法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ 2)

พ.ศ. 2558

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 และมาตรา 3 (2) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550 ประกอบมติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ครั้งที่ 11/2557 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557 คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน (ข) ของข้อ 15 (2) แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“(ข) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ 27 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 27 การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ให้นับรวมมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่คู่สัญญาแต่ละรายเป็นผู้ออก รับรอง รับอาวัล สลักหลัง ค้ําประกัน เงินฝากส่วนที่เกินจากที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเงินฝาก เงินให้กู้ยืม เงินให้เช่าซื้อรถ ภาระผูกพันที่เกิดจากการรับอาวัลตั๋วเงินและออกหนังสือค้ําประกัน สิทธิเรียกร้อง ที่เกิดจากการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าส่วนที่เกินกว่ามูลค่าหลักประกันที่ได้รับจากคู่สัญญา ตราสารหนี้ ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง และสิทธิเรียกร้องและภาระผูกพันอื่นที่เกิดขึ้นจากการลงทุนที่บริษัทมีต่อคู่สัญญารายหนึ่งรายใด ไม่เกินมูลค่าที่กําหนดตามประเภทผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ดังต่อไปนี้

(1) รัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไม่จํากัดสัดส่วน

(2) สถาบันการเงิน แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(3) องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น บริษัทจํากัดภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่นํารายได้ทั้งจํานวนไปใช้ในโครงการของราชการ บริษัทจํากัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทจํากัดที่อยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(4) บริษัทจํากัดที่ออกตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ กรณีการลงทุนอื่นนอกจากตราสารหนี้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(5) องค์กรระหว่างประเทศ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(6) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(7) คู่สัญญาอื่น แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทอาจมีสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาเกินกว่าสัดส่วนที่กําหนดในวรรคหนึ่งได้เฉพาะกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจํากัดตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) นับแต่วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุน ห้ามมิให้บริษัทลงทุนใด ๆ ที่มีผลทําให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้ เมื่อมีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจํากัด

(2) เมื่อบริษัทลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนแล้ว ให้นําส่วนของการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน นับรวมกับส่วนการลงทุนอื่น หากเป็นผลให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้ ห้ามมิให้บริษัทลงทุนเพิ่มในกลุ่มการลงทุนที่เกินสัดส่วนนั้นอีก

การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมกรณี ดังต่อไปนี้

(1) การลงทุนในหน่วยลงทุนอื่น นอกจากหน่วยลงทุนตามวรรคหนึ่ง (6)

(2) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน และการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ 29 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 29 บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ําประกันโดยสถาบันการเงิน ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ําประกัน ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตั๋วเงินซื้อลดที่บริษัทเป็นผู้รับอาวัล ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ออกโดยบริษัทจํากัด และตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละหกสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ 38 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 38 บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้แต่ละประเภท ได้ไม่เกินสัดส่วน ดังต่อไปนี้

(1) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกันโดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด หรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ําประกัน หรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง รวมถึงตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ออกโดยบริษัทจํากัดรายเดียวกันแต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(2) ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด แต่ละกองทรัสต์ ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(3) ตราสารหนี้ที่ผู้ออกหรือผู้ค้ําประกันเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ 41 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 41 บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืม ให้เช่าซื้อรถ รับอาวัลตั๋วเงิน และออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ อย่างหนึ่งอย่างใดแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เมื่อรวมกันแล้วให้บริษัทลงทุนแก่บุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทเว้นแต่ การให้กู้ยืมในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) การให้กู้ยืมโดยมีกรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทเป็นประกัน และการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

(2) การให้กู้ยืมแก่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม ให้กู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความใน (2) ของข้อ 44 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“(2) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(ก) มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้ หรือของผู้ค้ําประกันไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ เว้นแต่ เป็นตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ําประกัน โดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือตราสารหนี้ที่บริษัทเป็นผู้รับอาวัล

(ข) กรณีตราสารหนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตั๋วแลกเงิน ต้องไม่มีข้อจํากัดความรับผิด

(ค) กรณีตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด กองทรัสต์นั้นต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและมีมูลค่าไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ 55 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 55 บริษัทสามารถลงทุนให้กู้ยืมโดยมีทรัพย์สินจํานองหรือจํานําเป็นประกันได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ทรัพย์สินที่ใช้จํานองหรือจํานําเป็นประกันการกู้ยืม ต้องเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(ก) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทยธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามข้อ 44 (1)

(ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด หรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตามข้อ 44 (2)

(ค) ตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ตามข้อ 47

(ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ 49

(จ) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

(2) ให้กู้เฉพาะในประเทศ ในสกุลเงินบาท

(3) กําหนดระยะเวลาชําระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายงวด ไม่น้อยกว่าปีละครั้ง เว้นแต่นโยบายการให้กู้ยืมของบริษัทมีการกําหนดระยะเวลาปลอดการชําระเงินต้นและดอกเบี้ยคืน และระยะเวลาดังกล่าวไม่เกินหนึ่งในสี่ของระยะเวลาให้กู้ยืม

(4) ให้กู้ยืมแต่ละรายได้ไม่เกินอัตรา ดังต่อไปนี้

(ก) กรณีผู้กู้ยืมเป็นบุคคลธรรมดา ได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินหรือของราคาซื้อขายของโครงการจัดสรรที่อยู่อาศัย ที่ผู้กู้ยืมนํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน

(ข) กรณีผู้กู้ยืมเป็นนิติบุคคล กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ได้ไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินที่ผู้กู้ยืมนํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน

ทั้งนี้ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานตาม (ข) ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและมีมูลค่าไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท

(5) การจํานองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างนั้นจะต้องมีการประกันวินาศภัยและให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยตลอดระยะเวลาตามสัญญากู้ยืม

(6) การให้กู้ยืมโดยมีตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม จํานําเป็นประกัน ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ 58 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต พ.ศ. 2556 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 58 บริษัทสามารถรับอาวัลตั๋วเงิน หรือออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ แก่บุคคลใดได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ จํานองหรือจํานําเป็นประกัน

(ก) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทยธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตามข้อ 44 (1)

(ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตามข้อ 44 (2)

(ค) ตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ตามข้อ 47

(ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ 49

(จ) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

(2) จํากัดวงเงินการรับอาวัลตั๋วเงิน และการออกหนังสือค้ําประกันให้แก่บุคคลแต่ละรายไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินที่นํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน

(3) การรับอาวัลตั๋วเงิน หรือการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ โดยมีตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม จํานําเป็นประกัน ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้”

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bc1a77d4c078daab

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com