法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 13) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

(ฉบับที่ 13)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 3 มาตรา 6 มาตรา 10 มาตรา 13 มาตรา 16 มาตรา 17 และมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรา และยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการลดอัตราภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดา และลดอัตราภาษีเงินได้และยกเว้น ภาษีธุรกิจเฉพาะของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ” หมายความว่า บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความ ในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561

“ศูนย์บริหารเงิน” หมายความว่า ศูนย์บริหารเงินซึ่งได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

“กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ” หมายความว่า กิจการประเภทต่าง ๆ ดังนี้

(1) กิจการการให้บริการด้านบริหาร ให้บริการด้านเทคนิค หรือให้บริการสนับสนุน ดังต่อไปนี้

(1.1) การบริหารงานทั่วไป การวางแผนทางธุรกิจ และการประสานงานทางธุรกิจ

(1.2) การจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วน

(1.3) การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

(1.4) การสนับสนุนด้านเทคนิค

(1.5) การส่งเสริมด้านการตลาดและการขาย

(1.6) การบริหารด้านงานบุคคลและการ่ฝึกอบรม

(1.7) การให้คําปรึกษาด้านการเงิน

(1.8) การวิเคราะห์และวิจัยด้านเศรษฐกิจและการลงทุน

(1.9) การจัดการและควบคุมสินเชื่อ

(2) กิจการการให้บริการด้านการบริหารเงิน ดังต่อไปนี้

(2.1) การบริหารเงินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินของศูนย์บริหารเงิน

(2.2) การกู้ยืมและให้กู้ยืมเงินบาทของศูนย์บริหารเงิน

“กิจการการค้าระหว่างประเทศ” หมายความว่า การจัดซื้อและขายสินค้าระหว่างประเทศ โดยอาจมีการให้บริการสําหรับสินค้าที่จัดซื้อและขายนั้นก็ได้ ทั้งนี้ บริการดังกล่าว ได้แก่

(1) การจัดหาสินค้า

(2) การเก็บรักษาสินค้าระหว่างรอการส่งมอบ

(3) การจัดทําหีบห่อและบรรจุภัณฑ์

(4) การขนล่งสินค้า

(5) การประกันภัยสินค้า

(6) การให้คําปรึกษาแนะนําและบริการค้านเทคนิคและสิกอบรมเกี่ยวกับสินค้า

“ค่าสิทธิ” หมายความว่า ค่าสิทธิที่มาจากสิทธิบัตรหรือลิฃสิทธี้ซอฟต์แวร์ ของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งเกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่กระทําในประเทศไทยโดยศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ หรือที่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศได้ว่าจ้าง ผู้อื่นทําการวิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศไทย

“รายได้ของกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ” หมายความว่า รายได้ดังต่อไปนี้

(1) รายได้จากการให้บริการค้านการบริหาร ให้บริการค้านเทคนิค ให้บริการสนับสนุน หรือให้บริการด้านการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือ

(2) ค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ

“รายจ่ายของกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ” หมายความว่า รายจ่ายที่ได้จ่ายไป เพื่อให้เกิดรายได้ของกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

“บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค” หมายความว่า บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาคตามมาตรา 10 (4) หรือมาตรา 11/6 (6) แห่งพระราซกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานใหญ่ข้ามประเทศ” หมายความว่า บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานใหญ่ข้ามประเทศตามมาตรา 9 (4) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 586) พ.ศ. 2558 และที่แกไขเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ คนต่างด้าวที่จะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้และยกเว้นไม่ต้องนําเงินได้พึงประเมิน มารวมคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 4 และมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความ ในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นลูกจ้างประจําของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 13 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 และปฏิบัติงานในกิจการ ดังต่อไปนี้

(1.1) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

(1.2) กิจการการค้าระหว่างประเทศ

ในกรณีที่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่ง ประกอบกิจการอื่น ๆ นอกเหนือจากกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศและกิจการการค้าระหว่างประเทศ และลูกจ้าง ตามวรรคหนึ่งปฏิบัติงานทั้งในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ หรือกิจการการค้าระหว่างประเทศ และกิจการอื่น ๆ รายได้จากกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศหรือกิจการการค้าระหว่างประเทศ หรือทั้ง 2 กิจการรวมกันต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของรายไต้ทั้งหมดของบริษัท

(2) เป็นคนต่างด้าวที่มีรายขื่อในเอกสารรายละเอียดคนต่างด้าวที่ขอใช้สิทธิลดอัตราภาษี

(3) เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะรวมเวลาทั้งหมด ไม่น้อยกว่า 180 วันในปีภาษีที่ใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นั้น เว้นแต่ปีภาษีแรกและปีภาษีสุดท้าย ที่ใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ จะอยู่ในประเทศไทยน้อยกว่า 180 วันในปีภาษีนั้นก็ไต้

(4) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตทํางานคนต่างด้าวระดับฝีมือหรือชํานาญการจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือได้รับอนุญาตให้เข้าทํางานในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือกฎหมายอื่น ภายในวันเริ่มเข้าทํางานในศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 13 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561

(5) เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจาก การจ้างแรงงานของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 13 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 200,000 บาทต่อเดือน โดยเฉลี่ยตามจํานวนเดือนที่อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีนั้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บริษัทที่ประสงค์จะได้รับอนุมัติเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศตามมาตรา 10 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ต้องยื่นคําขออนุมัติเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ พร้อมระบุ ประเภทกิจการที่ประสงค์จะขอรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตามแบบคําขออนุมัติเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (แบบ ศ.ก.ร.1) ที่แนบท้ายประกาศนี้โดยต้องดําเนินการ ดังนี้

(1) กรอกคําขออนุมัติตามแบบ ศ.ก.ร.1 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ ของกรมสรรพากร

(2) พิมพ์คําขออนุมัติตามแบบ ศ.ก.ร.1 ออกจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมีอขื่อของกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)

(3) สแกน (Scan) คําขออนุมัติตามแบบ ศ.ก.ร.1 ตาม (2) และอัปโหลด (Upload) พร้อมแนบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เอกสารประกอบการพิจารณาตามข้อ 4 (1) และ (2) ในรูปแบบ ของ PDF File และข้อ 4 (3) (4) (5) หรือ (6) ในรูปแบบของ XML File ส่งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์ณ็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th ภายใน 5 วันทําการนับแต่วันถัดจากวันที่พิมพ์คําขออนุมัติตาม (2)

กรณีมีเหตุจําเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามวรรคหนึ่งได้ อธิบดีกรมสรรพากรจะสั่งการให้ดําเนินการด้วยวิธีการอื่นก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บริษัทที่ประสงค์จะได้รับอนุมัติเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศตามมาตรา 10 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ต้องยื่นเอกสารประกอบการพิจารณาดังต่อไปนี้โดยวิธีการอัปโหลด (Upload)พร้อมกับคําขออนุมัติตามแบบ ศ.ก.ร.1 ตามข้อ 3 (3)

(1) แผนธุรกิจที่ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1.1) บทสรุปผู้บริหาร

(1.2) ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับบริษัท ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ และเลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัท ประวัติความเป็นมาหรือแนวคิดในการจัดตั้งบริษัทโดยสังเขป รายชื่อกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท รายชื่อกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันบริษัท แผนผังองค์กรของบริษัท รายชื่อของผู้ถือหุ้น สัญชาติของผู้ถือหุ้น และสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละรายในบริษัท รายขื่อ สัดส่วนการถือหุ้นหรืออํานาจควบคุม และที่ตั้งของวิสาหกิจในเครือของบริษัทตามมาตรา 10 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561

(1.3) รายละเอียดกิจการที่ขออนุมัติ

(1.4) สรุปผลการดําเนินงานที่ผ่านมาของกิจการที่ขออนุมัติ (ถ้ามี)

(1.5) การวิเคราะห์ภาพรวมของอุตสาหกรรมและตลาดในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

(1.6) แผนการดําเนินงานในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

(1.7) แผนการจัดหาเงินทุนในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

(1.8) แผนการจ้างงานคนต่างด้าวในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า พร้อมเหตุผลและความจําเป็น

(1.9) ประมาณการรายได้ รายจ่าย และการจ่ายเงินปันผลในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า

(2) ใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเป็นศูนย์บริหารเงิน (กรณีขออนุมัติประเภทกิจการการให้บริการด้านการบริหารเงิน)

(3) เอกสารรายละเอียดวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศตามที่แนบท้ายประกาศนี้

(4) เอกสารรายละเอียดวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศตามที่แนบท้ายประกาศนี้

(5) เอกสารรายละเอียดพนักงานที่มีความรู้และทักษะที่จําเป็นสําหรับศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศตามที่แนบท้ายประกาศนี้

(6) เอกสารรายละเอียดคนต่างด้าวที่ขอใช้สิทธิลดอัตราภาษีตามที่แนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บริษัทที่ได้ดําเนินการตามข้อ 3 และข้อ 4 จะได้รับอนุมัติให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจ ระหว่างประเทศตามมาตรา 10 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 เฉพาะตามประเภทกิจการที่ยื่นดําขออนุมัติ ตามข้อ 3 และได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรเท่านั้น โดยให้มีผลนับแต่วันกัดจากวันที่ ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 13 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ที่จะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 7 มาตรา 8 หรือมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ต้องมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือธุรกิจดังต่อไปนี้ในประเทศไทย

(1) กิจการการให้บริการด้านบริหาร ให้บริการด้านเทคนิค หรือให้บริการสนับสนุน ต้องมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้หลักของการเป็นสํานักงานใหญ่ เช่น การตัดสินใจด้านบริหารที่เกี่ยวข้อง กับวิสาหกิจในเครือ การรับภาระค่าใช้จ่ายของกลุ่มบริษัท การประสานงานภายในกลุ่มบริษัทเกี่ยวกับ กิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือธุรกิจของกลุ่มบริษัท และการจัดการการถือหุ้นหรือการเป็นหุ้นส่วน ในวิสาหกิจในเครือ

(2) กิจการการให้บริการด้านการบริหารเงิน ต้องมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้หลักของการเป็นศูนย์บริหารเงิน เช่น การตกลงเงื่อนไขของการกู้ยืมกับผู้ให้กู้ยืมนอกกลุ่มบริษัทเพื่อให้กู้ยืมต่อแก่วิสาหกิจในเครือ การกําหนดระยะเวลาและเงื่อนไขของการให้กู้ยืมแก่วิสาหกิจในเครือ การติดตามและการปรับปรุงข้อตกลงต่าง ๆ และการจัดการความเสี่ยง

(3) กิจการการค้าระหว่างประเทศซึ่งมีเฉพาะสิทธิประโยชน์ทางภาษีสําหรับคนต่างด้าว ต้องมีกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้หลักของกิจการการค้าระหว่างประเทศ เช่น การขนส่งและการเก็บ รักษาสินค้า การจัดการสินค้าคงเหลือและการริบคําสั่งซื้อ และการให้คําปรึกษาหรือการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการการค้าระหว่างประเทศ

“กลุ่มบริษัท” ตามวรรคหนี่ง หมายความว่า ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ และวิสาหกิจในเครือของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่ประสงค์จะขอเพิ่มหรือลดประเภทกิจการ เพื่อขอรับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 7 มาตรา 8 หรือมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ให้ยื่นคําขออนุมัติเพิ่มหรือลดประเภทกิจการตามแบบ ศ.ก.ร.1 ต่ออธิบดีกรมสรรพากร โดยให้นําข้อ 3 และข้อ 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

การได้รับอนุมัติเพิ่มหรือลดประเภทกิจการตามวรรคหนึ่งให้มีผลนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรตามมาตรา 12 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 และในกรณีเพิ่มประเภทกิจการ ให้นับระยะเวลาการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสําหรับประเภทกิจการที่ขอเพิ่มต่อเนื่องไปจนกว่า จะสิ้นสภาพการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่ประสงค์จะยกเลิกการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ มีหนังสือแจ้งยกเลิกการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศต่ออธิบดีกรมสรรพากร ณ กองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ กรมสรรพากร และให้การเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ได้แจ้งยกเลิก

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่ประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดดังต่อไปนี้ ยื่นคําขอแจ้งเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ตามแบบคําขอแจ้งเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของศูนย์กลางธุรกิจ ระหว่างประเทศ (แบบ ศ.ก.ร.1.1) ที่แนบท้ายประกาศนี้ พร้อมเอกสารแสดงรายละเอียดที่ขอเปลี่ยนแปลงต่ออธิบดีกรมสรรพากร ภายในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่ขอเปลี่ยนแปลง หรือภายใน วันสุดท้ายของปีภาษีที่คนต่างด้าวจะใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้

(1) การเปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจที่มีนัยสําคัญ

(2) การเพิ่มหรือยกเลิกรายชื่อวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

(3) การเพิ่มหรือยกเลิกรายชื่อวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ

(4) การเพิ่มหรือยกเลิกรายชื่อคนต่างด้าวที่ขอใช้สิทธิลดอัตราภาษี

การยื่นคําขอเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทดําเนินการ ดังนี้

(1) กรอกดําขอแจ้งเปลี่ยนแปลงตามแบบ ศ.ก.ร.1.1 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

(2) พิมพ์คําขอแจ้งเปลี่ยนแปลงตามแบบ ศ.ก.ร.1.1 ออกจากระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมลงลายมีอชื่อของกรรมการผู้มีอํานาจลงนามผูกพันและประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)

(3) สแกน (Scan) คําขอแจ้งเปลี่ยนแปลงตามแบบ ศ.ก.ร.1.1 ตาม (2) และอัปโหลด (Upload) พร้อมแนบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เอกสารประกอบการพิจารณาตามข้อ 9(1)ในรูปแบบ ของ PDF File และข้อ 9 (2)(3) หรือ (4) ในรูปแบบของ XML File ส่งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th ภายใน 5 วันทําการ นับแต่วันถัดจากวันที่พิมพ์คําขอแจ้งเปลี่ยนแปลงตาม (2)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีที่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงตามข้อ 9

(1) ให้ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 13 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ที่ได้แจ้งเพิ่มรายชื่อวิสาหกิจในเครือตาม (2) และ (3) ของข้อ 9 วรรคหนึ่ง ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 7 มาตรา 8 หรือมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ตามรายชื่อวิสาหกิจที่ในเครือได้แจ้งเพิ่มตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีที่ยื่นแบบ ศ.ก.ร.1.1

(2) ให้คนต่างด้าวที่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 13 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ได้แจ้งเพิ่มรายชื่อตาม (4) ของข้อ 9 วรรคหนึ่ง ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ หรือยกเว้นไม่ต้องนํามารวมคํานวณภาษีตามมาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความ ในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ตั้งแต่ปีภาษี ที่ยื่นตามแบบ ศ.ก.ร.1.1

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 13 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ที่จะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ สําหรับรายได้จากค่าสิทธิตามมาตรา 3 และมาตรา 7 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 จะต้องจัดทํารายงานซี่งมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้ และเก็บรักษารายงานและเอกสารประกอบการลงรายการในรายงานไว้ ณ สถานประกอบการพร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบ

(1) รายละเอียดของสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่ก่อให้เกิดค่าสิทธิซึ่งใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมทั้งหลักฐานแสดงว่า สิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ดังกล่าวเกิดจากผลการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่กระทําในประเทศไทย โดยศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ วิจัยและพัฒนาเอง หรือที่จ้างผู้อื่นทําการวิจัยและพัฒนาในประเทศไทย

(2) บัญชีแสดงรายได้ค่าสิทธิและรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเพื่อให้เกิดรายได้ค่าสิทธินั้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งรวมถึงรายจ่ายในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การคํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรีแห่งประมวลรัษฎากรและต้อง ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) กรณีที่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศประกอบกิจการทั้งกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศและกิจการอื่น ให้ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศคํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของแต่ละกิจการแยกต่างหากจากกัน หากรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งว่า ส่วนใดเป็นรายจ่ายของกิจการใด ให้เฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวตามส่วนของรายได้ระหว่างรายได้ ากการประกอบกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศและรายได้จากกิจการอื่น

(2) กรณีที่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ มีรายได้จากกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ดังนี้

(2.1) การให้บริการด้านการบริหาร ให้บริการด้านเทคนิค ให้บริการสนับสนุน หรือให้บริการด้านการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือ และ

(2.2) รายได้จากค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ

ให้ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศคํานวณกําไรสุทธิและขาดทุนสุทธิของรายได้ แต่ละส่วนแยกต่างหากจากกัน หากรายจ่ายรายการใดไม่สามารถแยกกันได้โดยชัดแจ้งว่าเป็นรายจ่าย ที่เกี่ยวข้องกับรายได้ในส่วนใด ให้เฉลี่ยรายจ่ายดังกล่าวตามส่วนของรายได้ระหว่างรายได้ตาม (2.1) และ (2.2)

(3) กรณีที่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศประกอบกิจการทั้งกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศและกิจการอื่น หากกิจการใดมีผลขาดทุนสุทธิ ให้คงผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวไว้ ในกิจการนั้นเท่านั้น

(4) กรณีที่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศประกอบกิจการศูนย์กลางธุรกิจ ระหว่างประเทศ มีรายได้จากกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ดังนี้

(4.1) การให้บริการด้านการบริหาร ให้บริการด้านเทคนิค ให้บริการสนับสนุน หรือให้บริการด้านการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือ และ

(4.2) รายได้จากค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ

หากรายได้ใดมีผลขาดทุนสุทธิให้คงผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวไว้ในรายได้นั้นเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้พร้อมทั้ง บัญชีงบดุล บัญชีทําการ และบัญชีกําไรขาดทุน ภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกําหนดพร้อมกับขําระภาษีตามมาตรา 68 และมาตรา 69 แห่ง.ประมวลรัษฎากร พร้อมแบบแบบแสดงรายละเอียดการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ หรือกิจการการค้าระหว่างประเทศที่แนบท้ายประกาศนี้ และยืนแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ภายใน 2 เดือน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ตามแบบที่อธิบดีกําหนดพร้อมกับขําระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีที่ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศซึ่งประกอบกิจการทั้งกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศและกิจการอื่น มีรายได้จาก

(1) การให้บริการด้านการบริหารให้บริการด้านเทคนิค ให้บริการสนับสนุน หรือให้บริการ ด้านการบริหารเงินแก่วิสาหกิจในเครือ

(2) รายได้จากค่าสิทธิที่ได้รับจากวิสาหกิจในเครือ และ

(3) รายได้จากกิจการอื่น

ให้ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศแยกยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ พร้อมทั้งบัญชีทําการ และบัญชีกําไรขาดทุนของรายได้โนแต่ละกิจการออกเป็นคนละชุด สําหรับบัญชีงบดุล ให้ยื่นพร้อมแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ของรายได้ในกิจการใดก็ได้ โดยในการยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้ดังกล่าว ให้ใช้เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือบริษัทซึ่งประกอบกิจการ สํานักงานใหญ่ข้ามประเทศ ที่ประสงค์จะขอเปลี่ยนแปลงเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ตามมาตรา 16 มาตรา 17 และมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 แล้วแต่กรณี ต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) ยื่นคําขออนุมัติตามแบบ ศ.ก.ร.1 และให้ดําเนินการตามข้อ 3 ทั้งนี้ กรณีที่บริษัท ดังกล่าวยื่นคําขออนุมัติตามแบบ ศ.ก.ร.1 โดยระบุประเภทกิจการเดิม ให้บริษัทนั้นไม่ต้องยื่นแผนธุรกิจอีก

(2) ต้องรับรองวาบริษัทมีคุณสมบัติตามมาตรา 10 หรือมาตรา 11/6 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 405) พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือตามมาตรา 9 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 586) พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ในรอบระยะเวลาบัญชีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีที่ยื่นคําขออนุมัติตาม (1)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือบริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานใหญ่ข้ามประเทศ แล้วแต่กรณี ที่ได้ดําเนินการตามข้อ 14 จะได้รับอนุมัติให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจ ระหว่างประเทศตามมาตรา 10 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วย การลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 เฉพาะตามประเภทกิจการที่ได้รับ อนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรเท่านั้น โดยให้มีผลนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับอนุมัติตามมาตรา 12 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บริษัทซึ่งประกอบกิจการสํานักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือบริษัทซึ่งประกอบกิจการ สํานักงานใหญ่ข้ามประเทศ แล้วแต่กรณี ที่ได้รับอนุมัติให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ ตามมาตรา 16 มาตรา 17 หรือมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ที่จะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 หรือมาตรา 14 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561 ต้องมีรายจ่ายในการดําเนินงานซึ่งเกี่ยวกับกิจการศูนย์กลางธุรกิจ ระหว่างประเทศที่จ่ายให้แก่ผู้รับในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท หรือมีรายจ่ายในการดําเนินงาน และรายจ่ายอื่นของกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศที่จ่ายให้แก่ผู้รับในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 60 ล้านบาท อย่างใดอย่างหนึ่ง ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี ทั้งนี้ ศูนย์กลางธุรกิจ ระหว่างประเทศดังกล่าว ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรา 13 (1) (3) และ (4) แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 674) พ.ศ. 2561

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีปัญหาในทางปฏิบัติ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอํานาจวินิจฉัย และคําวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากรให้ถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

(นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

อธิบดีกรมสรรพากร

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 13) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการลดอัตราภาษีเงินได้ ยกเว้นภาษีเงินได้ และยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะของศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bee4e5f82b7e97cf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com