法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2559 เรื่อง มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๕/๒๕๕๙

เรื่อง

มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ

โดยที่การปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ในกฎหมายและระเบียบปฏิบัติต่าง

ๆ ตลอดจนการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศ

ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และปราศจากการทุจริตและประพฤติมิชอบ

เป็นนโยบายสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี และสอดคล้องกับประเด็นปฏิรูปทั้งของสภาปฏิรูปแห่งชาติ

และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เห็นควรกำหนดมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการของบุคลากรภาครัฐเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูประบบการบริหารราชการแผ่นดิน

จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้มีการประเมินส่วนราชการ

และข้าราชการพลเรือนในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารโดยยึดหลักการประเมิน ดังนี้

(๑) ประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานประจำหรืองานตามหน้าที่ปกติ ได้แก่

งานตามกฎหมาย กฎ มติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล

(๒) ประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ นโยบาย

หรือภารกิจที่มอบหมายเป็นพิเศษแก่บางหน่วยงานหรือข้าราชการบางตำแหน่งหน้าที่ เช่น

ภารกิจในการปฏิรูปการสร้างความปรองดอง การแก้ปัญหาสำคัญเฉพาะเรื่อง

(๓)

ประเมินประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามพื้นที่หรือการบูรณาการการปฏิบัติงานหลายพื้นที่หรือหลายหน่วยงานเพื่อผลสัมฤทธิ์ร่วมกัน

เช่น งานที่ต้องประสานและร่วมมือระหว่างจังหวัดระหว่างกรม หรือกระทรวง

และงานตามนโยบายประชารัฐซึ่งภาครัฐพึงทำงานร่วมกับท้องถิ่น ภาคประชาชน หรือองค์กรสาธารณประโยชน์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การประเมินตามข้อ ๑

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังนี้

(๑) ผู้รับการประเมิน ได้แก่

ส่วนราชการระดับกรมและกระทรวง ข้าราชการพลเรือนประเภทบริหารระดับสูง

(๒) ผู้ประเมิน ให้มีผู้ทำหน้าที่ประเมินส่วนราชการหรือข้าราชการ

ประกอบด้วย

๒.๑

นายกรัฐมนตรี

รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการ

และกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการเขตตรวจราชการในภูมิภาค

๒.๒

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง

๒.๓

เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการในกรณีประเมินส่วนราชการระดับกรมและกระทรวง

และเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในกรณีประเมินข้าราชการ

การประเมินสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการและสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการและเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

ให้ใช้ผลการประเมินของผู้ประเมินตาม ๒.๑ และ ๒.๒

ให้ผู้ประเมินตามข้อนี้ลงนามรับรองผลการประเมินด้วย

(๓) แบบประเมิน ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการและสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

ร่วมกันจัดทำแบบประเมินส่วนราชการและแบบประเมินข้าราชการผู้รับการประเมินตามหลักการประเมินในข้อ

๑ โดยให้มีการประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ ความวิริยะอุตสาหะ

การอุทิศเวลาแก่ราชการ ประสิทธิภาพในการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

การเบิกจ่ายงบประมาณตามเป้าหมาย การสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน

การปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ ความคิดริเริ่ม ความซื่อสัตย์สุจริต การมีธรรมาภิบาล

และความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการประกอบกัน

(๔) แนวทางการประเมิน ในการประเมิน

หากมีผลการประเมินจากหน่วยงานกลาง เช่น สำนักงบประมาณ

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

หรือจากองค์กรภายนอกระบบราชการที่มีการประเมินประเทศในภาพรวมและเป็นที่ยอมรับทั่วไป

และเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบส่วนราชการใด ให้ผู้ประเมินนำมาพิจารณาประกอบด้วย

(๕) ผลการประเมิน ให้รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรายงานผลการประเมินตามคำสั่งนี้ต่อนายกรัฐมนตรีภายในสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายนและเดือนกันยายน

เพื่อทราบ หรือประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย

หรือพิจารณาความดีความชอบหรือลงโทษตามกฎหมายและระเบียบราชการในระหว่างเวลาดังกล่าว

รองนายกรัฐมนตรีอาจเสนอรายงาน

ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วนได้

ทั้งนี้

ให้การดำเนินการทุกระดับมีความเป็นธรรมมิให้เกิดการกลั่นแกล้ง

ในกรณีเมื่อมีการประเมินแล้วพบว่าข้าราชการผู้ใดทำผิดวินัยหรือกฎหมาย

ให้ดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การประเมินหน่วยงานและข้าราชการอื่นนอกเหนือจากข้อ

๒ ให้ดำเนินการตามมาตรการในคำสั่งนี้โดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย

ระเบียบปฏิบัติปกติ ดังนี้

(๑) การประเมินข้าราชการพลเรือนระดับต่ำกว่าข้าราชการตามข้อ ๒ (๑)

ให้ผู้บังคับบัญชาจัดให้มีการประเมิน

(๒) การประเมินหน่วยงานของรัฐในความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร ได้แก่

รัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชน ให้หน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการประเมิน

(๓) การประเมินข้าราชการทหารและข้าราชการตำรวจ ให้กระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แล้วแต่กรณี จัดให้มีการประเมิน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้มีกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจำนวนห้าสิบอัตรา

เพื่อรองรับการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ

ประเภทอำนวยการระดับสูง หรือประเภทบริหารระดับต้น

หรือข้าราชการอื่นที่มิใช่ข้าราชการพลเรือนแต่ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าโดยนายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งให้โอนหรือย้ายมา

หรือเลื่อนให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นในระดับดังกล่าวโดยขาดจากตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิม

ไม่ว่าข้าราชการผู้นั้นจะมีความผิดหรืออยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบหรือไม่ก็ตาม

ในกรณีที่ส่วนราชการใดต้องการให้ข้าราชการตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวดังกล่าวไปปฏิบัติราชการที่ส่วนราชการนั้น

รัฐมนตรีที่สั่งและปฏิบัติราชการส่วนราชการนั้นอาจเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อมีคำสั่งให้ข้าราชการดังกล่าวไปดำรงตำแหน่ง

ณ ส่วนราชการนั้นก็ได้

เมื่อมีการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการผู้ใดตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้ประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนมอบหมายงานให้ข้าราชการผู้นั้นปฏิบัติ

โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถและความเหมาะสมตามหน้าที่ที่เคยปฏิบัติ

หรืออาจมอบหมายให้ข้าราชการผู้นั้นไปปฏิบัติงาน หรือช่วยราชการ ณ

ส่วนราชการใดเป็นการชั่วคราวได้

ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำหนดชื่อตำแหน่ง

อัตราเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ

และกำหนดวิธีปฏิบัติตามข้อนี้ ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติ ให้เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนวินิจฉัย

คำวินิจฉัยดังกล่าวให้เป็นที่สุด

เมื่อหมดความจำเป็นแล้ว

นายกรัฐมนตรีอาจมีคำสั่งให้ยุบเลิกกรอบอัตรากำลังชั่วคราวตามข้อนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑

กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๙

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ปุณิกา/ปริยานุช/จัดทำ

๒ กุมภาพันธ์

๒๕๕๙

พจนา/ตรวจ

๒ กุมภาพันธ์

๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๙ ง/หน้า ๗/๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2559 เรื่อง มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b038dd759f3f59da

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com