法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชน

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วมในคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง

เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๓๓ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑

คณะกรรมการ ป.ป.ท. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ผู้แทนภาคประชาชน” หมายความว่า

บุคคลที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. แต่งตั้งให้เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้แทนภาคประชาชนต้อง

(ก) มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

(๔) มีความรู้

หรือประสบการณ์เกี่ยวข้องในเรื่องที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงในสาขานั้น ๆ

(๕)

มีความประพฤติเหมาะสมแก่การแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

(ข) ไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๒) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๓) เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง

หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ

หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

(๔) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

หรือเจ้าหน้าที่หรือผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ ในพรรคการเมือง

(๕) เป็นผู้บริหารท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น

รองหรือผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น

หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น

(๖) เป็นผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ

(๗) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๘)

เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๙) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชน

เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๑๐) เคยถูกวุฒิสภามีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง

(๑๑)

เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือถูกลงโทษเนื่องจากประพฤติผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพ กรณีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีองค์กรควบคุมวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในการจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชน

ให้สำนักงานประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.

คัดเลือกขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชนตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชนยื่นใบสมัครต่อสำนักงานตามแบบที่กำหนด

พร้อมด้วยเอกสารดังต่อไปนี้

(๑)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้และปรากฏภาพถ่าย

(๒) สำเนาทะเบียนบ้าน

(๓) สำเนาแสดงคุณวุฒิ และหรือเอกสารหรือผลงานประกอบการขอขึ้นทะเบียน

และหรือหนังสือรับรองขององค์กรควบคุมวิชาชีพ

ในกรณีที่ขอขึ้นทะเบียนในสาขาวิชาชีพที่มีองค์กรควบคุมวิชาชีพ

(๔) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ ขนาด ๒.๕ x ๓ เซนติเมตร จำนวน ๓ รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน)

(๕) ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน ๑ เดือน

ให้สำนักงานตรวจสอบใบสมัครและเอกสารประกอบ

หากเห็นว่าครบถ้วนและถูกต้องให้ลงทะเบียนรับใบสมัครพร้อมทั้งออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นใบสมัคร

ในกรณีที่องค์กรวิชาชีพ สมาคม

หรือองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไรโดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเรื่องตามสาขาประสงค์จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชน

ให้ยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งหนังสือยินยอมของบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้

บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สำนักงานตรวจสอบคุณสมบัติ

ลักษณะต้องห้าม และความเหมาะสมของผู้สมัครแล้วทำความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.

พิจารณา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้สมัครคนใดมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม

รวมทั้งมีความเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนภาคประชาชนแล้ว ให้คณะกรรมการ

ป.ป.ท. พิจารณาให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่สำนักงานเห็นสมควรอาจประสานงานกับองค์กรควบคุมวิชาชีพ

สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หรือหน่วยงานที่มีความรู้ ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ

หรือประสบการณ์ในเรื่องที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงในสาขานั้น ๆ ให้เสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ

๒ โดยได้รับความยินยอมของบุคคลดังกล่าวมายังสำนักงาน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ท. พิจารณาให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้สำนักงานจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ

๖ และข้อ ๗ แยกเป็นรายสาขาและประกาศเผยแพร่ไว้ที่ทำการของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ้นสุดลงเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓)

ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่เหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนภาคประชาชน

(๔) คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติให้เพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การแต่งตั้งผู้แทนภาคประชาชนเป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงให้แต่งตั้งจากผู้แทนภาคประชาชนที่ขึ้นทะเบียนไว้ตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สิทธิในการได้รับค่าตอบแทน ค่าเดินทาง

ค่าที่พัก และสิทธิประโยชน์อื่นของผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับแต่งตั้งให้เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการ

ป.ป.ท. รักษาการตามประกาศนี้

และให้มีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้

ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

โสภณ จันเทรมะ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๙ มกราคม ๒๕๕๕

ณัฐพร/ผู้ตรวจ

๙ มกราคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๕๑/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aeffef192ad6152f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com