法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2536

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงิน

ของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๖[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่คนงาน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๕๒

แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๐

บรรดาระเบียบ

หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“สำนักงานกองทุน” หมายความว่า

คนหางานที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่จ่ายเงินเข้ากองทุน

แล้วกองทุนได้ออกบัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนให้และบัตรนั้นยังไม่หมดอายุ ทั้งนี้ หมายความรวมถึง

สมาชิกกองทุนซึ่งถึงแก่ความตายในต่างประเทศด้วย

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

“ส่วนราชการ” หมายความว่า สำนักงานแรงงานในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุล

และสำนักงานคณะทูตถาวร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การปฏิบัติอื่นใดเกี่ยวกับเงินกองทุนที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้นำระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการมาใช้โดยอนุโลมและการใดที่ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้ากองคลังพึงปฏิบัติก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศปฏิบัติเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเช่นเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้

ที่มาของรายได้

การรับจ่ายเงินกองทุน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ รายได้ของกองทุนให้รับได้จากแหล่งต่าง

ๆ ดังนี้

(๑) เงินกองทุนจากรัฐบาล

(๒)

เงินที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องจัดส่งเข้ากองทุนตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. ๒๕๒๘ และตามกฎหมายซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

(๓) ดอกผลของกองทุน

(๔) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้

(๕) หลักประกันที่ตกเป็นของกองทุนตามมาตรา ๓๔

แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

ทั้งนี้ เงินและทรัพย์สินข้างต้นให้ส่งเข้าเป็นรายได้ของกองทุนโดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การรับเงินตามข้อ ๗ (๒) ให้รับได้โดยวิธีการ

ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด

(๒) เช็คของธนาคารในประเทศเซ็นสั่งจ่าย

ตั๋วแลกเงินของธนาคาร

ในประเทศหรือธนาณัติที่สั่งจ่ายในนามของอธิบดี

(เพื่อกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ)

ในกรณีเป็นเช็ค ให้รับเฉพาะขีดคร่อมและขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การรับเงินตามข้อ ๘

ให้รับเงินก่อนคนหางานเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักร

หากผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศผู้ใดไม่ส่งเงินเข้ากองทุนตามที่กำหนด

ต้องมีโทษตามมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การรับชำระเงิน

ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้งใบเสร็จรับเงินให้ใช้ตามแบบท้ายระเบียบนี้

และให้มีคู่ฉบับเย็บติดไว้กับเล่มอย่างน้อยหนึ่งฉบับ

ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานออกบัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนตามแบบท้ายระเบียบนี้

และให้บัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนมีอายุเริ่มนับจากวันที่ส่งเงินเข้ากองทุนถึงวันที่สามสิบนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาสัญญาจ้างตามที่ระบุในบัญชีรายชื่อคนหางาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจ่ายเงินกองทุน ให้จ่ายในกิจการต่าง ๆ

ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

ดังนี้

(๑)

จ่ายเป็นค่าจัดการให้สมาชิกกองทุนซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางกับประเทศไทยเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าพาหนะ

ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น

ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด

โดยจะใช้ได้ในวงเงินไม่เกินอัตรา ดังต่อไปนี้

(ก) คนละแปดพันบาท จากประเทศมาเลเซียและสาธารณรัฐสิงคโปร์

(ข) คนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท จากประเทศเนการาบรูไน - ดารุสซาลาม

ญี่ปุ่น ฮ่องกง สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหภาพพม่า สาธารรัฐอินเดีย

สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา

(ค) คนละสามหมื่นบาท จากประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศตาม (ก)

และ (ข)

นอกจากนี้

ให้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการจัดการให้สมาชิกกองทุนเดินทางกลับประเทศไทย

ในกรณีที่งบประมาณของทางราชการไม่เพียงพอและให้นำกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการมาใช้โดยอนุโลม

(๒)

จ่ายเป็นค่าชดเชยแก่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศจำนวนกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการให้สมาชิกกองทุนซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในประเทศได้เดินทางกลับตามมาตรา

๔๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

(๓) จ่ายเป็นค่าสงเคราะห์แก่สมาชิกกองทุน

(ก) ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล

ค่าใช้จ่ายบางส่วนในการจัดการส่งศพกลับประเทศไทยในกรณีไม่มีค่าใช้จ่ายทางอื่น

และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นแก่สมาชิกกองทุนที่ไม่มีนายจ้างรับผิดชอบหรืออยู่ระหว่างรอการเข้าทำงานใหม่หรืออยู่ระหว่างรอการส่งกลับประเทศไทยหรืออยู่ระหว่างรอดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานของประเทศที่สมาชิกกองทุนทำงานอยู่หรือถูกดำเนินคดีในต่างประเทศซึ่งมิใช่เกิดจากเจตนา

หรือประสบอันตรายจนพิการหรือทุพพลภาพ

ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด

โดยจะใช้จ่ายสำหรับแต่ละคนทุกกรณีรวมกันไม่เกินคนละสามหมื่นบาท

(ข) ค่าเช่าที่พัก ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายอื่นรวมทั้ง

ค่าภาษีที่จำเป็นในการจัดและการบริหารที่พักฉุกเฉินในต่างประเทศ

(ค) ให้กู้ยืมเงินเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง ตาม

ระเบียบที่อธิบดีกำหนด

(๔) ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดตาม (๑) และ (๓) (ก)ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นของแต่ละกรณี

(๕) จ่ายเป็นค่าดำเนินการเพื่อการคัดเลือก

การทดสอบฝีมือและการฝึกอบรมคนหางานก่อนจะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศแก่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

หรือสถาบันอื่นของทางราชการที่อธิบดีกำหนด

(๖)

จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเงินเข้ากองทุนที่แสดงไว้โดยชัดแจ้ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินกองทุนให้จ่ายจากบัญชีเงินกองทุนบัญชี

หรือบัญชีกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่หรือเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่

ณ ประเทศนั้น ตามข้อ ๑๘

ในกรณีที่มีสมาชิกกองทุนถูกทอดทิ้งหรือต้องการความช่วยเหลืออยู่ในประเทศที่ไม่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่

หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่

ให้จ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ ผ่านไปยังส่วนราชการ

ตามระเบียบนี้เพื่อจ่ายเงินกองทุนตามกรณีต่าง ๆ ในข้อ ๑๑

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การจ่ายเงินให้จ่ายได้โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด และหรือเช็ค

(๒) โอนเงินฝ่ายทางธนาคาร

การโอนเงินผ่านทางธนาคาร

ให้ใช้เอกสารการรับเงินของธนาคารเป็นใบสำคัญคู่จ่ายชั่วคราวได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน

ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้รับเงิน และขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ” ออก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อจ่ายเงินกองทุนไปแล้ว

ให้หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานซึ่งประจำประเทศนั้นจัดทำบัญชีรายชื่อ

และที่อยู่ในประเทศของสมาชิกกองทุนที่ได้รับความช่วยเหลือส่งกลับประเทศไทย

หรือได้รับการสงเคราะห์พร้อมทั้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และรวบรวมใบสำคัญคู่จ่ายส่งให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานโดยส่งออกภายในวันที่

๑๕ ของเดือนถัดไป

ให้ส่วนราชการที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะอยู่ประเทศนั้นเก็บคู่ฉบับบัญชีรายชื่อ

และรายละเอียดค่าใช้จ่ายไว้หนึ่งชุด

การเก็บรักษาเงิน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ

คือ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทออกทรัพย์

บัญชีกองทุนบัญชีที่ ๒ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน และบัญชีกองทุนบัญชีที่ ๓

เป็นบัญชีเงินฝากประเภทประจำ

ให้มีบัญชีเงินกองทุนฝากไว้กับธนาคารในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่ประเทศใดจะมีเงินกองทุนมากกว่าหนึ่งบัญชี

ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิบดี

ให้สำนักงานแรงงานในต่างประเทศ

หรือประเทศที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่มีเงินสดไว้ ณ สำนักงาน

เพื่อสำรองจ่ายในการช่วยเหลือคนหางานตามระเบียบนี้

โดยเบิกจากบัญชีเงินกองทุนในต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง ๒ ในวงเงินที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ บรรดาเงินรายรับทั้งปวงของกองทุน

ให้นำส่งเข้าบัญชีกองทุนบัญชีที่ ๑ทั้งสิ้นโดยไม่หักไว้เพื่อการใด ๆ เลย

ให้มีเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีที่ ๑

เท่าที่จำเป็นเพื่อการใช้จ่าย นอกนั้นให้นำเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๓

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒

และบัญชีเงินกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่หรือที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่ให้มีวงเงินตามที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีตู้นิรภัยสำหรับเก็บรักษาเงินของกองทุนโดยตั้งไว้ในที่ปลอดภัยในสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ

และสำนักงานแรงงานในต่างประเทศ ตู้นิรภัยให้มีลูกกุญแจอย่างน้อย ๒

ดอกแต่ละดอกมีลักษณะแตกต่างกันโดยให้กรรมการเก็บรักษาถือคนละดอก ลูกกุญแจตู้นิรภัยให้มี

๓ ชุด ให้กรรมการเก็บรักษาเงินหนึ่งชุด

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ

หรือหัวหน้าสำนักงานแรงงานในต่างประเทศหนึ่งชุด

ส่วนที่เหลือให้นำฝากเก็บรักษาในลักษณะหีบห่อกับกองคลังกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือส่วนราชการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้กองทุนและสำนักงานแรงงานในต่างประเทศจัดทำรายงานการรับจ่ายเงินประจำวันและรายงานเงินคงเหลือประจำวันตามแบบท้ายระเบียบนี้เป็นประจำทุกวัน

หากวันใดไม่มีการจ่ายเงินให้หมายเหตุในรายงานเงินคงเหลือประจำวันที่มีการรับจ่ายเงินวันถัดไป

การสั่งจ่าย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑

จะทำได้ก็แต่เฉพาะเพื่อนำไปเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่

๓ และบัญชีกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่

หรือที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๓

เพื่อโอนเงินไปเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑

ให้กระทำได้แต่เฉพาะในกรณีมีเหตุฉุกเฉินและยอดเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ มีน้อยกว่าวงเงินที่มีความจำเป็นเพื่อการใช้จ่ายตามข้อ

๑๗

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑

เงินกองทุนบัญชีที่ ๒ และเงินกองทุน บัญชีที่ ๓

ให้มีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกันสองฝ่าย ฝ่ายละหนึ่งคน

คืออธิบดีหรือรองอธิบดีฝ่ายหนึ่งกับผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอีกฝ่ายหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนที่อยู่ในต่างประเทศ

ให้อธิบดีกำหนดให้มีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกันอย่างน้อยสองคน

ซึ่งต้องเป็นข้าราชการดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๕ คนหนึ่ง

ร่วมกับหัวหน้าสำนักงานแรงงานไทยในประเทศนั้นหรือเลขานุการประจำสถานเอกอัครราชทูต

หรือสถานกงสุลที่เป็นอัตราสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำประเทศนั้น

การบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดทำบัญชีเพื่อบันทึกรายการทางการเงินแสดงถึงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกองทุน

โดยถูกต้องตามความเป็นจริง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ระบบบัญชีของกองทุนให้ปฏิบัติตามระบบบัญชีคู่

ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดทำรายงานการรับ

จ่ายเงินกองทุนประจำเดือน เสนออธิบดีเพื่อทราบ พร้อมทั้งสำเนาแจ้งกรมบัญชีกลาง

ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานปิดบัญชีกองทุน

ตามปีงบประมาณและให้จัดทำงบแสดงผลการดำเนินงานในงวดบัญชี และงบแสดงฐานะการเงินในงวดบัญชีนั้น

ส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายในสามสิบวัน

นับแต่วันสิ้นงวดบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ งบแสดงผลการดำเนินงานและงบแสดงฐานะทางการเงินตามข้อ

๒๕ เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรองแล้ว ให้แจ้งอธิบดีทราบ

และส่งสำเนางบการเงินดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน

การบัญชี และการพัสดุของกองทุน แล้วรายงานให้อธิบดีทราบอย่างน้อยปีละครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ลูกหนี้รายใดที่ค้างชำระเกินกว่าสองปีขึ้นไป

นับตั้งแต่วันที่กำหนดชำระให้กองทุนตั้งสำรองหนี้สูญเท่ากับจำนวนหนี้สินนั้น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ลูกหนี้รายใดไม่อยู่ในฐานะที่ชำระหนี้ได้

เช่น ล้มละลาย หรือเป็นหนี้ที่ค้างชำระเกินสิบปีขึ้นไป

และไม่สามารถเรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ ให้จำหน่วยออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ

โดยให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นกรณี ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ วิธีปฏิบัติอื่นใด

ซึ่งมิได้กำหนดไว้ในระเบียนนี้ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๒๑๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๙/๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๖

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2536 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bb7f99a035d9b64e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com