ข้อ ๘ ข้อจํากัดการถือหน่วยลงทุนตามข้อ 7 ให้มีข้อยกเว้นได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(1) กรณียกเว้นให้ถือหน่วยลงทุนได้โดยไม่จํากัดสัดส่วนสําหรับผู้ถือหน่วยลงทุนดังต่อไปนี้
(ก) กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ
(ข) กองทุนประกันสังคม
(ค) กองทุนการออมแห่งชาติ
(ง) กองทุนบําเหน็จบํานาญแห่งชาติ
(จ) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ
(ฉ) กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป
(ช) กองทุนต่างประเทศที่มีลักษณะตาม (ก) ถึง (ฉ)
(ซ) กองทุนอื่นใดที่มีลักษณะทํานองเดียวกับกองทุนตาม (ก) ถึง (ฉ)
(ฌ) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยนอกเหนือจาก (ก) ถึง (ฉ) ซึ่งไม่อยู่ภายใต้บังคับต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เช่น ธนาคารออมสิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มูลนิธิ หรือวัด เป็นต้น
(ญ) บุคคลอื่นที่ได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานเมื่อมีเหตุจําเป็นและสมควร
(2) กรณียกเว้นให้โดยผ่อนคลายสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน หรือเมื่อเป็นไปตามเงื่อนไข ซึ่งได้แก่กรณีดังต่อไปนี้
(ก) กรณีที่เป็นการถือหน่วยลงทุนในกองทุนรวมอีทีเอฟโดยผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ดูแลสภาพคล่องที่ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัทจัดการ อาจถือหน่วยลงทุนได้โดยไม่จํากัดสัดส่วน ทั้งนี้ เฉพาะในช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมจนถึงวันที่ครบกําหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่เริ่มซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟดังกล่าวในตลาดรอง
(ข) กรณีของกองทุนรวมที่มีการแบ่งชนิดหน่วยลงทุนตามอัตราผลประโยชน์ตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับจากการลงทุนในหน่วยลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจถือหน่วยลงทุนเกินข้อจํากัดการถือหน่วยลงทุนตามข้อ 7 ได้ไม่เกินสัดส่วนที่ระบุไว้ในโครงการ ทั้งนี้ เมื่อได้รับการผ่อนผันจากสํานักงานตามเหตุจําเป็นและสมควร
(ค) กรณีที่มีเหตุจําเป็นและสมควรอื่นใด ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจถือหน่วยลงทุนเกินข้อจํากัดการถือหน่วยลงทุนตามข้อ 7 ได้แต่ไม่เกินร้อยละห้าสิบของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยได้รับการผ่อนผันจากสํานักงาน ทั้งนี้ ในการผ่อนผันดังกล่าว ให้สํานักงานพิจารณาถึงประโยชน์โดยรวมของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าวเป็นสําคัญ
“ผู้ลงทุนรายใหญ่” และ “ผู้ดูแลสภาพคล่อง” ตามวรรคหนึ่ง (2)(ก) ให้หมายความถึงผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ดูแลสภาพคล่อง ตามที่กําหนดไว้ในประกาศที่เกี่ยวกับการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวมอีทีเอฟ