法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 190) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 190)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 11/1 มาตรา 11/6 (5) (6) และ (7) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 508) พ.ศ. 2553 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“กิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค” หมายความว่า กิจการการให้บริการด้านการบริหารหรือด้านเทคนิค หรือการให้บริการสนับสนุนดังต่อไปนี้ แก่วิสาหกิจในเครือหรือสาขาของตนไม่ว่าจะตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือในต่างประเทศ

(1) การบริหารงานทั่วไป การวางแผนทางธุรกิจ และการประสานงานทางธุรกิจ

(2) การจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วน

(3) การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

(4) การสนับสนุนด้านเทคนิค

(5) การส่งเสริมด้านการตลาดและการขาย

(6) การบริหารด้านงานบุคคลและการฝึกอบรมในภูมิภาค

(7) การให้คําปรึกษาด้านการเงิน

(8) การวิเคราะห์และวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน

(9) การจัดการและควบคุมสินเชื่อ

(10) การให้บริการสนับสนุนอื่น ๆ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกําหนด

“การควบคุม” หมายความว่า การควบคุมตามหลักเกณฑ์ของมาตรฐานทางบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป

“บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่นําผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคไปใช้ในการผลิตสินค้าหรือให้บริการแก่สํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค วิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค

“รายได้จากการประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค” หมายความว่า รายได้ที่สํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคได้รับจากวิสาหกิจในเครือ สาขาของตน และจากวิสาหกิจในเครือที่มีการควบคุมระหว่างกัน ซึ่งได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม มาตรา 11/2 หรือมาตรา 11/3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับ 405) พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 508) พ.ศ. 2553 ดังต่อไปนี้

(1) รายได้จากการให้บริการของสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคแก่วิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค

(2) ดอกเบี้ยที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมที่สํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคได้กู้มาเพื่อให้กู้ยืมต่อ

(3) ค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ หรือสาขาต่างประเทศของสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เฉพาะค่าสิทธิที่เกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีของสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่กระทําขึ้นในประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่ประสงค์จะได้รับสิทธิลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตาม มาตรา 11/2 มาตรา 11/3 หรือมาตรา 11/4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับ 405) พ.ศ. 2545

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 508) พ.ศ. 2553 แจ้งการจัดตั้งสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตามแบบแจ้งการจัดตั้งสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่แนบท้ายประกาศนี้ โดยให้ยื่น ณ สํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรมสรรพากร หรือยื่น ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคมีสถานประกอบการตั้งอยู่ ในกรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่น ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ ในเขตท้องที่ที่สํานักงานใหญ่ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคตั้งอยู่ก็ได้ ทั้งนี้ บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคต้องจดแจ้งภายในห้าปีนับแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคมีสิทธิที่จะใช้แบบแจ้งการจัดตั้งสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคที่พิมพ์จากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร www.rd.go.th หรือจะใช้แบบแจ้งการจัดตั้งที่กรมสรรพากรจัดพิมพ์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การคํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในมาตรา 65 และมาตรา 65 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการทั้งกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคและกิจการอื่นให้บริษัทดังกล่าวคํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน หากรายจ่ายใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งว่าส่วนใดเป็นรายจ่ายของกิจการใดให้บริษัทเฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวตามส่วนของรายได้ระหว่างรายได้จากการประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคและรายได้จากกิจการอื่น

กรณีบริษัทประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค ซึ่งมีทั้งรายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้ ให้บริษัทดังกล่าวคํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของรายได้แต่ละส่วนแยกต่างหากจากกันหากรายจ่ายใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งว่าเป็นรายจ่ายของรายได้ในส่วนใดให้บริษัทเฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวตามส่วนของรายได้ระหว่างรายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นและรายได้ที่ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการทั้งกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคและกิจการอื่น หากกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคมีผลขาดทุนสุทธิให้คงผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวไว้ในกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคเท่านั้น

กรณีบริษัทประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค ซึ่งมีทั้งรายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้หากรายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้มีผลขาดทุนสุทธิให้คงผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวไว้ในกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคในรายได้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัท พร้อมทั้งบัญชีงบดุล บัญชีทําการ และบัญชีกําไรขาดทุน ภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกําหนดพร้อมกับชําระภาษีตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากรและยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทภายในสองเดือนนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชีตามแบบที่อธิบดีกําหนดพร้อมกับชําระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีบริษัทซึ่งประกอบกิจการทั้งกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคและกิจการอื่นให้บริษัทดังกล่าวแยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัท พร้อมทั้งบัญชีทําการ และบัญชีกําไรขาดทุนของแต่ละกิจการออกเป็นคนละชุด สําหรับบัญชีงบดุลของบริษัทดังกล่าวให้ยื่นพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทในกิจการใดกิจการหนึ่งก็ได้ โดยในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของบริษัทดังกล่าวให้ใช้เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ พนักงานปฏิบัติงานในสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคซึ่งมีทักษะและความรู้ขั้นต่ําตาม มาตรา 11/6 (5) แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับ 405) พ.ศ. 2545 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 508) พ.ศ. 2553 จะต้องสําเร็จการศึกษาในระดับที่ไม่ต่ํากว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นต้นหรือเทียบเท่า

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สาธิต รังคสิริ

(นายสาธิต รังคสิริ)

อธิบดีกรมสรรพากร

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 190) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราและยกเว้นภาษีเงินได้ของบริษัทซึ่งประกอบกิจการสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b05ff5a2ed1fe7ab

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com