ข้อ ๓
ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าข้าวฟ่างแยกเป็น
๒ ขั้นตอน คือ การตรวจสอบก่อนตรวจปล่อย และการตรวจสอบขั้นตรวจปล่อย
และให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้
ก. การตรวจสอบก่อนตรวจปล่อย
(๑)
ในกรณีที่เป็นสินค้าบรรจุกระสอบให้ชักตัวอย่างจากกระสอบรอบกองไม่น้อยกว่า ๓ ด้าน
คือ ด้านบนของกอง ๑ ด้าน กับด้านข้างอีกไม่น้อยกว่า ๒ ด้าน
โดยให้ทำการชักตัวอย่างจากกระสอบไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของจำนวนกระสอบทั้งหมด
และชักตัวอย่างจากกระสอบในหลุมด้านบนของกองที่เกินจากการลำเลียงกระสอบออกไม่น้อยกว่าร้อยละ
๑ ของจำนวนกระสอบทั้งหมด ทั้งนี้
หลุมดังกล่าวต้องลึกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของชั้นกระสอบ
ในกรณีที่ไม่อาจชักตัวอย่างโดยวิธีดังกล่าวข้างต้นได้
เนื่องจากวัตถุที่ใช้ในการบรรจุหุ้มห่อเป็นกระสอบที่ทอด้วยเส้นใยสังเคราะห์หรือถุงพลาสติกหรือถุงกระดาษเหนียวหรืออย่างอื่นที่ผู้ซื้อได้ทำความตกลงกับผู้ทำการค้าขาออกให้ชักตัวอย่างจากกระสอบหรือภาชนะบรรจุที่สุ่มมาจากกองสินค้าไม่น้อยกว่าร้อยละ
๒
ของจำนวนกระสอบหรือภาชนะบรรจุทั้งหมดด้วยวิธีการเปิดปากถุงหรือผ่าปากกระสอบหรือภาชนะบรรจุสินค้า
หรือให้ชักตัวอย่างจากทุกกระสอบหรือภาชนะบรรจุในขณะทำการบรรจุ (Supervised
Packing)
พร้อมทั้งตรวจสอบการบรรจุหุ้มห่อตลอดจนวัตถุที่ใช้ในการบรรจุหุ้มห่อและให้สุ่มสินค้าในขณะทำการบรรจุให้ได้ปริมาณรวมกันไม่น้อยกว่า
๐.๕ กิโลกรัม ทุกระยะ ๕๐ เมตริกตัน เพื่อตรวจสอบความชื้น และทุกระยะ ๑๐๐ เมตริกตัน
เพื่อตรวจสอบเมล็ดสีอื่น เมล็ดเสีย เมล็ดที่ถูกแมลงทำลาย เมล็ดแตก
เมล็ดที่มีเปลือกติด และวัตถุอื่น
(๒) ในกรณีที่เป็นสินค้าไม่บรรจุกระสอบ
ให้ชักตัวอย่างโดยวิธีสุ่มตัวอย่างจากส่วนที่ลึกลงไปจากผิวกองไม่น้อยกว่า ๑ เมตร
รอบ ๆ กองสินค้าแต่ละจุดที่อยู่ข้างเคียงกันมีระยะห่างกันในรัศมีไม่เกิน ๒ เมตร
และให้ชักตัวอย่างแต่ละจุดไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม
(๓)
ในกรณีที่จัดให้มีการชักตัวอย่างขณะลำเลียงสินค้าเข้าเก็บในคลังสินค้าหรือที่เก็บสินค้า
ให้ชักตัวอย่างข้าวฟ่างจากรถบรรทุกทุกคันรถหรือทุก ๆ หน่วยที่มีปริมาณใกล้เคียงกัน
โดยให้ชักตัวอย่างคันรถหรือหน่วยละไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม
(๔) นำตัวอย่างข้างฟ่างแต่ละกองที่ชักได้ตาม
(๑) หรือ (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี มาคลุกเคล้าให้ทั่วกัน ทอนจนเหลือ ๖ ส่วน
แต่ละส่วนมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า ๑ กิโลกรัม
นำตัวอย่างแต่ละส่วนบรรจุลงในถุงหรือภาชนะที่ป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพของตัวอย่างได้
ผนึกสลากแสดง วัน เดือน ปี และปริมาณสินค้าที่ชักตัวอย่างแล้วให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและผู้จัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผู้แทนที่อยู่ในขณะชักตัวอย่างลงลายมือชื่อกำกับไว้
ทำตราประทับปากถุงหรือภาชนะ
และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้นลงลายมือชื่อกำกับไว้ที่คาบรอยผนึกปากถุงหรือภาชนะอีกครั้งหนึ่ง
มอบตัวอย่างดังกล่าวให้ผู้มีหน้าที่รับมอบตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบให้ทอนและแบ่งตัวอย่างออกเป็น
๔ ส่วน ส่งมอบตัวอย่างดังกล่าวให้แก่ผู้ทำการค้าขาออก ๑ ส่วน
และนำส่งสำนักงานมาตรฐานสินค้า ๓ ส่วน
(๕) ประทับ ปิด หรือผูกติด ตรา
แผ่นป้ายหรือสลากแสดงวัน เดือน ปี
และปริมาณสินค้ากองที่ชักตัวอย่างแล้วทำตราประทับสินค้าข้าวฟ่างที่ได้ชักตัวอย่างไว้แล้วนั้นในลักษณะที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการรักษาสินค้านั้นมิให้ถูกเพิ่มเติมหรือสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงได้
(๖)
ในกรณีที่เป็นข้าวฟ่างที่มีการบรรจุหุ้มห่อ
ระหว่างการชักตัวอย่างให้ตรวจสอบการบรรจุหุ้มห่อและวัตถุที่ใช้ในการบรรจุหุ้มห่อด้วย
ข. การตรวจสอบขั้นตรวจปล่อย
(๑)
สินค้าที่จะทำการตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยได้ต้องเป็นสินค้าที่ปรากฏผลการตรวจสอบตัวอย่างขั้นก่อนตรวจปล่อยว่าถูกต้องตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
หรือในกรณีที่มีการซื้อขายตามตัวอย่างต้องปรากฏผลการตรวจสอบว่ามีคุณภาพไม่ต่ำกว่าตัวอย่างที่ผู้ซื้อได้ตกลงไว้
(๒)
ให้ตรวจสอบการบรรจุหุ้มห่อและวัตถุที่ใช้ในการบรรจุหุ้มห่อพร้อมทั้งชักตัวอย่างข้าวฟ่างไว้ทุกกระสอบ
ในกรณีการบรรจุหุ้มห่อหรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุหุ้มห่อไม่อยู่ในสภาพที่จะชักตัวอย่างทุกกระสอบหรือภาชนะบรรจุได้
ให้สุ่มทั้งกระสอบหรือภาชนะบรรจุสินค้าที่กำลังตรวจปล่อยเป็นระยะ ๆ
ละไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐
ของจำนวนกระสอบหรือภาชนะบรรจุทั้งหมดในแต่ละคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าและเปิดปากกระสอบหรือภาชนะบรรจุเพื่อชักตัวอย่าง
ในกรณีที่เป็นสินค้าไม่มีการบรรจุหุ้มห่อ
ให้ตรวจสอบพร้อมทั้งชักตัวอย่างทุกคันรถหรือทุกระยะขณะลำเลียงข้าวฟ่างในปริมาณที่เท่ากับ
๑ คันรถบรรทุก คันรถละหรือระยะละไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม
สำหรับสินค้าในกองที่ได้ทำการตรวจสอบแล้วในขณะทำการบรรจุ
(Supervised
Packing)
ไม่ต้องตรวจสอบและชักตัวอย่างอีก เว้นแต่สินค้าในกองนั้นเก็บไว้นานเกินกว่า ๓๐ วัน
นับแต่วันที่ได้ทำตราประทับกองสินค้าไว้ครั้งแรก
ให้สุ่มทั้งกระสอบหรือภาชนะบรรจุจากกองสินค้าไม่เกินร้อยละ ๒ ของจำนวนกระสอบหรือภาชนะบรรจุทั้งหมด
เพื่อตรวจสอบคุณภาพของสินค้าตามวรรคก่อนอีกครั้งหนึ่ง
(๓)
ในระหว่างการตรวจสอบให้สุ่มตัวอย่างรวมกันไม่น้อยกว่า ๐.๕ กิโลกรัม จากกอง ณ
จุดที่กำลังตรวจปล่อยทุก ๆ ระยะ ๕๐ เมตริกตันที่ขนออกไป
แล้วตรวจสอบความชื้นสำหรับเมล็ดสีอื่น เมล็ดเสีย เมล็ดที่ถูกแมลงทำลาย เมล็ดแตก
เมล็ดที่มีเปลือกติด และวัตถุอื่น ให้ตรวจสอบทุก ๆ ๒๐๐ เมตริกตัน ที่ขนออกไป
(๔)
ให้ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้ารักษาตัวอย่างที่ชักไว้ในขณะตรวจสอบตาม (๒)
ในลักษณะที่สามารถป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงได้
(๕) การตรวจสอบน้ำหนัก
ในกรณีที่เป็นสินค้าบรรจุกระสอบ
ถ้าชั่งเป็นรายกระสอบให้ชั่งไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕
ของจำนวนกระสอบที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้
ถ้าชั่งพร้อมทั้งคันรถบรรทุกที่ใช้บรรทุกข้าวฟ่างที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ทั้งหมด
แต่ทั้งนี้ข้าวฟ่างที่บรรทุกอยู่ในรถแต่ละเที่ยวนั้นต้องมีจำนวนที่เป็นกระสอบเท่ากัน
ในกรณีที่เป็นสินค้าไม่บรรจุกระสอบ
ถ้าลำเลียงโดยรถยนต์บรรทุกหรือรถอื่นใดให้ตรวจสอบน้ำหนักโดยการสุ่มชั่งพร้อมทั้งรถไม่น้อยกว่าร้อยละ
๑๐ ของจำนวนเที่ยวที่ใช้บรรทุกข้าวฟ่างที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้
ถ้าไม่อาจตรวจสอบน้ำหนักโดยวิธีดังกล่าวได้หรือเป็นกรณีอื่นให้ทำการตรวจสอบน้ำหนักเต็มจำนวนที่จะพึงออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าให้ทั้งหมด
(๖)
เมื่อตรวจสอบตามคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแต่ละคำร้องขอครบถ้วนแล้ว
ให้จัดทำตัวอย่างที่ได้ชักไว้ตาม (๒) ตามหลักเกณฑ์วิธีการและส่งมอบให้ผู้มีหน้าที่รับมอบดังที่ระบุไว้ใน
ก. (๔) ในกรณีที่คำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้ามีปริมาณเกินกว่า ๑,๐๐๐
เมตริกตัน ให้จัดทำตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างต่อสินค้า ๑,๐๐๐ เมตริกตัน เศษของ ๑,๐๐๐
เมตริกตัน ตั้งแต่ ๕๐๐ เมตริกตันขึ้นไป ให้ถือเป็น ๑,๐๐๐ เมตริกตัน
การออกใบรับรองผลการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผลการวิเคราะห์ตัวอย่างให้ถือผลเฉลี่ยของผลวิเคราะห์ตัวอย่างทั้งหมดของคำร้องขอนั้นเป็นเกณฑ์
ในกรณีที่ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานแจ้งความประสงค์จะขอให้ออกใบรับรองผลการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือผลการวิเคราะห์ตัวอย่างเป็นตอน
ๆ ตามปริมาณที่ตรวจสอบเสร็จตามที่แจ้งความประสงค์ไว้
โดยไม่ต้องรอให้การตรวจสอบครบถ้วนตามคำร้องขอให้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า
ให้จัดทำตัวอย่างหนึ่งตัวอย่างต่อสินค้าที่ได้ตรวจสอบแล้วเสร็จตามปริมาณที่แจ้งความประสงค์ไว้
แต่ทั้งนี้ต้องมีปริมาณไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตริกตัน
และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
(๗)
ในกรณีที่ต้องบรรทุกข้าวฟ่างที่ได้รับการตรวจสอบไปขนถ่าย ณ ท่าเรือ
ซึ่งอยู่ห่างไกลจากสถานที่จัดให้มีการตรวจสอบ
ให้ทำตราประทับสินค้าที่บรรทุกอยู่ในยานพาหนะนั้นไว้ในลักษณะที่สามารถใช้เป็นหลักฐานในการป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงไว้จนกว่าจะเริ่มขนถ่าย
(๘)
เมื่อสิ้นเวลาการตรวจสอบในแต่ละวันและการจัดให้มีการตรวจสอบนั้นยังไม่แล้วเสร็จ
หรือในกรณีที่การตรวจสอบแล้วเสร็จแต่ยังมีสินค้าที่ได้ชักตัวอย่างเพื่อตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยคงเหลืออยู่อีก
และผู้จัดให้มีการตรวจสอบประสงค์จะจัดให้มีการตรวจสอบขั้นตรวจปล่อยซึ่งสินค้านั้นในครั้งต่อไป
ให้ทำตราประทับข้าวฟ่างกองที่เหลืออยู่นั้นเพื่อป้องกันการเพิ่มเติมสับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย