อารัมภบท
กฎกระทรวง การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๓[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
กฎกระทรวง การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๓[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ ที่ราชพัสดุ หมายความว่า ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร
ข้อ ๒ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุจะกระทำได้แต่โดยการขาย แลกเปลี่ยน หรือให้ โดยให้ปลัดกระทรวงการคลังเสนอรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุเพื่อใช้ในกิจการของพระมหากษัตริย์ ให้ปลัดกระทรวงการคลังเสนอรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักร มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกรมบัญชีกลาง และผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ใช้ ปกครอง ดูแล และบำรุงรักษาที่ราชพัสดุที่จะโอนกรรมสิทธิ์นั้น เป็นกรรมการ ให้อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๔ นอกจากหน้าที่ตามข้อ ๓ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่กำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุที่จะขายหรือแลกเลี่ยน และมูลค่าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุตามแต่กรณี โดยคำนึงถึงราคา สภาพ มูลค่าเพิ่ม และเหตุดังต่อไปนี้ประกอบกัน (๑) ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดในปัจจุบัน (๒) สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ (๓) สภาพ ลักษณะ และที่ตั้งของที่ราชพัสดุหรือที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ (๔) มูลค่าเพิ่มของที่ราชพัสดุหรือที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุที่อาจเกิดขึ้นจากการขายที่ราชพัสดุหรือการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุนั้น (๕) ประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ ในการกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุที่จะขายหรือแลกเปลี่ยน หรือมูลค่าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุ ให้นำข้อมูลราคาประเมินซึ่งประเมินโดยสถาบันวิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในประเทศที่ที่ราชพัสดุหรือที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุตั้งอยู่อย่างน้อยสองราย มาประกอบการพิจารณาด้วย เว้นแต่ประเทศที่ที่ราชพัสดุหรือที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุตั้งอยู่มีการจัดทำราคาประเมินโดยหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้นำข้อมูลราคาประเมินนั้นมาประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ การกำหนดมูลค่าดังกล่าวให้กำหนดเป็นสกุลเงินที่เป็นสากลที่ใช้ในประเทศที่ที่ราชพัสดุตั้งอยู่
ข้อ ๕ ให้ส่วนราชการที่ประสงค์จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุมีหนังสือถึงกรมธนารักษ์เพื่อแสดงความประสงค์ขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ โดยแสดงเหตุผลความจำเป็นพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีการขายที่ราชพัสดุ (ก) หลักฐานเกี่ยวกับการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ราชพัสดุ (ข) การขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุ (ค) ราคาที่ราชพัสดุในขณะที่ได้มา หรือราคาประเมินที่ราชพัสดุในปัจจุบัน โดยต้องเป็นสกุลเงินที่เป็นสากลที่ใช้ในประเทศที่ที่ราชพัสดุตั้งอยู่ (ง) แผนที่ตั้งและพิกัดของที่ราชพัสดุ (จ) ภาพถ่ายอสังหาริมทรัพย์ของที่ราชพัสดุในมุมมองต่าง ๆ (ฉ) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของสกุลเงินที่เป็นสากลที่ใช้ในประเทศที่ที่ราชพัสดุตั้งอยู่เทียบกับเงินบาทในวันที่ประเมินราคาเพื่อการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ (ช) วิธีการและประมาณการค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ (ซ) ข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ (๒) ในกรณีการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ (ก) ข้อมูลของที่ราชพัสดุตาม (๑) (ข) ข้อมูลของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ราชพัสดุตาม (๑) (ค) เงื่อนไขประการอื่นในการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ (๓) ในกรณีการให้ที่ราชพัสดุ (ก) ข้อมูลของที่ราชพัสดุตาม (๑) (ข) ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือองค์กรที่ขอรับการให้ที่ราชพัสดุ และวัตถุประสงค์ของการให้ที่ราชพัสดุตามข้อ ๘ วรรคสอง
ข้อ ๖ ในการขายที่ราชพัสดุ เมื่อกรมธนารักษ์ได้รับหนังสือแสดงความประสงค์ขอขายที่ราชพัสดุและเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการขายที่ราชพัสดุตามข้อ ๕ (๑) แล้ว ให้กรมธนารักษ์ส่งข้อมูลดังกล่าวให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการขายที่ราชพัสดุ รวมทั้งกำหนดมูลค่าของที่ราชพัสดุ แล้วเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการให้มีการขายที่ราชพัสดุนั้น เมื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการแล้ว ให้ส่วนราชการที่ประสงค์จะขายที่ราชพัสดุดำเนินการขายที่ราชพัสดุให้ได้ในราคาที่ไม่ต่ำกว่ามูลค่าของที่ราชพัสดุที่คณะกรรมการกำหนด โดยการขายให้ใช้วิธีประมูล เว้นแต่การขายที่ราชพัสดุนั้นไม่สามารถกระทำโดยวิธีประมูลได้ ทั้งนี้ วิธีประมูลให้ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่ หรือตามความตกลงที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่ เมื่อได้ผู้ซื้อแล้วให้ส่วนราชการรายงานการดำเนินการขายที่ราชพัสดุต่อกรมธนารักษ์เพื่อเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไปตามข้อ ๒ วรรคหนึ่ง ในกรณีที่ส่วนราชการไม่สามารถหาผู้ซื้อที่ราชพัสดุในราคาที่ไม่ต่ำกว่ามูลค่าของที่ราชพัสดุที่คณะกรรมการกำหนด และเพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ของรัฐหรือป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดแก่ประโยชน์ของรัฐ ให้ส่วนราชการเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาขอขายในราคาที่ใกล้เคียงกับมูลค่าของที่ราชพัสดุที่คณะกรรมการกำหนดมากที่สุด และเมื่อได้ผู้ซื้อแล้ว ให้ส่วนราชการรายงานการดำเนินการขายที่ราชพัสดุต่อกรมธนารักษ์ เพื่อเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไปตามข้อ ๒ วรรคหนึ่ง
ข้อ ๗ ในการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ เมื่อกรมธนารักษ์ได้รับหนังสือแสดงความประสงค์ขอแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุและเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุตามข้อ ๕ (๒) แล้ว ให้กรมธนารักษ์ส่งข้อมูลดังกล่าวให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนที่ราชพัสดุ เพื่อเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไปตามข้อ ๒ วรรคหนึ่ง
ข้อ ๘ ในการให้ที่ราชพัสดุ เมื่อกรมธนารักษ์ได้รับหนังสือแสดงความประสงค์ขอให้ที่ราชพัสดุและเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการให้ที่ราชพัสดุตามข้อ ๕ (๓) แล้ว ให้กรมธนารักษ์ส่งข้อมูลดังกล่าวให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการให้ที่ราชพัสดุ เพื่อเสนอให้ปลัดกระทรวงการคลังดำเนินการต่อไปตามข้อ ๒ วรรคหนึ่ง การให้ที่ราชพัสดุตามวรรคหนึ่ง จะกระทำได้เฉพาะเพื่อสาธารณประโยชน์ สาธารณกุศล ศาสนา หรือตามความตกลงที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่
ข้อ ๙ เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุแล้ว ให้เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ ผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เช่นเดียวกับเอกอัครราชทูตหรือกงสุลใหญ่ หรือหัวหน้าหน่วยงานของส่วนราชการที่ตั้งอยู่นอกราชอาณาจักรและใช้ที่ราชพัสดุที่ประสงค์จะโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนั้น แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนกระทรวงการคลัง
ข้อ ๑๐ รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวงนี้ ให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินในนามของกรมธนารักษ์
ข้อ ๑๑ วิธีปฏิบัติในการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่หรือตามความตกลงที่รัฐบาลไทยทำไว้กับรัฐบาลต่างประเทศที่ที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยู่
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้หรือในกรณีที่มีปัญหาไม่อาจตกลงกันได้เกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ ให้กรมธนารักษ์เสนอให้คณะกรรมการที่ราชพัสดุพิจารณา
ข้อ ๑๓ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุบรรดาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาหรือดำเนินการของกรมธนารักษ์ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๓๐ เรื่อง การพิจารณาวางระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลไทยที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ จนกว่าจะแล้วเสร็จ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๖๒ บัญญัติให้การโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุนอกราชอาณาจักรต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ชญานิศ/จัดทำ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ สุภาทิพย์/ตรวจ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๘๔ ก/หน้า ๑/๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(CC BY 4.0)