ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
เรื่อง เปิดการทบทวนความจำเป็นในการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด
สินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
และประเทศมาเลเซียต่อไป
พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]
ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศมาเลเซีย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ ลงวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ กำหนดให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดในการนำเข้าสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยตามบัญชีแนบท้ายประกาศ ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศมาเลเซียในอัตราร้อยละ ๒๓.๕๗ ถึงร้อยละ ๔๒.๕๑ ของราคา ซี ไอ เอฟ เป็นกำหนดเวลา ๕ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ นั้น
เนื่องจากบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) และบริษัท สหวิริยาเพลทมิล จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมภายในผู้ผลิตสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วน ได้ยื่นคำขอให้พิจารณาทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดต่อไปอีก ตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้พิจารณาคำขอในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยวินิจฉัยว่าคำขอดังกล่าวมีมูลและหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่าหากยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดดังกล่าวจะทำให้มีการทุ่มตลาดต่อไปหรือทำให้การทุ่มตลาดฟื้นคืนมาอีก จึงมีมติให้กรมการค้าต่างประเทศเปิดการทบทวนความจำเป็นในการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศมาเลเซีย ตามมาตรา ๕๗ และในระหว่างการพิจารณาการทบทวนให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าดังกล่าวต่อไปเป็นระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๙ มาตรา ๕๗ และมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้