法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค เรื่อง สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค

เรื่อง

สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกอบกับมาตรา ๑๑

แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขารังสีเทคนิคเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ

พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๕

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค จึงออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในประกาศนี้

“ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค” หมายถึง

ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคประกอบด้วยมาตรฐานหลัก

๓ มาตรฐาน คือ

๑)

ความเป็นวิชาชีพและความรับผิดชอบ

๒)

ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ

๓)

ทักษะที่จำเป็นในการให้บริการ

ในแต่ละมาตรฐานประกอบด้วยสมรรถนะและมาตรฐานการปฏิบัติที่ใช้ร่วมกันสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคที่ปฏิบัติงานทั้ง

๓ ด้าน คือ รังสีวินิจฉัย รังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์

หรือใช้เฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

มาตรฐาน ๑

ความเป็นวิชาชีพและความรับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคต้องมีความเป็นวิชาชีพและตรวจสอบได้

ดังนี้

๑)

ปฏิบัติงานภายใต้กฎ ระเบียบ และจรรยาบรรณวิชาชีพ

ก)

เข้าใจกฎหมาย ระเบียบ ประกาศต่าง ๆ ที่กำหนด

และให้ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคถือปฏิบัติ

ข)

เข้าใจถึงข้อบังคับ ระเบียบปฏิบัติ และข้อแนะนำที่เป็นสากล

ค)

เข้าใจในเรื่องสิทธิของผู้ป่วย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

รวมถึงบทบาทของตนในการบริการทางรังสีวินิจฉัย รังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์

๒)

ปฏิบัติงานโดยเสมอภาค ไม่เลือกชั้นวรรณะ

๓)

รักษาความลับของผู้ป่วย

๔)

ร่วมจัดทำคำยินยอมของผู้ป่วยก่อนการตรวจทางรังสีที่จำเป็น

๕)

รู้ถึงข้อจำกัดในการให้บริการ

ก)

สามารถประเมินสถานการณ์ ลักษณะและระดับความรุนแรงของปัญหาและปรึกษาผู้รู้และมีประสบการณ์มากกว่าเพื่อแก้ปัญหานั้น

ข)

สามารถประเมินวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้

๖)

สามารถบริหารจัดการภาระงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๗)

ฝึกฝนตนเองให้มีความรู้และทักษะอย่างสม่ำเสมอ

๘)

เข้าใจถึงความจำเป็นในการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาชีพ

๙)

แสดงตนว่าเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคในสถานที่ปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคต้องมีความสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อผู้ร่วมงานและผู้รับบริการดังนี้

๑)

รู้ถึงขอบเขตวิชาชีพและขอบเขตการให้บริการของตนเอง

๒)

ปฏิบัติงานร่วมกับผู้ร่วมวิชาชีพ ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้ป่วย

ญาติผู้ป่วย และผู้รับบริการอื่นได้

ก)

ปฏิบัติงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ

ข)

แนะนำความเห็นทางวิชาชีพแก่ผู้ร่วมงาน

ค)

เข้าใจถึงความจำเป็นในการนัดหมาย การเตรียมผู้ป่วย และการให้คำแนะนำในการตรวจแก่ผู้ป่วย

ผู้รับบริการ และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อการวางแผน ประเมินการวินิจฉัย และการรักษา

ง)

แปลผลข้อมูลที่ได้จากผู้ประกอบวิชาชีพอื่น

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติและปรับปริมาณรังสีให้น้อยที่สุดเท่าที่ปฏิบัติได้

๓)

แสดงทักษะการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ในการให้ข้อมูล คำแนะนำ

และข้อคิดเห็นด้านวิชาชีพ แก่ผู้ร่วมงาน ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และผู้รับบริการ

ก)

เข้าใจถึงทักษะการสื่อสารที่มีผลต่อการประเมินผู้ป่วย

และสามารถใช้ทักษะการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมตามอายุ การศึกษา

และสภาพร่างกายและจิตใจ

ข)

เข้าใจถึงการแสดงกริยาท่าทางและอื่น ๆ

ที่เป็นการสื่อสารที่มิใช่การพูดซึ่งอาจมีผลกระทบทางศาสนา วัฒนธรรม

ความเชื่อส่วนบุคคล และเศรษฐสถานะ

ค)

เข้าใจถึงความสำคัญที่ต้องให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ป่วย และผู้รับบริการ

เพื่อการตัดสินใจในการรับบริการ

๔)

เข้าใจถึงความต้องการการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาที่ให้บริการดูแลผู้ป่วย

ผู้รับบริการ หรือผู้ใช้บริการ

ก)

เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาด้วยรังสี

หรือการตรวจวินิจฉัยด้วยรังสี

ข)

ใช้การสื่อสารเพื่อทำความเข้าใจกับผู้ป่วย ผู้รับบริการ

และผู้ใช้บริการให้เกิดการมีส่วนร่วม

มาตรฐาน ๒

ความรู้ ความเข้าใจ

และทักษะ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ภายใต้ปรัชญาว่าด้วยการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคต้องเรียนรู้และประยุกต์ใช้ความรู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้รับบริการได้รับการปฏิบัติ

อย่างมีคุณภาพ ดังนี้

๑)

มีความรู้ทางชีววิทยา ฟิสิกส์ สังคมวิทยา จิตวิทยา

และคลินิกที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ รังสีเทคนิค ได้แก่

ก)

มีความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะโครงสร้างและการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์

ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในวิชาชีพรังสีเทคนิค

รวมทั้งมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ โรค ความผิดปกติ

และความบกพร่องของอวัยวะและการทำงาน

ข)

รู้หลักการฟิสิกส์ของการกำเนิดรังสี อันตรกิริยาทางรังสี การวัด การคำนวณ

และการประยุกต์ใช้รังสี รวมถึงการป้องกันอันตรายจากรังสีที่ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาโรค

ค)

เข้าใจหลักการทางชีวรังสี กลไกของการเกิดโรคและพยาธิสภาพ

ที่สัมพันธ์กับการปฏิบัติงานทางรังสี

ง)

ประยุกต์ใช้ศาสตร์ต่าง ๆ ในการปฏิบัติงานทางรังสีและการวิจัย

จ)

เข้าใจการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการใช้รังสีในการวินิจฉัยและการรักษาโรค

ฉ)

เข้าใจ ขีดความสามารถ การประยุกต์

และข้อจำกัดของการใช้งานเครื่องมือทางรังสีวินิจฉัย รังสีรักษา

และเวชศาสตร์นิวเคลียร์

ช)

มีความรู้ทางเภสัชวิทยาของยาที่ใช้ในการถ่ายภาพ

ความรู้การบริหารยาที่เกี่ยวข้องและในการรักษาทางรังสี

ซ)

บอกถึงคุณลักษณะและประเมินคุณภาพของภาพรังสีได้

ฌ)

เข้าใจถึงบทบาทของรังสีเทคนิคในการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค

ญ)

รู้ถึงบทบาทของวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง

และสามารถทำงานร่วมกับวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องได้

ฎ)

เข้าใจจรรยาบรรณ และกฎหมายของงานวิจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานในวิชาชีพ

ฏ)

รู้ถึงแนวคิดและหลักการที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานในงานรังสีวินิจฉัย รังสีรักษา

และเวชศาสตร์นิวเคลียร์

ฐ)

ปฏิบัติงานโดยตระหนักถึงสิทธิผู้ป่วย

และให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย หรือรักษาแก่ผู้ป่วยและญาติ

อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ฑ)

เข้าใจหลักการและวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีสำหรับตนเอง ผู้รับบริการ และผู้เกี่ยวข้อง

ฒ)

ใช้อุปกรณ์การป้องกันอันตรายจากรังสีได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

มีประสิทธิภาพ อย่างมีวิจารณญาณ

ณ)

เข้าใจถึงกระบวนการประกันคุณภาพงานในด้านรังสีวนิจฉัย รังสีรักษา และเวชศาสตร์นิวเคลียร์

ด)

เข้าใจหลักการและวิธีการวัดปริมาณรังสี และการคำนวณปริมาณรังสีขั้นพื้นฐาน

ต)

รู้ข้อบ่งชี้ในการตรวจ

๒)

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคในด้านรังสีวินิจฉัย ต้องมีความสามารถดังนี้

ก)

สังเกตสัญญาณ อาการ และการบาดเจ็บของผู้ป่วยที่เข้ารับบริการทางรังสีวินิจฉัย

ข)

รู้โครงสร้างและการทำงานของร่างกายทั้งในสภาวะปกติ เป็นโรค และการบาดเจ็บ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ อวัยวะเนื้อเยื่อ กายวิภาคศาสตร์

และภาพตัดขวางของศีรษะและลำตัว ระบบหลอดเลือดและหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ

ระบบขับถ่ายปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และต่อมไร้ท่อ

ค)

บอกความแตกต่างของความผิดปกติของส่วนต่าง ๆ ที่ปรากฏของภาพรังสี

ง)

ทำประกันคุณภาพตามบทบาทของรังสีเทคนิค

จ)

รู้หลักการเกิดภาพ และการสร้างภาพทางรังสีวินิจฉัย

ฉ)

เข้าใจวิธีการป้องกันอันตรายจากรังสีในด้านรังสีวินิจฉัยทั้งแก่ตนเอง ผู้ป่วย และผู้เกี่ยวข้อง

๓)

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคในด้านรังสีรักษา ต้องมีความสามารถดังนี้

ก)

รู้ถึงศาสตร์ทางชีวเคมีของรังสี และพยาธิสรีรวิทยาทางรังสี

ข)

รู้ถึงโครงสร้างและการทำงานของร่างกายมนุษย์ ในภาวะปกติและภาวะที่มีโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

กายวิภาคศาสตร์ และภาพตัดขวางของศีรษะและลำตัว เนื้อเยื่อวิทยา โลหิตวิทยา

ระบบน้ำเหลือง และระบบภูมิคุ้มกัน

ค)

รู้กระบวนการวินิจฉัย การตรวจวินิจฉัย

และอาการผิดปกติทางสรีรวิทยาของผู้ป่วยที่เข้ารับบริการทางรังสีรักษา

ง)

เข้าใจมะเร็งวิทยา พยาธิสรีรวิทยาของก้อนทูมและมะเร็ง

ระบาดวิทยาสาเหตุของการเกิดและการรักษาโรค

จ)

รู้ถึงกระบวนการสอบเทียบมาตรฐานปริมาณรังสี และการคำนวณปริมาณรังสีขั้นพื้นฐาน

ฉ)

ประดิษฐ์อุปกรณ์ร่วมในการฉายรังสีได้

ช)

ทำการประกันคุณภาพตามบทบาทของรังสีเทคนิค

ซ)

เข้าใจการป้องกันอันตรายจากรังสีในด้านรังสีรักษาทั้งแก่ตนเอง ผู้ป่วย

และผู้เกี่ยวข้อง

๔)

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคในด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ต้องมีความสามารถ

ดังนี้

ก)

สังเกตสัญญาณ อาการ

และการบาดเจ็บของผู้ป่วยที่เข้ารับบริการการตรวจวินิจฉัยและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์

ข)

รู้โครงสร้าง และการทำงานของร่างกายทั้งในสภาวะปกติ เป็นโรค และการบาดเจ็บ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ อวัยวะเนื้อเยื่อ กายวิภาคศาสตร์

และภาพตัดขวางของศีรษะและลำตัว ระบบหลอดเลือดหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ

ระบบขับถ่ายปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท และต่อมไร้ท่อ

ค)

รู้ถึงหลักการทางฟิสิกส์ของการเกิดภาพเวชศาสตร์นิวเคลียร์

ง)

รู้ถึงกระบวนการผลิต การติดฉลาก และการเลือกใช้เภสัชรังสี

เพื่อการวินิจฉัยและรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์

จ)

สามารถทำการประกันคุณภาพตามบทบาทของรังสีเทคนิค

ฉ)

เข้าใจการป้องกันอันตรายจากรังสีในด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ทั้งแก่ตนเอง ผู้ป่วย และผู้เกี่ยวข้อง

ช)

เข้าใจหลักการและการจัดการกากกัมมันตรังสีอย่างถูกต้อง

๕)

รู้การนำและการถ่ายทอดหลักการทางวิชาชีพเข้าสู่การปฏิบัติ และรู้การเลือกใช้

และดัดแปลงวิธีการเหล่านี้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยในแต่ละราย

๖)

เข้าใจถึงความจำเป็น และสามารถทำให้เกิดการบริการที่มีความปลอดภัยดังนี้

ก)

รู้ถึงกฎ ระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัยในการให้บริการ ที่ต้องทำขณะปฏิบัติงาน

ข)

ปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย รวมทั้งสามารถเลือกวิธีควบคุมอันตรายและการจัดการความเสี่ยงที่ถูกต้อง

ค)

เลือกวิธีและใช้อุปกรณ์ป้องกันรังสีเฉพาะบุคคลได้อย่างถูกต้อง

ง)

สร้างสภาวะแวดล้อมที่ทำให้มีความปลอดภัยในการให้บริการ

ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดกับผู้ป่วย ผู้รับบริการอื่น และผู้ปฏิบัติงาน

รวมทั้งการใช้วิธีปฏิบัติในการควบคุมการติดเชื้อ

และการควบคุมสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายต่าง ๆ

จ)

เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องประกันความปลอดภัยทางรังสีแก่ทุกคนตลอดเวลา

ฉ)

รู้หลักการและการใช้ที่ถูกต้องในเรื่อง การทำลายเชื้อ

วิธีการทำให้ปราศจากเชื้อและการกำจัดการปนเปื้อนอย่างถูกต้อง

ช)

รู้หลักการเรื่องการจัดการการกำจัดกากรังสีและการปนเปื้อนทางรังสีที่ถูกต้อง

ซ)

ประยุกต์เทคนิคการเคลื่อนย้ายและการจัดการผู้ป่วย

ฌ)

รู้กระบวนการช่วยชีวิตเบื้องต้น และการประสานกับหน่วยฉุกเฉิน

มาตรฐาน ๓

ทักษะที่จำเป็นในการให้บริการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค

ต้องมีความสามารถในการจัดการข้อมูลการให้บริการดังนี้

๑)

ใช้วิธีการที่เหมาะสมในการเก็บข้อมูล รวมถึงประวัติ ภาพรังสี

และผลการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย

๒)

ดำเนินการหรือจัดการผลการวินิจฉัยหรือการรักษาได้เหมาะสม

๓)

ใช้วิธีการและเครื่องมือที่ถูกต้อง เหมาะสม ในการกำหนดเทคนิค การสังเกตการณ์

และการดูแลผู้ป่วย ทั้งก่อน ระหว่าง

และหลังการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาวิเคราะห์และประเมินข้อมูลที่เก็บได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคต้องมีความสามารถในการจัดการเพื่อสนองต่อการบริการ

ดังนี้

๑)

ใช้ทักษะการวิจัย การใช้เหตุผลและการแก้ปัญหา ในการปฏิบัติอย่างเหมาะสม

ก)

ใช้วิธีวิจัยเพื่อประเมินและพัฒนาการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ

ข)

ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ การประเมินและตรวจสอบอย่างเป็นระบบ

ค)

แสดงหลักการและแก้ปัญหาเชิงระบบได้

ง)

วิเคราะห์ข้อมูลและผลการวิจัยได้

๒)

นำความรู้และทักษะมาใช้ในการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

ก)

ปรับเปลี่ยนวิธีการทางเทคนิคตามความเหมาะสมกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น

ข)

แสดงทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการบริการได้เหมาะสม

ค)

จัดการความเสี่ยงในการให้ปริมาณรังสีแก่ผู้ป่วยและบุคคลทั่วไป

๓)

ปรับวิธีปฏิบัติ การจัดการ และการบริหารเวลา

ได้ถูกต้องเหมาะสมตามความแตกต่างกันของผู้รับบริการ

๔)

ปฏิบัติและกำกับกระบวนการปฏิบัติเพื่อการวินิจฉัย การรักษา

การจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีทักษะและปลอดภัย

ก)

เข้าใจหลักการจัดการความเสี่ยงทั้งแก่ผู้ป่วย ผู้รับบริการและผู้ปฏิบัติงาน

ข)

แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นได้

ค)

ระบุตัวบ่งชี้ความถูกต้องของตัวผู้ป่วยก่อนให้การตรวจและรักษา

ง)

ตระหนักถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังผู้ป่วย

การเตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ช่วยชีวิต

เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

จ)

ใช้เครื่องมือได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม

ฉ)

มีการตรวจสอบอุปกรณ์ และเครื่องมือให้มีความพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

๕)

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคในด้านรังสีวินิจฉัย ต้องมีความสามารถดังนี้

ก)

ปฏิบัติการถ่ายภาพรังสีทั่วไป และถ่ายภาพผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม

ข)

ปฏิบัติการถ่ายภาพการตรวจพิเศษด้วยสารทึบรังสีเบื้องต้นได้

ค)

ช่วยและจัดการในการตรวจพิเศษที่ซับซ้อนที่ใช้สารทึบรังสี

ด้วยเครื่องส่องตรวจทางรังสี

ง)

ปฏิบัติการตรวจ และควบคุมเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์

จ)

ตั้งองค์ประกอบและบันทึกภาพได้ถูกต้องและเหมาะสม

๖)

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคในด้านรังสีรักษา ต้องมีความสามารถดังนี้

ก)

พิจารณาและแปลผลการสั่งการรักษาได้ถูกต้อง

ข)

จัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบการฉายรังสี

ค)

ปฏิบัติการใช้เครื่องจำลองการรักษาเพื่อกำหนดตำแหน่งการรักษาตามที่กำหนดได้อย่างถูกต้อง

แม่นยำ และปลอดภัย

ง)

ให้ปริมาณรังสีและตรวจสอบขอบเขตการรักษาได้ถูกต้องตามแผนการรักษา

๗)

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคในด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ต้องมีความสามารถ

ดังนี้

ก)

ปฏิบัติการด้านเทคนิคการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ข)

ตั้งองค์ประกอบการถ่ายภาพได้ถูกต้องและเหมาะสม

ค)

ประมวลผลข้อมูลขั้นพื้นฐานเพื่อการพยากรณ์โรคได้ถูกต้องและเหมาะสม

๘)

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้ถูกต้อง

อย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

ก)

บันทึกข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้ข้อมูลทางคลินิกอื่น ๆ ตามแนวทางที่กำหนด

ข)

ใช้คำนิยามศัพท์ทางเทคนิคที่เป็นสากล

ค)

ประยุกต์ใช้ระบบที่ถูกต้องในการบ่งชี้ แฟ้มข้อมูลผู้ป่วย

ภาพรังสีผลการตรวจทางรังสี

และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาด้วยรังสี

ง)

คำนึงถึงความเสี่ยงและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้จากการเก็บบันทึก

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคต้องมีความสามารถในการประเมินผลกระทบต่อการบริการ

ดังนี้

๑)

ติดตาม ทบทวน และประเมิน ประสิทธิผลของกิจกรรมที่ได้ปฏิบัติ

และปรับปรุงได้อย่างสอดคล้อง

ก)

เก็บข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อช่วยในการประเมินความพึงพอใจ

การตอบสนองความต้องการ และการตอบรับของผู้ป่วย ผู้รับบริการ และผู้ปฏิบัติงาน

ข)

ติดตามและประเมินคุณภาพการให้บริการ และการเก็บข้อมูลเพื่อการประกันและพัฒนาคุณภาพ

ค)

ตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ในการเลือก ปรับ หรือระงับ

การปฏิบัติหรือกระบวนการให้บริการนั้น และบันทึกการตัดสินใจพร้อมเหตุผล

ง)

เข้าใจถึงผลลัพธ์ที่อาจไม่เป็นไปตามความคาดหวังเสมอไป

แต่ยังมีความจำเป็นสำหรับผู้ป่วยหรือผู้รับบริการ

๒)

ตรวจสอบ ประเมิน และทบทวน กระบวนการการปฏิบัติ

ก)

เข้าใจหลักการควบคุมคุณภาพและการประกันคุณภาพ

และร่วมในกิจกรรมการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ข)

เข้าใจบทบาทการตรวจสอบและทบทวนการบริหารคุณภาพ ควบคุมคุณภาพและการประกันคุณภาพ

และการวัดผลลัพธ์การดำเนินงานที่เหมาะสม

ค)

ประเมินคุณภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ง)

เข้าใจถึงคุณค่าการสะท้อนผลการปฏิบัติงานทางคลินิก และความจำเป็นที่ต้องบันทึกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

จ)

เข้าใจถึงคุณค่าของการปรึกษาเฉพาะเรื่องร่วมกัน หรือวิธีการอื่นในทำนองเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๕

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

จิตต์ชัย สุริยะไชยากร

ประธานกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค

ปริยานุช/จัดทำ

๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๗๙ ง/หน้า ๑๗/๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิค เรื่อง สมรรถนะและมาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b3240eb47babd080

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com