รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชน

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชน

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 30 ธ.ค. 2554 (2011-12-30) · 13 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชน โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วมในคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๓๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ คณะกรรมการ ป.ป.ท. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ในประกาศนี้ “ผู้แทนภาคประชาชน” หมายความว่า บุคคลที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. แต่งตั้งให้เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ ผู้แทนภาคประชาชนต้อง (ก) มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์ (๓) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ (๔) มีความรู้ หรือประสบการณ์เกี่ยวข้องในเรื่องที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงในสาขานั้น ๆ (๕) มีความประพฤติเหมาะสมแก่การแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง (ข) ไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้ (๑) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ (๒) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช (๓) เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ (๔) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือเจ้าหน้าที่หรือผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ ในพรรคการเมือง (๕) เป็นผู้บริหารท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น รองหรือผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น (๖) เป็นผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ (๗) เป็นบุคคลล้มละลาย (๘) เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (๙) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (๑๐) เคยถูกวุฒิสภามีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง (๑๑) เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือถูกลงโทษเนื่องจากประพฤติผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพ กรณีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีองค์กรควบคุมวิชาชีพ

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ในการจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชน ให้สำนักงานประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. คัดเลือกขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชนตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชนยื่นใบสมัครต่อสำนักงานตามแบบที่กำหนด พร้อมด้วยเอกสารดังต่อไปนี้ (๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้และปรากฏภาพถ่าย (๒) สำเนาทะเบียนบ้าน (๓) สำเนาแสดงคุณวุฒิ และหรือเอกสารหรือผลงานประกอบการขอขึ้นทะเบียน และหรือหนังสือรับรองขององค์กรควบคุมวิชาชีพ ในกรณีที่ขอขึ้นทะเบียนในสาขาวิชาชีพที่มีองค์กรควบคุมวิชาชีพ (๔) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ ขนาด ๒.๕ x ๓ เซนติเมตร จำนวน ๓ รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน) (๕) ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน ๑ เดือน ให้สำนักงานตรวจสอบใบสมัครและเอกสารประกอบ หากเห็นว่าครบถ้วนและถูกต้องให้ลงทะเบียนรับใบสมัครพร้อมทั้งออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นใบสมัคร ในกรณีที่องค์กรวิชาชีพ สมาคม หรือองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไรโดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเรื่องตามสาขาประสงค์จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชน ให้ยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งหนังสือยินยอมของบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ ให้สำนักงานตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และความเหมาะสมของผู้สมัครแล้วทำความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณา

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ ผู้สมัครคนใดมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม รวมทั้งมีความเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนภาคประชาชนแล้ว ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาให้ความเห็นชอบ

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ ในกรณีที่สำนักงานเห็นสมควรอาจประสานงานกับองค์กรควบคุมวิชาชีพ สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หรือหน่วยงานที่มีความรู้ ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ในเรื่องที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงในสาขานั้น ๆ ให้เสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒ โดยได้รับความยินยอมของบุคคลดังกล่าวมายังสำนักงาน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาให้ความเห็นชอบ

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ ให้สำนักงานจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๖ และข้อ ๗ แยกเป็นรายสาขาและประกาศเผยแพร่ไว้ที่ทำการของสำนักงาน

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ ผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ้นสุดลงเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่เหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนภาคประชาชน (๔) คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติให้เพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชน

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ การแต่งตั้งผู้แทนภาคประชาชนเป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงให้แต่งตั้งจากผู้แทนภาคประชาชนที่ขึ้นทะเบียนไว้ตามประกาศนี้

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑ สิทธิในการได้รับค่าตอบแทน ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และสิทธิประโยชน์อื่นของผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับแต่งตั้งให้เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. รักษาการตามประกาศนี้ และให้มีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑] ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ โสภณ จันเทรมะ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ ณัฐพร/ผู้ตรวจ ๙ มกราคม ๒๕๕๕ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๕๑/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้