法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือก

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๐ วรรคสาม และมาตรา ๕๓ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

คณะกรรมการอัยการจึงออกระเบียบ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ก.อ.” หมายความว่า

คณะกรรมการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการสอบคัดเลือกที่ ก.อ. แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการสอบคัดเลือกผู้สมัคร

“ผู้สมัคร” หมายความว่า

ผู้สมัครสอบคัดเลือกตามมาตรา ๕๐ ซึ่งมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา

๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

“ผู้สอบ” หมายความว่า

ผู้สมัครซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติให้มีสิทธิเข้าสอบและได้เข้าสอบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกเมื่อใด

ให้สำนักงานอัยการสูงสุดเสนอ ก.อ. เพื่อมีมติให้จัดให้มีการสอบคัดเลือก ให้ ก.อ.

กำหนดวัน เวลายื่นใบสมัครสอบคัดเลือก

และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบคัดเลือกขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานอนุกรรมการ

รองประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ตามจำนวนที่จำเป็น ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงคุณสมบัติ

ความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์เกี่ยวกับการสอบของผู้ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นสำคัญ

ในการสอบคัดเลือกตามวรรคหนึ่ง ก.อ.

อาจกำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

คณะอนุกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคล คณะบุคคล ออกประกาศ หรือกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสมัครและการสอบคัดเลือกตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครสอบคัดเลือกด้วยตนเอง

ต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับสมัคร ณ สถานที่และวัน เวลาตามที่กำหนด

พร้อมหลักฐานในการสมัครสอบคัดเลือก ดังนี้

(๑) ภาพถ่ายปริญญาบัตรนิติศาสตรบัณฑิต หรือภาพถ่ายปริญญาบัตร

หรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศซึ่ง ก.อ. เทียบไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

โดยแสดงต้นฉบับ กรณีเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้สมัครจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทย

และรับรองความถูกต้องของคำแปลนั้นด้วย

(๒) ภาพถ่ายประกาศนียบัตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาหรือหนังสือสำคัญของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

ซึ่งแสดงว่าเป็นผู้สอบไล่ได้ความรู้ชั้นเนติบัณฑิต

ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา โดยแสดงต้นฉบับด้วย

(๓) สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชน โดยถ่ายเอกสารทั้งสองหน้าในแผ่นเดียวกันและแสดงต้นฉบับด้วย

(๔) หนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพ

กรณีเป็นทนายความต้องมีหนังสือรับรองการเป็นทนายความจากสภาทนายความด้วย

(๕) ใบรับรองสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา ออกให้ไม่เกิน ๖ เดือน

(๖) รูปถ่ายขนาด ๑ นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน จำนวน ๔ รูป

เป็นรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่นดำ

(๗) เงินค่าธรรมเนียมการสมัครสอบคัดเลือก

(๘) หลักฐานอื่น ๆ ตามที่สำนักงานอัยการสูงสุดประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การสอบคัดเลือกให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า

การออกข้อสอบให้เป็นไปตามที่ประธานอนุกรรมการสอบคัดเลือกจะได้กำหนด

วิชาที่สอบคัดเลือก คือ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายพยานหลักฐาน

กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงาน

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ และภาษาอังกฤษ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การสอบข้อเขียนมี

๓ วัน คือ

(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๖ ข้อ และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จำนวน ๔ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๑๐ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน

(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๖ ข้อ

และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๔ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๑๐ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง

คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน

(๓) วันที่สาม วิชากฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายรัฐธรรมนูญ

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายปกครอง จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ จำนวน ๑

ข้อ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงาน จำนวน ๑ ข้อ

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ จำนวนข้อสอบ

รวม ๘ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง ๓๐ นาที คะแนนเต็ม ๘๐ คะแนน และวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๒

ข้อ เวลา ๑ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน

ผู้สอบต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการสอบข้อเขียนท้ายระเบียบนี้โดยเคร่งครัด

และให้ประธานอนุกรรมการสอบคัดเลือกรับผิดชอบในการจัดทำรหัสสมุดคำตอบของผู้สอบทุกคนแยกตามวันที่สอบโดยไม่ให้รหัสซํ้ากันแล้วเก็บรักษารหัสดังกล่าวไว้ด้วยตนเอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการตรวจคำตอบแต่ละข้อ

ให้องค์คณะซึ่งประกอบด้วยผู้ตรวจคำตอบอย่างน้อยสองคนตรวจแล้วให้คะแนนคำตอบตามหลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

และให้ผู้สอบได้คะแนนคำตอบตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่ผู้ตรวจคำตอบแต่ละคนกำหนดให้

ในกรณีที่ผู้ตรวจคำตอบสองคนให้คะแนนในข้อนั้น ๆ

ต่างกันตั้งแต่สี่คะแนนขึ้นไป

ให้ประธานอนุกรรมการสอบคัดเลือกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ตรวจและให้คะแนนใหม่

และให้ถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ประธานอนุกรรมการสอบคัดเลือกกำหนดวัน

เวลา และสถานที่สอบข้อเขียนแล้วประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนวันเริ่มสอบอย่างน้อย ๑๕

วัน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้สอบต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕๐ ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมดจึงจะมีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า เว้นแต่ในกรณี ก.อ.

กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๔ วรรคสอง ผู้สอบที่ได้คะแนนสูงซึ่งได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕๐ เรียงตามลำดับเมื่อรวมกันแล้วไม่เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนด

จึงจะมีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า

ในกรณี ก.อ. กำหนดจำนวนตามวรรคหนึ่ง

ถ้าผู้สอบข้อเขียนผ่านที่ได้ลำดับสุดท้ายมีหลายคน ซึ่งหากจะบรรจุทุกคนจะทำให้เกินจำนวนที่

ก.อ. กำหนด ให้จัดลำดับผู้ที่สอบผ่านในกลุ่มนี้ดังนี้

(๑) ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายอาญาอยู่ในลำดับก่อน

(๒) หากคะแนนในวิชากฎหมายอาญาเท่ากัน

ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอยู่ในลำดับก่อน

(๓) ในกรณีตาม (๒) หากคะแนนในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่ากัน

ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ในลำดับก่อน

(๔) ในกรณีตาม (๓) หากคะแนนในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่ากัน

ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอยู่ในลำดับก่อน

(๕) ในกรณีตาม (๔) หากคะแนนในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเท่ากัน

ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการอยู่ในลำดับก่อน

ให้ใช้วิธีการดังกล่าวจัดลำดับผู้สอบผ่านให้ได้จำนวนเท่ากับที่ ก.อ.

กำหนด เป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่า

หากเทียบคะแนนจนถึงรายวิชาสุดท้ายแล้วยังมีผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันเมื่อรวมกันแล้วเกินจำนวนที่

ก.อ. กำหนด

ให้ผู้สอบผ่านที่ยังคงมีคะแนนเท่ากันดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่าทุกคน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การสอบปากเปล่า

ให้กระทำโดยวิธีถามผู้สอบเรียงตัวในลักษณะวิชาดังกล่าวในข้อ ๗ ตามที่ประธานอนุกรรมการสอบคัดเลือกเห็นสมควร

การประเมินผลการสอบปากเปล่า ให้ประเมินผลว่าสอบได้หรือสอบตกเท่านั้น

ผู้สอบที่ผ่านการสอบปากเปล่าในเกณฑ์สอบได้

จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบคัดเลือกได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีผู้มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่าไม่เข้าสอบปากเปล่า

หรือกรณีที่ผู้สอบคัดเลือกได้ไม่รายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุ

ประธานอนุกรรมการสอบคัดเลือกอาจเรียกผู้สอบที่ได้คะแนนสูงซึ่งได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕๐ ในลำดับถัดลงไป ตามหลักเกณฑ์ข้อ ๑๑ เข้าสอบปากเปล่า โดยให้นำความในข้อ ๑๒

มาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อได้มีการสอบคัดเลือกเสร็จแล้ว

ก.อ. จะประกาศรายชื่อผู้สอบคัดเลือกได้และจะได้รับการบรรจุเรียงตามลำดับคะแนนไว้ ณ

สำนักงานอัยการสูงสุด โดย ก.อ.

อาจเรียกบรรจุผู้สอบคัดเลือกได้ดังกล่าวไม่พร้อมกันก็ได้ ตามที่ ก.อ. เห็นสมควร

ในกรณี ก.อ. กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๔ วรรคสอง

ถ้ามีผู้สอบคัดเลือกได้เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนด ให้เสนอ ก.อ.

เป็นผู้พิจารณารับบรรจุบุคคลดังกล่าวในเวลาที่ ก.อ. เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การดำเนินการเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกซึ่งได้กระทำไปแล้วในขั้นตอนใดก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้เป็นอันใช้ได้

แต่การดำเนินการในขั้นตอนต่อไปให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ ก.อ.

มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้อัยการสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

บรรดาระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งอื่นใด

ซึ่งขัดหรือแย้งระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔

จุลสิงห์

วสันตสิงห์

อัยการสูงสุด

ประธานคณะกรรมการอัยการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. หลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนในการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

๒. ข้อบังคับการสอบข้อเขียนสำหรับการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๗ ตุลาคม ๒๕๕๔

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๗ ตุลาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๗๒ ก/หน้า ๖/๓๐ กันยายน ๒๕๕๔

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_b4feda5629048a3d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com