法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลพรหมณี ตำบลบ้านใหญ่ ตำบลท่าช้าง ตำบลนครนายก และตำบลวังกระโจม อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก (เล่มที่ 4)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

บางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน

ในท้องที่ตำบลพรหมณี

ตำบลบ้านใหญ่

ตำบลท่าช้าง ตำบลนครนายก และตำบลวังกระโจม

อำเภอเมืองนครนายก

จังหวัดนครนายก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่หมายความรวมถึง

ตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ

จดเขตหวงห้ามเพื่อให้ใช้ประโยชน์ในราชการทหารตำบลเขาพระและแนวเส้นแบ่งเขตตำบลพรหมณีและตำบลเขาพระ

ทิศตะวันออก จดแนวเส้นแบ่งเขตตำบลบ้านใหญ่กับตำบลสาริกาและตำบลศรีนาวา

ทิศใต้ จดแนวเส้นแบ่งเขตอำเภอเมืองกับอำเภอปากพลี

คลองส่งน้ำชลประทานฝั่งซ้าย สาย ๑ ฝั่งใต้ แม่น้ำนครนายกฝั่งใต้

และเป็นเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตรกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๕

ทิศตะวันตก

จดแนวเส้นแบ่งเขตอำเภอเมืองกับอำเภอบ้านนา และเส้นขนานระยะ ๑,๘๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๒๘ และศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๕๒

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดแนวเส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนเลี่ยงเมือง ตรงจุดที่ห่างตามแนวเส้นขนานระยะ ๒๕๐ เมตร

กับถนนสุขาภิบาลฟากตะวันออก เป็นเส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลี่ยงเมือง

ไปทางทิศตะวันออก จดเส้นแบ่งเขตตำบลพรหมณีกับตำบลเขาพระ

เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตตำบลดังกล่าว ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

บรรจบหลักเขตเทศบาลเมืองนครนายกหลักเขตที่ ๒ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตร

กับคลองไผ่ฝั่งเหนือและฝั่งตะวันออก ไปทางทิศตะวันออก

จนถึงจุดซึ่งอยู่ห่างตามแนวเส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลี่ยงเมือง

เป็นเส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลี่ยงเมืองไปทางทิศตะวันออก

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนเลี่ยงเมือง

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔๙ ฟากเหนือ

และถนนสุวรรณศรฟากเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางถนนสุวรรณศร

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสุวรรณศรบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวถนนสุวรรณศรเป็นระยะทาง ๑๐๐ เมตร ไปทางทิศเหนือ

บรรจบกับแนวเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลี่ยงเมือง เป็นเส้นขนานระยะ

๓๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนเลี่ยงเมืองไปทางทิศตะวันตกบรรจบกับเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๓ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากคลองพรหมณีตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ เป็นระยะทาง ๒๓๘ เมตร

และจดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๒๕๐ เมตร

กับถนนสุขาภิบาลฟากตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดถนนสุวรรณศรฟากใต้

ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๔๙ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๓๕๐ เมตร

กับศูนย์กลางถนนเลี่ยงเมือง

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓๙ ฟากเหนือ

ถนนชลประสิทธิ์ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

ไปอำเภอประจันตคาม ฟากตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๕ ฟากใต้

ตรงจุดที่อยู่ห่างตามแนวเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๓ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านแม่น้ำนครนายก

จดถนนเมืองทองหลางเป็นเส้นเลียบถนนเมืองทองหลางฟากตะวันออก จดถนนชลประสิทธิ์ฟากใต้

ทิศตะวันออก

จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓๙

ตรงจุดที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๓๙ บรรจบกับถนนเลี่ยงเมืองไปทางทิศใต้ เป็นระยะ

๓๒๖ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

ถึงจุดซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ไปอำเภอประจันตคาม ฟากตะวันออก

ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

บรรจบกับถนนชลประสิทธิ์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

เป็นระยะ ๑,๒๙๐ เมตร จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ฟากตะวันตก

จดแนวเส้นแบ่งเขตอำเภอเมืองนครนายกกับอำเภอปากพลี

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร

กับคลองส่งน้ำชลประทานฝั่งซ้ายสาย ๑ ฝั่งเหนือ และแม่น้ำนครนายกฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร

กับคลองส่งน้ำชลประทานฝั่งขวา ฝั่งเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๕ ฟากใต้

๒.๔ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ฟากใต้

เริ่มต้นจากจุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

บรรจบกับถนนสุขาภิบาลไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

เป็นระยะ ๒๕๐ เมตร เป็นเส้นเลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ฟากใต้

ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้บรรจบคลองพรหมณี ฝั่งตะวันออก

ทิศตะวันออก จดเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข

๓๓ ฟากใต้ตรงจุดที่คลองพรหมณีตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓ ไปทางทิศใต้ เป็นระยะ

๘๐๐ เมตร จดเส้นขนานระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๓

จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๕ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับคลองส่งน้ำชลประทาน ฝั่งขวา

ฝั่งเหนือ

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑๕ เมตร

กับคลองแสงฝั่งตะวันออกจดเส้นขนานระยะ ๒๕๐ เมตร กับถนนสุขาภิบาล ฟากตะวันตก

ทั้งนี้ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา

และศาสนสถาน

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลพรหมณี

ตำบลบ้านใหญ่ ตำบลท่าช้าง ตำบลนครนายก และตำบลวังกระโจม อำเภอเมืองนครนายก

จังหวัดนครนายก

ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและบางประเภท

ดังต่อไปนี้

(ก) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

(ข) ภายในบริเวณที่ ๒

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร

แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์

ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า

๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒

ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ

ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ

๒ ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ

แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง

ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น

ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ

แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑]

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

ประมวล รุจนเสรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ฐิติพงษ์/พิมพ์

๑๗

พฤษภาคม ๒๕๕๐

สุกัญญา/ตรวจ

๒๒

พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่ ๔)/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๑๒/๔

กันยายน ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลพรหมณี ตำบลบ้านใหญ่ ตำบลท่าช้าง ตำบลนครนายก และตำบลวังกระโจม อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก (เล่มที่ 4) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ba50476dcd16fe69

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com