法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 73) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับ การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินสำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการค้าปลีก ที่มีสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 73)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์การขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกํากับภาษีอย่างย่อ และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับ การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินสําหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการค้าปลีก ที่มีสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2534 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์การขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกํากับภาษีอย่างย่อ และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินสําหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการค้าปลีกที่มีสถานประกอบการ ซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อยตั้งอยู่ภายในบริเวณห้องผู้โดยสารขาออก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการค้าปลีกที่มีสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อยตั้งอยู่ภายในบริเวณห้องผู้โดยสารขาออก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ ซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ยื่นคําขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินต่ออธิบดีกรมสรรพากรผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ ตามแบบคําขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกํากับภาษีตามประมวลรัษฎากร (แบบ ภ.พ.06) โดยจะต้องแนบเอกสารและรายการดังต่อไปนี้พร้อมกับคําขออนุมัติ

(1) คุณสมบัติของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน

(2) รายละเอียดรุ่น ยี่ห้อ หมายเลขประจําเครื่อง (Serial Number) ของอุปกรณ์ในแต่ละชุด และจํานวนเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติ

(3) แผนผังแสดงตําแหน่งการวางเครื่องบันทึกการเก็บเงิน และแผนผังแสดงระบบการต่อเชื่อมเครื่องบันทึกการเก็บเงินเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น

(4) ตัวอย่างใบกํากับภาษีอย่างย่อและสําเนาใบกํากับภาษีอย่างย่อ

(5) ตัวอย่างรายงานการขายสินค้าประจําวันที่ออกด้วยเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง และรายงานต่างๆ ที่ออกจากระบบควบคุมกลางตามข้อ 3 (6) แห่งประกาศนี้

กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ยื่นผ่านผู้อํานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่

กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประสงค์จะยื่นคําขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มีสิทธิยื่นรายการข้อมูลคําขออนุมัติดังกล่าวตามแบบคําขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกํากับภาษีตามประมวลรัษฎากร (แบบ ภ.พ.06) ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ (Web Site) ของกรมสรรพากร www.rd.go.th พร้อมกับอัปโหลด (Upload) เอกสารและรายการตามวรรคหนึ่งประกอบคําขออนุมัติได้อีกวิธีหนึ่ง”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 220) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม พ.ศ.2560 เป็นต้นไป )

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เครื่องบันทึกการเก็บเงินจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(1) เป็นเครื่องบันทึกการเก็บเงินชนิดคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ต่อเชื่อมเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นเป็นระบบ POSS เท่านั้น และต้องใช้กระดาษออกใบกํากับภาษีอย่างย่อให้แก่ผู้ซื้อสินค้า โดยจะใช้กระดาษขนาดเดียวกันเป็นสําเนาซ้อนกับใบกํากับภาษีตัวจริงก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องมีกระดาษเป็นม้วนต่อเนื่องเพื่อบันทึกรายการประจําวัน (Daily Transaction Journal) ซึ่งใช้เป็นสําเนาใบกํากับภาษีไว้ในขณะเดียวกันกับการออกใบกํากับภาษีอย่างย่อด้วย

เครื่องบันทึกการเก็บเงินตามวรรคหนึ่งจะต้องมีระบบควบคุมกลางที่สามารถออกรายงานภาษีขายตามมาตรา 87(1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยอัตโนมัติในโปรแกรมเดียวกันทุกสิ้นวันทําการ และต้องต่อเชื่อมเข้ากับระบบการจัดทํารายงานตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐาซอฟต์แวร์ของกรมสรรพากร

(2) เครื่องบันทึกการเก็บเงินต้องสามารถคํานวณค่าของเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้กําหนดไว้จากระบบควบคุมกลาง

(3) เครื่องบันทึกการเก็บเงินต้องสามารถบันทึกรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไว้ในใบกํากับภาษีอย่างย่อและสําเนาใบกํากับภาษีอย่างย่อ

(ก) คําว่า “ ใบกํากับภาษีอย่างย่อ ” หรือคําว่า “ TAX INV (ABB) ” หรือคําว่า “ TAX INVOICE (ABB) ”

(ข) ชื่อ หรือชื่อย่อ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียน

(ค) รหัสของสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อยตั้งอยู่ภายในบริเวณห้องผู้โดยสารขาออก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ

(ง) หมายเลขหนังสือเดินทาง (PASSPORT)

(จ) หมายเลขเที่ยวบิน (FLIGHT) ที่ปรากฏใน “ BOARDING PASS ”

(ฉ) หมายเลขลําดับใบกํากับภาษี ซึ่งต้องเรียงลําดับตัวเลขต่อเนื่องกันไปจนสิ้นวันและต่อเนื่องไปในวันต่อ ๆ ไป

(ช) รหัสหรือเครื่องหมายแสดงความแตกต่างระหว่างสินค้าที่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ซึ่งแยกต่างหากจากสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

(ซ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า โดยชื่อสินค้าจะออกเป็นรหัสก็ได้

(ฌ) ราคาสินค้าที่แสดงเป็นหน่วยเงินตราไทย โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

(ญ) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกํากับภาษี

(ฎ) เลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่กรมสรรพากรกําหนด

(ฏ) ข้อความอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด

ในสําเนาใบกํากับภาษีอย่างย่อจะไม่มีชื่อผู้ประกอบการจดทะเบียน เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากร หรือข้อความที่ระบุว่าราคาสินค้าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้วก็ได้ และสําหรับรายการของสินค้าในสําเนาใบกํากับภาษีอย่างย่อจะบันทึกเป็นรหัสของสินค้าโดยไม่บันทึกเป็นรายการของสินค้าตามใบกํากับภาษีอย่างย่อก็ได้รวมทั้งในกรณีที่ไม่สามารถบันทึก “ เลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงิน ” และคําว่า “ ใบกํากับภาษีอย่างย่อ ” ไว้ในสําเนาใบกํากับภาษีอย่างย่อทุกครั้งที่มีการออกใบกํากับภาษีอย่างย่อได้ ให้บันทึกไว้อย่างน้อยในตอนต้นและตอนท้ายของกระดาษเป็นม้วนต่อเนื่องซึ่งบันทึกรายการประจําวันก็ได้

(4) เครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องต้องสามารถออกผลสรุปรายงานการขายสินค้าประจําวันได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการค้าปลีกที่มีสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อยตั้งอยู่ภายในบริเวณห้องผู้โดยสารขาออก ณ ท่าอากาศยานนานาชาติ ซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ดังนี้

(1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องบันทึกอัตราแลกเปลี่ยนของเงินตราต่างประเทศแต่ละสกุลไว้ในระบบควบคุมกลาง

(2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประสงค์จะบันทึกรายการของสินค้าในใบกํากับภาษีอย่างย่อเป็นรหัส จะต้องมีรหัสดังกล่าวพร้อมทั้งคําแปลทั้งระบบก่อนวันเริ่มใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน พร้อมทั้งรหัสหรือเครื่องหมายที่แสดงความแตกต่างระหว่างสินค้าที่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 แยกต่างหากจากสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บไว้ ณ สถานประกอบการทุกแห่งและที่ตั้งของระบบควบคุมกลางด้วย

(3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องแสดงหมายเลขลําดับของใบกํากับภาษีลงในใบกํากับภาษีอย่างย่อที่ออกโดยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน โดยเรียงตามลําดับตัวเลขจนหมดทุกหลักก่อน จึงจะย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ ยกเว้นกรณีที่จะทําให้ยอดขายรวมเกินความสามารถของเครื่องบันทึกการเก็บเงินและทําให้ข้อมูลสูญหาย ก็ให้ออกรายงานล้างยอดสะสมและเริ่มเลขลําดับใหม่ได้ โดยให้หมายเหตุเหตุผลไว้ในม้วนกระดาษต่อเนื่องซึ่งบันทึกรายการประจําวันด้วย

(4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทํารายงานสรุปการขายสินค้าประจําวันจากเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องอย่างน้อยทุกสิ้นวันทําการ ซึ่งต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อยเกี่ยวกับมูลค่าของสินค้าที่ขาย จํานวนใบกํากับภาษีอย่างย่อที่ออกในแต่ละวัน และสรุปรายละเอียดการรับชําระเงิน

(5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทําสรุปรายงานการล้างยอดขายสินค้าที่ออกจากเครื่องบันทึกการเก็บเงินทุกครั้ง

(6) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทํารายงานจากระบบควบคุมกลางทุกสิ้นวันทําการ ดังนี้

(ก) รายงานสรุปการขายสินค้าประจําวันของเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่องที่มีรายการอย่างน้อยตามข้อ 3(4) แห่งประกาศนี้ โดยสรุปเป็นรายสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อย และสรุปเป็นยอดรวมของสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อยทั้งหมดของผู้ประกอบการจดทะเบียน

(ข) รายงานสรุปรายละเอียดสินค้าที่ขาย ซึ่งแสดงรายละเอียดอย่างน้อยประกอบด้วยประเภทของสินค้า ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าที่ขาย โดยแยกเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สินค้าที่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 และสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างหากจากกัน

รายงานตาม (ก) และ (ข) ให้แสดงยอดสะสมเป็นรายเดือน(Month to Date) และแสดงยอดสะสมเป็นรายปี (Year to Date) ด้วย โดยต้องแสดงรายละเอียดอย่างน้อยประกอบด้วยประเภทของสินค้า ปริมาณของสินค้าที่ขายแยกตามประเภทของสินค้า มูลค่าของสินค้า จํานวนเงินที่ได้รับทั้งสิ้น และรายละเอียดเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศแต่ละสกุลที่ได้รับ โดยรายงานสะสมยอดขายเป็นรายเดือน และรายปี ให้บันทึกไว้ที่ระบบควบคุมกลางเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี และสามารถจัดพิมพ์ได้ทุกสิ้นวันทําการ หรือภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือน หรือเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์

(ค) รายงานการขายประจําวัน (Sales Report) โดยมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) ชื่อ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ

(2) รหัสของหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อย

(3) เลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่กรมสรรพากรกําหนด

(4) หมายเลขลําดับของใบกํากับภาษี

(5) ชื่อผู้ซื้อสินค้า

(6) หมายเลขเที่ยวบินที่ผู้ซื้อสินค้าที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

(7) หมายเลขหนังสือเดินทางของผู้ซื้อสินค้าที่เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

(8) ชื่อ ชนิด ประเภทของสินค้า โดยอาจแสดงเป็นรหัสก็ได้

(9) ปริมาณของสินค้า

(10) ราคาของสินค้า

(11) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกํากับภาษี

(ง) รายงานภาษีขาย ซึ่งแสดงรายละเอียดประกอบด้วยชื่อผู้ประกอบการ ชื่อสถานประกอบการ เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากร วันเดือนปี ที่ออกใบกํากับภาษี เลขที่/เล่มที่ของใบกํากับภาษีโดยเรียงลําดับตามเลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินในแต่ละสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อย มูลค่าของสินค้าที่ขาย ซึ่งต้องแยกเป็นมูลค่าสินค้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สินค้าที่ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 และสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่างหากจากกัน และจํานวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม

การจัดทํารายงานภาษีขายตามวรรคหนึ่ง ให้สรุปเป็นรายเครื่องบันทึกการเก็บเงินแต่ละเครื่อง และสามารถจัดพิมพ์ได้ทุกสิ้นวันทําการ หรือภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือน หรือเมื่อเจ้าพนักงานสรรพากรสั่งให้พิมพ์

(7) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพากรเข้าไปติดเครื่องหมายแสดงเลขรหัสประจําเครื่องบนเครื่องที่ได้รับอนุมัติให้ใช้บันทึกการเก็บเงิน หรือในกรณีที่อธิบดีกรมสรรพากรมอบให้ติดเอง ต้องติดให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 3 วันนับจากวันที่ได้รับเครื่องหมายดังกล่าว

“หากเครื่องหมายแสดงเลขรหัสประจําตัวเครื่องดังกล่าว ถูกเคลื่อนย้าย ถูกทําลาย สูญหาย หรือชํารุดในสาระสําคัญ ให้ระงับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินดังกล่าว และให้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นคําร้องขอรับเครื่องหมายแสดงเลขรหัสประจําเครื่องจากสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อยตั้งอยู่ทันที”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 141) ใช้บังคับ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป )

“กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสถานประกอบการหลายแห่งให้ยื่นคําร้องขอรับเครื่องหมายแสดงเลขรหัสประจําเครื่องจากสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ และกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ยื่นคําร้องขอรับเครื่องหมายแสดงเลขรหัสประจําเครื่องจากผู้อํานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 220) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม พ.ศ.2560 เป็นต้นไป )

(8) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องเก็บม้วนกระดาษต่อเนื่องซึ่งบันทึกรายการประจําวัน (Daily Transaction Journal) และรายงานต่างๆ ไว้ ณ สถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อย เป็นเวลา 5 ปี โดยหากเก็บไว้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว หลังจากนั้นจะเก็บไว้ในสื่อบันทึกข้อมูลใดก็ได้

(9) ห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินระบบ POSS ออกใบกํากับภาษีอย่างย่อด้วยมือ ยกเว้นกรณีที่เครื่องขัดข้องใช้การไม่ได้ เช่น เครื่องเสียหาย หรือไฟฟ้าดับ โดยจะต้องประทับตราคําว่า “ เครื่องขัดข้อง ”ไว้ในใบกํากับภาษีอย่างย่อที่ออกด้วยมือ

“(10) การจําหน่ายเครื่องบันทึกการเก็บเงิน การทําลาย การระงับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน การเคลื่อนย้าย ไม่ว่าจะเป็น

การเคลื่อนย้ายภายในสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อย หรือออกจากสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อยผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องแจ้งให้สรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ทราบตามแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่เคยได้รับอนุมัติ (แบบ ภ.พ.06.1) ภายใน 7 วันก่อนวันจําหน่าย ทําลาย ระงับ หรือเคลื่อนย้าย เว้นแต่กรณีที่มีเหตุสุดวิสัยก็ให้แจ้งภายใน 7 วันนับแต่วันที่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น

กรณีตามวรรคหนึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสถานประกอบการหลายแห่งให้แจ้งต่อสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ และกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้แจ้งต่อผู้อํานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดย ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 220) ใช้บังคับ 18 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไป )

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอํานาจวินิจฉัยและคําวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดตามประกาศนี้ด้วย

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2539 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2539

ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมสรรพากร

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 73) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับ การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินสำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการค้าปลีก ที่มีสถานประกอบการซึ่งเป็นหน่วย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bb359f7bc1461800

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com