ข้อ ๔ ผลการพิจารณาความเสียหาย
คณะกรรมการได้วินิจฉัยความเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับตามแบบสอบถามของอุตสาหกรรมภายใน ๑ ราย คือ บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด และผู้นำเข้า ๑ ราย คือ บริษัท ค้าสากลซิเมนต์ไทย จำกัด รวมทั้งผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน ๑ ราย คือ บริษัท Dezhou Zhenhua Decoration Glass Co., Ltd.ซึ่งให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามครบถ้วนโดยข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา คือ ข้อมูลในช่วง ๓ ปีย้อนหลัง (ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘) โดยช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด คือ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ และช่วงเดียวกันก่อนช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด คือตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๘
ผลการพิจารณาความเสียหายเบื้องต้น ปรากฏว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑) ดังนี้
๔.๑ ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
๔.๑.๑ ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
จากสถิติของกรมศุลกากรพบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘ และการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีสัดส่วนสูงสุดตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๘ จนถึงช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาดโดยมีสัดส่วนร้อยละ ๖๐ ถึง ๖๖ ในขณะที่ปริมาณนำเข้าจากประเทศอื่นในช่วงระยะเวลาเดียวกันรวมกันมีสัดส่วนร้อยละ ๓๔ ถึง ๔๐ ของช่วงระยะเวลาเดียวกัน
๔.๑.๒ ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าดังกล่าวของอุตสาหกรรมภายในในลักษณะ การตัดราคา การกดราคา และการยับยั้งการขึ้นราคา โดยสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการขายตัดราคาตั้งแต่ ๑,๗๓๙ ถึง ๒,๔๐๒ บาทต่อตัน ในปี ๒๕๔๘ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดและมีการกดราคา โดยพบว่าราคาขายของสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นมา และจากการเปรียบเทียบราคาขายกับต้นทุนขายของอุตสาหกรรมภายในพบว่ามีการขายต่ำกว่าต้นทุนระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘ และช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดแสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านราคาในลักษณะยับยั้งการขึ้นราคาไม่ให้สูงกว่าต้นทุน
๔.๒ ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน
ยอดจำหน่าย
อุตสาหกรรมภายในมียอดจำหน่ายลดลงในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และในช่วงระยะเวลาไต่สวนการทุ่มตลาด
กำไร
อุตสาหกรรมภายในอยู่ในภาวะขาดทุนไม่สามารถเพิ่มราคาขายเพื่อทำกำไรได้
ผลผลิตอุตสาหกรรมภายในมีผลผลิตลดลงระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๗ และในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ส่วนแบ่งตลาด
อุตสาหกรรมภายในมีส่วนแบ่งการตลาดลดลงระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘ อย่างไรก็ตาม มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ความสามารถในการผลิต
เมื่อพิจารณาจากอัตราของผลผลิตที่ได้เทียบกับวัตถุดิบที่ใช้ พบว่าความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมภายในมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย
ผลตอบแทนการลงทุน
อุตสาหกรรมภายในมีผลตอบแทนการลงทุนติดลบตลอดช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การใช้กำลังการผลิต
การใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมภายในค่อนข้างคงที่
ผลกระทบต่อราคาสินค้าภายในประเทศ
พบว่าระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดอุตสาหกรรมภายในไม่สามารถเพิ่มราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นและยังมีการขายต่ำกว่าทุน
กระแสเงินสด
อุตสาหกรรมภายในมีกระแสเงินสดลดลงในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘ อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดได้เพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
สินค้าคงคลัง
สินค้าคงคลังมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การจ้างงาน
พิจารณาจากจำนวนแรงงาน โดยอุตสาหกรรมภายในมีการจ้างแรงงานค่อนข้างคงที่ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ค่าจ้างแรงงาน
อัตราค่าจ้างแรงงานทางตรงเฉลี่ยต่อเดือนค่อนข้างคงที่ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๗ แต่เพิ่มขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ และช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
อัตราการเจริญเติบโต
อัตราการเจริญเติบโตของปริมาณการขายภายในประเทศของอุตสาหกรรมภายในในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๗ ติดลบ ซึ่งแปรผกผันกับปริมาณการใช้ในประเทศที่เพิ่มขึ้น และระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๔๘ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด อุตสาหกรรมภายในมีอัตราการเจริญเติบโตในอัตราที่ต่ำกว่าอัตราการเจริญเติบโตของอุปสงค์ภายในประเทศ
ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน
อุตสาหกรรมภายในมีการเพิ่มทุนในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๘
ความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
มีความสัมพันธ์ของปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดโดยมีอัตราการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างร้อยละ ๑๑.๔๒ ถึงร้อยละ ๘๒.๗๘ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. ซึ่งการทุ่มตลาดจากประเทศดังกล่าวส่งผลให้มีการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง
๔.๓ การพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
๔.๓.๑ ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น
จากสถิติกรมศุลกากร พบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากประเทศอื่นรวมกันเมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน มีสัดส่วนลดลงในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีสัดส่วนสูงขึ้น โดยในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดมีสัดส่วนร้อยละ ๖๐ ของปริมาณการนำเข้ารวม
๔.๓.๒ ความต้องการใช้ภายในประเทศ
ในภาพรวมนั้น ความต้องการใช้สินค้าบล็อกแก้วภายในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมิได้มีสาเหตุมาจากการหดตัวของตลาดหรือการลดลงของอุปสงค์
จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑) ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ เนื่องจาก
(๑) ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
(๒) มีผลกระทบต่อราคาของอุตสาหกรรมภายใน โดยมีการขายตัดราคา กดราคา และยับยั้งการขึ้นราคา
(๓) ด้านผลกระทบต่อสถานะของอุตสาหกรรมภายในซึ่งพิจารณาปัจจัยที่บ่งบอกเกี่ยวกับสภาพทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมภายใน ปรากฏว่าในขณะที่ความต้องการใช้ภายในประเทศเพิ่มขึ้น แต่อุตสาหกรรมภายในไม่สามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากถูกสินค้าทุ่มตลาดเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาด รวมทั้งยังต้องขายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุน ส่งผลให้อยู่ในภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องและมีผลตอบแทนการลงทุนเป็นลบ
(๔) มีความสัมพันธ์ระหว่างการทุ่มตลาดและความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๒๑ ของพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ถึง พ.ศ. ๒๕๔๘ และช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คือจาก ๗๗ ตันในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ เพิ่มขึ้นเป็น ๑๑,๗๖๘ ตันในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีการทุ่มตลาดในอัตรา ระหว่างร้อยละ ๑๑.๔๒ ถึงร้อยละ ๘๒.๗๘ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. และเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน อันได้แก่ปริมาณและราคาสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นๆ พบว่ามีสัดส่วนน้อยในขณะที่ความต้องการใช้ภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้นปัจจัยอื่นๆ เหล่านี้จึงมิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
สรุปได้ว่าความเสียหายที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในเกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน