ประกาศกระทรวงมหาดไทย
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับที่ ๓)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ และข้อ ๑๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กระทรวงมหาดไทยจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
ประกาศกระทรวงมหาดไทย
เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับที่ ๓)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒ และข้อ ๑๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๐๓ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ กระทรวงมหาดไทยจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๒] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล ลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๓ ประกาศนี้มิให้ใช้บังคับแก่
(๑) กิจการประมงทะเลที่มีจำนวนลูกจ้างน้อยกว่ายี่สิบคน เว้นแต่ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างและเงินทดแทนตามข้อ ๖ และข้อ ๑๐ ให้ใช้บังคับแก่กิจการประมงทะเลที่มีลูกจ้างตั้งแต่หนึ่งคนขึ้นไป
(๒) ราชการส่วนกลาง
(๓) ราชการส่วนภูมิภาค
(๔) ราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งราชการของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา
(๕) องค์การของรัฐ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ
(๖) เรือประมงที่ไปดำเนินการประจำอยู่ต่างประเทศติดต่อกันตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป
ข้อ ๔ ในประกาศนี้
กิจการประมงทะเล หมายความว่า งานหรือการกระทำใด ๆ ที่เกี่ยวกับการทำประมงในทะเลโดยใช้เรือประมง
เรือประมง หมายความว่า เรือที่ใช้สำหรับการทำประมงในทะเล
นายจ้าง หมายความว่า เจ้าของเรือประมงซึ่งใช้หรือยอมให้บุคคลอื่นใช้เรือของตนทำกิจการประมงทะเลหรือผู้ประกอบกิจการประมงทะเลซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้างด้วย ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลหมายความรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้น และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลด้วย
ลูกจ้าง หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้รับค่าจ้างด้วยตนเองหรือไม่ก็ตาม
ค่าจ้าง หมายความว่า เงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานที่คำนวณจ่ายตามระยะเวลา และหรือให้หมายความรวมถึงเงินส่วนแบ่งที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามมูลค่าของสัตว์น้ำที่จับได้
อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
ข้อ ๕ ให้นายจ้างจัดทำสัญญาจ้างแรงงานเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนดอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและชื่อสกุล ของนายจ้างและลูกจ้าง
(๒) อายุ วันเดือนปีเกิดของลูกจ้าง
(๓) ที่อยู่ปัจจุบันของนายจ้างและลูกจ้าง
(๔) หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของลูกจ้างหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ลูกจ้าง หรือบัตรประจำตัวลูกจ้างที่พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ทำสัญญาจ้าง หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาออกให้
(๕) ตำแหน่งหน้าที่ของลูกจ้าง
(๖) อัตราค่าจ้างและประโยชน์อย่างอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง
(๗) กำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าจ้าง
(๘) กำหนดระยะเวลาของสัญญาจ้างแรงงาน
(๙) วันที่เริ่มจ้างและวันสิ้นสุดของการจ้าง
ให้นายจ้างจัดทำสัญญาจ้างแรงงานเป็นสามชุด มอบให้ลูกจ้างหนึ่งชุด นายจ้างเก็บไว้หนึ่งชุดพร้อมที่จะให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบได้ อีกหนึ่งชุดรวบรวมส่งพนักงานตรวจแรงงานปีละหนึ่งครั้งภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีการประมง
ข้อ ๖ ถ้านายจ้างผิดนัดในการจ่ายค่าจ้างและค่าทำงานในวันหยุด ให้นายจ้างจ่ายดอกเบี้ยแก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี
ถ้านายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่ายเงินดังกล่าวโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันถึงกำหนดจ่าย นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างร้อยละห้าของเงินที่ค้างชำระทุกระยะเวลาเจ็ดวัน
ถ้านายจ้างพร้อมที่จะชำระเงินตามสองวรรคก่อน และได้นำเงินนั้นไปมอบไว้แก่พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ทำสัญญาจ้างหรือนายจ้างมีภูมิลำเนาเพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้าง การจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มสำหรับจำนวนดังกล่าวให้เป็นอันระงับตั้งแต่วันที่นายจ้างนำเงินนั้นไปมอบไว้
ข้อ ๗ ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กอายุต่ำกว่าสิบหกปีทำงานในเรือประมง
นายจ้างอาจรับเด็กอายุต่ำกว่าสิบหกปีแต่ไม่ต่ำกว่าสิบสามปีทำงานในเรือประมงได้ ถ้าปรากฏว่าบิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กนั้นทำงานอยู่ด้วย หรือบิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กนั้นให้ความยินยอมเป็นหนังสือ
ข้อ ๘ ให้นายจ้างจัดวันหยุดประจำปีให้ลูกจ้างปีละไม่น้อยกว่าสามสิบวันโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ ให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดล่วงหน้าให้
ถ้านายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดแก่ลูกจ้างเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างในส่วนที่คำนวณจ่ายตามระยะเวลา
ข้อ ๙ ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยโดยได้รับค่าจ้างในปีหนึ่งไม่เกินสามสิบวันทำงาน
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ให้นำความในหมวด ๖ เงินทดแทนแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนที่ใช้บังคับแทนประกาศดังกล่าวมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๑๑ ให้นายจ้างจ่ายเงินในอัตราไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าจ้างในส่วนที่คำนวณจ่ายตามระยะเวลาในกรณีลูกจ้างตกค้างอยู่ในต่างประเทศเนื่องจากการทำงานให้นายจ้างในกิจการประมงทะเล
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับถ้านายจ้างได้แจ้งเป็นหนังสือต่อหน่วยราชการที่รับผิดชอบภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ลูกจ้างต้องไปตกค้างอยู่ในต่างประเทศ โดยนายจ้างแสดงเจตนานำลูกจ้างทั้งหมดกลับภูมิลำเนาของลูกจ้าง และออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับ
ข้อ ๑๒ ให้นายจ้างจัดการหรือออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับภูมิลำเนาของลูกจ้าง ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เรืออับปางหรือไม่อาจใช้การได้โดยสิ้นเชิง
(๒) ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานในสถานที่อื่นอันมิใช่ภูมิลำเนาของลูกจ้าง
(๓) นายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างก่อนครบกำหนดอายุสัญญา หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญาจ้างโดยลูกจ้างไม่ยินยอม
(๔) สัญญาจ้างครบกำหนดในระหว่างเวลาที่อยู่ในสถานที่อื่นอันมิใช่สถานที่ทำสัญญาจ้าง
ข้อ ๑๓ เมื่อปรากฏว่านายจ้างฝ่าฝืนประกาศนี้ พนักงานตรวจแรงงานอาจให้คำเตือนเพื่อให้นายจ้างได้ปฏิบัติการให้ถูกต้องภายในเวลาที่กำหนดไว้ในคำเตือนเสียก่อนก็ได้
ประกาศ ณ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๖
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับที่ ๔)[๓]
อุษมล/ผู้จัดทำ
๙ มกราคม ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๔๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๘/๙ เมษายน ๒๕๓๖
[๒] ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับที่ ๔)
[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๑๒๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘/๓๑ สิงหาคม ๒๕๓๖
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานในกิจการประมงทะเล (ฉบับที่ 3) (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bf465de2b433ecef
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com