法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ

โดยที่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการเพื่อความปลอดภัยในการทำงานสำหรับลูกจ้าง

ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ข้อ ๑๙ (๓)

กำหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นจากหน่วยงานที่ทางราชการกำหนดหรือยอมรับไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของจำนวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงานของสถานประกอบการ

และข้อ ๓๖ วรรคสาม กำหนดให้นายจ้างที่ไม่สามารถฝึกซ้อมดับเพลิงหรือหนีไฟได้เองให้ขอความร่วมมือหน่วยงานดับเพลิงท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรองช่วยดำเนินการฝึกซ้อม

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๙ (๓) และข้อ ๓๖ วรรคสาม

แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการเพื่อความปลอดภัยในการทำงานสำหรับลูกจ้าง

ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ประกอบกับมาตรา ๑๖๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๔๑ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

หมวด

การขึ้นทะเบียน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หน่วยงานที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ ได้แก่

(๑) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน

(๒) รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

(๓) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลอื่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน

(๔) หน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

ในกรณีที่นายจ้างมีความประสงค์จะจัดฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นให้แก่ลูกจ้างของนายจ้างนั้นให้สามารถขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่งได้เฉพาะการเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ

ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีบุคลากรซึ่งมีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรมอย่างน้อยหนึ่งคน

(๒) มีวิทยากรซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๑๑ หรือข้อ ๑๒

แล้วแต่กรณี ปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานฝึกอบรมอย่างน้อยหนึ่งคน เว้นแต่หน่วยงานตามข้อ

๔ วรรคสอง ที่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติงานเต็มเวลาก็ได้

(๓) มีเอกสารประกอบการฝึกอบรมที่มีเนื้อหาและรายละเอียดตามหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

ฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟที่ขอขึ้นทะเบียน

(๔) มีอุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับหลักสูตรการฝึกอบรมที่ขอขึ้นทะเบียน

(๕) ไม่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนหรือถูกเพิกถอนใบรับรอง

เว้นแต่พ้นกำหนดสามปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนทะเบียนหรือถูกเพิกถอนใบรับรอง แล้วแต่กรณี

(๖) ไม่มีผู้ซึ่งเป็นหรือเคยเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟอื่น

ณ วันที่ถูกเพิกถอนทะเบียนหรือถูกเพิกถอนใบรับรอง เว้นแต่พ้นกำหนดสามปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนทะเบียนหรือถูกเพิกถอนใบรับรอง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ ยื่นคำขอพร้อมเอกสารดังต่อไปนี้ ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

(๑) สำเนาเอกสารที่แสดงความเป็นหน่วยงานตามข้อ ๔

(๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงาน

(๓) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงาน

(๔) สำเนาหนังสือแสดงวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการของนิติบุคคลหรือวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหน่วยงาน

(๕) แผนที่แสดงที่ตั้งของหน่วยงานโดยสังเขป

(๖) แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ฝึกภาคปฏิบัติโดยสังเขป

(๗) รายชื่อวิทยากร เอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติของวิทยากร

รวมทั้งหนังสือยืนยันการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงาน

(๘) เอกสารประกอบการฝึกอบรมที่มีเนื้อหาวิชาตามที่กำหนดในหลักสูตรที่ขอขึ้นทะเบียน

(๙) เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบในการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในหลักสูตรที่ขอขึ้นทะเบียน

ให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงานลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อมีการยื่นคำขอตามข้อ ๖ และอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า

ผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ ให้อธิบดีขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคำขอนั้นเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ และออกใบสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียน พร้อมมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในห้าวัน

นับแต่วันที่ขึ้นทะเบียน

ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคำขอขาดคุณสมบัติ

หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๕ ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ปรากฏภายหลังว่า หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อ ๗ ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ

๕ ให้อธิบดีเพิกถอนทะเบียน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อ

๗ มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสถานภาพของหน่วยงาน วิทยากรฝึกอบรมหรือมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดจากที่ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนไว้ให้หน่วยงานนั้นส่งเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ ให้มีอายุคราวละห้าปี นับแต่วันที่ขึ้นทะเบียน

หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอาจยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

ก่อนวันที่การขึ้นทะเบียนจะสิ้นสุดลง และให้นำความในข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ มาใช้บังคับแก่การยื่นคำขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนโดยอนุโลม

หมวด

วิทยากร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ วิทยากรผู้ทำการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีที่มีการเรียนวิชาเกี่ยวกับอัคคีภัย

และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๒) ผ่านการอบรมในหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นก้าวหน้า

ขั้นสูง หรือทีมดับเพลิงและมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๓) ผ่านการอบรมหลักสูตรครูฝึกดับเพลิงหรือครูฝึกป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจากหน่วยงานราชการและมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๔) ปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานหรือเป็นพนักงานดับเพลิงในทีมดับเพลิงของสถานประกอบการ

ทั้งนี้ ต้องผ่านการอบรมในหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นขึ้นไป โดยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่าสามปี

และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๕) เคยปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานหรือเคยเป็นพนักงานดับเพลิงในทีมดับเพลิงของสถานประกอบการ

ทั้งนี้ ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นขึ้นไป โดยมีประสบการณ์ในการทำงานด้านความปลอดภัยในการทำงานไม่น้อยกว่าห้าปี

และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๖) ปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานดับเพลิงของหน่วยงานราชการที่ผ่านการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นขึ้นไป

โดยมีประสบการณ์ในการทำงานในหน้าที่พนักงานดับเพลิงไม่น้อยกว่าสามปี และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ วิทยากรผู้ทำการฝึกอบรมการฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีที่มีการเรียนวิชาเกี่ยวกับอัคคีภัย

และมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๒) ผ่านการอบรมด้านอัคคีภัยในหลักสูตรผู้อำนวยการการดับเพลิงหรือผ่านการอบรมหลักสูตรครูฝึกดับเพลิงหรือครูฝึกป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจากหน่วยงานราชการ

โดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๓) ผ่านการอบรมในหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นก้าวหน้า

ขั้นสูง หรือทีมดับเพลิงโดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๔) ปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานโดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าห้าปี

(๕) ปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานดับเพลิงของหน่วยงานราชการ

โดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าห้าปี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ วิทยากรต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือพัฒนาความรู้เกี่ยวข้องกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนส่งหลักฐานการฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือการพัฒนาความรู้ของวิทยากรต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ภายในวันที่สิบห้าของเดือนมกราคม

หมวด

การดำเนินการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การฝึกอบรมภาคทฤษฎีต้องมีกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อหลักสูตร

และอย่างน้อยต้องมีเนื้อหาวิชา ดังต่อไปนี้

(๑) ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้

(๒) การแบ่งประเภทของเพลิง

(๓) จิตวิทยาเมื่อเกิดอัคคีภัย

(๔) การป้องกันแหล่งกำเนิดของการติดไฟ

(๕) วิธีดับเพลิงประเภทต่างๆ

(๖) เครื่องมือดับเพลิงชนิดต่างๆ

(๗) วิธีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ใช้ในการดับเพลิง

(๘) แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย

(๙) การจัดระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย การประยุกต์ใช้ระบบและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในสถานประกอบการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การฝึกอบรมภาคปฏิบัติต้องมีกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อหลักสูตร

โดยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงและอย่างน้อยต้องมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) การดับเพลิงจากเพลิงประเภท เอ โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้น้ำสะสมแรงดัน

หรือสารเคมีดับเพลิงที่สามารถดับเพลิงประเภท เอ

(๒) การดับเพลิงจากเพลิงประเภท บี โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้สารเคมีดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์

โฟม ผงเคมีแห้งหรือสารเคมีดับเพลิงที่สามารถดับเพลิงประเภท บี

(๓) การดับเพลิงจากเพลิงประเภท ซี โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้สารเคมีดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์

ผงเคมีแห้งหรือสารเคมีที่สามารถใช้ดับเพลิงประเภท ซี

(๔) การดับเพลิงจากเพลิงประเภท ดี โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกโดยวิธีการให้วิทยากรผู้ฝึกสาธิตการดับเพลิงจริงต่อผู้เข้ารับการฝึก

(๕) การดับเพลิงโดยใช้สายดับเพลิง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สถานที่ฝึกภาคปฏิบัติอย่างน้อยต้องมีลักษณะ

ดังต่อไปนี้

(๑) มีสถานที่เป็นสัดส่วน

(๒) มีความปลอดภัยต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมและชุมชนใกล้เคียง

(๓) ไม่อยู่ในบริเวณที่ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการระเบิด

หรือติดไฟได้ง่ายต่อสถานที่ใกล้เคียง

(๔) ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีระบบกำจัดที่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกภาคปฏิบัติอย่างน้อยต้องมีรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องดับเพลิงแบบมือถือที่สามารถดับเพลิงประเภท

เอ ประเภท บี และประเภท ซี

(๒) สายส่งน้ำดับเพลิง สายฉีดน้ำดับเพลิง กระบอกฉีดน้ำดับเพลิง

หรือหัวฉีดน้ำดับเพลิง

(๓) อุปกรณ์ดับเพลิงที่จำเป็นต้องใช้ในสถานประกอบการ

(๔) อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

ชุดดับเพลิงถุงมือ รองเท้า หมวกดับเพลิงที่มีกระบังหน้า หน้ากากป้องกันความร้อน

อุปกรณ์ตาม (๑) ถึง (๔) ต้องสามารถใช้งานได้ดี มีความปลอดภัยต่อการฝึกและต้องมีจำนวนที่เพียงพอต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การฝึกอบรมภาคทฤษฎี หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องจัดให้ห้องฝึกอบรมหนึ่งห้อง

มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินหกสิบคน และมีวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคน

การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องจัดให้มีวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคน

ต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินยี่สิบคน

หมวด

การดำเนินการฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติการฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การฝึกอบรมภาคทฤษฎีต้องมีกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อหลักสูตร

และอย่างน้อยต้องมีเนื้อหาวิชาที่อบรม ดังต่อไปนี้

(๑) แผนการดับเพลิงและวิธีการดับเพลิงของสถานประกอบการ

(๒) แผนการอพยพหนีไฟและวิธีการอพยพหนีไฟของสถานประกอบการ

(๓) การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การฝึกภาคปฏิบัติต้องมีการฝึกซ้อม ดังต่อไปนี้

(๑) การดับเพลิงด้วยเครื่องดับเพลิงแบบมือถือและสายดับเพลิง

(๒) การดับเพลิงจากเพลิงประเภทต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับสถานประกอบการ

(๓) การอพยพหนีไฟ

(๔) การค้นหา ช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย

ให้หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟจัดให้มีการฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมปฏิบัติงานอยู่

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟต้องจัดให้มีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการฝึกอบรมและการฝึกซ้อม

รวมทั้งต้องมีความเหมาะสมกับการดับเพลิงและการหนีไฟของสถานประกอบการ

อุปกรณ์ตามวรรคหนึ่ง ต้องสามารถใช้งานได้ มีความปลอดภัยต่อการฝึกอบรม

การฝึกซ้อมและมีจำนวนที่เพียงพอต่อผู้เข้ารับการฝึก

หมวด

การกำกับดูแล

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแจ้งการฝึกอบรม

หรือการฝึกซ้อมต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ก่อนการฝึกอบรม

หรือการฝึกซ้อม แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนส่งรายงานสรุปผลการฝึกอบรม

หรือการฝึกซ้อมพร้อมด้วยรายชื่อวิทยากรผู้ทำการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม

หรือการฝึกซ้อม แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจเข้าไปในหน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสถานที่จัดฝึกอบรมหรือฝึกซ้อม

เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ตรวจสอบ หรือกำกับดูแลให้หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้

ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก ชี้แจงข้อเท็จจริง

ส่งสิ่งของ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องแก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนใด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้

ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอำนาจสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) มีหนังสือเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๒) สั่งให้หยุดการดำเนินงานเป็นการชั่วคราว

(๓) เพิกถอนทะเบียน

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟซึ่งได้ใบรับรองตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

ลงวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ถือว่าเป็นหน่วยงานฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียนตามประกาศนี้

จนกว่าใบรับรองจะสิ้นอายุ

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙

ผดุงศักดิ์

เทพหัสดิน ณ อยุธยา

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๑๓

ธันวาคม ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๒๕ ง/หน้า ๔๖/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c303fb92cff2353c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com