ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2536
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 20 ธ.ค. 2536 (1993-12-20) · 33 ข้อ
แท็บใหม่ ↗ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงิน
ของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๖[๑]
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่คนงาน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๕๒
แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑
ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๕
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการควบคุมการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๐
บรรดาระเบียบ
หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔ ในระเบียบนี้
สำนักงานกองทุน หมายความว่า
คนหางานที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศที่จ่ายเงินเข้ากองทุน
แล้วกองทุนได้ออกบัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนให้และบัตรนั้นยังไม่หมดอายุ ทั้งนี้ หมายความรวมถึง
สมาชิกกองทุนซึ่งถึงแก่ความตายในต่างประเทศด้วย
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
ส่วนราชการ หมายความว่า สำนักงานแรงงานในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุล
และสำนักงานคณะทูตถาวร
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๕
การปฏิบัติอื่นใดเกี่ยวกับเงินกองทุนที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้นำระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการมาใช้โดยอนุโลมและการใดที่ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้ากองคลังพึงปฏิบัติก็ให้เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศปฏิบัติเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเช่นเดียวกัน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๖ ให้อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้
ที่มาของรายได้
การรับจ่ายเงินกองทุน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๗ รายได้ของกองทุนให้รับได้จากแหล่งต่าง
ๆ ดังนี้
(๑) เงินกองทุนจากรัฐบาล
(๒)
เงินที่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศต้องจัดส่งเข้ากองทุนตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน
พ.ศ. ๒๕๒๘ และตามกฎหมายซึ่งออกตามความในมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
(๓) ดอกผลของกองทุน
(๔) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้
(๕) หลักประกันที่ตกเป็นของกองทุนตามมาตรา ๓๔
แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘
ทั้งนี้ เงินและทรัพย์สินข้างต้นให้ส่งเข้าเป็นรายได้ของกองทุนโดยไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๘ การรับเงินตามข้อ ๗ (๒) ให้รับได้โดยวิธีการ
ดังต่อไปนี้
(๑) เงินสด
(๒) เช็คของธนาคารในประเทศเซ็นสั่งจ่าย
ตั๋วแลกเงินของธนาคาร
ในประเทศหรือธนาณัติที่สั่งจ่ายในนามของอธิบดี
(เพื่อกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ)
ในกรณีเป็นเช็ค ให้รับเฉพาะขีดคร่อมและขีดฆ่าคำว่า ผู้ถือ
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๙ การรับเงินตามข้อ ๘
ให้รับเงินก่อนคนหางานเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักร
หากผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศผู้ใดไม่ส่งเงินเข้ากองทุนตามที่กำหนด
ต้องมีโทษตามมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๐ การรับชำระเงิน
ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้งใบเสร็จรับเงินให้ใช้ตามแบบท้ายระเบียบนี้
และให้มีคู่ฉบับเย็บติดไว้กับเล่มอย่างน้อยหนึ่งฉบับ
ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานออกบัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนตามแบบท้ายระเบียบนี้
และให้บัตรประจำตัวสมาชิกกองทุนมีอายุเริ่มนับจากวันที่ส่งเงินเข้ากองทุนถึงวันที่สามสิบนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาสัญญาจ้างตามที่ระบุในบัญชีรายชื่อคนหางาน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๑ การจ่ายเงินกองทุน ให้จ่ายในกิจการต่าง ๆ
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ
ดังนี้
(๑)
จ่ายเป็นค่าจัดการให้สมาชิกกองทุนซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางกับประเทศไทยเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าพาหนะ
ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น
ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด
โดยจะใช้ได้ในวงเงินไม่เกินอัตรา ดังต่อไปนี้
(ก) คนละแปดพันบาท จากประเทศมาเลเซียและสาธารณรัฐสิงคโปร์
(ข) คนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท จากประเทศเนการาบรูไน - ดารุสซาลาม
ญี่ปุ่น ฮ่องกง สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหภาพพม่า สาธารรัฐอินเดีย
สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา
(ค) คนละสามหมื่นบาท จากประเทศอื่นนอกเหนือจากประเทศตาม (ก)
และ (ข)
นอกจากนี้
ให้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการจัดการให้สมาชิกกองทุนเดินทางกลับประเทศไทย
ในกรณีที่งบประมาณของทางราชการไม่เพียงพอและให้นำกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการมาใช้โดยอนุโลม
(๒)
จ่ายเป็นค่าชดเชยแก่ผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศจำนวนกึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการให้สมาชิกกองทุนซึ่งถูกทอดทิ้งอยู่ในประเทศได้เดินทางกลับตามมาตรา
๔๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘
(๓) จ่ายเป็นค่าสงเคราะห์แก่สมาชิกกองทุน
(ก) ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล
ค่าใช้จ่ายบางส่วนในการจัดการส่งศพกลับประเทศไทยในกรณีไม่มีค่าใช้จ่ายทางอื่น
และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นแก่สมาชิกกองทุนที่ไม่มีนายจ้างรับผิดชอบหรืออยู่ระหว่างรอการเข้าทำงานใหม่หรืออยู่ระหว่างรอการส่งกลับประเทศไทยหรืออยู่ระหว่างรอดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานของประเทศที่สมาชิกกองทุนทำงานอยู่หรือถูกดำเนินคดีในต่างประเทศซึ่งมิใช่เกิดจากเจตนา
หรือประสบอันตรายจนพิการหรือทุพพลภาพ
ทั้งนี้ ให้จ่ายตามที่จ่ายจริงในอัตราที่ประหยัด
โดยจะใช้จ่ายสำหรับแต่ละคนทุกกรณีรวมกันไม่เกินคนละสามหมื่นบาท
(ข) ค่าเช่าที่พัก ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายอื่นรวมทั้ง
ค่าภาษีที่จำเป็นในการจัดและการบริหารที่พักฉุกเฉินในต่างประเทศ
(ค) ให้กู้ยืมเงินเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง ตาม
ระเบียบที่อธิบดีกำหนด
(๔) ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายเกินวงเงินที่กำหนดตาม (๑) และ (๓) (ก)ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็นของแต่ละกรณี
(๕) จ่ายเป็นค่าดำเนินการเพื่อการคัดเลือก
การทดสอบฝีมือและการฝึกอบรมคนหางานก่อนจะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศแก่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
หรือสถาบันอื่นของทางราชการที่อธิบดีกำหนด
(๖)
จ่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเงินเข้ากองทุนที่แสดงไว้โดยชัดแจ้ง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๒ การจ่ายเงินกองทุนให้จ่ายจากบัญชีเงินกองทุนบัญชี
๒
หรือบัญชีกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่หรือเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่
ณ ประเทศนั้น ตามข้อ ๑๘
ในกรณีที่มีสมาชิกกองทุนถูกทอดทิ้งหรือต้องการความช่วยเหลืออยู่ในประเทศที่ไม่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่
หรือไม่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่
ให้จ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ ผ่านไปยังส่วนราชการ
ตามระเบียบนี้เพื่อจ่ายเงินกองทุนตามกรณีต่าง ๆ ในข้อ ๑๑
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๓ การจ่ายเงินให้จ่ายได้โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) เงินสด และหรือเช็ค
(๒) โอนเงินฝ่ายทางธนาคาร
การโอนเงินผ่านทางธนาคาร
ให้ใช้เอกสารการรับเงินของธนาคารเป็นใบสำคัญคู่จ่ายชั่วคราวได้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๔ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน
ให้เขียนเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้รับเงิน และขีดฆ่าคำว่า ผู้ถือ ออก
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๕ เมื่อจ่ายเงินกองทุนไปแล้ว
ให้หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานซึ่งประจำประเทศนั้นจัดทำบัญชีรายชื่อ
และที่อยู่ในประเทศของสมาชิกกองทุนที่ได้รับความช่วยเหลือส่งกลับประเทศไทย
หรือได้รับการสงเคราะห์พร้อมทั้งรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และรวบรวมใบสำคัญคู่จ่ายส่งให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานโดยส่งออกภายในวันที่
๑๕ ของเดือนถัดไป
ให้ส่วนราชการที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะอยู่ประเทศนั้นเก็บคู่ฉบับบัญชีรายชื่อ
และรายละเอียดค่าใช้จ่ายไว้หนึ่งชุด
การเก็บรักษาเงิน
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๖ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ
คือ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทออกทรัพย์
บัญชีกองทุนบัญชีที่ ๒ เป็นบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน และบัญชีกองทุนบัญชีที่ ๓
เป็นบัญชีเงินฝากประเภทประจำ
ให้มีบัญชีเงินกองทุนฝากไว้กับธนาคารในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่ประเทศใดจะมีเงินกองทุนมากกว่าหนึ่งบัญชี
ให้อยู่ในดุลยพินิจของอธิบดี
ให้สำนักงานแรงงานในต่างประเทศ
หรือประเทศที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่มีเงินสดไว้ ณ สำนักงาน
เพื่อสำรองจ่ายในการช่วยเหลือคนหางานตามระเบียบนี้
โดยเบิกจากบัญชีเงินกองทุนในต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง ๒ ในวงเงินที่อธิบดีกำหนด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๗ บรรดาเงินรายรับทั้งปวงของกองทุน
ให้นำส่งเข้าบัญชีกองทุนบัญชีที่ ๑ทั้งสิ้นโดยไม่หักไว้เพื่อการใด ๆ เลย
ให้มีเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีที่ ๑
เท่าที่จำเป็นเพื่อการใช้จ่าย นอกนั้นให้นำเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๓
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๘ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒
และบัญชีเงินกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่หรือที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่ให้มีวงเงินตามที่อธิบดีกำหนด
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑๙ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานมีตู้นิรภัยสำหรับเก็บรักษาเงินของกองทุนโดยตั้งไว้ในที่ปลอดภัยในสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
และสำนักงานแรงงานในต่างประเทศ ตู้นิรภัยให้มีลูกกุญแจอย่างน้อย ๒
ดอกแต่ละดอกมีลักษณะแตกต่างกันโดยให้กรรมการเก็บรักษาถือคนละดอก ลูกกุญแจตู้นิรภัยให้มี
๓ ชุด ให้กรรมการเก็บรักษาเงินหนึ่งชุด
ให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
หรือหัวหน้าสำนักงานแรงงานในต่างประเทศหนึ่งชุด
ส่วนที่เหลือให้นำฝากเก็บรักษาในลักษณะหีบห่อกับกองคลังกรมพัฒนาฝีมือแรงงานหรือส่วนราชการตามระเบียบนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๐ ให้กองทุนและสำนักงานแรงงานในต่างประเทศจัดทำรายงานการรับจ่ายเงินประจำวันและรายงานเงินคงเหลือประจำวันตามแบบท้ายระเบียบนี้เป็นประจำทุกวัน
หากวันใดไม่มีการจ่ายเงินให้หมายเหตุในรายงานเงินคงเหลือประจำวันที่มีการรับจ่ายเงินวันถัดไป
การสั่งจ่าย
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๑ การจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑
จะทำได้ก็แต่เฉพาะเพื่อนำไปเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๒ บัญชีเงินกองทุนบัญชีที่
๓ และบัญชีกองทุนในต่างประเทศที่มีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศตั้งอยู่
หรือที่มีเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำอยู่
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๒ การจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๓
เพื่อโอนเงินไปเข้าบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑
ให้กระทำได้แต่เฉพาะในกรณีมีเหตุฉุกเฉินและยอดเงินกองทุนบัญชีที่ ๑ มีน้อยกว่าวงเงินที่มีความจำเป็นเพื่อการใช้จ่ายตามข้อ
๑๗
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๓ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนบัญชีที่ ๑
เงินกองทุนบัญชีที่ ๒ และเงินกองทุน บัญชีที่ ๓
ให้มีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกันสองฝ่าย ฝ่ายละหนึ่งคน
คืออธิบดีหรือรองอธิบดีฝ่ายหนึ่งกับผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอีกฝ่ายหนึ่ง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๔ การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินกองทุนที่อยู่ในต่างประเทศ
ให้อธิบดีกำหนดให้มีผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายร่วมกันอย่างน้อยสองคน
ซึ่งต้องเป็นข้าราชการดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๕ คนหนึ่ง
ร่วมกับหัวหน้าสำนักงานแรงงานไทยในประเทศนั้นหรือเลขานุการประจำสถานเอกอัครราชทูต
หรือสถานกงสุลที่เป็นอัตราสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประจำประเทศนั้น
การบัญชี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๕ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดทำบัญชีเพื่อบันทึกรายการทางการเงินแสดงถึงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของกองทุน
โดยถูกต้องตามความเป็นจริง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๖ ระบบบัญชีของกองทุนให้ปฏิบัติตามระบบบัญชีคู่
ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๗ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดทำรายงานการรับ
จ่ายเงินกองทุนประจำเดือน เสนออธิบดีเพื่อทราบ พร้อมทั้งสำเนาแจ้งกรมบัญชีกลาง
ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานปิดบัญชีกองทุน
ตามปีงบประมาณและให้จัดทำงบแสดงผลการดำเนินงานในงวดบัญชี และงบแสดงฐานะการเงินในงวดบัญชีนั้น
ส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายในสามสิบวัน
นับแต่วันสิ้นงวดบัญชี
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๘ งบแสดงผลการดำเนินงานและงบแสดงฐานะทางการเงินตามข้อ
๒๕ เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรองแล้ว ให้แจ้งอธิบดีทราบ
และส่งสำเนางบการเงินดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณเพื่อทราบต่อไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒๙ ให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงิน
การบัญชี และการพัสดุของกองทุน แล้วรายงานให้อธิบดีทราบอย่างน้อยปีละครั้ง
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๐ ลูกหนี้รายใดที่ค้างชำระเกินกว่าสองปีขึ้นไป
นับตั้งแต่วันที่กำหนดชำระให้กองทุนตั้งสำรองหนี้สูญเท่ากับจำนวนหนี้สินนั้น
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๑ ลูกหนี้รายใดไม่อยู่ในฐานะที่ชำระหนี้ได้
เช่น ล้มละลาย หรือเป็นหนี้ที่ค้างชำระเกินสิบปีขึ้นไป
และไม่สามารถเรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ ให้จำหน่วยออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ
โดยให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นกรณี ๆ ไป
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓๒ วิธีปฏิบัติอื่นใด
ซึ่งมิได้กำหนดไว้ในระเบียนนี้ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการกำหนด
ประกาศ ณ วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๒๑๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๙/๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๖
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).