ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ 27 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 27 การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ให้นับรวมมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่คู่สัญญาแต่ละรายเป็นผู้ออก รับรอง รับอาวัล สลักหลัง ค้ําประกัน เงินฝากส่วนที่เกินจากที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเงินฝาก เงินให้กู้ยืม เงินให้เช่าซื้อรถ ภาระผูกพันที่เกิดจากการรับอาวัลตั๋วเงินและออกหนังสือค้ําประกัน สิทธิเรียกร้อง ที่เกิดจากการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าส่วนที่เกินกว่ามูลค่าหลักประกันที่ได้รับจากคู่สัญญา ตราสารหนี้ ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง และสิทธิเรียกร้องและภาระผูกพันอื่นที่เกิดขึ้นจากการลงทุนที่บริษัทมีต่อคู่สัญญารายหนึ่งรายใด ไม่เกินมูลค่าที่กําหนดตามประเภทผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ดังต่อไปนี้
(1) รัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไม่จํากัดสัดส่วน
(2) สถาบันการเงิน แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(3) องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น บริษัทจํากัดภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่นํารายได้ทั้งจํานวนไปใช้ในโครงการของราชการ บริษัทจํากัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทจํากัดที่อยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(4) บริษัทจํากัดที่ออกตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ กรณีการลงทุนอื่นนอกจากตราสารหนี้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(5) องค์กรระหว่างประเทศ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(6) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
(7) คู่สัญญาอื่น แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทอาจมีสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาเกินกว่าสัดส่วนที่กําหนดในวรรคหนึ่งได้เฉพาะกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจํากัดตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) นับแต่วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุน ห้ามมิให้บริษัทลงทุนใด ๆ ที่มีผลทําให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้ เมื่อมีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจํากัด
(2) เมื่อบริษัทลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนแล้ว ให้นําส่วนของการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน นับรวมกับส่วนการลงทุนอื่น หากเป็นผลให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้ ห้ามมิให้บริษัทลงทุนเพิ่มในกลุ่มการลงทุนที่เกินสัดส่วนนั้นอีก
การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมกรณี ดังต่อไปนี้
(1) การลงทุนในหน่วยลงทุนอื่น นอกจากหน่วยลงทุนตามวรรคหนึ่ง (6)
(2) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน และการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท”