ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 91/ 2551
เรื่อง หลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์
โดย Internal Ratings-Based Approach วิธี IRB)
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุนสําหรับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดํารงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต ด้านตลาด และด้านปฏิบัติการไม่ต่ํากว่าระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด นั้น
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดแนวทางการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์โดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB) ฉบับนี้ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ใช้เป็นทางเลือกในการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตให้เหมาะสมกับความซับซ้อนของระบบการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตของตนเอง ทั้งนี้ วิธี RB ถือเป็นวิธีคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตที่มีความซับซ้อนและสามารถสะท้อนความเสี่ยงได้ดีกว่าการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์โดย Standardised Approach วิธี SA) โดยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์โดยวิธี RB ฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อ้างอิงแนวทางจากส่วนหนึ่งของ The First Pillar - Minimum Capital Requirements ในInternational Convergence of Capital Measurement and Capital Standards - A Revised Framework (Comprehensive version : June 2006) ของ Basel Committee on Banking Supervision
ธนาคารพาณิชย์จะต้องนําปริมาณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตที่คํานวณตามหลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ไปรวมกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุนสําหรับธนาคารพาณิชย์ เพื่อหาอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดต่อไป
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 29 มาตรา 30 และมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดย Internal Ratings-Based Approach (วิธี IRB) และให้ธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคารถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝนส.(22)ว.421/2549 เรื่อง นําส่งร่างหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเงินกองทุนตาม Basel II หลักการที่ 1 เรื่อง หลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุนขั้นต่ํา (Final Drat) ลงวันที่ 27 มีนาคม 2549
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"Unexpected 1oss (UL)" หมายความว่า ค่าความเสียหายที่เกินกว่าระดับที่คาดไว้
"Expected loss (EL)" หมายความว่า ค่าความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
"Probability of default (PD)" หมายความว่า ค่าความน่าจะเป็นที่ลูกหนี้จะผิดนัดชําระหนี้
"Loss given default (LGD)" หมายความว่า ร้อยละของความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อลูกหนี้ผิดนัดชําระหนี้ต่อยอดหนี้
"Exposure at default (EAD)" หมายความว่า ยอดหนี้หรือประมาณการยอดหนี้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชําระหนี้
"Effective maturity (M)" หมายความว่า ระยะเวลาครบกําหนดคงเหลือของหนี้ที่ใช้ในการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยง
"ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation)" หมายความว่า ค่าความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่าสินทรัพย์ซึ่งสะท้อนค่า PD ของลูกหนี้แต่ละรายกับปัจจัยความเสี่ยงจากระบบ (Systematic risk factor)
"ลูกหนี้" หมายความว่า เงินให้สินเชื่อ เงินลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก และรายการนอกงบดุล รวมถึงข้อผูกพันและสิทธิเรียกร้องให้ชําระหนี้ตามกฎหมายอื่น ๆ ของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ กรณีที่เป็นเงินให้สินเชื่อ เงินลงทุนในตราสารหนี้ และเงินฝาก ให้รวมดอกเบี้ยค้างรับที่บันทึกบัญชีด้วย
"Specific provision" หมายความว่า เงินสํารองที่ได้กันไว้สําหรับสินทรัพย์และรายการนอกงบดุลทั้งหมด โดยธนาคารพาณิชย์ต้องสามารถระบุได้ว่าเป็นเงินสํารองที่ได้กันไว้สําหรับสินทรัพย์หรือรายการนอกงบดุลใด ทั้งนี้ รวมถึงส่วนที่ลดลงจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาดของตราสารหนี้และตราสารทุนที่ถือไว้เพื่อค้าและเผื่อขาย และมูลค่าการด้อยค่าด้วย แต่ไม่รวมเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติที่ธนาคารพาณิชย์นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 แล้ว
"General provision" หมายความว่า เงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติทั้งหมด แต่ไม่รวมถึงเงินสํารองสําหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติส่วนที่นับเป็น Specific provision แล้ว
"Dilution risk" หมายความว่า ความเสี่ยงที่ยอดหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อมาอาจมีมูลค่าลดลงได้ เนื่องจากผู้ขายลูกหนี้มีข้อตกลงกับลูกหนี้ เช่น การที่ผู้ขายลูกหนี้ให้ส่วนลดหากลูกหนี้จ่ายชําระหนี้ภายในเวลาที่กําหนด หรือการให้ลูกหนี้คืนสินค้าที่ซื้อไปได้ภายในระยะเวลาที่กําหนดเนื่องจากสินค้ามีคุณภาพไม่ดี หรือผู้ขายลูกหนี้มีภาระหนี้ต่อลูกหนี้ เป็นต้น
5.2 หลักการ
วิธี IRB เป็นวิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตที่กําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ใช้เครื่องมือภายในของธนาคารพาณิชย์ ในการประมาณค่าความเสียหายจากความเสี่ยงด้านเครดิตซึ่งค่าความเสียหายดังกล่าวแบ่งเป็นสองประเภท ตามแนวทางการดําเนินการเพื่อรองรับความเสียหาย ดังนี้
(1) ค่าความเสียหายที่เกินกว่าระดับที่คาดไว้ (Unexpected loss: UL) เป็นส่วนที่ธนาคารพาณิชย์ควรมีเงินกองทุนรองรับ ซึ่งปริมาณเงินกองทุนขั้นต่ําที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องดํารงเพื่อรองรับ UL จะประเมินจากมูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตที่คํานวณได้ตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
(2) ค่าความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected loss: EL) เป็นส่วนที่ธนาคารพาณิชย์ควรมีเงินสํารองที่กันไว้รองรับ โดยธนาคารพาณิชย์จะต้องนําค่า EL ที่คํานวณได้ตามประกาศฉบับนี้ไปเปรียบเทียบกับเงินสํารองที่กันไว้แล้ว (Total eligible provisions) ซึ่งหากมีส่วนต่างเกิดขึ้น ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
วิธีการประมาณค่าความเสี่ยงข้างต้นนั้นมีหลายวิธี ซึ่งวิธีหลักของการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี IRB คือ การคํานวณโดยใช้สูตร PD/LGD (Risk weight function) ที่มีค่าองค์ประกอบความเสี่ยง (Risk component) 4 ตัวแปร ได้แก่ Probability of default (PD) Loss given default (LGD) Exposure at default (EAD) และ Effective maturity (M)
ในการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี IRB ธนาคารพาณิชย์มีทางเลือกในการใช้สูตร PD/LGD (Risk weight function) ดังนี้
(1) Foundation Internal Ratings-Based Approach (วิธี FIRB) คือ วิธีที่ธนาคารพาณิชย์ต้องประมาณค่า PD เอง แต่ค่าองค์ประกอบความเสี่ยงอื่นให้ใช้ค่าตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(2) Advanced Internal Ratings-Based Approach (วิธี AIRB) คือ วิธีที่ธนาคารพาณิชย์ต้องประมาณค่าองค์ประกอบความเสี่ยงทั้ง 4 ตัวแปรเอง
5.3 หลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี IRE
ในการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี IRB ให้ธนาคารพาณิชย์ที่เลือกใช้วิธี IRB ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ดังนี้
5.3.1 ประเภทสินทรัพย์ (Asset class)
ประเภทสินทรัพย์ (Asset class)' ภายใต้วิธี IRB แบ่งออกเป็น 7 ประเภทหลัก และในแต่ละประเภทอาจแบ่งเป็นประเภทย่อย (Sub-asset class) ดังนี้
(1) ลูกหนี้ภาครัฐบาล
(2) ลูกหนี้สถาบันการเงิน
(3) ลูกหนี้ธุรกิจเอกชน แบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย คือ
(3.1) ลูกหนี้ธุรกิจเอกชนทั่วไป
(3.2) สินเชื่อกลุ่มพิเศษ
(4) ลูกหนี้รายย่อย แบ่งเป็น 3 ประเภทย่อย คือ
(4.1) สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
(4.2) วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนเพื่อรายย่อย
(4.3) สินเชื่อรายย่อยอื่น
(5) ฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน
(6) ลูกหนี้ที่รับซื้อมา แบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย คือ
(6.1) ลูกหนี้ธุรกิจเอกชนที่รับซื้อมา
(6.2) ลูกหนี้รายย่อยที่รับซื้อมา
(7) สินทรัพย์อื่น
5.3.2 วิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี IRB
การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี IRB แบ่งวิธีการคํานวณออกเป็น 5 กลุ่มตามประเภทของสินทรัพย์ที่มีสูตรและวิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงที่คล้ายคลึงกันซึ่งเนื้อหาของเอกสารแนบอธิบายวิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับสินทรัพย์แต่ละกลุ่ม แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้
(1) คําจํากัดความของสินทรัพย์
(2) วิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยง
(3) การประมาณค่าองค์ประกอบความเสี่ยง
การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงสําหรับสินทรัพย์แต่ละประเภท รวมถึงการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงสําหรับสัญญาอนุพันธ์นอกตลาดประเภทอนุพันธ์ด้านเครดิต และฐานะที่เกี่ยวข้องกับการชําระราคาและการส่งมอบที่ยังไม่เสร็จสิ้น (Unsettled transaction) สามารถสรุปได้ ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ลูกหนี้ภาครัฐบาล สถาบันการเงิน และธุรกิจเอกชน
สําหรับลูกหนี้ภาครัฐบาล สถาบันการเงิน และธุรกิจเอกชน ให้ธนาคารพาณิชย์คํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยแบ่งเป็น 2 กรณี (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 1)
(1) ลูกหนี้ภาครัฐบาล สถาบันการเงิน ธุรกิจเอกชนทั่วไป และสินเชื่อกลุ่มพิเศษที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ําด้านการประมาณค่าองค์ประกอบความเสี่ยง ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้สูตร PD/LGD สําหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชน (Corporate risk weight function) โดยมีทางเลือกระหว่างวิธี FIRB และวิธี AIRB
(2) สินเชื่อกลุ่มพิเศษที่ธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ําด้านการประมาณค่าองค์ประกอบความเสี่ยง ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้วิธี Supervisory slotting criteria ที่กําหนดให้นําค่า EAD มาคูณด้วยน้ําหนักความเสี่ยงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ซึ่งได้จากการเทียบเคียง Internal rating ของสินเชื่อกลุ่มพิเศษของธนาคารพาณิชย์กับ Rating 5 อันดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
กลุ่มที่ 2 ลูกหนี้รายย่อย
ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้สูตร PD/LGD สําหรับลูกหนี้รายย่อย (Retail risk weight function) โดยต้องใช้วิธี AIRB เท่านั้น (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 2)
กลุ่มที่ 3 ฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน
สําหรับฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน ธนาคารพาณิชย์สามารถเลือกใช้วิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงดังต่อไปนี้ ตามความเหมาะสมของฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนแต่ละพอร์ต (ร้ายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 3)
(1) วิธี Market-based ประกอบด้วย 2 วิธีย่อย ดังนี้
(1.1) วิธี Simple risk weight ให้ธนาคารพาณิชย์นําค่า EAD มาคูณด้วยน้ําหนักความเสี่ยงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(1.2) วิธีแบบจําลองภายใน (Internal models method) ให้ธนาคารพาณิชย์คํานวณสินทรัพย์เสี่ยงจากแบบจําลอง Value-at-risk (VaR)
(2) วิธี PD/LGD ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้สูตร PD/ILGD สําหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชน (Corporate risk weight function)
กลุ่มที่ 4 ลูกหนี้ที่รับซื้อมา
สําหรับลูกหนี้ที่รับซื้อมา ธนาคารพาณิชย์ต้องคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อรองรับความเสี่ยง 2 ประเภท (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 4) ได้แก่
(1) ความเสี่ยงจากการที่ยอดหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อมาอาจมีมูลค่าลดลงได้ เนื่องจากผู้ขายลูกหนี้มีข้อตกลงกับลูกหนี้ (Dilution risk) ซึ่งกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ใช้สูตร PD/LGD สําหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชน (Corporate risk weight function) ในการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงสําหรับ Dilution risk ทั้งกรณีที่ลูกหนี้ที่รับซื้อมาเป็นลูกหนี้ธุรกิจเอกชนและลูกหนี้รายย่อย
(2) ความเสี่ยงจากการที่ลูกหนี้ที่รับซื้อมาไม่สามารถชําระหนี้ได้ตามกําหนด (Default risk) โดยการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงสําหรับ Default risk แบ่งออกเป็น 2 กรณี
(2.1) กรณีลูกหนี้ที่รับซื้อมาเป็นลูกหนี้ธุรกิจเอกชน
ให้ธนาคารพาณิชย์เลือกใช้วิธี Bottom-up หรือวิธี Top-downได้ตามเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด และให้ธนาคารพาณิชย์ใช้สูตร PD/LGD สําหรับลูกหนี้ธุรกิจเอกชน (Corporate risk weight function)
(2.2) กรณีลูกหนี้ที่รับซื้อมาเป็นลูกหนี้รายย่อย
ให้ธนาคารพาณิชย์ใช้สูตร PD/LGD สําหรับลูกหนี้รายย่อย (Retail risk weight function) ตามประเภทของลูกหนี้รายย่อยที่รับซื้อมา'
กลุ่มที่ 5 สินทรัพย์อื่น
ให้ธนาคารพาณิชย์นํายอดคงค้างของสินทรัพย์อื่นที่หักด้วย Specific provision มาคูณด้วยน้ําหนักความเสี่ยงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 5)
สัญญาอนุพันธ์นอกตลาดประเภทอนุพันธ์ด้านเครดิต
(1) อนุพันธ์ด้านเครดิตในบัญชีเพื่อการธนาคาร
กรณีธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ขายข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต ให้ธนาคารพาณิชย์อ้างอิงวิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงสําหรับอนุพันธ์ด้านเครดิตตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับธนาคารพาณิชย์โดยวิธี SA เรื่อง หลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงสําหรับอนุพันธ์ด้านเครดิต
กรณีธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิต ให้ธนาคารพาณิชย์อ้างอิงวิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิต ตามที่กําหนดในการประมาณดําองค์ประกอบความเสี่ยง LGD กรณีมีการค้ําประกันและอนุพันธ์ด้านเครดิตตามประเภทของสินทรัพย์ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงตามรายละเอียดที่ระบุในเอกสารแนบของประกาศฉบับนี้
(2) อนุพันธ์ด้านเครดิตในบัญชีเพื่อการค้า
ให้ธนาคารพาณิชย์อ้างอิงวิธีการคํานวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์ในงบดุลสําหรับอนุพันธ์ด้านเครดิตในบัญชีเพื่อการค้าตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณมูลค่าเทียบเท่าสินทรัพย์ในงบดุลสําหรับสัญญาอนุพันธ์นอกตลาด และคํานวณน้ําหนักความเสี่ยงตามประเภทของคู่สัญญาตามหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี IRB ของสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ในประกาศฉบับนี้
ฐานะที่เกี่ยวข้องกับการชําระราคาและการต่างมอบที่ยังไม่เสร็จสิ้น (Unsettled transaction)
ให้ธนาคารพาณิชย์อ้างอิงวิธีการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตสําหรับการผิดนัดชําระราคาและการส่งมอบและธุรกรรม Non-delivery versus payment (Non-DvP) สําหรับธนาคารพาณิชย์
การปรับค่าสินทรัพย์เสี่ยงด้วยค่า Scaling factor
ทั้งนี้ กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ใช้สูตร PD/LGD ในการคํานวณสินทรัพย์เสี่ยง ให้ธนาคารพาณิชย์นําค่าร้อยละของเงินกองทุนที่คํานวณได้มาปรับค่าขึ้นด้วยค่า Scaling factor 1.06 ตามรายละเอียดที่กําหนดไว้ในเอกสารแนบ 1 และเอกสารแนบ 2
5.4 หลักเกณฑ์สําหรับความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected loss) และเงินสํารองที่กันไว้แล้ว (Total eligible provisions)
นอกจากคํานวณหาค่า UL เพื่อคํานวณหามูลค่าสินทรัพย์เสี่ยงแล้ว ธนาคารพาณิชย์ต้องคํานวณหาผลรวมของค่า EL ของลูกหนี้ทุกประเภทที่คํานวณสินทรัพย์เสี่ยงด้านเครดิตโดยวิธี RB ตามวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด เพื่อนําค่าดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับเงินสํารองที่กันไว้แล้ว (Total eligible provisions) ซึ่งหากมีความแตกต่างระหว่างค่า EL ที่คํานวณได้กับเงินสํารองที่กันไว้แล้ว ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 6)
5.5 เกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ําสําหรับวิธี IRB Minimum requirements for IRB approach)
ธนาคารพาณิชย์ที่ใช้วิธี IRB ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ํา (รายละเอียดตามเอกสารแนบ 1) ในเรื่องต่อไปนี้
(1) การออกแบบและพัฒนาระบบ Internal rating
(2) วิธีปฏิบัติสําหรับระบบการให้ Internal rating
(3) ธรรมาภิบาลและการควบคุม
(4) การใช้ Internal rating
(5) การกําหนดค่าความเสี่ยง
(6) การทดสอบความถูกต้องของค่าประมาณการ
(7) มาตรฐานขั้นต่ําสําหรับการใช้ค่า LGD และค่า EAD ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
(8) เกณฑ์ปฏิบัติสําหรับธุรกิจให้เช่าแบบลีสซิ่ง
(9) การคํานวณสินทรัพย์เสี่ยงสําหรับฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน
(10) การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ที่เริ่มใช้วิธี FIRB ภายในสิ้นปี 2553 ได้รับการผ่อนผันการถือปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ําด้านข้อมูลสําหรับลูกหนี้ภาครัฐบาล สถาบันการเงิน ธุรกิจเอกชน และฐานะที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน รวมถึงด้านการใช้ระบบ Internal rating ในการบริหารจัดการภายใน นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ที่เริ่มใช้วิธี FIRB และวิธี AIRB ภายในสิ้นปี 2553 ได้รับการผ่อนผันการถือปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ําด้านข้อมูลสําหรับพอร์ตลูกหนี้รายย่อย (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 7.1)
5.6 การยื่นขออนุญาตและกรอบการใช้วิธี RB (Adoption of the IRB approach)
ธนาคารพาณิชย์ที่เลือกใช้วิธี IRB ต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยและต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ําสําหรับวิธี IRB (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 7) นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามกรอบการใช้วิธี RB ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด (รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ 8)
ธนาคารพาณิชย์ที่ขออนุญาตใช้วิธี IRB และได้ยื่นเอกสารการขออนุญาตใช้วิธี RB ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนที่ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้วไม่ต้องยื่นเอกสารขออนุญาตใหม่กับธนาคารแห่งประเทศไทยอีก เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยขอข้อมูลเพิ่มเติมจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ใช้วิธี IRB ได้
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป ยกเว้นธนาคารพาณิชย์ที่เลือกใช้วิธี AIRB ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2552
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย