法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนด

ข้อกำหนด

เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี

พ.ศ. ๒๕๕๐

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๔ (๑) และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดจันทบุรี

จึงออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดทำแผนผังโครงการ และวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม

โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อกำหนดนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี

พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดนี้ให้ใช้ข้อกำหนดนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดจันทบุรีพิจารณาเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวม

คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดจันทบุรีจะผ่อนผันการปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เป็นการเฉพาะรายก็ได้

ทั้งนี้

การผ่อนผันตามวรรคหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง

เรื่อง กำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม

หลักเกณฑ์การจัดทำแผนผัง

โครงการและวิธีการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ แผนผังการจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม

การขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน

ผู้ขอต้องจัดให้มีแผนผังการจัดสรรที่ดิน ดังนี้

๕.๑

แผนผังสังเขป ได้แก่ แผนผังที่แสดง

(๑)

ที่ตั้งบริเวณการจัดสรรที่ดิน ต้องจัดบริเวณแยกจากที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม

(๒)

ลักษณะบริเวณที่ดินโดยรอบ

(๓)

เส้นทางที่เข้าออกสู่บริเวณการจัดสรรที่ดินจากทางหลวง หรือทางสาธารณะภายนอก

การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองตามกฎหมาย

ว่าด้วยการผังเมือง โดยระบุข้อความต่อไปนี้ คือ “ที่ดินขอทำการจัดสรรเพื่ออุตสาหกรรม

ตั้งอยู่ในบริเวณ (ระบุรายละเอียดตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองแต่ละประเภท)”

๕.๒

แผนผังบริเวณรวม ได้แก่แผนผังที่แสดง

(๑)

รูปต่อแปลงเอกสารสิทธิที่นำมาทำการจัดสรรที่ดิน

(๒)

รายละเอียดของที่สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายในบริเวณและบริเวณที่ติดต่อกับที่ดินที่ขอจัดสรร

(๓)

เงื่อนไขเกี่ยวกับที่ดิน ทั้งของราชการและส่วนบุคคล

(๔)

ในกรณีที่มีโครงการต่อเนื่องเป็นหลายโครงการให้แสดงการเชื่อมต่อของโครงการทั้งหมดไว้ในแผนผังบริเวณรวมด้วย

๕.๓

แผนผังการแบ่งแปลงที่ดิน ได้แก่แผนผังที่แสดง

(๑)

การแบ่งแปลงที่ดินแปลงย่อยเพื่อการจัดจำหน่ายโดยให้ระบุประเภทการใช้ที่ดินแต่ละแปลง

(๒)

การแบ่งแปลงที่ดินเพื่อจัดทำสาธารณูปโภคบริการสาธารณะและเส้นทางถนน

๕.๔

แผนผังระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ได้แก่แผนผังที่แสดง

รายละเอียดของระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่จะจัดให้มี

เช่น

(๑)

ระบบไฟฟ้า

(๒)

ระบบประปา

(๓)

ระบบการระบายน้ำ

(๔)

ระบบบำบัดน้ำเสีย

(๕)

ระบบถนนและทางเท้า

(๖)

ระบบกำจัดปฏิกูลและขยะ

(๗)

ระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แผนผังทุกรายการ

จะต้องแสดงรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสภาพปัจจุบันและสภาพหลังจากการปรับปรุงพัฒนาแล้ว

รายละเอียดของสิ่งที่ต้องแสดงในแผนผังแต่ละรายการให้เป็นไปตามประกาศของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดจันทบุรีและจะต้องทำบนกระดาษขนาดมาตรฐาน

A4 โดยให้มุมด้านล่างข้างขวา จะต้องแสดงดัชนีแผนผังที่ต่อกัน

(ในกรณีที่ต้องแสดงแผนผังเกินกว่า ๑ แผ่น) ชื่อโครงการ ชื่อและที่ตั้งของสำนักงานจัดสรรที่ดิน

ชื่อและลายมือชื่อของผู้ออกแบบและวิศวกรผู้คำนวณระบบต่าง ๆ

พร้อมทั้งเลขทะเบียนใบอนุญาตให้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ โครงการและวิธีในการจัดสรรที่ดิน

ในการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน

นอกจากหลักฐานและรายละเอียดที่ต้องแสดงตามความในมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน

พ.ศ. ๒๕๔๓ และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

แล้ว ผู้ขอต้องแสดงโครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดิน

เพื่อเป็นหลักฐานการดำเนินงานในเรื่องต่าง ๆ ดังรายการต่อไปนี้

๖.๑

หลักฐานการอนุญาตยินยอมจากหน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบแหล่งรองรับน้ำทิ้ง

(ในกรณีที่ต้องได้รับอนุญาตหรือยินยอม)

๖.๒

หลักฐานผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(ในกรณีต้องจัดทำ)

๖.๓

วิธีการในการปรับปรุงพื้นที่ดิน การรวม การปรับแต่งให้พื้นที่ดินเกิดความเหมาะสมในกิจการอุตสาหกรรม

ทั่วบริเวณส่วนจำหน่ายและส่วนสาธารณูปโภค

๖.๔

วิธีการในการจัดจำหน่ายที่ดิน

จะจำหน่ายโดยวิธีเงินสดหรือเงินผ่อนตามระยะเวลาที่ผู้ซื้อสามารถเลือกได้

๖.๕

วิธีการในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ

๖.๖

การเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะ

๖.๗

สิทธิของผู้ซื้อในการใช้หรือได้รับบริการสาธารณะที่ผู้จัดสรรจัดให้มีในบริเวณการจัดสรรที่ดิน

๖.๘

ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่ขอจัดสรรนั้น

๖.๙

สัญญาหรือเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ที่ดินในที่ดินแปลงย่อยที่ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติ

เพื่อประโยชน์ต่อชุมชนทางด้านความสงบสุข ความปลอดภัย ความสวยงาม

ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความเพิ่มพูนมูลค่าในทรัพย์สิน และขนบธรรมเนียมประเพณี

๖.๑๐

หลักฐานแสดงการอนุญาตหรือยินยอมของหน่วยงานอื่น ๆ (ถ้ามี)

ขนาดและเนื้อที่ของที่ดินที่ทำการจัดสรร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ขนาดของโครงการจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม

ให้พิจารณาจากจำนวนที่ดินที่ทำการรังวัดแบ่งเป็นแปลงย่อยและจำนวนเนื้อที่เพื่อจัดจำหน่ายทั้งโครงการ

โดยแบ่งเป็น ๓ ขนาด คือ

๗.๑

ขนาดเล็ก จำนวนแปลงย่อยไม่เกิน ๙๙ แปลง หรือเนื้อที่ทั้งโครงการต่ำกว่า ๙๙ ไร่

๗.๒

ขนาดกลาง จำนวนแปลงย่อย ตั้งแต่ ๑๐๐ - ๑๙๙ แปลง หรือเนื้อที่ทั้งโครงการ ๙๙ - ๔๐๐

ไร่

๗.๓

ขนาดใหญ่ จำนวนแปลงย่อยตั้งแต่ ๒๐๐ แปลงขึ้นไป หรือเนื้อที่ทั้งโครงการเกินกว่า

๔๐๐ ไร่

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจัดสรรที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม

ที่ดินแปลงย่อยเพื่อจัดจำหน่ายต้องมีเนื้อที่แต่ละแปลงไม่ต่ำกว่า ๖๐ ตารางวา

ถ้าเป็นห้องแถวหรือตึกแถวต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า ๑๖ ตารางวา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ห้ามแบ่งแปลงที่ดินเป็นแนวตะเข็บ

ระยะห่างจากตัวอาคารจากเขตที่ดินและการเว้นช่องว่างระหว่างแปลงที่ดินให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับคมนาคม

การจราจรและความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ระบบและมาตรฐานของถนนทางเท้า

และทางจักรยานในที่ดินจัดสรรทั้งหมดรวมทั้งการต่อเชื่อมกับถนนหรือทางสายนอกที่ดินจัดสรร

๑๐.๑

ขนาดของถนนที่ต้องจัดให้มีในการจัดสรรที่ดินแต่ละโครงการ

ให้มีความกว้างของเขตทางและผิวจราจร ดังนี้

(๑)

ถนนที่ใช้ในโครงการขนาดเล็ก ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า ๙.๐๐ เมตร

(๒)

ถนนที่ใช้ในโครงการขนาดกลาง ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๑๖.๐๐ เมตร

และมีความกว้างผิวจราจรไม่ต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร และจัดให้มีทางเท้าและทางจักรยาน

ความกว้างไม่ต่ำกว่า ๑.๕๐ เมตร

(๓)

ถนนที่ใช้ในโครงการขนาดใหญ่ ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๒๔.๐๐ เมตร

โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า ๑๖.๐๐ เมตร มีทางเท้าและทางจักรยานไม่ต่ำกว่า

๑.๕๐ เมตร

๑๐.๒

ถนนที่เป็นทางเข้าออกโครงการจัดสรรที่ดินที่บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหรือทางสาธารณประโยชน์

ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่น้อยกว่าเกณฑ์กำหนดตามข้อ ๑๐.๑ นอกจากจะมีข้อบังคับเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ถนนในโครงการที่เป็นถนนปลายตัน

ต้องจัดให้มีที่กลับรถ ดังนี้

๑๑.๑

ถนนที่มีระยะยาวเกิน ๑๐๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๕๐๐ เมตร

ให้จัดทำที่กลับรถที่บริเวณปลายตันของถนน

๑๑.๒

ถนนที่มีระยะยาวเกินกว่า ๕๐๐ เมตร ให้จัดทำที่กลับรถทุกระยะ ๕๐๐ เมตร แต่หากมีจำนวนเป็นเศษไม่ครบ

๕๐๐ เมตร ต้องจัดทำที่กลับรถตามเงื่อนไขต่อไปนี้

๑๑.๒.๑

หากระยะตั้งแต่จุดที่ครบ ๕๐๐ เมตร จุดสุดท้ายไปจนถึงจุดปลายตันของถนนมีระยะไม่เกิน

๒๕๐ เมตร ให้จัดทำที่กลับรถที่บริเวณปลายตันของถนน

โดยไม่ต้องจัดทำที่กลับรถในบริเวณที่ครบระยะ ๕๐๐ เมตร จุดสุดท้าย

๑๑.๒.๒

หากระยะตั้งแต่จุดที่ครบ ๕๐๐ เมตร จุดสุดท้ายไปจนถึงจุดปลายตันของถนนมีระยะเกิน

๒๕๐ เมตร ให้จัดทำที่กลับรถที่บริเวณปลายตันของถนนด้วย

๑๑.๓

ที่กลับรถต้องจัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ดังนี้

๑๑.๓.๑

กรณีที่เป็นวงเวียน ต้องมีรัศมีความโค้งวัดถึงกึ่งกลางถนนไม่ต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

และผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่า ๖.๐๐ เมตร

๑๑.๓.๒

กรณีที่เป็นรูปตัวที (T) ต้องมีความยาวสุทธิของไหล่ตัวทีด้านละไม่ต่ำกว่า ๕.๐๐ เมตร ทั้งสองด้าน

ผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่า ๖.๐๐ เมตร และต้องมีปาดมุมถนนข้างละ ๓.๐๐ เมตร

๑๑.๓.๓

กรณีที่เป็นรูปตัวแอล (L) ต้องมีความยาวสุทธิของขาแต่ละด้านไม่ต่ำกว่า ๕.๐๐ เมตร

ผิวจราจรต้องไม่ต่ำกว่า ๔.๐๐ เมตร มุมวายต้องไม่เล็กกว่า ๑๒๐ องศา

๑๑.๔

ระดับความสูงของหลังถนน

๑๑.๔.๑

ต้องให้สอดคล้องกับระบบการระบายน้ำในบริเวณการจัดสรรที่ดิน

๑๑.๔.๒

ถนนที่เป็นทางแยกต้องปาดมุมถนนที่ทางแยกข้างละ ๓

เมตรและต้องจำกัดให้ได้ระบบและมาตรฐานที่สอดคล้องกับถนนหรือทางสาธารณะที่ต่อเนื่อง

๑๑.๔.๓

ผิวจราจรอาจเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

หรือแอสฟัลท์ติคคอนกรีตหรือคอนกรีตเสริมเหล็กราดด้วยแอสฟัลท์

หรือปูทับด้วยวัสดุอื่น หรือลาดยางแอสฟัลท์รองด้วยชั้นวัสดุพื้นทาง หรือลูกรัง

หรือวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานวิศวกรรมรองรับ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ความลาดชันและทางเลี้ยวให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมจราจร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สะพาน สะพานท่อ และท่อลอด

๑๓.๑

ถนนที่ตัดผ่านลำรางสาธารณประโยชน์ ซึ่งกว้างไม่เกิน ๒.๐๐ เมตร จะต้องทำเป็นท่อลอดตามรายการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๑๓.๒

ถนนที่ตัดผ่านลำรางสาธารณประโยชน์ซึ่งกว้างตั้งแต่ ๒.๐๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๕.๐๐ เมตร

จะต้องทำเป็นสะพานท่อตามแบบการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๑๓.๓

ถนนที่ตัดผ่านคลองสาธารณประโยชน์ที่มีความกว้างตั้งแต่ ๕.๐๐ เมตรขึ้นไปแต่ไม่เกิน

๑๐.๐๐ เมตร จะต้องทำเป็นสะพานช่วงเดียว ตามแบบก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๑๓.๔

ถนนที่ตัดผ่านคลองสาธารณประโยชน์ที่มีความกว้างไม่เกินกว่า ๑๐.๐๐ เมตร จะต้องทำเป็นสะพานตามแบบการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้จัดสรรที่ดินต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าให้ดำเนินการจัดทำตามแบบแปลนแผนผังที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมเรื่องไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรณีที่ที่ดินจัดสรรตั้งอยู่ในเขตบริการของการประปาส่วนภูมิภาค

หากผู้จัดสรรจัดให้มีระบบประปา ต้องใช้บริการของหน่วยงานนั้น โดยให้แสดงหลักฐานจากการประปาว่าสามารถให้บริการได้

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และข้อบัญญัติของท้องถิ่นที่ที่ดินจัดสรรตั้งอยู่

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ระบบการระบายน้ำ

๑๗.๑

การระบายน้ำที่ผ่านการใช้จากกิจกรรมต่าง ๆ

และน้ำฝนจากพื้นที่ภายในโครงการโดยใช้ท่อ รางระบายน้ำหรือคูคลอง

ต้องได้รับการออกแบบอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

๑๗.๒

ปริมาณของน้ำทิ้งที่ออกจากระบบการระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียไปสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง

(คูคลองหรือทางน้ำสาธารณะอื่นใด) ต้องไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินข้างเคียง

๑๗.๓

การระบายน้ำออกจากโครงการจะต้องได้รับอนุญาต หรือยินยอมจากผู้ดูแลรับผิดชอบแหล่งรองรับน้ำทิ้งนั้น

๑๗.๔

ความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำของระบบการระบายน้ำ

(๑)

ปริมาณน้ำฝน ใช้เกณฑ์ปริมาณฝนตกปกติโดยเฉลี่ยในคาบอุบัติไม่น้อยกว่า ๕

ของจังหวัดจันทบุรี

และสัมประสิทธิ์การไหลนองของน้ำฝนเฉลี่ยของที่ดินแปลงย่อยต้องไม่น้อยกว่า ๐.๖

(๒)

ปริมาณไหลซึมเข้าระบบท่อระบายน้ำต่อวัน ต้องไม่ต่ำกว่า ๒๐ ลูกบาศก์เมตร

ต่อความยาวท่อระบายน้ำ ๑ กิโลเมตร

หรือค่าอื่นตามข้อมูลที่อ้างอิงซึ่งต้องเชื่อถือได้ในทางวิชาการ

โดยต้องสอดคล้องกับประเภทวัสดุของท่อ รางระบายน้ำหรือคูคลอง

๑๗.๕

ระบบการระบายน้ำประกอบด้วย

(๑)

ท่อระบายน้ำ และท่อพัก (พร้อมฝา) หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

(๒)

บ่อสูบหรือสถานีสูบ (ถ้ามี)

ภายในต้องมีเครื่องสูบน้ำตะแกรงดักขยะและบริเวณดักกรวดทราย

(๓)

บ่อตรวจคุณภาพน้ำทิ้งรวมของโครงการ โดยให้มีตะแกรงดักขยะ

(๔)

แหล่งรองรับน้ำทิ้งจากการระบายน้ำ และจากระบบบำบัดน้ำเสีย (ถ้ามี)

(๕)

กรณีที่ระดับน้ำสูงสุดของแหล่งรองรับน้ำทิ้งสูงกว่าระดับท่อน้ำบ่อสูบ

หรือสถานีสูบน้ำให้ก่อสร้างบานประตูระบายน้ำ เปิด - ปิด

๑๗.๖

รายการคำนวณ (ที่ต้องประกอบกับแผนผังระบบการระบายน้ำ)

(๑)

พื้นที่รองระบบน้ำฝน หรือพื้นที่ระบายน้ำฝนลงสู่ท่อหรือรางระบายน้ำหรือคูคลอง

(ในหน่วยตารางเมตร)

(๒)

ปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่ท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

(ในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

(๓)

ขนาดของท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลองแต่ละบริเวณ

(๔)

ระดับความลาดเอียงของท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

(๕)

ความเร็วของการไหลของน้ำในท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

(๖)

ความลึกของท้องท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

รายการทั้งหมดนี้ต้องจัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิศวกรรม

และสอดคล้องกับรายการคำนวณทางวิชาการที่สามารถตรวจสอบความเพียงพอ

และความมั่นคงแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ในระบบได้โดยผู้คำนวณออกแบบต้องลงนามพร้อมใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

๑๗.๗

กรณีการใช้ระบบท่อระบายน้ำจะต้องจัดทำแผนผังระบบท่อระบายน้ำและการจัดทำรายการคำนวณทางวิชาการ

(๑)

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของท่อระบายน้ำขนาดเล็กที่สุดไม่ต่ำกว่า ๔๐ เซนติเมตร

ยกเว้นในกรณีเลือกใช้ระบบระบายน้ำเสียแยกจากระบบระบายน้ำฝน

(๒)

วัสดุที่เป็นท่อระบายน้ำ ต้อง

ก.

เป็นวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำเสียและน้ำฝนได้

ข.

รับน้ำหนักจากพื้นที่ด้านบน และยานพาหนะที่สัญจรผ่านได้โดยไม่เสียหาย

(๓)

ระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔๐

เซนติเมตรต้องลาดเอียงไม่ต่ำกว่า ๑ : ๕๐๐

และของท่อระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าต้องลาดเอียงไม่ต่ำกว่า ๑ : ๑๐๐๐

ระดับความลาดเอียงนี้ต้องต่อเนื่องกันไปตลอดทั้งระบบการระบายนํ้า

(๔)

การกำหนดประเภทเครื่องสูบน้ำ ปริมาตรบ่อสูบ หรือสถานีสูบน้ำและระดับน้ำที่เครื่องสูบน้ำ

เริ่มหรือหยุดทำงานให้เป็นไปตามหลักวิชาการ

โดยระดับน้ำสูงสุดที่เครื่องสูบน้ำเริ่มทำงานต้องไม่เกินระดับกึ่งหนึ่งของท่อน้ำเข้า

(๕)

แนวระบบระบายน้ำต้องไม่พาดผ่านทางน้ำ หรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์

นอกจากจะมีระบบพิเศษเพื่อการส่งน้ำไปได้โดยไม่ปนเปื้อนกับน้ำในทางน้ำ

หรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์

(๖)

บ่อพักท่อระบายน้ำต้องจัดให้มีประจำทุกแปลงย่อยและต้องแยกท่อระบายน้ำและท่อพักออกจากกัน

และระยะห่างระหว่างบ่อพักต้องไม่เกิน ๑๕.๐๐ เมตร

โดยต้องมีทุกจุดที่มีการเปลี่ยนขนาดท่อ และจุดบรรจบของท่อหรือรางระบายน้ำ แต่ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรม

(๗)

กรณีพื้นที่ทำการจัดสรรที่ดินมีระดับสูงหรือต่ำต่างกันให้แสดง

ก.

เส้นชั้นความสูงต่ำของพื้นที่ลงในแผนผังแสดงแนวเส้นท่อระบายน้ำ

โดยมีช่วงห่างกันทุกระดับความสูง ๑.๐๐ เมตร หรือน้อยกว่า

ข.

ระดับของพื้นที่ที่จะปรับแต่ง โดยการขุดหรือถมจากระดับเดิม

(๘)

ต้องแสดงแหล่งรองรับน้ำทิ้งให้ชัดเจนในแผนผัง

หากใช้ลำรางสาธารณะเป็นทางระบายน้ำให้แสดงภาพความกว้าง

ความลึกของลำรางจากบริเวณที่จัดสรรไปจนถึงแหล่งรองรับน้ำทิ้ง

กรณีแยกระบบระบายน้ำเสียออกจากระบบระบายน้ำฝนให้แสดงแบบรายละเอียดและรายการคำนวณทางวิชาการของทั้งสองระบบแยกจากกัน

แต่ละระบบต้องมีรายละเอียดต่าง ๆ ตามข้อต้นทั้งหมด

รวมทั้งระดับและรูปตัดของทุกจุดที่มีการตัดผ่านหรือบรรจบกันของระบบทั้งสอง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ระบบบำบัดน้ำเสีย

๑๘.๑

น้ำที่ผ่านการใช้จากทุกกิจกรรมในแปลงที่ดินจัดสรรถือเป็นน้ำเสียที่จะต้องได้รับการบำบัดให้ได้มาตรฐานที่กำหนด

ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับ

จึงจะระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งได้

๑๘.๒

ระบบบำบัดน้ำเสียจะเป็นประเภทระบบบำบัดอิสระ เฉพาะแต่ละที่ดินแปลงย่อยหรือประเภทระบบบำบัดกลางที่รวบรวมน้ำเสียมาบำบัดเป็นจุดเดียวหรือหลายจุดก็ได้

และแต่ละระบบจะใช้วิธีหรือขบวนการบำบัดแบบใด วิธีใด ให้แสดงหรือระบุในแผนผัง

และรายการคำนวณทางวิชาการ

โดยผู้คำนวณออกแบบต้องลงนามพร้อมใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

๑๘.๓

ระบบบำบัดน้ำเสียทุกประเภท

จะต้องมีบ่อตรวจคุณภาพน้ำทิ้งที่สามารถเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งได้ตลอดเวลา

๑๘.๔

การจัดการกากอุตสาหกรรม (ถ้ามี)

ต้องมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามที่หน่วยงานเกี่ยวข้องกำหนด

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับผังเมือง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมือง

ให้อยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการส่งเสริมบริหารการจัดการโครงการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้กันพื้นที่ไว้เพื่อจัดทำสาธารณูปโภค

หรือบริการสาธารณะอื่นไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ ของพื้นที่จัดจำหน่ายทั้งหมด เช่น สวน

ที่จอดรถส่วนกลาง สนามกีฬา ศูนย์อบรมพนักงานห้องอาหารสำหรับพนักงาน, สถานพยาบาลเบื้องต้น, โดยให้มีพื้นที่ที่เป็นสวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒ ของพื้นที่จัดจำหน่าย ทั้งนี้

ไม่ให้แบ่งแยกออกเป็นแปลงย่อยหลายแห่ง

เว้นแต่เป็นการกันพื้นที่แต่ละแห่งไว้ไม่ต่ำกว่า ๑ ไร่ โดยจะต้องมีขนาดและรูปแปลงที่เหมาะสม

สะดวกแก่การใช้สอย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กรณีที่เป็นห้องแถวหรือตึกแถวนอกจากปฏิบัติตามข้อ

๒๐ แล้วต้องจัดให้มีที่จอดรถเพิ่ม ๑ แปลง ต่อ ๑ คัน

ระหว่างผิวจราจรกับทางเท้าด้านหน้าที่ดินแปลงย่อยให้มีลักษณะดังนี้

(๑)

กรณีจัดให้มีที่จอดรถตั้งฉากกับแนวทางเดินรถ ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ เมตร และความยาวไม่น้อยกว่า

๕.๐๐ เมตร

(๒)

กรณีจัดให้มีที่จอดรถขนานแนวทางเดินรถหรือตัดมุมกับทางเดินรถ น้อยกว่า ๓๐ องศา ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า

๒.๔๐ เมตร และความยาวไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร

(๓)

กรณีจัดให้มีที่จอดรถทำมุมกับทางเดินรถตั้งแต่ ๓๐ องศาขึ้นไป

ให้มีความกว้างไม่น้อยกว่า ๒.๔๐ เมตร และความยาวไม่น้อยกว่า ๕.๕๐ เมตร

กรณีจัดให้มีที่จอดรถเพิ่มเติมทางด้านหลังของห้องแถวหรือตึกแถว

ต้องจัดให้มีที่จอดรถ ๑ แปลง ต่อ ๑ คัน และมีขนาดเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ข้อ ๒๑

(๑) (๒) และ (๓)

กรณีที่มีเขตห้ามปลูกสร้างอาคารริมทางหลวงให้ใช้เขตห้ามปลูกสร้างอาคารเป็นที่จอดรถได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการประชุมจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นผู้จัดสรรที่ดินต้องอำนวยความสะดวกในด้านเอกสาร

บัญชีรายชื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและสถานที่ประชุมตามสมควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินรายใดมีความประสงค์

จะให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(๑)

ที่ดินเปล่าต้องให้มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๒๐ ตารางวา และมีความกว้างไม่น้อยกว่า

๘.๐๐ เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร

เว้นแต่บัญญัติของท้องถิ่นใดกำหนดไว้สูงกว่าก็ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติของท้องถิ่น

โดยตำแหน่งที่ดินให้มีเขตติดต่อกับสาธารณูปโภคอื่น ๆ เช่น ถนน สวน สนามกีฬา

ที่จอดรถส่วนกลาง ศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน ห้องอาหารสำหรับพนักงาน สถานพยาบาลเบื้องต้น

และหรือสาธารณูปโภคอื่นที่ใช้ประโยชน์ลักษณะเดียวกัน

(๒)

ที่ดินพร้อมอาคาร ต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๑๖ ตารางวา มีความกว้างไม่น้อยกว่า

๔.๐๐ เมตร และมีพื้นที่ใช้สอยในอาคารไม่น้อยกว่า ๖๔ ตารางเมตร

(๓)

พื้นที่ส่วนอื่นซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดไว้เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว

เช่น สำนักงาน สโมสร เป็นต้น

ต้องจัดให้มีพื้นที่ใช้สอยสำหรับสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือ

นิติบุคคลตามกฎหมายอื่นในอาคารดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๖๔ ตารางเมตร

อาคารดังกล่าวจะต้องอยู่บนที่ดินแปลงบริการสาธารณะในโครงการจัดสรรที่ดิน

และจะเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นไม่ได้

ทั้งนี้

ไม่นับรวมถึงค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสิ้นเปลือง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว

ให้ถือว่าที่ดินดังกล่าวตามข้อ ๒๓ (๑) หรือที่ดินพร้อมอาคารตามข้อ ๒๓ (๒)

เป็นสาธารณูปโภค ส่วนที่ดินที่เป็นที่ตั้งสำนักงาน สโมสร ฯลฯ ผู้จัดสรรที่ดินต้องให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน

เนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๒๐ ตารางวา และให้เป็นสาธารณูปโภคด้วย

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗

กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

พนัส แก้วลาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี

ประธานกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดจันทบุรี

วัชศักดิ์/จัดทำ

๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

ศิรวัชร์/ปรับปรุง

๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๖๖ ง/หน้า ๓๔/๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๐

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bf3a3b1541dc0edf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com