ หรือคู่ฉีกแห่งตราสารข้างต้น ให้นําไปยื่นชําระก่อนกระทําตราสารหรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวัน กระทําตราสาร

(2) สําหรับตราสารตามข้อ 2 (2) (4) (4) (6) (7) (8) และ (9) และข้อ 2 (10) เฉพาะคู่ฉบับ หรือคู่ฉีกแห่งตราสารข้างต้น ให้ชําระเดือนละ 2 งวด คือ

(ก) งวดแรก ค่าอากรที่ต้องชําระหรือได้รับเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ของเดือน ให้นําไปยื่นชําระภายในวันที่ 22 ของเดือนเดียวกัน

(ข) งวดที่สอง ค่าอากรที่ต้องชําระหรือได้รับเป็นตัวเงินตั้งแต่วันที่ 16 ถึงวันสุดท้าย ของเดือน ให้นําไปยื่นชําระภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

(3) สําหรับตราสารตามข้อ 2 (11) และข้อ 2 (10) เฉพาะคู่ฉบับหรือคู่ฉีกแห่งตราสารข้างต้น ให้น่าไปยื่นชําระก่อนหรือในวันที่มีการรับจดทะเบียน”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 55) ใช้บังคับ 14 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อผู้ต้องเสียอากรนําเงินค่าอากรที่ต้องชําระหรือได้รับเป็นตัวเงินไว้ จากผู้ที่ต้องเสียอากรไปชําระ ณ สถานที่และภายในกําหนดเวลาตามข้อ 6 เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ถือว่าตราสารตามรายการในแบบขอเสียอากรเป็นตัวเงิน ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้ที่ต้องเสียอากรทําทะเบียนคุมตราสารตามข้อ 2(2)(4)(5)(6) (7)(8)(9)(10) และ (11) ที่มีอยู่ และจ่ายไป ส่วนตราสารตามข้อ 2(5) ให้ใช้แบบ ทะเบียนรับเบี้ยประกันวินาศภัย การประกันประเภทอัคคีภัย ที่นายทะเบียนตามกฎหมาย ดังกล่าวเป็นผู้กําหนดเป็นทะเบียนคุมตราสาร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับสําหรับ

(ก) ตราสารตามข้อ 2(5) กรมธรรม์ประกันภัย ตามลักษณะแห่ง ตราสาร 6. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ เมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

(ข) ตราสารตามข้อ 2(1)(2)(3)(4)(6((7)(8)(9)(10) (11) และ (12) เมื่อพ้นหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2538

ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมสรรพากร

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากรสำหรับตราสารบางลักษณะ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_acd0ed07d92bfc5c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com