法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย พ.ศ. 2558 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
38
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการอัยการ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้

เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

พ.ศ.

๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๐ วรรคสาม มาตรา ๕๑ วรรคสี่ และมาตรา ๕๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. ๒๕๕๓ คณะกรรมการอัยการ จึงออกระเบียบ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

พ.ศ. ๒๕๕๔

(๒) ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕

(๓) ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

(๔) ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

พ.ศ. ๒๕๕๔

(๕) ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕

(๖) ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ก.อ.” หมายความว่า

คณะกรรมการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ ที่ ก.อ. แต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ผู้สมัคร

“ผู้สมัคร” หมายความว่า

ผู้สมัครสอบคัดเลือกและผู้สมัครทดสอบความรู้ตามความในมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑

ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามความในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. ๒๕๕๓

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ ก.อ.

มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้อัยการสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

บรรดาระเบียบ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งอื่นใด

ซึ่งขัดหรือแย้งระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เมื่อใด

ให้สำนักงานอัยการสูงสุดเสนอ ก.อ.

เพื่อมีมติให้จัดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ โดยให้ ก.อ. กำหนดวัน

เวลารับสมัครและแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ขึ้นคณะหนึ่ง

ประกอบด้วยประธานอนุกรรมการ รองประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ตามจำนวนที่จำเป็น

ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงคุณสมบัติ

ความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์เกี่ยวกับการสอบของผู้ซึ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นส่วนสำคัญ

ในการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ตามวรรคหนึ่ง ก.อ.

อาจกำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์แห่งราชการสำนักงานอัยการสูงสุด

ก.อ. อาจกำหนดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้แต่ละคราวมีเพียงการสอบคัดเลือกของผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๐ หรือมีการทดสอบความรู้ของผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ)

(ฉ) (ช) หรือ (ซ) ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ

และการทดสอบความรู้ของผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) (ข)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ หรือมีทั้งการสอบคัดเลือกและการทดสอบความรู้

ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อในคราวเดียวกันก็ได้

ในกรณีที่ ก.อ. กำหนดให้มีการสอบคัดเลือกของผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๐ กับการทดสอบความรู้ของผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ)

(ช) หรือ (ซ) และผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) (ข) ในคราวเดียวกัน

ให้ประธานอนุกรรมการจัดให้มีการสอบผู้สมัครทุกประเภทในวันเดียวกัน

โดยมีข้อสอบสำหรับผู้สมัครแต่ละประเภทแยกต่างหากจากกันตามหลักเกณฑ์และวิธีการออกข้อสอบที่กำหนดในระเบียบนี้

ในกรณีที่ผู้สมัครมีคุณสมบัติในการสมัครสอบประเภทใดประเภทหนึ่งหรือหลายประเภทให้ผู้สมัครแสดงความจำนงว่าจะสมัครสอบคัดเลือกหรือทดสอบความรู้ประเภทใดในวันยื่นใบสมัคร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

คณะอนุกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลคณะบุคคล ออกประกาศ

หรือกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครสอบต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับสมัคร

ซึ่งได้กำหนดไว้ในประกาศสอบด้วยตนเองหรือด้วยวิธีการอื่นที่ ก.อ. กำหนด

หมวด

การสอบคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การสอบคัดเลือกของผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๐ ให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า

วิชาที่สอบคัดเลือก คือ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายพยานหลักฐาน

กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง หรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวหรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงาน กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

และภาษาอังกฤษ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การสอบข้อเขียนมี

๓ วัน คือ

(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๖ ข้อ และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จำนวน ๔ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๑๐ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง ๑๐ นาที คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน

(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๖ ข้อ

และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๔ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๑๐ ข้อ เวลา ๔ ชั่วโมง

๑๐ นาที คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน

(๓) วันที่สาม วิชากฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๒ ข้อ กฎหมายรัฐธรรมนูญ

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายปกครอง จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชน

และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวหรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงาน จำนวน ๑ ข้อ

กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม

๘ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง ๒๐ นาที คะแนนเต็ม ๘๐ คะแนน และวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๒ ข้อ

เวลา ๑ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน

วิชาภาษาอังกฤษตามวรรคหนึ่ง (๓) ให้ออกข้อสอบ ๒ ข้อ

โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่งเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย

และข้อที่สองเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

หมวด

การทดสอบความรู้

ส่วนที่

คุณวุฒิ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๒] ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามความในมาตรา

๕๑ (๒) (ก) (ข) หรือ (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ต้องได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายต่อไปนี้จากต่างประเทศหรือในการศึกษาปริญญาโททางกฎหมายในประเทศไทย

แล้วแต่กรณีด้วย คือ

(๑) กฎหมายอาญา ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา

(๒) กฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

รวม ๔ วิชา หรือกฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จำนวน ๒ วิชา และกฎหมายพิเศษตามที่ระบุท้ายระเบียบนี้ จำนวน ๒ วิชา และ

(๓) กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน หรือกฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความ

เช่น กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายดังต่อไปนี้

ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องศึกษาวิชากฎหมายตามวรรคหนึ่ง

(๑) ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายที่จัดไว้เป็นหลักสูตรเฉพาะด้านในวิชากฎหมายเด็กและเยาวชน

กฎหมายแรงงาน กฎหมายสิทธิมนุษยชน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

กฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ กฎหมายการเงินการธนาคาร กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายล้มละลาย

กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

กฎหมายเทคโนโลยีทางการเงิน กฎหมายการแข่งขันทางการค้า กฎหมายการคลัง กฎหมายเศรษฐกิจ

กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายการค้าและการลงทุน กฎหมายพลังงาน กฎหมายความรับผิดของผู้ประกอบวิชาชีพ

และกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

(๒) ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายที่อยู่ในกลุ่มวิชากฎหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามวรรคสอง

(๑) ไม่น้อยกว่า ๔ วิชา และได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งอีกไม่น้อยกว่า

๒ วิชา โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย ๑ วิชา ต้องเป็นวิชาตาม (๑) หรือ (๓) หรือกฎหมายแพ่ง

ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้นั้นไปศึกษาวิชากฎหมายจากต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาล

ทุนของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณจำนวนวิชาที่กำหนดในข้อ

๑๓ วรรคหนึ่ง (๔) และวรรคสอง (๒)

ถ้าผู้สมัครคนใดได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายในระบบการจัดการศึกษาที่กำหนดให้มีการเรียนการสอนวิชากฎหมายนั้นตลอดปีการศึกษาและมีการวัดผลเมื่อสิ้นปีการศึกษาให้ถือว่าผู้นั้นได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าว

๒ วิชา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑ (๒) (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ต้องสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย

โดยมีหลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปี หรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี หรือสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทยและจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศซึ่ง

ก.พ. รับรองโดยมีหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี

ส่วนที่

การทดสอบความรู้

ของผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช) หรือ (ซ)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การทดสอบความรู้ของผู้สมัครให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า

วิชาที่ทดสอบ คือ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายพยานหลักฐาน

กฎหมายรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายปกครอง กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ

กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงานหรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

และภาษาอังกฤษ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การสอบข้อเขียนมี

๓ วันคือ

(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๓ ข้อ และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จำนวน ๒ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๕ ข้อ เวลา ๒ ชั่วโมง ๕ นาที คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน

(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๓ ข้อ

และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๒ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๕ ข้อ เวลา ๒ ชั่วโมง ๕

นาที คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน

(๓) วันที่สาม วิชากฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายปกครอง

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงหรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวหรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายล้มละลายหรือกฎหมายภาษีอากรหรือกฎหมายแรงงานหรือกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาหรือกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

จำนวน ๑ ข้อ จำนวนข้อสอบ รวม ๕ ข้อ เวลา ๒ ชั่วโมง ๕ นาที คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน

และวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๒ ข้อ เวลา ๑ ชั่วโมง คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ ก.อ.

กำหนดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ในคราวเดียวกันตามข้อ ๘

ให้เลือกข้อสอบของผู้สมัครสอบคัดเลือกในหมวด ๒ ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษ

เป็นข้อสอบของผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช) หรือ (ซ)

และออกข้อสอบดังนี้

(๑) วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ และให้ออกข้อสอบเพิ่มอีก ๑ ข้อ

เป็นคำถามเกี่ยวกับแนวคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย

หรือปัญหาเชิงทฤษฎีให้ผู้สมัครแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์

(๒) วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๒ ข้อ

(๓) วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๓ ข้อ

และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำนวน ๒ ข้อ

(๔) วิชากฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายรัฐธรรมนูญ จำนวน ๑ ข้อ

กฎหมายปกครอง จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายล้มละลาย จำนวน ๑

ข้อ กฎหมายภาษีอากร จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายแรงงาน จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา

จำนวน ๑ ข้อ กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ จำนวน ๑ ข้อ

(๕) วิชาภาษาอังกฤษให้ออกข้อสอบ ๒ ข้อ โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่งเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

และข้อที่สองเป็นคำถามภาษาอังกฤษที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นผู้ไปศึกษาต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของสำนักงานอัยการสูงสุด

หรือทุนของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมายจากต่างประเทศที่

ก.อ. รับรอง ให้ประธานอนุกรรมการจัดให้มีการทดสอบความรู้โดยการสอบปากเปล่าตามข้อ

๓๒

ส่วนที่

การทดสอบความรู้

ของผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑ (๒) (ก) หรือ (ข)

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การทดสอบความรู้ของผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๑ (๒) (ก) หรือ (ข) ให้มีทั้งการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่า

วิชาที่ทดสอบ คือ กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายพยานหลักฐาน

กฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการและภาษาอังกฤษ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การสอบข้อเขียนมี

๓ วัน คือ

(๑) วันที่หนึ่ง วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๓ ข้อ และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

จำนวน ๒ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๕ ข้อ เวลา ๒ ชั่วโมง ๕ นาที คะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน

(๒) วันที่สอง วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน ๒ ข้อ และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

จำนวน ๒ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๔ ข้อ เวลา ๑ ชั่วโมง ๔๐ นาที คะแนนเต็ม ๔๐ คะแนน

(๓) วันที่สาม วิชากฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ

และกฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ จำนวน ๑ ข้อ จำนวนข้อสอบรวม ๒ ข้อ เวลา ๕๐

นาที คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนนและวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน ๓ ข้อ เวลา ๓ ชั่วโมง คะแนนเต็ม

๖๐ คะแนน

ในการออกข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษตามวรรคหนึ่ง (๓)

ประธานอนุกรรมการอาจกำหนดให้ออกข้อสอบเป็นภาษาต่างประเทศอื่นแทนวิชาภาษาอังกฤษให้ผู้สมัครเลือกตอบก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่ ก.อ.

กำหนดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ในคราวเดียวกันตามข้อ ๘ ให้เลือกข้อสอบของผู้สมัครสอบคัดเลือกในหมวด

๒ ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษเป็นข้อสอบของผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) หรือ (ข)

และออกข้อสอบ ดังนี้

(๑) วิชากฎหมายอาญา จำนวน ๒ ข้อ และให้ออกข้อสอบเพิ่มอีก ๑ ข้อ

เป็นคำถามเกี่ยวกับแนวคิดทางกฎหมาย หลักกฎหมาย

หรือปัญหาเชิงทฤษฎีให้ผู้สมัครแสดงทักษะในการให้เหตุผลและวิเคราะห์

(๒) วิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนวน ๒ ข้อ

(๓) วิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

วิชาละ ๒ ข้อ

(๔) วิชากฎหมายพยานหลักฐาน จำนวน ๑ ข้อ

(๕) วิชากฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ จำนวน ๑ ข้อ

(๖) วิชาภาษาอังกฤษให้ออกข้อสอบ ๓ ข้อ

โดยให้ออกข้อสอบข้อที่หนึ่งเป็นคำถามที่ให้แปลข้อความภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

ข้อที่สองเป็นคำถามภาษาอังกฤษที่ทดสอบความเข้าใจในการอ่านบทความกฎหมายภาษาอังกฤษ

และข้อที่สามเป็นคำถามที่ให้ผู้สมัครอธิบายหรือวินิจฉัยปัญหากฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นผู้ไปศึกษาต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของสำนักงานอัยการสูงสุด

หรือทุนของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมายจากต่างประเทศที่

ก.อ. รับรอง ให้ประธานอนุกรรมการจัดให้มีการทดสอบความรู้โดยการสอบปากเปล่าตามข้อ

๓๒

หมวด

การสอบข้อเขียน

การตรวจคำตอบ

การสอบปากเปล่า

เกณฑ์ในการบรรจุ และอัตราส่วนในการบรรจุ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้ประธานอนุกรรมการกำหนดวัน

เวลา และสถานที่สอบข้อเขียนแล้วประกาศให้ทราบล่วงหน้าก่อนวันเริ่มสอบอย่างน้อย ๑๕

วัน การออกข้อสอบให้เป็นไปตามที่ประธานอนุกรรมการจะได้กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้สมัครต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการสอบข้อเขียนท้ายระเบียบนี้โดยเคร่งครัดและให้ประธานอนุกรรมการรับผิดชอบในการจัดทำรหัสสมุดคำตอบของผู้สมัครทุกคนแยกตามวันที่สอบโดยไม่ให้รหัสซ้ำกันแล้วเก็บรักษารหัสดังกล่าวไว้ด้วยตนเอง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ประธานอนุกรรมการอาจจัดตัวบทกฎหมายที่ไม่มีข้อความอื่นใดไว้ให้ผู้สมัครใช้ประกอบการสอบวิชาใดในห้องสอบก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ผู้สมัครทำข้อสอบในวิชาที่ให้เลือกตอบเกินกว่าที่กำหนด

ให้ถือข้อที่ได้คะแนนน้อยที่สุดเป็นข้อที่กำหนดให้ทำ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการตรวจคำตอบแต่ละข้อ

ให้องค์คณะซึ่งประกอบด้วยผู้ตรวจคำตอบอย่างน้อยสองคนตรวจ

แล้วให้คะแนนคำตอบตามหลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนที่กำหนดท้ายระเบียบนี้และให้ผู้สมัครได้คะแนนคำตอบตามค่าเฉลี่ยที่คำนวณจากคะแนนที่ผู้ตรวจคำตอบแต่ละคนกำหนดให้

ในกรณีที่ผู้ตรวจคำตอบสองคนให้คะแนนในข้อนั้น ๆ

ต่างกันตั้งแต่สี่คะแนนขึ้นไป

ให้ประธานอนุกรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ตรวจและให้คะแนนใหม่

และให้ถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้สมัครต้องได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕๐ ของคะแนนสอบข้อเขียนทั้งหมด เว้นแต่ในกรณี ก.อ.

กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๗ วรรคสอง

ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงซึ่งได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐

เรียงตามลำดับเมื่อรวมกันแล้วไม่เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนดจึงจะได้รับการประกาศให้ทราบ

เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองอีกครั้ง

เมื่อดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองตามวรรคหนึ่งแล้ว

ให้ประธานอนุกรรมการกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบปากเปล่า

แล้วประกาศรายชื่อผู้ไม่ขาดคุณสมบัติจากการตรวจคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองเพื่อเข้าสอบปากเปล่า

ให้ทราบล่วงหน้าก่อนวันสอบปากเปล่าอย่างน้อย ๗ วัน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณี ก.อ.

กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๗ วรรคสอง ถ้าผู้สอบข้อเขียนผ่านที่ได้ลำดับสุดท้ายมีหลายคน

ซึ่งหากจะบรรจุทุกคนจะทำให้เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนดให้จัดลำดับผู้ที่สอบผ่านในกลุ่มนี้

ดังนี้

(๑) ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายอาญาอยู่ในลำดับก่อน

(๒) หากคะแนนในวิชากฎหมายอาญาเท่ากัน

ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอยู่ในลำดับก่อน

(๓) ในกรณีตาม (๒) หากคะแนนในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่ากัน

ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ในลำดับก่อน

(๔) ในกรณีตาม (๓) หากคะแนนในวิชากฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่ากัน

ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งอยู่ในลำดับก่อน

(๕) ในกรณีตาม (๔) หากคะแนนในวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเท่ากัน

ผู้สอบผ่านที่ได้คะแนนสูงกว่าในวิชากฎหมายองค์กรอัยการและพนักงานอัยการอยู่ในลำดับก่อน

ให้ใช้วิธีการดังกล่าวจัดลำดับผู้สอบผ่านให้ได้จำนวนเท่ากับที่ ก.อ.

กำหนด หรือในกรณีหากเทียบคะแนนจนถึงรายวิชาสุดท้ายแล้วยังมีผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันเมื่อรวมกันแล้วเกินจำนวนที่

ก.อ.

กำหนดให้ผู้สอบผ่านที่ยังคงมีคะแนนเท่ากันดังกล่าวทุกคนได้รับการประกาศให้ทราบ

เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรองอีกครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การสอบปากเปล่าให้กระทำโดยวิธีถามผู้สมัครเรียงตัว

ในลักษณะวิชาตามข้อ ๑๑ ข้อ ๑๖ หรือข้อ ๒๐ แล้วแต่กรณี

การประเมินผลการสอบปากเปล่า ให้ประเมินผลว่าสอบได้หรือสอบตกเท่านั้น

ผู้สมัครที่ผ่านการสอบปากเปล่าในเกณฑ์สอบได้

จึงจะถือว่าเป็นผู้สอบคัดเลือกหรือทดสอบความรู้ได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในกรณีที่ ก.อ.

มีมติให้จัดให้มีการทดสอบความรู้เฉพาะผู้สมัครที่ไปศึกษาต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาลตามความต้องการของสำนักงานอัยการสูงสุด

หรือทุนของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมายจากต่างประเทศที่

ก.อ. รับรอง ตามข้อ ๑๙ และข้อ ๒๓ ให้ผู้สมัครไปรับการตรวจร่างกายและจิตใจจากคณะกรรมการแพทย์ซึ่ง

ก.อ. กำหนดตามความในมาตรา ๔๙ ก. (๖)

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

เมื่อคณะกรรมการแพทย์ได้ตรวจร่างกายและจิตใจผู้สมัครแล้ว

ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติตามวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติ

เมื่อคณะอนุกรรมการเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน

ให้คณะอนุกรรมการทำการทดสอบความรู้โดยการสอบปากเปล่าตามที่ประธานอนุกรรมการทดสอบความรู้เห็นสมควร

โดยมีคะแนนเต็ม ๕๐ คะแนน และต้องได้คะแนนสอบปากเปล่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ จึงจะอยู่ในเกณฑ์จะได้รับการบรรจุเมื่อคณะอนุกรรมการได้ดำเนินการแล้ว

ให้รายงานเสนอความเห็นไปยัง ก.อ. เพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การบรรจุผู้ทดสอบความรู้ได้ตามมาตรา ๕๑

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓

เป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยนั้น ให้บรรจุได้ในอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ไม่เกินหนึ่งต่อสี่

แต่ถ้าขณะใดไม่มีผู้สอบคัดเลือกได้อยู่แล้วก็ให้บรรจุได้โดยไม่มีอัตราส่วน

ภายใต้บังคับวรรคหนึ่ง การบรรจุข้าราชการอัยการตามมาตรา ๕๑ (๒) (ก)

(ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช) หรือ (ซ) ซึ่งมีคุณวุฒิต่างกัน ให้บรรจุได้ในอัตราส่วนของผู้ทดสอบความรู้ได้และจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยแต่ละคุณวุฒิตามที่

ก.อ. กำหนด

ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ ก.อ.

มีมติให้จัดให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ในคราวเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในกรณีที่ ก.อ.

เห็นชอบให้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ในคราวเดียวกันให้บรรจุผู้สมัครตามความในมาตรา

๕๐ ผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ) (ช) หรือ (ซ)

และผู้สมัครตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) หรือ (ข) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามลำดับ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ความในข้อ ๓๓

และข้อ ๓๔ มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ ก.อ. มีมติให้จัดให้มีการทดสอบความรู้ตามข้อ ๓๒

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เมื่อได้มีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เสร็จแล้ว

ก.อ. จะประกาศรายชื่อผู้สอบคัดเลือกและทดสอบความรู้ได้และจะได้รับการบรรจุเรียงตามประเภทของการสอบและลำดับคะแนนไว้

ณ สำนักงานอัยการสูงสุด โดย ก.อ.

อาจเรียกบรรจุผู้สอบคัดเลือกหรือผู้ทดสอบความรู้ได้ดังกล่าวไม่พร้อมกันก็ได้

ตามที่ ก.อ. เห็นสมควร

ในกรณี ก.อ. กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๗ วรรคสอง

ถ้ามีผู้สอบคัดเลือกหรือผู้ทดสอบความรู้ได้เกินจำนวนที่ ก.อ. กำหนด ให้เสนอ ก.อ.

เป็นผู้พิจารณารับบรรจุบุคคลดังกล่าวในเวลาที่ ก.อ. เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในกรณี ก.อ.

กำหนดจำนวนบุคคลที่จะได้รับการบรรจุไว้ตามข้อ ๗

วรรคสองแต่มีผู้เข้ารับการบรรจุไม่ครบจำนวนเนื่องจากมีผู้ไม่มารายงานตัวเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ

มีผู้ขาดคุณสมบัติจากการตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมกลั่นกรอง

หรือผู้มีสิทธิเข้าสอบปากเปล่าไม่เข้าสอบปากเปล่าหรือสอบปากเปล่าตก

หรือผู้สอบคัดเลือกหรือผู้ทดสอบความรู้ได้ไม่รายงานตัวเพื่อเข้ารับการบรรจุให้ประธานอนุกรรมการเสนอ

ก.อ. เพื่อทราบถึงจำนวนที่อาจบรรจุได้อีก ในการนี้ ก.อ.

อาจพิจารณาให้ประธานอนุกรรมการประกาศผู้สอบข้อเขียนผ่านที่ได้คะแนนสูงซึ่งได้คะแนนสอบข้อเขียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕๐ ในลำดับถัดลงไปให้ทราบเพื่อดำเนินการตามข้อ ๒๙ และตามหลักเกณฑ์ข้อ ๓๐

โดยให้นำความในข้อ ๓๑ มาใช้บังคับ เพื่อให้ได้บุคคลที่จะได้รับการบรรจุตามจำนวนที่

ก.อ. กำหนดไว้

เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้นำความในข้อ ๓๖ มาใช้โดยอนุโลม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การดำเนินการเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกหรือทดสอบความรู้ในขั้นตอนใดซึ่งได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้เป็นอันใช้ได้

แต่การดำเนินการในขั้นตอนต่อไปให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘

ตระกูล วินิจนัยภาค

อัยการสูงสุด

ประธานคณะกรรมการอัยการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. หลักเกณฑ์การตรวจและการให้คะแนนในการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

๒. ข้อบังคับการสอบข้อเขียนสำหรับการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร

หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๖๒[๓]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบความรู้ในขั้นตอนใดซึ่งได้กระทำไปแล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้เป็นอันใช้ได้

แต่การดำเนินการในขั้นตอนต่อไปให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้

ปริยานุช/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๕๘

ปริญสินีย์/ตรวจ

๑๕

ตุลาคม ๒๕๕๘

พัชรภรณ์/เพิ่มเติม

๒๖

กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

วิชพงษ์/ตรวจ

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๙๔ ก/หน้า ๙/๓๐ กันยายน ๒๕๕๘

[๒] ข้อ ๑๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒

[๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๑๑๖ ก/หน้า ๑๖/๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

38 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย พ.ศ. 2558 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bae3fc8a71374deb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com