法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

ว่าด้วยการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร

พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกรเพื่อให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๕) และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จึงออกระเบียบไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรรักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

“คณะกรรมการบริหาร” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

“คณะอนุกรรมการจังหวัด” หมายความว่า คณะอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัด

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

“หัวหน้าสำนักงาน” หมายความว่า หัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัด

“องค์กรเกษตรกร” หมายความว่า กลุ่มหรือคณะของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเดียวกันที่มารวมกันโดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบเกษตรกรรมร่วมกัน

“องค์กรเครือข่าย” หมายความว่า การรวมตัวกันขององค์กรเกษตรกรตั้งแต่สององค์กรขึ้นไปโดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจการเกษตรร่วมกัน

“ภูมิภาค” หมายความว่า ภูมิภาคที่ใช้เป็นเขตเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เลขาธิการ หัวหน้าสำนักงาน และพนักงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากเลขาธิการ ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนหัวหน้าสำนักงาน เป็น นายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เลขาธิการแต่งตั้งให้ หัวหน้าสำนักงาน และพนักงานตามข้อ ๗ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่

การขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้องค์กรดังต่อไปนี้มีสิทธิยื่นคำขอขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร

(๑) กลุ่มหรือคณะของเกษตรกรในจังหวัดเดียวกันไม่น้อยกว่ายี่สิบคน โดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบเกษตรกรรมร่วมกัน

(๒) นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบเกษตรกรรมร่วมกัน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ประธานองค์กรเกษตรกร หรือผู้รับมอบหมายจากประธานองค์กรเกษตรกรตามข้อ ๙ ที่มีกิจกรรมร่วมกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรต่อนายทะเบียนในท้องที่ที่สมาชิกองค์กรเกษตรกรตามข้อ ๙ (๑) หรือองค์กรเกษตรกรตามข้อ ๙ (๒) มีภูมิลำเนาอยู่ตามแบบที่สำนักงานกำหนด โดยมีหลักฐานประกอบดังนี้

(๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ

(๒) ระเบียบหรือข้อบังคับที่กำหนดเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของสมาชิก วิธีรับสมาชิก การขาดจากสมาชิกภาพ ตลอดจนสิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

(๓) รายชื่อคณะกรรมการ และสมาชิก ที่ลงลายมือชื่อแสดงความประสงค์จะขึ้นทะเบียนพร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านแสดงภูมิลำเนาในปัจจุบัน

(๔) เอกสารแสดงให้เห็นถึงการทำกิจกรรมร่วมกันที่ผ่านมาขององค์กรไม่น้อยกว่าสามเดือน

(๕) เอกสารระบุวัตถุประสงค์ในการขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกร

กรณีเป็นนิติบุคคลให้แสดงหลักฐานฐานะนิติบุคคลที่ออกโดยองค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้องสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้แทนหรือกรรมการซึ่งได้รับมอบหมาย สำเนารายงานการประชุมที่ได้มีมติให้ขึ้นทะเบียนของนิติบุคคล สำเนารายชื่อพร้อมทั้งลายมือชื่อของสมาชิกที่มีความประสงค์จะขึ้นทะเบียน และสำเนางบดุลของปีสุดท้ายก่อนยื่นคำขอ หรือหลักฐานอื่นตามที่สำนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้หัวหน้าสำนักงานในฐานะนายทะเบียน บันทึกถ้อยคำผู้ยื่นคำขอในการรับรองลายมือชื่อกรรมการและสมาชิกที่ประสงค์ขึ้นทะเบียนตามข้อ ๑๐ (๓) พร้อมทั้งตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้อนุมัติการขึ้นทะเบียน ภายในสามสิบวันนับแต่ยื่นคำขอ

ในกรณีที่เอกสารและหลักฐานตามข้อ ๑๐ ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้สำนักงานสาขาแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในเจ็ดวัน และให้อนุมัติการขึ้นทะเบียนภายในสามสิบวันนับแต่ได้รับเอกสารการแก้ไขเช่นว่านั้น

ให้ออกใบทะเบียนเป็นองค์กรเกษตรกรภายในเจ็ดวันนับแต่วันอนุมัติ ใบทะเบียนให้เป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด

การอนุมัติการขึ้นทะเบียนตามวรรคแรก และวรรคสอง ให้แจ้งต่อคณะอนุกรรมการจังหวัดทราบ

การเพิ่ม และ ย้ายสมาชิกองค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีเพิ่มเติมสมาชิกองค์กรเกษตรกร ให้ประธานองค์กรเกษตรกร หรือผู้รับมอบหมายจากประธานองค์กรเกษตรกร ยื่นคำขอเพิ่มเติมสมาชิกตามแบบที่สำนักงานกำหนดต่อนายทะเบียนโดยมีหลักฐานประกอบดังนี้

(๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ

(๒) รายชื่อและลงลายมือชื่อสมาชิกที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียน พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านแสดงภูมิลำเนาในปัจจุบัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีย้ายองค์กร ให้สมาชิกองค์กรที่ประสงค์ย้ายองค์กร ยื่นคำขอต่อสำนักงานสาขาตามแบบที่สำนักงานกำหนด ให้สำนักงานสาขาตรวจสอบภาระผูกพันที่มีต่อองค์กร หรือมีเงื่อนไขที่ต้องผูกพันหรือปฏิบัติต่อกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในฐานะสมาชิกองค์กรที่สังกัดอยู่เดิม หากไม่พบว่ามีภาระผูกพันหรือเงื่อนไขเช่นว่านั้น ให้นายทะเบียนย้ายองค์กรตามความประสงค์ของเกษตรกร และให้แจ้งเป็นหนังสือให้กับองค์กรเกษตรกรเดิมทราบภายในสามสิบวันนับแต่อนุมัติ

การสิ้นสุดการเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรณีที่ประธานองค์กรเกษตรกรยื่นคำขอให้สมาชิกองค์กรเกษตรกรสิ้นสุดการเป็นสมาชิกหรือสมาชิกประสงค์ลาออกจากองค์กร ให้สำนักงานสาขาตรวจสอบการสิ้นสุดการเป็นสมาชิกดังกล่าวว่าเป็นไปตามระเบียบขององค์กรหรือไม่ และตรวจสอบภาระผูกพันที่มีต่อองค์กร หรือมีเงื่อนไขที่ต้องผูกพันหรือปฏิบัติต่อกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรในฐานะสมาชิกองค์กรที่สังกัดอยู่เดิม หากไม่พบว่ามีภาระผูกพันหรือเงื่อนไขเช่นว่านั้น ให้นายทะเบียนอนุมัติการสิ้นสุดการเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกร แต่ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการจังหวัดเสียก่อน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การเพิ่มเติมสมาชิก การย้ายองค์กรของสมาชิก หรือการสิ้นสุดการเป็นสมาชิกจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้มีการแก้ไขทางทะเบียนของผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานบันทึกทางทะเบียนแล้ว และให้นายทะเบียนรับรองผลการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลเช่นว่านั้นตามแต่กรณี

การแยก และ ควบรวม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กรณีที่องค์กรเกษตรกรตั้งแต่สององค์กรขึ้นไปในเขตจังหวัดเดียวกันประสงค์ที่จะควบรวมเข้ากันเป็นองค์กรเกษตรกรเดียวกัน ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานกำหนด ต่อสำนักงานสาขาพร้อมเอกสารดังนี้

(๑) สำเนาบัตรประชาชนของประธานองค์กรที่ประสงค์ควบรวม

(๒) มติที่ประชุมใหญ่ขององค์กรเกษตรกรที่ให้ความเห็นชอบในการควบรวม พร้อมชื่อองค์กร เกษตรกร ระเบียบข้อบังคับ และรายชื่อคณะกรรมการองค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีที่สมาชิกองค์กรเกษตรกรมีประสงค์ขอแยกองค์กร ให้สมาชิกดังกล่าวยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงานกำหนดต่อสำนักงานสาขา

การขึ้นทะเบียนเครือข่ายองค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ องค์กรเกษตรกรตั้งแต่สององค์กรขึ้นไป สามารถรวมกันเป็นเครือข่ายองค์กรเกษตรกรได้ โดยจัดทำธรรมนูญหรือข้อบังคับเครือข่ายและยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็น “เครือข่ายองค์กรเกษตรกร” ได้ที่สำนักงานสาขาที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานเครือข่ายองค์กรเกษตรกร และให้หัวหน้าสำนักงาน หรือพนักงานที่ได้รับมอบหมายตามข้อ ๗ เป็นนายทะเบียน โดยมีเอกสารประกอบคำขอดังนี้

(๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของประธานองค์กรเกษตรกรผู้ยื่นคำขอ

(๒) ธรรมนูญหรือข้อบังคับของเครือข่ายองค์กรเกษตรกร

(๓) มติที่ประชุมใหญ่ขององค์กรเกษตรกรที่เป็นสมาชิกเครือข่ายองค์กรเกษตรกร ที่มีมติให้องค์กรเกษตรกรเข้าผูกพันเป็นเครือข่าย และบันทึกกิจกรรมการเกษตรที่ประสงค์ทำร่วมกัน

(๔) รายชื่อคณะกรรมการ และสมาชิกเครือข่ายองค์กรเกษตรกร

(๕) เอกสารแสดงให้เห็นถึงการทำกิจกรรมการเกษตรร่วมกันของเครือข่ายองค์กรเกษตรกรมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการดำเนินการตามข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ ให้นำวิธีการตามข้อ ๙ ข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

หน้าที่ขององค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ หน้าที่ขององค์กรที่มีต่อกองทุนในฐานะสมาชิก มีดังนี้

(๑) ดำเนินงานกิจกรรมองค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกองทุน

(๒) มีทัศนคติที่ดี และสร้างผลงาน ให้เกิดชื่อเสียงต่อกองทุน

(๓) ให้ความร่วมมือ และเข้าร่วมกิจกรรมของกองทุนอยู่เสมอ

(๔) สนใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ ของกองทุน และเข้าร่วมประชุม รวมทั้งการแบ่งปันข้อมูลด้านความคิดเห็นและแนวความคิดใหม่ ๆ

การจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนองค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้สำนักงานจัดทำข้อมูลทางทะเบียน ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้

(๑) ชื่อองค์กรเกษตรกร

(๒) สำนักงานที่ตั้งองค์กรเกษตรกร

(๓) ระเบียบข้อบังคับองค์กรเกษตรกร

(๔) รายชื่อคณะกรรมการ และตำแหน่งหน้าที่

(๕) รายชื่อสมาชิก

(๖) ข้อมูลการขึ้นทะเบียนหนี้ของสมาชิก

(๗) ภาระผูกพันขององค์กรเกษตรกรและสมาชิกที่มีต่อกองทุน

(๘) ข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

การเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้นายทะเบียนพิจารณาเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกรโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการจังหวัด เมื่อปรากฏหลักฐานชัดแจ้งอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) แสดงความประสงค์ที่จะขอให้เพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร

(๒) มีจำนวนสมาชิกน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๙ ยกเว้นกรณีนิติบุคคล

(๓) ไม่สามารถประชุมใหญ่โดยมีสมาชิกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าร่วมประชุมได้

(๔) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรเกษตรกรตามข้อ ๒๐ อย่างต่อเนื่อง

(๕) จงใจฝ่าฝืนระเบียบ ประกาศ หรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ถ้าคณะอนุกรรมการจังหวัดมีมติเห็นชอบให้เพิกถอนทะเบียนขององค์กรเกษตรกรให้นายทะเบียนแจ้งให้องค์กรเกษตรกรที่ถูกสั่งเพิกถอนทะเบียนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศให้เพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้สมาชิกขององค์กรเกษตรกรใดที่ถูกเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกรสิ้นสุดการเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกร เว้นแต่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกขององค์กรเกษตรกรอื่นภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนปิดประกาศ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ห้ามมิให้เพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร ในกรณีที่องค์กรเกษตรกรหรือสมาชิกขององค์กรเกษตรกรคนหนึ่งคนใดมีภาระผูกพันที่จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของกองทุน เว้นแต่ภาระผูกพันเช่นว่านั้นจะได้หมดสิ้นลง

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ไม่ได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบ ตามข้อ ๑๑, ๑๒, ๑๓, ๑๔, ๑๖, ๑๗ และ ๑๘ หากเกษตรกรเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการบริหาร โดยยื่นที่สำนักงานสาขาภายในหกสิบวันนับแต่ได้ทราบถึงการไม่อนุมัติหรือเห็นชอบเช่นว่านั้น และให้คณะกรรมการบริหารวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารให้เป็นที่สุด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้องค์กรเกษตรกรตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นองค์กรเกษตรกรตามระเบียบนี้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่สำนักงานสาขาตรวจพบว่าองค์กรเกษตรกรไม่ดำเนินกิจกรรมข้อ ๒๐ (๑) ต่อเนื่องไม่น้อยกว่าสามปี ให้เสนอต่อคณะอนุกรรมการจังหวัดเพื่อเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร

ในกรณีคณะอนุกรรมการจังหวัดเห็นชอบเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกรตามวรรคแรกแล้ว หากมีสมาชิกองค์กรเกษตรกรดังกล่าวไม่น้อยกว่ายี่สิบคนขึ้นไปประสงค์ดำเนินกิจกรรมต่อไปและได้ยื่นคำขอภายในเก้าสิบวันนับแต่ทราบถึงการเพิกถอนตามวรรคแรก ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการจังหวัดมีอำนาจให้ใช้สิทธิในรหัสและชื่อองค์กรเกษตรกรเดิมโดยไม่จำต้องออกรหัสหรือชื่อองค์กรเกษตรกรใหม่ และให้ถือว่าเกษตรกรที่แจ้งความประสงค์ดังกล่าวเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรนั้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เกษตรกรที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกร แต่ได้รับการจัดการหนี้ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายแจ้งให้เกษตรกรทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

เกษตรกรต้องดำเนินการเข้าเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง

รองนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

ปุณิกา/ปริยานุช/จัดทำ

๒๓ มกราคม ๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๒ ง/หน้า ๑/๒๐ มกราคม ๒๕๖๐

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยการรับขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนทะเบียนองค์กรเกษตรกร พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aed86e2157e06b7c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com