รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2536

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2536

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 20 ธ.ค. 2536 (1993-12-20) · 33 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงิน ของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๖[๑] โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่คนงาน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๕๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๕”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๐ บรรดาระเบียบ หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ “สำนักงานกองทุน” หมายความว่า คนหางานที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่จ่ายเงินเข้ากองทุน แล้วกองทุนได้ออกบัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนให้และบัตรนั้นยังไม่หมดอายุ ทั้งนี้ หมายความรวมถึง สมาชิกกองทุนซึ่งถึงแก่ความตายในต่างประเทศด้วย “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน “ส่วนราชการ” หมายความว่า สำนักงานแรงงานในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุล และสำนักงานคณะทูตถาวร

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ การปฏิบัติอื่นใดเกี่ยวกับเงินกองทุนที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้นำระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการมาใช้โดยอนุโลมและการใดที่ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้ากองคลังพึงปฏิบัติก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศปฏิบัติเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเช่นเดียวกัน

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ ให้อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้ ที่มาของรายได้ การรับจ่ายเงินกองทุน

หมวด ๑

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ รายได้ของกองทุนให้รับได้จากแหล่งต่าง ๆ ดังนี้ (๑) เงินกองทุนจากรัฐบาล (๒) เงินที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องจัดส่งเข้ากองทุนตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ และตามกฎหมายซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว (๓) ดอกผลของกองทุน (๔) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้ (๕) หลักประกันที่ตกเป็นของกองทุนตามมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ทั้งนี้ เงินและทรัพย์สินข้างต้นให้ส่งเข้าเป็นรายได้ของกองทุนโดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ การรับเงินตามข้อ ๗ (๒) ให้รับได้โดยวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) เงินสด (๒) เช็คของธนาคารในประเทศเซ็นสั่งจ่าย ตั๋วแลกเงินของธนาคาร ในประเทศหรือธนาณัติที่สั่งจ่ายในนามของอธิบดี (เพื่อกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ) ในกรณีเป็นเช็ค ให้รับเฉพาะขีดคร่อมและขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ”

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ การรับเงินตามข้อ ๘ ให้รับเงินก่อนคนหางานเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักร หากผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศผู้ใดไม่ส่งเงินเข้ากองทุนตามที่กำหนด ต้องมีโทษตามมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ การรับชำระเงิน ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้งใบเสร็จรับเงินให้ใช้ตามแบบท้ายระเบียบนี้ และให้มีคู่ฉบับเย็บติดไว้กับเล่มอย่างน้อยหนึ่งฉบับ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานออกบัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนตามแบบท้ายระเบียบนี้ และให้บัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนมีอายุเริ่มนับจากวันที่ส่งเงินเข้ากองทุนถึงวันที่สามสิบนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาสัญญาจ้างตามที่ระบุในบัญชีรายชื่อคนหางาน

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑ การจ่ายเงินกองทุน ให้จ่ายในกิจการต่าง ๆ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ดังนี้ (๑) จ่ายเป็นค่าจัดการให้สมาชิกกองทุนซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางกับประเทศไทยเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด โดยจะใช้ได้ในวงเงินไม่เกินอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) คนละแปดพันบาท จากประเทศมาเลเซียและสาธารณรัฐสิงคโปร์ (ข) คนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท จากประเทศเนการาบรูไน - ดารุสซาลาม ญี่ปุ่น ฮ่องกง สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหภาพพม่า สาธารรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา (ค) คนละสามหมื่นบาท จากประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศตาม (ก) และ (ข) นอกจากนี้ ให้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการจัดการให้สมาชิกกองทุนเดินทางกลับประเทศไทย ในกรณีที่งบประมาณของทางราชการไม่เพียงพอและให้นำกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการมาใช้โดยอนุโลม (๒) จ่ายเป็นค่าชดเชยแก่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศจำนวนกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการให้สมาชิกกองทุนซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในประเทศได้เดินทางกลับตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ (๓) จ่ายเป็นค่าสงเคราะห์แก่สมาชิกกองทุน (ก) ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายบางส่วนในการจัดการส่งศพกลับประเทศไทยในกรณีไม่มีค่าใช้จ่ายทางอื่น และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นแก่สมาชิกกองทุนที่ไม่มีนายจ้างรับผิดชอบหรืออยู่ระหว่างรอการเข้าทำงานใหม่หรืออยู่ระหว่างรอการส่งกลับประเทศไทยหรืออยู่ระหว่างรอดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานของประเทศที่สมาชิกกองทุนทำงานอยู่หรือถูกดำเนินคดีในต่างประเทศซึ่งมิใช่เกิดจากเจตนา หรือประสบอันตรายจนพิการหรือทุพพลภาพ ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด โดยจะใช้จ่ายสำหรับแต่ละคนทุกกรณีรวมกันไม่เกินคนละสามหมื่นบาท (ข) ค่าเช่าที่พัก ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายอื่นรวมทั้ง ค่าภาษีที่จำเป็นในการจัดและการบริหารที่พักฉุกเฉินในต่างประเทศ (ค) ให้กู้ยืมเงินเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง ตาม ระเบียบที่อธิบดีกำหนด (๔) ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดตาม (๑) และ (๓) (ก)ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นของแต่ละกรณี (๕) จ่ายเป็นค่าดำเนินการเพื่อการคัดเลือก การทดสอบฝีมือและการฝึกอบรมคนหางานก่อนจะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศแก่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือสถาบันอื่นของทางราชการที่อธิบดีกำหนด (๖) จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเงินเข้ากองทุนที่แสดงไว้โดยชัดแจ้ง

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินกองทุนให้จ่ายจากบัญชีเงินกองทุนบัญชี ๒ หรือบัญชีกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่หรือเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่ ณ ประเทศนั้น ตามข้อ ๑๘ ในกรณีที่มีสมาชิกกองทุนถูกทอดทิ้งหรือต้องการความช่วยเหลืออยู่ในประเทศที่ไม่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่ หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่ ให้จ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ ผ่านไปยังส่วนราชการ ตามระเบียบนี้เพื่อจ่ายเงินกองทุนตามกรณีต่าง ๆ ในข้อ ๑๑

ข้อ ๑๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๓ การจ่ายเงินให้จ่ายได้โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (๑) เงินสด และหรือเช็ค (๒) โอนเงินฝ่ายทางธนาคาร การโอนเงินผ่านทางธนาคาร ให้ใช้เอกสารการรับเงินของธนาคารเป็นใบสำคัญคู่จ่ายชั่วคราวได้

ข้อ ๑๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๔ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้รับเงิน และขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ” ออก

ข้อ ๑๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๕ เมื่อจ่ายเงินกองทุนไปแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานซึ่งประจำประเทศนั้นจัดทำบัญชีรายชื่อ และที่อยู่ในประเทศของสมาชิกกองทุนที่ได้รับความช่วยเหลือส่งกลับประเทศไทย หรือได้รับการสงเคราะห์พร้อมทั้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และรวบรวมใบสำคัญคู่จ่ายส่งให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานโดยส่งออกภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป ให้ส่วนราชการที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะอยู่ประเทศนั้นเก็บคู่ฉบับบัญชีรายชื่อ และรายละเอียดค่าใช้จ่ายไว้หนึ่งชุด การเก็บรักษาเงิน

หมวด ๒

ข้อ ๑๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๖ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ คือ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทออกทรัพย์ บัญชีกองทุนบัญชีที่ ๒ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน และบัญชีกองทุนบัญชีที่ ๓ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทประจำ ให้มีบัญชีเงินกองทุนฝากไว้กับธนาคารในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่ประเทศใดจะมีเงินกองทุนมากกว่าหนึ่งบัญชี ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิบดี ให้สำนักงานแรงงานในต่างประเทศ หรือประเทศที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่มีเงินสดไว้ ณ สำนักงาน เพื่อสำรองจ่ายในการช่วยเหลือคนหางานตามระเบียบนี้ โดยเบิกจากบัญชีเงินกองทุนในต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง ๒ ในวงเงินที่อธิบดีกำหนด

ข้อ ๑๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๗ บรรดาเงินรายรับทั้งปวงของกองทุน ให้นำส่งเข้าบัญชีกองทุนบัญชีที่ ๑ทั้งสิ้นโดยไม่หักไว้เพื่อการใด ๆ เลย ให้มีเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีที่ ๑ เท่าที่จำเป็นเพื่อการใช้จ่าย นอกนั้นให้นำเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๓

ข้อ ๑๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๘ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ และบัญชีเงินกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่หรือที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่ให้มีวงเงินตามที่อธิบดีกำหนด

ข้อ ๑๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีตู้นิรภัยสำหรับเก็บรักษาเงินของกองทุนโดยตั้งไว้ในที่ปลอดภัยในสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ และสำนักงานแรงงานในต่างประเทศ ตู้นิรภัยให้มีลูกกุญแจอย่างน้อย ๒ ดอกแต่ละดอกมีลักษณะแตกต่างกันโดยให้กรรมการเก็บรักษาถือคนละดอก ลูกกุญแจตู้นิรภัยให้มี ๓ ชุด ให้กรรมการเก็บรักษาเงินหนึ่งชุด ให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือหัวหน้าสำนักงานแรงงานในต่างประเทศหนึ่งชุด ส่วนที่เหลือให้นำฝากเก็บรักษาในลักษณะหีบห่อกับกองคลังกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือส่วนราชการตามระเบียบนี้

ข้อ ๒๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๐ ให้กองทุนและสำนักงานแรงงานในต่างประเทศจัดทำรายงานการรับจ่ายเงินประจำวันและรายงานเงินคงเหลือประจำวันตามแบบท้ายระเบียบนี้เป็นประจำทุกวัน หากวันใดไม่มีการจ่ายเงินให้หมายเหตุในรายงานเงินคงเหลือประจำวันที่มีการรับจ่ายเงินวันถัดไป การสั่งจ่าย

หมวด ๓

ข้อ ๒๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๑ การจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ จะทำได้ก็แต่เฉพาะเพื่อนำไปเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๓ และบัญชีกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่ หรือที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่

ข้อ ๒๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๓ เพื่อโอนเงินไปเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ ให้กระทำได้แต่เฉพาะในกรณีมีเหตุฉุกเฉินและยอดเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ มีน้อยกว่าวงเงินที่มีความจำเป็นเพื่อการใช้จ่ายตามข้อ ๑๗

ข้อ ๒๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๓ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ เงินกองทุนบัญชีที่ ๒ และเงินกองทุน บัญชีที่ ๓ ให้มีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกันสองฝ่าย ฝ่ายละหนึ่งคน คืออธิบดีหรือรองอธิบดีฝ่ายหนึ่งกับผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอีกฝ่ายหนึ่ง

ข้อ ๒๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๔ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนที่อยู่ในต่างประเทศ ให้อธิบดีกำหนดให้มีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกันอย่างน้อยสองคน ซึ่งต้องเป็นข้าราชการดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๕ คนหนึ่ง ร่วมกับหัวหน้าสำนักงานแรงงานไทยในประเทศนั้นหรือเลขานุการประจำสถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลที่เป็นอัตราสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำประเทศนั้น การบัญชี

หมวด ๔

ข้อ ๒๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๕ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดทำบัญชีเพื่อบันทึกรายการทางการเงินแสดงถึงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกองทุน โดยถูกต้องตามความเป็นจริง

ข้อ ๒๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๖ ระบบบัญชีของกองทุนให้ปฏิบัติตามระบบบัญชีคู่ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

ข้อ ๒๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๗ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดทำรายงานการรับ จ่ายเงินกองทุนประจำเดือน เสนออธิบดีเพื่อทราบ พร้อมทั้งสำเนาแจ้งกรมบัญชีกลาง ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานปิดบัญชีกองทุน ตามปีงบประมาณและให้จัดทำงบแสดงผลการดำเนินงานในงวดบัญชี และงบแสดงฐานะการเงินในงวดบัญชีนั้น ส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายในสามสิบวัน นับแต่วันสิ้นงวดบัญชี

ข้อ ๒๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๘ งบแสดงผลการดำเนินงานและงบแสดงฐานะทางการเงินตามข้อ ๒๕ เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรองแล้ว ให้แจ้งอธิบดีทราบ และส่งสำเนางบการเงินดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณเพื่อทราบต่อไป

ข้อ ๒๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๙ ให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของกองทุน แล้วรายงานให้อธิบดีทราบอย่างน้อยปีละครั้ง

ข้อ ๓๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๐ ลูกหนี้รายใดที่ค้างชำระเกินกว่าสองปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่กำหนดชำระให้กองทุนตั้งสำรองหนี้สูญเท่ากับจำนวนหนี้สินนั้น

ข้อ ๓๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๑ ลูกหนี้รายใดไม่อยู่ในฐานะที่ชำระหนี้ได้ เช่น ล้มละลาย หรือเป็นหนี้ที่ค้างชำระเกินสิบปีขึ้นไป และไม่สามารถเรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ ให้จำหน่วยออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ โดยให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นกรณี ๆ ไป

ข้อ ๓๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๒ วิธีปฏิบัติอื่นใด ซึ่งมิได้กำหนดไว้ในระเบียนนี้ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการกำหนด ประกาศ ณ วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จุฑามาศ/ปรับปรุง ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๒๑๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๙/๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๖

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้