ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชน
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 30 ธ.ค. 2554 (2011-12-30) · 13 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
เรื่อง
หลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชน
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วมในคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง
เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
พ.ศ. ๒๕๕๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๓๓ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑
คณะกรรมการ ป.ป.ท. จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ ในประกาศนี้
ผู้แทนภาคประชาชน หมายความว่า
บุคคลที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. แต่งตั้งให้เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง
สำนักงาน หมายความว่า
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ ผู้แทนภาคประชาชนต้อง
(ก) มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
(๔) มีความรู้
หรือประสบการณ์เกี่ยวข้องในเรื่องที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงในสาขานั้น ๆ
(๕)
มีความประพฤติเหมาะสมแก่การแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง
(ข) ไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๒) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(๓) เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง
หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ
หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
(๔) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
หรือเจ้าหน้าที่หรือผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ ในพรรคการเมือง
(๕) เป็นผู้บริหารท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น
รองหรือผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น
หรือที่ปรึกษาหรือเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น
(๖) เป็นผู้มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ
(๗) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๘)
เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
(๙) เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชน
เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
(๑๐) เคยถูกวุฒิสภามีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง
(๑๑)
เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือถูกลงโทษเนื่องจากประพฤติผิดจรรยาบรรณในวิชาชีพ กรณีเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีองค์กรควบคุมวิชาชีพ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ในการจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชน
ให้สำนักงานประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.
คัดเลือกขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชนตามที่สำนักงานประกาศกำหนด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ ให้ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชนยื่นใบสมัครต่อสำนักงานตามแบบที่กำหนด
พร้อมด้วยเอกสารดังต่อไปนี้
(๑)
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการออกให้และปรากฏภาพถ่าย
(๒) สำเนาทะเบียนบ้าน
(๓) สำเนาแสดงคุณวุฒิ และหรือเอกสารหรือผลงานประกอบการขอขึ้นทะเบียน
และหรือหนังสือรับรองขององค์กรควบคุมวิชาชีพ
ในกรณีที่ขอขึ้นทะเบียนในสาขาวิชาชีพที่มีองค์กรควบคุมวิชาชีพ
(๔) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวกหรือแว่นตาดำ ขนาด ๒.๕ x ๓ เซนติเมตร จำนวน ๓ รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน)
(๕) ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน ๑ เดือน
ให้สำนักงานตรวจสอบใบสมัครและเอกสารประกอบ
หากเห็นว่าครบถ้วนและถูกต้องให้ลงทะเบียนรับใบสมัครพร้อมทั้งออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นใบสมัคร
ในกรณีที่องค์กรวิชาชีพ สมาคม
หรือองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไรโดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับเรื่องตามสาขาประสงค์จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้แทนภาคประชาชน
ให้ยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบตามวรรคหนึ่ง รวมทั้งหนังสือยินยอมของบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้
บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๒
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕ ให้สำนักงานตรวจสอบคุณสมบัติ
ลักษณะต้องห้าม และความเหมาะสมของผู้สมัครแล้วทำความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.
พิจารณา
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ ผู้สมัครคนใดมีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้าม
รวมทั้งมีความเหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนภาคประชาชนแล้ว ให้คณะกรรมการ
ป.ป.ท. พิจารณาให้ความเห็นชอบ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ ในกรณีที่สำนักงานเห็นสมควรอาจประสานงานกับองค์กรควบคุมวิชาชีพ
สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย หรือหน่วยงานที่มีความรู้ ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ
หรือประสบการณ์ในเรื่องที่จะไต่สวนข้อเท็จจริงในสาขานั้น ๆ ให้เสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ
๒ โดยได้รับความยินยอมของบุคคลดังกล่าวมายังสำนักงาน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
ป.ป.ท. พิจารณาให้ความเห็นชอบ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ ให้สำนักงานจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ
๖ และข้อ ๗ แยกเป็นรายสาขาและประกาศเผยแพร่ไว้ที่ทำการของสำนักงาน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ ผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ้นสุดลงเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓)
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหรือไม่เหมาะสมที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนภาคประชาชน
(๔) คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติให้เพิกถอนรายชื่อผู้นั้นออกจากทะเบียนรายชื่อผู้แทนภาคประชาชน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ การแต่งตั้งผู้แทนภาคประชาชนเป็นอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงให้แต่งตั้งจากผู้แทนภาคประชาชนที่ขึ้นทะเบียนไว้ตามประกาศนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ สิทธิในการได้รับค่าตอบแทน ค่าเดินทาง
ค่าที่พัก และสิทธิประโยชน์อื่นของผู้แทนภาคประชาชนที่ได้รับแต่งตั้งให้เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง
ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการ
ป.ป.ท. รักษาการตามประกาศนี้
และให้มีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้
ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
โสภณ จันเทรมะ
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๙ มกราคม ๒๕๕๕
ณัฐพร/ผู้ตรวจ
๙ มกราคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๕๑/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).