ประกาศสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
เรื่อง โครงสร้างการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ
วิธีการดำเนินงาน
และสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา
๗ (๑) (๒) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารของราชการ
ให้ประชาชนมีสิทธิเข้าถึงและได้รับทราบข้อมูลข่าวสารของราชการ
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. เป็นหน่วยงานของรัฐจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ.
๒๕๖๒ อยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จึงเห็นสมควรประกาศโครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำ ดังต่อไปนี้
๑.
โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงานของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ประกอบด้วย
๑.๑
สำนักบริหารกลาง
มีหน้าที่และความรับผิดชอบ
ด้านการอำนวยการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ การบริหารคุณภาพโดยรวม
ด้านการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย การส่งเสริมการกำกับดูแลองค์กรที่ดี งานธุรการ การประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
และงานด้านกฎหมาย รวมทั้งรับผิดชอบงานเลขานุการและการประชุมของคณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการ
มีผู้อำนวยการสำนักบริหารกลางเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ประกอบด้วย ๕ ส่วน คือ
๑.๑.๑
ส่วนเลขานุการ
๑.๑.๒
ส่วนบริหารคุณภาพโดยรวม
๑.๑.๓
ส่วนธุรการ
๑.๑.๔
ส่วนประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
๑.๑.๕
ส่วนกฎหมาย
๑.๒
กลุ่มกลยุทธ์และพัฒนากิจการ
มีหน้าที่และความรับผิดชอบ
ด้านกลยุทธ์และแผนงาน การพัฒนานโยบายและบริหารกลยุทธ์ การจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
การงบประมาณ การติดตามประเมินผล การควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง รวมทั้งการพัฒนากิจการ
การวิเคราะห์ธุรกิจ และร่วมทุน การพัฒนาธุรกิจเชิงพาณิชย์ การพัฒนาโครงการ การประสานความสัมพันธ์ภาครัฐ/หน่วยงานภายนอก และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ
มีรองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (กลุ่มกลยุทธ์และพัฒนากิจการ) เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
ประกอบด้วย ๒ ฝ่าย คือ
๑.๒.๑
ฝ่ายนโยบายและแผน
๑.๒.๒
ฝ่ายพัฒนากิจการ
๑.๓
กลุ่มวิจัย
มีหน้าที่และความรับผิดชอบ
ด้านการศึกษา ค้นคว้า วิจัยและพัฒนา การสร้างต้นแบบยุทโธปกรณ์ พัฒนาความรู้ทางวิชาการและประสิทธิภาพการวิจัยและพัฒนาให้แก่นักวิจัย
รวมทั้งงานสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในการสร้างต้นแบบยุทโธปกรณ์ ตลอดจนการสนับสนุนและการส่งกำลังบำรุงภายในโรงปฏิบัติการวิจัยและพัฒนา มีรองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
(กลุ่มวิจัย) เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ประกอบด้วย ๒ ฝ่าย คือ
๑.๓.๑
ฝ่ายวิจัยและพัฒนา
๑.๓.๒
โรงปฏิบัติการวิจัยและพัฒนา
๑.๔
กลุ่มบริหารงานวิจัย
มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ด้านการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาด้านการวิศวกรรมระบบการสร้างต้นแบบยุทโธปกรณ์
การควบคุมคุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัย งานโครงการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งให้บริการทดสอบและรับรองผลการทดสอบเกี่ยวกับอุปกรณ์
ต้นแบบหรือผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
มีรองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (กลุ่มวิจัย) เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
ประกอบด้วย ๓ ฝ่าย คือ
๑.๔.๑
ฝ่ายวิศวกรรมระบบ
๑.๔.๒
ฝ่ายมาตรฐานและความปลอดภัย
๑.๔.๓
ฝ่ายบริหารโครงการ
๑.๕
กลุ่มบริการทางวิชาการและเทคโนโลยี
มีหน้าที่และความรับผิดชอบ
ด้านการวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศและเป็นแหล่งข้อมูลด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศให้แก่กระทรวงกลาโหม
การจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีป้องกันประเทศ การวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยพัฒนาและการปฏิบัติงานภายในองค์กร
การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ การให้บริการทางวิชาการและเทคนิค
ตลอดจนการพัฒนาและให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศภายในองค์กร มีรองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
(กลุ่มบริการทางวิชาการและเทคโนโลยี) เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ประกอบด้วย
๔ ฝ่าย คือ
๑.๕.๑
ฝ่ายวิเคราะห์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ
๑.๕.๒
ฝ่ายองค์ความรู้และการเผยแพร่
๑.๕.๓
ฝ่ายบริการทางวิชาการและเทคนิค
๑.๕.๔
ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
๑.๖
กลุ่มสนับสนุน
มีหน้าที่และความรับผิดชอบ
ด้านทรัพยากรบุคคล การสนับสนุนองค์กร การส่งกำลังบำรุง และงานอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในหน้าที่และความรับผิดชอบของสำนักหรือกลุ่ม
มีรองผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
(กลุ่มสนับสนุน) เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ประกอบด้วย ๓ ฝ่าย คือ
๑.๖.๑
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
๑.๖.๒
ฝ่ายสนับสนุนองค์กร
๑.๖.๓
ฝ่ายส่งกำลังบำรุง
๑.๗
ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ
มีหน้าที่และความรับผิดชอบ
ฝึกอบรมและให้บริการระบบอากาศยานไร้คนขับ การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านอากาศยานไร้คนขับให้มีมาตรฐานสากล
รวมทั้งการให้บริการทางวิชาการและเทคโนโลยีด้านอากาศยานไร้คนขับ
มีผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
๑.๘
ฝ่ายตรวจสอบภายใน
มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดเป้าหมาย ทิศทาง ภารกิจงานตรวจสอบภายใน เพื่อสนับสนุนการบริหารงานและการดำเนินงานด้านต่าง
ๆ ของสถาบันให้สอดคล้องกับนโยบายของสถาบัน คณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบ
หรือคณะกรรมการอื่นใดที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน รวมถึงดำเนินงานด้านการตรวจสอบภายในตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
มีผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
๒.
สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
๒.๑
ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่อง
เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
๒.๒ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่นของรัฐ
และภาคเอกชน
๒.๓
ส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรม การค้นคว้าวิจัย
การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
๒.๔
ประสานความร่วมมือด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กับหน่วยงานของรัฐ
สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
๒.๕
เป็นศูนย์ข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้แก่กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานของรัฐเพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายและแผนการพัฒนาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
๒.๖
ประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
๒.๗
จัดให้มีและให้ทุนเพื่อสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
๒.๘
ให้บริการทดสอบและรับรองผลการทดสอบเกี่ยวกับอุปกรณ์ ต้นแบบ หรือผลิตภัณฑ์ ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่สถาบันทดสอบ
๓.
สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำ
ส่วนธุรการ สำนักบริหารกลาง ชั้น ๕ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
เลขที่ ๔๗/๔๓๓ หมู่ ๓ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์
๑๑๑๒๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐
๒๙๘๐ ๖๖๘๘ ต่อ ๑๖๒๒ ถึง ๑๖๒๔ หรือที่ Website: http://www.dti.or.th
ประกาศ ณ
วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
พลอากาศเอก
ปรีชา ประดับมุข
ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
พัชรภรณ์/ธนบดี/จัดทำ
๒๕
ธันวาคม ๒๕๖๓
สุภาทิพย์/ตรวจ
๒๘
ธันวาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๒๕๗ ง/หน้า ๓๗/๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓