ข้อ ๑ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะยื่นแบบรายการภาษีพร้อมกับชำระภาษีภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยมีหลักประกันปฏิบัติดังนี้
(๑) ยื่นคำขอต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่
แล้วแต่กรณี ตามแบบ ภส.๐๓ - ๑๑ ท้ายประกาศนี้
(๒) วางหลักประกันเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาล
พันธบัตรขององค์การรัฐบาล หนังสือค้ำประกันของธนาคาร
โฉนดที่ดินหรือวางหลักทรัพย์หรือหลักประกันอื่นที่อธิบดีเห็นชอบ เป็นประกันค่าภาษีสำหรับสินค้าที่จะนำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
ต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่
แล้วแต่กรณี
การกำหนดวงเงินประกันค่าภาษีตาม (๒) ให้คิดเฉลี่ยจากยอดค่าภาษีในระยะ ๖ เดือนที่ล่วงมาแล้ว และให้มีกำหนดเวลา ๑
ปีนับแต่วันที่สรรพสามิตพื้นที่อนุมัติ
ในกรณีที่ยังไม่เคยมีการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในระยะเวลาหกเดือนมาก่อน
ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตกำหนดวงเงินค้ำประกันได้ตามความเหมาะสมและเมื่อได้มีการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนครบ
๖ เดือนแล้ว ให้กำหนดวงเงินประกันใหม่โดยใช้หลักเกณฑ์ตามวรรคสอง