ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 48/2559 เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่ 4)
ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 28 ธ.ค. 2559 (2016-12-28) · 5 ข้อ
ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
แท็บใหม่ ↗ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน
ที่ ทธ. 48/2559
เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของผู้ได้รับใบอนุญาต
เป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
(ฉบับที่ 4)
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 18 มาตรา 33 และมาตรา 34(2) แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 คณะกรรมการกํากับตลาดทุนออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๑ 1 ให้ยกเลิกความในข้อ 7 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ. 84/2552 เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ. 14/2555 เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 7 ตัวแทนซื้อขายสัญญาอาจนําเงินของลูกค้าไปฝากหรือลงทุนได้ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือลงทุนในบัตรเงินฝากของธนาคารดังกล่าวที่มีอายุคงเหลือไม่เกินหนึ่งปี ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้
(ก) ผู้รับฝากเงินหรือผู้ออกบัตรเงินฝากมีอันดับความน่าเชื่อถือตามข้อ 7/2 วรรคสองหรือมีรัฐบาลหรือกระทรวงการคลังค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวน
(ข) กรณีที่เป็นเงินฝากหรือบัตรเงินฝากประเภทชําระคืนเมื่อครบกําหนดระยะเวลา เงินฝากหรือบัตรเงินฝากดังกล่าวต้องไม่มีข้อห้ามการไถ่ถอนคืนก่อนครบกําหนด
(2) ลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนอย่างไม่มีเงื่อนไข หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย โดยตราสารดังกล่าวต้องมีอายุคงเหลือไม่เกินหนึ่งปีและต้องไม่มีเงื่อนไขการห้ามขายหรือโอนก่อนครบกําหนดอายุของตราสารด้วย
(3) ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้รับอาวัลทั้งจํานวนหรือเป็นผู้ค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยตราสารดังกล่าวต้องมีอายุคงเหลือไม่เกินหนึ่งปีและต้องไม่มีเงื่อนไขการห้ามขายหรือโอนก่อนครบกําหนดอายุของตราสารด้วย
(4) ลงทุนในตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่สั่งจ่ายหรือออกโดยธนาคารพาณิชย์ ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ โดยตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวต้องมีอายุคงเหลือไม่เกินเก้าสิบวัน ไม่มีเงื่อนไขการห้ามขาย โอน หรือไถ่ถอนคืนก่อนครบกําหนดอายุของตราสาร และมีอันดับความน่าเชื่อถือตามข้อ 7/2
(5) ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ที่มีนโยบายการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกสิ้นวันทําการ
(6) ลงทุนในธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนซึ่งหลักทรัพย์ตาม (2) หรือ (3) ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้
(ก) มีคู่สัญญาเป็นผู้ลงทุนสถาบันตามมาตรา 3 และประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดประเภทนิติบุคคลที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันเพิ่มเติม
(ข) ใช้สัญญามาตรฐานตามที่สํานักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ
(ค) ระยะเวลาการรับชําระหนี้ของธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนไม่เกินเก้าสิบวัน
(ง) มูลค่าของหลักทรัพย์ที่ได้รับจากธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน ณ วันเริ่มต้นสัญญาสูงกว่าราคาซื้อหลักทรัพย์ในจํานวนที่สมเหตุสมผล โดยส่วนต่างดังกล่าวต้องคํานวณจากอัตราส่วนลดของหลักทรัพย์ที่ซื้อ (initial margin) ซึ่งกําหนดขึ้นโดยคํานึงถึงปัจจัยความเสี่ยงของคู่สัญญาและหลักทรัพย์ที่ซื้อนั้น
(จ) มีการเรียกเงินหรือหลักทรัพย์เพิ่มเติมจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ได้รับจากธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนลดลงต่ํากว่าราคาซื้อ x (1+ อัตราส่วนลดของหลักทรัพย์ที่ซื้อ)
(ฉ) ไม่มีการนําหลักทรัพย์ที่ได้รับจากธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนไปขายหรือโอนต่อ เว้นแต่เป็นการขายหรือโอนตามข้อกําหนดในธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนนั้น
ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ตัวแทนซื้อขายสัญญาต้องระบุอย่างชัดเจนในบัญชีเงินฝากหรือการลงทุนนั้นว่าเป็นการดําเนินการโดยตัวแทนซื้อขายสัญญาเพื่อประโยชน์ของลูกค้า
ในกรณีที่ตัวแทนซื้อขายสัญญามีการฝากเงินหรือลงทุนในทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง (1) หรือ (4) แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงอันดับความน่าเชื่อถือจนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 7/2 ตัวแทนซื้อขายสัญญาต้องดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในโอกาสแรกที่ทําได้ โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงอันดับความน่าเชื่อถือดังกล่าว
ในกรณีที่ตัวแทนซื้อขายสัญญานําเงินจํานวนที่แยกไว้เป็นทรัพย์สินของลูกค้าไปฝากหรือลงทุนกับสถาบันการเงินที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของตัวแทนซื้อขายสัญญา ตัวแทนซื้อขายสัญญาต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกค้าก่อนดําเนินการ
คําว่า “บริษัทใหญ่” “บริษัทย่อย” และ“บริษัทร่วม” ตามวรรคสี่ ให้อนุโลมตามบทนิยามของคําดังกล่าวที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดบทนิยามในประกาศเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535”
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 7/2 และข้อ 7/3 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ. 84/2552 เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552
“ข้อ 7/2 ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่ตัวแทนซื้อขายสัญญาจะลงทุนตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง (4) ต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือ (issue rating) อยู่ในอันดับแรกสําหรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้น หรืออยู่ในสามอันดับแรกสําหรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาว
ในกรณีที่ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินตามวรรคหนึ่งไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือในกรณีการฝากเงินหรือลงทุนในบัตรเงินฝากตามข้อ 7 วรรคหนึ่ง (1) ให้ตัวแทนซื้อขายสัญญาใช้อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือผู้รับฝากเงิน (issuer rating) แล้วแต่กรณี โดยต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในวรรคหนึ่งด้วย
ในกรณีที่ผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือผู้รับฝากเงินตามวรรคสอง เป็นธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ให้อันดับความน่าเชื่อถือตามวรรคสองหมายความรวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือสนับสนุน (support credit rating) ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเมินจากแนวโน้มที่ธนาคารดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลเมื่อมีกรณีจําเป็นด้วย
แท็บใหม่ ↗ข้อ 7/3 ในการพิจารณาเลือกใช้ข้อมูลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามข้อ 7/2 ให้ตัวแทนซื้อขายสัญญาปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ต้องพิจารณาเลือกใช้ข้อมูลโดยยึดหลักความรับผิดชอบและความระมัดระวัง (fiduciary duties) และไม่เลือกใช้ข้อมูลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่จะส่งผลให้ทรัพย์สินของลูกค้ามีสภาพคล่องต่ําและมีความเสี่ยงสูง (cherry picking)
(2) ต้องใช้ข้อมูลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งล่าสุดที่จัดทําโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ก.ล.ต. ตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดอันดับความน่าเชื่อถือสําหรับตราสารที่อยู่ภายใต้บังคับเกี่ยวกับการออกและเสนอขาย และเกี่ยวกับการลงทุนของกองทุน รวมทั้งต้องใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่สอดคล้องเหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุนด้วย
(3) ต้องมีการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) ของผู้รับฝากเงิน ผู้ออกบัตรเงินฝาก ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงิน หรือผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน แล้วแต่กรณี เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่ประเมินโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้วย
(4) ต้องพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของอันดับความน่าเชื่อถือที่เลือกใช้อย่างสม่ําเสมอโดยเฉพาะในกรณีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายอื่นมีการปรับเปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือ
ให้ตัวแทนซื้อขายสัญญาจัดทําและจัดเก็บคําอธิบายเหตุผลในการเลือกใช้อันดับความน่าเชื่อถือเพื่อให้สํานักงาน ก.ล.ต. สามารถตรวจสอบได้”
บทเฉพาะกาล
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559
(นายรพี สุจริตกุล)
เลขาธิการ
สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการกํากับตลาดทุน
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)