法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
42
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ

ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง

พ.ศ. 2548

ด้วยกระทรวงการต่างประเทศได้นําหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ออกใช้งานแทนหนังสือเดินทางรูปแบบเดิม จึงเห็นสมควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2545

โดยอาศัยอํานาจตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พ.ศ. 2545 จึงให้ออกระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 ใช้บังคับดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อระเบียบนี้ใช้บังคับแล้ว ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2545 และให้บรรดาประกาศ ระเบียบ หรือคําสั่งเกี่ยวกับหนังสือเดินทางฉบับอื่น ซึ่งใช้อยู่ในวันก่อนที่ระเบียบนี้ใช้บังคับยังคงใช้บังคับได้ต่อไป เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ หากไม่มีข้อความกําหนดเป็นอย่างอื่น

(1) หนังสือเดินทาง หมายความว่า เอกสารราชการซึ่งบุคคลสัญชาติไทยใช้ในการเดินทางในต่างประเทศ

(2) ผู้ถือหนังสือเดินทาง หมายความว่า ผู้มีชื่ออยู่ในหนังสือเดินทาง

(3) เล่มหนังสือเดินทาง หมายความว่า หนังสือเดินทางที่พนักงานเจ้าหน้าที่ยังมิได้บันทึกข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับผู้ถือหนังสือเดินทาง

(4) เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หมายความว่า หนังสือสําคัญประจําตัวที่ออกตามข้อ 17

(5) สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย หมายความว่า สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึงสํานักงานอื่นที่รัฐบาลไทยตั้งขึ้นในต่างประเทศให้ทําหน้าที่เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยด้วย แต่ไม่รวมถึงสถานกงสุลกิตติมศักดิ์

(6) พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ข้าราชการซึ่งกระทรวงการต่างประเทศแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หนังสือเดินทางมี 4 ประเภท คือ

(1) หนังสือเดินทางทูต

(2) หนังสือเดินทางราชการ

(3) หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไป

(4) หนังสือเดินทางชั่วคราว

อื่นๆ ๑ ระเบียบการออกหนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทาง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ หนังสือเดินทางทูตออกให้แก่บุคคล ดังต่อไปนี้

(1) พระบรมวงศ์และพระนัดดาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

(2) พระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าและคู่สมรส

(3) พระราชวงศ์และบุคคลสําคัญที่ราชเลขาธิการขอไปเป็นกรณีพิเศษ

(4) ประธานองคมนตรี และองคมนตรี

(5) นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี

(6) ประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา

(7) ประธานศาลฎีกา รองประธานศาลฎีกา และประธานศาลอุทธรณ์

(8) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานศาลปกครองสูงสุด

(9) อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ

(10) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารเหล่าทัพ

(11) ข้าราชการที่มีตําแหน่งทางการทูต ซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ

(12) ข้าราชการที่มีตําแหน่งทางการทูต ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจําอยู่ ณ ส่วนราชการในต่างประเทศ คู่สมรส และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งอยู่ในความดูแลของบิดามารดาในประเทศที่ประจําอยู่ หรือทําการศึกษาอยู่ในประเทศอื่น แต่บุตรจะต้องอายุไม่เกิน 25 ปี

(13) คู่สมรสที่ร่วมเดินทางไปกับบุคคลดังกล่าวในข้อ (2) ถึงข้อ (8)

(14) บุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ หรือภายใต้พันธกรณีระหว่างประเทศ หรือภายใต้สถานการณ์พิเศษที่มีความจําเป็น หรือเกี่ยวกับการเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของประเทศ หรืออดีตเอกอัครราชทูต หรือในกรณีที่เห็นสมควร ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมอบหมาย มีอํานาจใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติให้ออกหนังสือเดินทางทูตได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หนังสือเดินทางทูตมีอายุไม่เกิน 5 ปี หรือเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่เกี่ยวกับการใช้หนังสือเดินทางทูต นั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้หนังสือเดินทางทูต หรือผู้ถือขาดคุณสมบัติที่จะถือหนังสือเดินทางทูต ให้ส่งคืนหนังสือเดินทางทูตนั้นแก่กระทรวงการต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ หนังสือเดินทางราชการออกให้แก่บุคคล ดังต่อไปนี้

(1) ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่จัดตั้งตามรัฐธรรมนูญและสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเดินทางไปราชการในต่างประเทศ

(2) ข้าราชการซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ประจําอยู่ ณ สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยหรือในคณะทูตถาวรไทยประจําองค์การระหว่างประเทศในตําแหน่งอื่นที่มิใช่ตําแหน่งทางการทูต รวมทั้งคู่สมรส และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งอยู่ในความดูแลของบิดามารดาในประเทศที่ประจําอยู่หรือทําการศึกษาอยู่ในประเทศอื่น แต่บุตรจะต้องอายุไม่เกิน 25 ปี

(3) บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ไปราชการต่างประเทศ

(4) บุคคลอื่นใดเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการหรือในกรณีที่เห็นสมควรเป็นพิเศษ หรือเกี่ยวกับการเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติคุณของประเทศ ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมอบหมาย มีอํานาจใช้ดุลยพินิจในการอนุมัติให้ออกหนังสือเดินทางราชการได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หนังสือเดินทางราชการมีอายุไม่เกิน 5 ปี หรือเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่เกี่ยวกับการใช้หนังสือเดินทางราชการ นั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการใช้หนังสือเดินทางราชการ หรือเมื่อผู้ถือขาดคุณสมบัติที่จะถือหนังสือเดินทางราชการ ให้ส่งคืนหนังสือเดินทางราชการนั้นแก่กระทรวงการต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ถือหนังสือเดินทางราชการจะนําหนังสือเดินทางไปใช้ในการเดินทางส่วนตัวมิได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปออกให้กับบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ หนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปมีอายุไม่เกิน 5 ปี และไม่สามารถต่ออายุได้อีก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หนังสือเดินทางชั่วคราวออกให้กับบุคคล ดังต่อไปนี้

(1) บุคคลที่หนังสือเดินทางสูญหาย หรือเสียหายจนใช้การไม่ได้ หรือหนังสือเดินทางขาดอายุระหว่างอยู่ต่างประเทศ แต่มีหลักฐานประกอบการขอออกหนังสือเดินทางครบถ้วน และประสงค์จะเดินทางเป็นการเร่งด่วนโดยไม่อาจรอการออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้แทนได้

(2) บุคคลที่มีความจําเป็นจะต้องเดินทางเร่งด่วนอย่างยิ่ง และปลัดกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้ที่ปลัดกระทรวงการต่างประเทศมอบหมาย อนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ หนังสือเดินทางชั่วคราวมีอายุ 1 ปี และไม่สามารถต่ออายุได้อีก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในต่างประเทศอาจออกหนังสือสําคัญประจําตัว (Certificate of Identity) เป็นเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางตามเงื่อนไขและวิธีการที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด ให้แก่บุคคลในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เมื่อหนังสือเดินทางของบุคคลนั้นถูกยกเลิกตามข้อ 23

(2) เมื่อบุคคลนั้นไม่มีหนังสือเดินทาง หนังสือเดินทางสูญหาย หรือเสียหายจนใช้การไม่ได้หรือหนังสือเดินทางขาดอายุ แต่มีหลักฐานอื่นเพียงพอที่จะทําให้ผู้ออกเอกสารเชื่อได้ว่าบุคคลผู้นั้นมีสัญชาติไทย และประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยเป็นการเร่งด่วนโดยไม่อาจรอการออกหนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้แทนได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ หนังสือสําคัญประจําตัวมีอายุตามความจําเป็น แต่ไม่เกิน 6 เดือน ใช้เดินทางกลับประเทศไทยได้ครั้งเดียว เมื่อกลับถึงประเทศไทยแล้วเป็นอันหมดอายุไม่สามารถต่ออายุได้อีก

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การขอ การขอรับ หรือการแก้ไขเพิ่มเติม หรือการบันทึกรายการในหนังสือเดินทางที่ปรากฏในระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการพิจารณาคําขอ หรือการแก้ไขหนังสือเดินทาง หากกระทรวงการต่างประเทศมีข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติหรือพฤติการณ์ของผู้ร้อง หรือผู้ร้องขอแก้ไขหนังสือเดินทางรายใดกระทรวงการต่างประเทศอาจส่งเรื่องให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิเสธหรือยับยั้งการขอ หรือแก้ไขหนังสือเดินทางในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) เมื่อผู้ร้องมีหนังสือเดินทางประเภทเดียวกันที่ยังคงมีอายุใช้ได้อยู่ เว้นแต่จะได้รับยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด

(2) เมื่อได้รับแจ้งว่าผู้ร้องเป็นผู้ซึ่งกําลังรับโทษในคดีอาญา หรืออยู่ระหว่างการปล่อยตัวชั่วคราว หรือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ได้มีการออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งศาลหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจเห็นว่าไม่ควรจะออกหนังสือเดินทางให้

(3) เมื่อผู้ร้องเป็นผู้ที่ศาลหรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอํานาจตามกฎหมายอื่นสั่งห้ามไม่ให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

(4) เมื่อผู้ร้องกระทําผิดกฎหมายหรือระเบียบปฏิบัติทางราชการ ซึ่งขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือปิดบังความจริงอันเป็นสาระสําคัญ หรือแสดงเอกสารหลักฐานอันเป็นเท็จในการขอหนังสือเดินทาง หรือไม่อยู่ในฐานะที่จะเดินทางไปต่างประเทศได้ หรือหากเดินทางออกนอกราชอาณาจักร จะเป็นภัยต่อสวัสดิภาพของผู้เดินทางเอง หรือจะกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงปลอดภัย หรือชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถปฏิเสธหรือยับยั้งการขอและออกหนังสือเดินทางให้แก่ผู้ร้องซึ่งหนังสือเดินทางเดิมสูญหายเกินกว่า 2 ครั้งในรอบ 1 ปี นับจากวันขอครั้งแรก จนกว่าบุคคลผู้นั้นจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการสูญหายโดยสุจริต

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถยกเลิกและเรียกคืนหนังสือเดินทางได้ เมื่อปรากฏภายหลังว่า

(1) ผู้ถือหนังสือเดินทางเป็นผู้ซึ่งขาดคุณสมบัติที่จะขอหนังสือเดินทางประเภทนั้น

(2) ผู้ถือหนังสือเดินทางเป็นบุคคลซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจออกหนังสือเดินทางให้ตามข้อ 21 (2) (3) และ (4)

(3) มีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้ถือหนังสือเดินทางได้หนังสือเดินทางนั้นมาโดยมิชอบ

(4) หนังสือเดินทางนั้นได้มีการแจ้งว่าสูญหายต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจท้องที่เกิดเหตุแล้ว หรือผู้ถือได้ร้องขอให้ยกเลิกเพื่อขอหนังสือเดินทางชนิดเดียวกันเล่มใหม่

(5) หนังสือเดินทางนั้นอยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ผู้ถือหนังสือเดินทางโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

(6) ทางราชการได้ทดรองจ่ายเงินช่วยเหลือส่งตัวผู้ถือหนังสือเดินทางกลับประเทศไทยและผู้ถือได้ทําสัญญากับทางราชการว่าจะชดใช้เงินจํานวนที่ทางราชการได้ทดรองจ่ายไปคืนให้ทางราชการแต่ผู้ถือยังไม่ได้ชดใช้เงินคืนให้แก่ทางราชการจนครบตามเงื่อนไขในสัญญา

(7) พิจารณาเห็นว่า หากให้ผู้ถือหนังสือเดินทางยังคงอยู่ในต่างประเทศต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยหรือต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ กระทรวงการต่างประเทศมีอํานาจยึดหนังสือเดินทางที่ถูกยกเลิกจากผู้ถือหนังสือเดินทางหรือผู้ครอบครองหนังสือเดินทาง และมีอํานาจยึดเล่มหนังสือเดินทางจากผู้ครอบครองซึ่งไม่มีอํานาจหน้าที่ในการครอบครองได้

อื่นๆ ๒ ขั้นตอนและวิธีการในการขอหนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทาง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การขอ และขอดําเนินการเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือเดินทางในประเทศ สามารถกระทําได้ ณ สถานที่ ดังต่อไปนี้

(1) กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

(2) สํานักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

(3) หน่วยบริการเคลื่อนที่ของกองหนังสือเดินทาง

(4) สถานที่ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศอาจกําหนดขึ้นเป็นการเฉพาะกิจ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การขอ และขอดําเนินการเพิ่มเติมเกี่ยวกับหนังสือเดินทางในต่างประเทศ สามารถกระทําได้ที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยทุกแห่ง หรือสถานที่ที่สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่กําหนดเป็นการเฉพาะกิจ ยกเว้นสถานกงสุลกิตติมศักดิ์

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ บุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ให้ยื่นคําขอด้วยตนเอง พร้อมหลักฐานดังนี้

(1) บัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนกันได้ตามนัยพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2526 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2542

(2) ในกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะผู้ร้องขอหนังสือเดินทาง พนักงานเจ้าหน้าที่อาจแจ้งให้ผู้ร้องขอหนังสือเดินทางแสดงเอกสารหรือหลักฐานอื่นนอกเหนือจาก (1) ได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ให้ยื่นคําขอด้วยตนเองพร้อมหลักฐานและวิธีการดังนี้

(1) สูติบัตรหรือสําเนาสูติบัตรที่ทางราชการรับรองสําหรับผู้อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรประจําตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ใช้แทนกันได้ตามนัยพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2526 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2542 สําหรับผู้มีอายุอยู่ในเกณฑ์ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน

(2) ให้ผู้มีอํานาจปกครองมาแสดงตนพร้อมผู้ร้องขอ เพื่อร่วมลงนามในสัญญายินยอมชดใช้ค่าเสียหายสําหรับผู้จะเดินทางไปต่างประเทศในแบบคําร้อง

(3) กรณีผู้มีอํานาจปกครองคือบิดาและมารดา ให้บิดาและมารดามาแสดงตนพร้อมกัน ถ้าบิดาและมารดามาแสดงตนพร้อมกันไม่ได้ ให้ผู้ที่ไม่มาทําเป็นหนังสือแสดงความยินยอมตามเงื่อนไขและแบบวิธีที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด

(4) บิดามารดา หรือผู้มีอํานาจปกครองตาม (3) ต้องแสดงบัตรประจําตัวประชาชนและหลักฐานแสดงความเกี่ยวพันและการมีอํานาจปกครองผู้ร้องต่อเจ้าพนักงาน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ บุคคลผู้ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ให้ยื่นคําขอด้วยตนเอง พร้อมหลักฐานและวิธีการดังนี้

(1) บัตรประจําตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ใช้แทนกันได้ตามนัยพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2526 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2542

(2) ยื่นคําร้องพร้อมผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ตามแต่กรณี ผู้ซึ่งจะต้องร่วมลงนามในสัญญายินยอมชดใช้ค่าเสียหายสําหรับผู้จะเดินทางไปต่างประเทศในแบบคําร้อง โดยแสดงหลักฐานระบุสถานะและความเกี่ยวพันระหว่างกัน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ พระภิกษุและสามเณรในพุทธศาสนา ให้ยื่นคําร้องด้วยตนเองโดยแสดงหลักฐานดังนี้

(1) ใบสุทธิพระภิกษุสามเณร

(2) สําเนาทะเบียนบ้าน/วัด

(3) สําเนาใบตราตั้ง กรณีประสงค์ให้ระบุสมณศักดิ์ในหนังสือเดินทาง

(4) เอกสารแสดงการได้รับอนุญาตให้เดินทางไปต่างประเทศ ตามนัยระเบียบมหาเถรสมาคมกําหนดวิธีปฏิบัติในการไปต่างประเทศสําหรับพระภิกษุสามเณร พ.ศ. 2537

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การขอหนังสือเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ให้ยื่นคําร้องด้วยตนเอง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการเดียวกับการขอหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปในข้อ 27 ข้อ 28 และข้อ 29 พร้อมแสดงหลักฐานเพิ่มเติม คือ หนังสือจากสํานักจุฬาราชมนตรี หรือหนังสือจากคณะกรรมการกลางอิสลามประจําจังหวัดรับรองสถานะการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในระหว่างอายุใช้งานของหนังสือเดินทางธรรมดาที่ไม่ใช่หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ถือหนังสือเดินทางสามารถยื่นคําร้องขอแก้ไขเพิ่มเติม ขอเพิ่มหน้าตรวจลงตราตามความจําเป็นโดยวิธีการดังนี้

(1) ยื่นคําร้องขอตามแบบที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด พร้อมหลักฐานบัตรประจําตัวประชาชนหรือบัตรแสดงตัวอื่นที่ใช้แทนกันได้ตามนัยพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2526 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2542

(2) หนังสือเดินทางที่ขอให้ดําเนินการ

(3) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณีที่ร้องขอ เช่น ใบสําคัญการสมรส ใบสําคัญการหย่า ใบสําคัญการเปลี่ยนชื่อและชื่อสกุล ตามความจําเป็นแต่ละกรณี

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในระหว่างอายุใช้งานของหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ถือหนังสือเดินทางสามารถยื่นคําร้องให้มีการบันทึกรายการระบุการถือหนังสือเดินทางเล่มเดิม หรือการเปลี่ยนลายมือชื่อโดยยื่นคําร้องตามแบบที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด พร้อมเอกสารประกอบดังนี้

(1) บัตรประจําตัวประชาชนหรือบัตรแสดงตัวอื่นที่ใช้แทนกันได้ตามนัยพระราชบัญญัติบัตรประจําตัวประชาชน ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2526 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2542

(2) หนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ขอให้ดําเนินการ

(3) เอกสารที่เกี่ยวข้องในแต่ละกรณีที่ร้องขอ ได้แก่ หนังสือเดินทางฉบับเดิม หรือตัวอย่างลายมือชื่อที่ต้องการแก้ไข

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้ร้องขอหนังสือเดินทางสามารถขอรับหนังสือเดินทางได้ 3 วิธี คือ

(1) กรณีขอรับด้วยตนเอง ให้นําใบนัดรับหนังสือเดินทางไปขอรับจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกําหนดเวลาและสถานที่ซึ่งระบุไว้ในใบนัด

(2) กรณีมอบหมายให้ผู้อื่นรับแทน ผู้ร้องขอหนังสือเดินทางต้องทําหนังสือมอบอํานาจตามแบบที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด เพื่อให้ผู้รับมอบอํานาจมารับตามกําหนดเวลาและสถานที่ในใบนัด

(3) กรณีขอรับทางไปรษณีย์ ผู้ร้องขอหนังสือเดินทางต้องแสดงความจํานงขอรับทางไปรษณีย์ขณะยื่นคําร้องหนังสือเดินทางตามแบบที่กระทรวงการต่างประเทศกําหนด โดยผู้ร้องชําระค่าบริการเอง

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ หลักเกณฑ์ และวิธีการยื่นคําร้องเกี่ยวกับหนังสือเดินทางในต่างประเทศให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคําร้องในประเทศโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การยื่นคําร้องให้ดําเนินการเกี่ยวกับหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ ให้กระทําได้ด้วยตนเองที่กองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล หรือสํานักงานที่ได้รับมอบหมายผู้ถือหนังสือเดินทางในต่างประเทศสามารถยื่นคําร้องด้วยตัวเองได้ที่สถานทูตสถานกงสุลไทยทุกแห่งโดยยื่นพร้อมเอกสารหรือหลักฐานที่แสดงถึงสิทธิในการถือหนังสือเดินทางประเภทนั้น ๆ และหนังสือจากหน่วยราชการหรือหน่วยงานต้นสังกัด อนุมัติให้เดินทางไปต่างประเทศโดยมีภารกิจเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการออกหนังสือเดินทางประเภทนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การยื่นคําร้องหนังสือเดินทางชั่วคราว ให้นําหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นการขอหนังสือเดินทางบุคคลทั่วไปมาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่ผู้ร้องสะกดชื่อภาษาอังกฤษออกเสียงแตกต่างจากภาษาไทยอย่างชัดเจนจนทําให้เข้าใจผิดในตัวบุคคล พนักงานเจ้าหน้าที่อาจสะกดชื่อให้โดยดําเนินการตามหลักเกณฑ์แห่งประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่องการถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2482 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 11 มกราคม 2542

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เงินค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับหนังสือเดินทางและเอกสารการเดินทางซึ่งผู้ยื่นคําร้องได้ชําระให้แก่ทางราชการไปแล้วนั้น ไม่สามารถเรียกคืนได้ไม่ว่ากรณีใด

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ กระทรวงการต่างประเทศสงวนสิทธิที่จะทําลายหรือดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับหนังสือเดินทางซึ่งออกให้แก่ผู้ร้องไว้แล้วแต่ไม่มีผู้มารับหนังสือเดินทางนั้นตามกําหนดนัดเป็นเวลาเกินกว่า 90 วันขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ โดยมีอํานาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ออกประกาศ กฎ ระเบียบ หรือวิธีการปฏิบัติ ตลอดจนกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมหรือยกเว้นอัตราค่าธรรมเนียม เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2548

กันตธีร์ ศุภมงคล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

42 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b34cf08b0944099d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com