ข้อ ๑๓[๒] ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามความในมาตรา
๕๑ (๒) (ก) (ข) หรือ (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ต้องได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายต่อไปนี้จากต่างประเทศหรือในการศึกษาปริญญาโททางกฎหมายในประเทศไทย
แล้วแต่กรณีด้วย คือ
(๑) กฎหมายอาญา ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา
(๒) กฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
รวม ๔ วิชา หรือกฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จำนวน ๒ วิชา และกฎหมายพิเศษตามที่ระบุท้ายระเบียบนี้ จำนวน ๒ วิชา และ
(๓) กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน หรือกฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความ
เช่น กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค
ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายดังต่อไปนี้
ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องศึกษาวิชากฎหมายตามวรรคหนึ่ง
(๑) ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายที่จัดไว้เป็นหลักสูตรเฉพาะด้านในวิชากฎหมายเด็กและเยาวชน
กฎหมายแรงงาน กฎหมายสิทธิมนุษยชน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
กฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ กฎหมายการเงินการธนาคาร กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายล้มละลาย
กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
กฎหมายเทคโนโลยีทางการเงิน กฎหมายการแข่งขันทางการค้า กฎหมายการคลัง กฎหมายเศรษฐกิจ
กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายการค้าและการลงทุน กฎหมายพลังงาน กฎหมายความรับผิดของผู้ประกอบวิชาชีพ
และกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
(๒) ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายที่อยู่ในกลุ่มวิชากฎหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามวรรคสอง
(๑) ไม่น้อยกว่า ๔ วิชา และได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งอีกไม่น้อยกว่า
๒ วิชา โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย ๑ วิชา ต้องเป็นวิชาตาม (๑) หรือ (๓) หรือกฎหมายแพ่ง
ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้นั้นไปศึกษาวิชากฎหมายจากต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาล
ทุนของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมาย