法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2515

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
74
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร

กรมการปกครอง

ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร

พ.ศ. ๒๕๑๕

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร

พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๓๔ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม

๒๕๑๕ ผู้อำนวยการทะเบียนวางระเบียบการจัดทำทะเบียนราษฎรไว้ดังต่อไปนี้

การจัดทำเลขหมายประจำบ้าน

ตอนที่ ๑

บ้านที่ต้องกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คำว่า "บ้าน" หมายความว่า โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้เป็นที่อยู่

ประจำซึ่งมีเจ้าบ้านครอบครอง และให้หมายความรวมตลอดถึง เรือ แพ ซึ่งจอดเป็นประจำและ

ใช้เป็นที่อยู่ประจำ โรงพยาบาล โรงแรม เรือนจำ หรือสถานที่อย่างอื่นซึ่งอาจใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย

แต่ถ้าบ้านนั้น ๆ ไม่ใช่เป็นที่อยู่อาศัยเป็นประจำ เช่น โรงนา เรือเร่ขายของ ไม่นับว่าเป็นบ้าน และ

ไม่ต้องกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

คำว่า "เจ้าบ้าน" หมายความว่า ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครองบ้าน ในฐานะเป็น

เจ้าของ ผู้เช่า หรือในฐานะอื่นใดก็ตาม

ในกรณีที่ไม่ปรากฏเจ้าบ้าน หรือเจ้าบ้านไม่อยู่ ตาย สูญหายหรือไม่สามารถปฏิบัติ

หน้าที่ได้ให้ถือว่าผู้ดูแล หรือผู้อยู่ในบ้านขณะนั้นเป็นเจ้าบ้าน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เลขหมายประจำบ้าน ให้ใช้เลขไทยขนาดสูง ๒ นิ้วฟุต ตัวเลขสีขาวจะใช้เขียน

บนแผ่นโลหะหรือแผ่นไม้ก็ได้ให้มีขนาดพองาม และควรทาพื้นด้วยสีน้ำเงิน หรือสีดำสำหรับบ้าน

ชั่วคราว ตาม ข้อ ๑๓ ให้ใช้เลขไทยสีแดง ขนาดสูง ๒ นิ้วฟุต พื้นสีขาว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บ้านหลังหนึ่ง ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านเพียงเลขหมายเดียว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บ้านที่ปลูกเป็นตึกแถวหรือห้องแถว ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านทุกห้อง

โดยถือว่าห้องหนึ่ง ๆ เป็นบ้านหลังหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บ้านที่ปลูกไว้สำหรับให้เช่าเป็นหลัง ๆ ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านทุกหลัง

แม้จะมีผู้มาเช่าแล้วหรือไม่ก็ตาม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เรือหรือแพ ที่จอดอยู่ประจำตามลำน้ำ และมีผู้อยู่อาศัยให้กำหนดเลขหมาย

ประจำบ้านไว้เช่นเดียวกัน โดยถือว่าเรือลำหนึ่ง หรือแพหลังหนึ่งเป็นบ้าน ๆ หนึ่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ บ้านซึ่งมีโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ในขอบเขตเดียวกัน เช่น วัด กองทหาร

โรงเรียน เรือนจำ สถานีตำรวจ ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านแต่ละแห่งเพียงเลขหมายเดียวแต่ถ้า

เจ้าบ้านประสงค์จะกำหนดเลขหมายประจำบ้านขึ้นอีกก็ให้นายทะเบียนกำหนดให้

ตอนที่ ๒

การกำหนดเลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านดังต่อไปนี้

ในเขตเทศบาล ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตั้งชื่อถนน ตรอก ซอย ในเขตเทศบาลทุกแห่งจนครบและทำแผ่นป้ายบอกชื่อ

ไว้หัวถนน ปลายถนน และตรงมุมแยก

ในกรณีที่ตรอกหรือซอยเดียวกันมีชื่อเดิมหลายชื่อไม่เหมือนกัน ให้เลือกใช้ชื่อตรอก

หรือซอยนั้นแต่ชื่อเดียว โดยใช้ชื่อที่ประชาชนนิยม หรือในกรณีที่มีตรอกหรือซอย ๒ สายมาบรรจบ

กัน ให้เลือกใช้ชื่อตรอก หรือซอยนั้นแต่ชื่อเดียวโดยถือหลักใช้ชื่อของตรอกหรือซอยที่มีระยะยาวกว่า

หรือชื่อที่ประชาชนนิยม

ในกรณีที่ตรอกหรือซอยดังกล่าวนี้ มีซอยแยกออกไปอีกให้ใช้ชื่อตรอกหรือซอย

นั้น ๆ แต่มีเลขหมายกำกับไว้ เช่น รองเมือง ซอย ๑, รองเมือง ซอย ๒ ตามลำดับ โดยเริ่มต้น

เรียงเลขลำดับ ซอยที่ ๑ จากจุดสมมติว่าด้วยการให้เลขหมายประจำบ้านของตรอกหรือซอยนั้น

(๒) ให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านเรียงตามลำดับบ้าน โดยแต่ละถนน ตรอก ซอย

แม่น้ำ หรือลำคลองสายหนึ่ง ๆ ขึ้นลำดับ ๑ ใหม่ จนตลอดสายทุกสาย

(๓) การเรียงเลขหมายประจำบ้าน ให้เริ่มต้นจากจุดสมมติก่อน เมื่อหันหลังไปทาง

จุดสมมติฝั่งขวาของถนน ตรอก ซอย แม่น้ำ ลำคลอง ให้เลขหมายประจำบ้านเป็นเลขคู่เรียงต่อไป

ตามลำดับ เช่น ๒, ๔, ๖, ๘ ฯลฯ ส่วนฝั่งซ้ายมือให้ติดเลขหมายประจำบ้านเป็นเลขคี่เรียงกันไปตาม

ลำดับ เช่น ๑, ๓, ๕, ๗, ๙ ฯลฯ

นอกเขตเทศบาล ให้นายทะเบียนตำบลดำเนินการ ดังนี้

(๑) ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการกำหนดเลขหมายประจำบ้าน ในเขตเทศบาล

โดยอนุโลม

(๒) เรียงลำดับเลขหมายประจำบ้านเป็นรายหมู่บ้าน เมื่อขึ้นหมู่บ้านใหม่ ให้ขึ้น

หมายเลข ๑ เสมอไป

(๓) เริ่มต้นให้เลขหมายประจำบ้าน ตั้งแต่ในเขตชุมนุมชนที่หนาแน่นในหมู่บ้าน

นั้น ๆ เสียก่อน แล้วจึงกำหนดเลขหมายประจำบ้านที่อยู่ใกล้ถนนสายใหญ่ ๆ หรือริมน้ำเป็นลำดับ

ที่ ๒ จนสุดสายแล้วแยกเป็นสายอื่น ๆ ต่อไปตามความเหมาะสมและสะดวกแก่การค้นห้าบ้าน โดย

ให้ถือหลักว่าบ้านใกล้เคียงกันควรจะให้เลขหมายประจำบ้านใกล้กัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ถ้าชุมนุมชนใดมีบ้านอยู่เป็นหย่อม ๆ หรือบ้านที่อยู่ระเกะระกะไม่เป็น

ระเบียบ ให้กำหนดจุดสมมติขึ้นก่อน แล้วกำหนดเส้นทางจากจุดสมมตินั้น และปฏิบัติตาม ข้อ ๘

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ไม่สามารถกำหนดจุดสมมติขึ้นได้ เช่นไม่สามารถกำหนดเขต

ชุมนุมชนขึ้นได้ หรือท้องที่ที่มีบ้านอยู่เป็นหย่อม ๆ ไม่เป็นระเบียบ ให้กำหนดจุดสมมติขึ้นก่อน แล้ว

กำหนดให้เลขหมายประจำบ้านเริ่มต้นจากจุดสมมตินั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ บริเวณพื้นที่ที่มีอาณาเขตติดต่อกันหลายท้องที่ให้นายทะเบียนแต่ละแห่ง

ที่ท้องที่ติดกันนั้นทำความตกลงกันว่า ถนน ตรอก ซอย แม่น้ำ ลำคลอง สายใดที่ติดต่อกันระหว่าง

ท้องที่ ให้ติดเลขหมายบ้านฝั่งใดเป็นฝั่งขวาหรือซ้ายเหมือนกันโดยตลอด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อได้กำหนดให้เลขหมายประจำบ้านแล้ว ต่อมามีบ้านปลูกสร้างขึ้นใหม่

ระหว่างบ้านหลังใด ก็ให้ใช้เลขหมายประจำบ้านที่อยู่ใกล้ชิดนั้นแล้วเพิ่มตัวเลขไว้ท้าย เช่น ๕/๒,

๕/๓, เป็นเลขหมายประจำบ้านที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่ หรือถ้าบ้านใดรื้อถอนไป และมีบ้านปลูกสร้าง

ขึ้นใหม่ ณ ที่เดิมหรือใกล้ชิดกับบ้านที่รื้อถอนไป ก็ให้ใช้เลขหมายประจำบ้านที่รื้อถอนนั้นถ้าปลูกสร้าง

บ้านขึ้นใหม่ต่อจากบ้านที่มีเลขหมายประจำบ้านสูงสุดให้กำหนดเลขหมายประจำบ้านที่ปลูกสร้างใหม่

เรียงจากเลขหมายสูงสุดนั้นต่อไปตามลำดับ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ บ้านที่ปลูกสร้างขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบแบบแผน เช่น บ้าน

ที่ปลูกสร้างในที่สาธารณะ ปลูกสร้างโดยบุกรุกป่าสงวน หรือบ้านที่ปลูกสร้างโดยมิได้รับอนุญาตตาม

กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้าง เป็นบ้านชั่วคราว ให้ถือเสมือนบ้านที่จะต้องกำหนดเลขหมาย

ประจำบ้านให้ตามระเบียบนี้

ตอนที่ ๓

จุดสมมติในการให้เลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ถนนที่เป็นทางเข้าเขตชุมนุมชน ให้ถือต้นทางของเขตชุมนุมชน ให้ถือ

ต้นทางของเขตชุมนุมชนเป็นจุดสมมติ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ถนนที่ตั้งจากริมฝั่งแม่น้ำ ริมคลอง หรือชายทะเลให้ถือจากริมฝั่งแม่น้ำ

ริมคลอง หรือชายทะเลนั้นเป็นจุดสมมติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ตรอก หรือซอย ให้ถือถนนใหญ่ซึ่งตรอกหรือซอยนั้นแยกออกมาเป็น

จุดสมมติ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ บ้านที่อยู่ริมน้ำที่ไม่มีถนน ตรอก หรือซอย ให้ถือปากน้ำเป็นจุดสมมติ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ จุดสมมติอื่น ๆ ที่เหมาะสม เช่น หมู่บ้านที่มีบ้านระเกะระกะ ให้จัดทำ

เส้นทางสมมติขึ้นเสียก่อน แล้วจึงกำหนดเลขหมายประจำบ้านให้

ตอนที่ ๔

วิธีติดเลขหมายประจำบ้าน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ บ้านทั่วไปให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้ที่ประตูบ้านทางเข้า หรือที่ที่คน

ภายนอกแลเห็นได้ง่าย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ บ้านที่มีรั้วบ้านโดยรอบ ให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้ที่ประตูรั้วบ้านทางเข้า

ถ้ารั้วบ้านมีประตูทางเข้าหลายทางให้ติดไว้ที่ประตูรั้วซึ่งใช้เข้าออกโดยปกติ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ บ้านที่อยู่ริมน้ำ และมีศาลาท่าน้ำ ให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้ที่ศาลาท่าน้ำ

ของบ้านนั้น ถ้าบ้านใดไม่มีศาลาท่าน้ำให้ติดไว้ที่บ้านซึ่งสามารถมองจากลำน้ำเห็นได้โดยชัดเจน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ บ้านที่มีรั้วบ้านแต่ไม่มีกรอบประตูรั้วบ้าน ให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้

ตรงเสาประตูรั้วบ้านทางเข้าด้านขวามือ ให้ตัวเลขสูงกว่าพื้นดินประมาณ ๒ เมตร

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ บ้านที่มีรั้วบ้านและกรอบประตูรั้วบ้าน ให้ติดเลขหมายประจำบ้านไว้

ตรงกลางของขอบประตูรั้วบ้านเบื้องบน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ บ้านที่มีหลายชั้น และแยกการปกครองต่างหากจากกัน เช่น ห้องเช่า

ให้ติดเลขหมายประจำบ้านทุกห้องเรียงตามลำดับจากห้องข้างล่างขึ้นไปหาชั้นบน

สำนักทะเบียนราษฎรและนายทะเบียน

ตอนที่ ๑

สำนักทะเบียนราษฎร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การตั้งสำนักทะเบียนให้ดำเนินการตามระเบียบการจัดทำทะเบียนราษฎร

ของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๙๙

ตอนที่ ๒

นายทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การแต่งตั้งและถอดถอนนายทะเบียนให้ดำเนินการตามระเบียบการจัดทำ

ทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๙๙

การจัดทำทะเบียนราษฎร

ตอนที่ ๑

ทะเบียนบ้าน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้นายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำทะเบียนบ้านทุกบ้าน

ที่มีเลขหมายประจำบ้าน ดังนี้

(๑) บ้านที่ปลูกสร้างโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ ให้ใช้ทะเบียนบ้าน

(ท.ร. ๑๔) ฉบับสีขาว

(๒) บ้านที่ปลูกสร้างโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบ เช่น บ้านที่ปลูกสร้าง

ในที่สาธารณะ ป่าสงวน หรือปลูกสร้าง โดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการ

ก่อสร้าง ให้ใช้ทะเบียนบ้าน (ท.ร. ๑๔) ฉบับสีฟ้า

บ้านที่ปลูกสร้างโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบ เมื่อได้ดำเนินการให้ชอบด้วย

กฎหมายหรือระเบียบแล้ว ให้จัดทำทะเบียนบ้านสีขาวแทน โดยการคัดรายการเฉพาะบุคคลที่ยังอยู่

ในบ้านนั้น และให้แยกทะเบียนบ้านฉบับสีฟ้าออกไว้ต่างหากและหมายเหตุด้วยว่า "ใช้ทะเบียนบ้าน

ฉบับสีขาวแทนเมื่อ..."

ตอนที่ ๒

ทะเบียนคนเกิด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ คำว่า "เกิดในบ้าน" หมายถึงการเกิดในบ้านทั่ว ๆ ไป ตามความหมาย

ของคำว่า "บ้าน" จะเป็นบ้านของผู้ใดก็ได้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นบ้านซึ่งมารดาผู้คลอดเด็กมีชื่ออยู่

ในทะเบียนบ้าน

คำว่า "เกิดนอกบ้าน" หมายถึง การเกิดนอกชายคาบ้านหรือการเกิดในที่ซึ่งมิได้

เป็นบ้านตามความหมายของคำว่า "บ้าน" เช่น เกิดในศาลาที่พักคนเดินทาง เกิดในรถหรือเรือ

โดยสาร หรือบนทางสาธารณะ เป็นต้น

คำว่า "คนต่างท้องที่เกิดนอกบ้าน" หมายถึงคนที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ของสำนัก

ทะเบียนแห่งหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งว่า มีคนเกิดในท้องที่ไม่ว่าจะเป็นการเกิดในบ้าน

หรือเกิดนอกบ้าน ให้ปฏิบัติดังนี้

ก. ในเขตเทศบาล

ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการดังนี้

(๑) เรียกสำเนาทะเบียนบ้านจากผู้แจ้งและตรวจสอบกับทะเบียนบ้าน

(๒) กรอกสูติบัตรทั้ง ๓ ตอน

(๓) เพิ่มรายการคนเกิดลงในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน

(๔) มอบสูติบัตร ตอนที่ ๑ และคืนสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้จ้าง

(๕) จัดทำทะเบียนคน

(๖) ส่งสูติบัตร ตอนที่ ๓ ไปยังแพทย์เทศบาล

(๗) เก็บสูติบัตร ตอนที่ ๒ เข้าแฟ้มทะเบียนคนเกิด

ข. นอกเขตเทศบาล

๑. ให้นายทะเบียนตำบลดำเนินการดังนี้

(๑) กรอกสูติบัตรทั้ง ๓ ตอน

(๒) มอบสูติบัตร ตอนที่ ๑ ให้แก่ผู้แจ้ง

(๓) เพิ่มรายการคนเกิดลงในสำเนาทะเบียนบ้านแล้วลงชื่อนายทะเบียนตำบล

ในฐานะผู้รับรองรายการ

(๔) ส่งสูติบัตร ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ พร้อมกับสำเนาทะเบียนบ้านที่มีคนเกิด

ไปยังนายทะเบียนอำเภอ

๒. เมื่อนายทะเบียนอำเภอได้รับสูติบัตร ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ พร้อมกับสำเนา

ทะเบียนบ้านให้ดำเนินการดังนี้

(๑) เพิ่มรายการคนเกิดลงในทะเบียนบ้านและตรวจสอบสำเนาทะเบียนบ้านให้

ถูกต้องตรงกัน แล้วลงชื่อในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน

(๒) คืนสำเนาทะเบียนบ้านให้นายทะเบียนตำบล

(๓) จัดทำทะเบียนคน

(๔) ส่งสูติบัตร ตอนที่ ๓ ไปยังนายแพทย์ใหญ่จังหวัด

(๕) เก็บสูติบัตร ตอนที่ ๒ เข้าแฟ้มทะเบียนคนเกิด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีคนต่างท้องที่มาเกิดนอกบ้านให้ปฏิบัติดังนี้

ก. ในเขตเทศบาล

ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรอกสูติบัตรทั้ง ๓ ตอน

(๒) มอบสูติบัตร ตอนที่ ๑ ให้แก่ผู้แจ้ง

(๓) ส่งสูติบัตร ตอนที่ ๓ ไปยังแพทย์เทศบาล

(๔) คัดและรับรองสำเนาสูติบัตร ตอนที่ ๒ แล้วส่งไปยังนายทะเบียนท้องถิ่นหรือ

นายทะเบียนอำเภอแห่งท้องที่ที่มารดามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

(๕) เก็บสูติบัตร ตอนที่ ๒ เข้าแฟ้มทะเบียนคนเกิด

ข. นอกเขตเทศบาล

๑. ให้นายทะเบียนตำบลดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรอกสูติบัตรทั้ง ๓ ตอน

(๒) มอบสูติบัตร ตอนที่ ๑ ให้แก่ผู้แจ้ง

(๓) ส่งสูติบัตร ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ ไปยังนายทะเบียนอำเภอ

๒. เมื่อนายทะเบียนอำเภอได้รับสูติบัตร ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ แล้วให้ดำเนินการ

ดังนี้

(๑) คัดและรับรองสำเนาสูติบัตร ตอนที่ ๒ แล้วส่งไปยังนายทะเบียนท้องถิ่น

หรือนายทะเบียนอำเภอแห่งท้องที่ที่มารดามีชื่ออยู่เพื่อเพิ่มรายการคนเกิดในทะเบียนบ้านและจัดทำ

ทะเบียนคน

(๒) ส่งสูติบัตร ตอนที่ ๓ ไปยังนายแพทย์ใหญ่จังหวัด

(๓) เก็บสูติบัตร ตอนที่ ๒ เข้าแฟ้มทะเบียนคนเกิด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งว่ามีคนต่างท้องที่มาเกิดในบ้าน ให้ถือปฏิบัติ

เช่นเดียวกับการแจ้งเกิดในบ้านตามข้อ ๒๙ และเมื่อมารดาประสงค์จะนำเด็กไปอยู่ที่อื่น ให้ดำเนิน

การย้ายที่อยู่ตามระเบียบ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ คนเกิดใหม่ซึ่งถูกทิ้งไว้และมีชีวิตอยู่ เมื่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ

ได้รับแจ้งแล้ว ให้ออกใบรับแจ้ง (ท.ร. ๑๘) ให้ไป แล้วรายงานไปยังนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่คนเกิด

ถูกทิ้งไว้เพื่อออกสูติบัตรให้ โดยให้นายทะเบียนกรอกข้อความในสูติบัตรเท่าที่สามารถจะกรอกได้แล้ว

ดำเนินการตามข้อ ๒๙ หรือ ๓๐ แล้วแต่กรณีโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การแจ้งการเกิดของบุตรเกินกำหนด สำหรับบุคคลสัญชาติไทย ให้ผู้แจ้ง

ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่บุตรเกิดแล้วให้ปฏิบัติ ดังนี้

ก. ในเขตเทศบาล

ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้

(๑) เปรียบเทียบคดีความผิด

(๒) ดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐานแล้วเสนอเรื่องราวไปยังนายอำเภอพร้อม

ด้วยความเห็น

(๓) เมื่อนายอำเภอได้พิจารณาสั่งอนุญาตแล้ว ให้นายอำเภอแจ้งให้นายทะเบียน

ท้องถิ่นดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการรับแจ้งการเกิด แต่ให้หมายเหตุในสูติบัตรทุกตอนว่า "แจ้ง

เกิดเกินกำหนด"

ข. นอกเขตเทศบาล

ให้นายทะเบียนตำบลรับคำร้องแล้วส่งเรื่องราวไปยังนายทะเบียนอำเภอและให้

นายทะเบียนอำเภอดำเนินการเช่นเดียวกับนายทะเบียนท้องถิ่นกรณีแจ้งการเกิดเกินกำหนดในเขต

เทศบาล

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อมีคนต่างด้าวแจ้งการเกิดของบุตรเกินกำหนดให้นายทะเบียนดำเนินการ

ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๔๙๙ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับ

ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ผู้ร้องขอแจ้งการเกิดของบุตรเกินกำหนดไม่มีหลักฐานพอจะ

เชื่อถือได้ให้ยกคำร้องเสียแล้วแจ้งให้ผู้ร้องทราบ

ตอนที่ ๓

การแจ้งชื่อบุตรเกิดใหม่

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เมื่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งได้รับแจ้งการเกิด ให้แนะนำผู้แจ้งตั้งชื่อบุตรเกิด

ใหม่พร้อมกับการแจ้งเกิด และพิจารณาด้วยว่า ชื่อที่ขอตั้งนั้นถูกต้องตามหลักการตั้งชื่อบุคคลหรือไม่

ถ้ายังไม่ถูกต้องก็แนะนำให้ตั้งชื่อเสียใหม่ให้ถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ถ้าบิดาหรือมารดาประสงค์จะเปลี่ยนชื่อบุตรเกิดใหม่ภายในหกเดือนนับแต่

ได้แจ้งชื่อไว้แล้ว ให้นายทะเบียนดำเนินการ ดังนี้

ก. ในเขตเทศบาล

ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้

(๑) เรียกสำเนาทะเบียนบ้านและสูติบัตรตอนที่ ๑ จากผู้แจ้ง

(๒) พิจารณาชื่อที่ของเปลี่ยนใหม่นั้นถูกต้องตามหลักการตั้งชื่อบุคคลหรือไม่ ถ้ายัง

ไม่ถูกต้องก็แนะนำให้ตั้งชื่อเสียใหม่ให้ถูกต้อง

(๓) แก้ชื่อในสูติบัตร ตอนที่ ๑ และทะเบียนคนเกิด

(๔) แก้ชื่อในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน แล้วลงชื่อ และวัน เดือน ปี กำกับ

(๕) คืนสูติบัตร ตอนที่ ๑ และสำเนาทะเบียนบ้านแก่ผู้แจ้ง

(๖) แก้ชื่อในบัตรทะเบียนคน แล้วลงชื่อและวัน เดือน ปี กำกับ

ข. นอกเขตเทศบาล

ให้นายทะเบียนตำบลดำเนินการ ดังนี้

(๑) เรียกสูติบัตร ตอนที่ ๑ จากผู้แจ้ง

(๒) พิจารณาชื่อที่ขอเปลี่ยนใหม่นั้น ถูกต้องตามหลักการตั้งชื่อบุคคลหรือไม่ ถ้า

ยังไม่ถูกต้องก็แนะนำให้ตั้งชื่อเสียใหม่

(๓) แก้ชื่อในสูติบัตร ตอนที่ ๑ แล้วคืนให้แก่ผู้แจ้ง

(๔) รายงานการเปลี่ยนชื่อตัวไปยังนายทะเบียนอำเภอ ตามแบบ ท.ร. ๒๔ พร้อมกับ

ส่งสำเนาทะเบียนบ้านไปยังนายทะเบียนอำเภอเพื่อแก้ทะเบียนคนเกิด ทะเบียนบ้านและทะเบียนคน

ตอนที่ ๔

ทะเบียนคนตาย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ เมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งว่า มีคนตายในท้องที่ซึ่งผู้ตายตายในบ้านที่ตน

มีชื่ออยู่ในทะเบียน ให้ปฏิบัติดังนี้

ก. ในเขตเทศบาล

ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้

(๑) เรียกสำเนาทะเบียนจากผู้แจ้งมาตรวจสอบกับทะเบียนบ้าน

(๒) ถ้าผู้ตายมีผู้รักษาพยาบาลโดยอาชีพให้เรียกหนังสือรับรองการตายจากผู้ทำการ

รักษาพยาบาลโดยอาชีพนั้น

(๓) กรอกมรณบัตรทั้ง ๓ ตอน

(๔) จำหน่ายคนตายออกจากทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านโดยประทับเครื่อง

หมาย "ตาย" สีแดงไว้หน้าชื่อ

(๕) มอบมรณบัตร ตอนที่ ๑ พร้อมคืนสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่ผู้แจ้ง

(๖) จำหน่ายทะเบียนคน โดยประทับเครื่องหมาย "ตาย" สีแดง แล้วแยกไว้ต่างหาก

(๗) ส่งมรณบัตร ตอนที่ ๓ ไปยังแพทย์เทศบาล

(๘) เก็บมรณบัตร ตอนที่ ๒ และหนังสือรับรองคนตาย (ถ้ามี) เข้าแฟ้มทะเบียน

คนตาย

ข. นอกเขตเทศบาล

๑. ให้นายทะเบียนตำบลดำเนินการ ดังนี้

(๑) ถ้าผู้ตายมีผู้รักษาพยาบาลโดยอาชีพให้เรียกหนังสือรับรองการตายจากผู้ทำ

การรักษาพยาบาลโดยอาชีพนั้น

(๒) กรอกมรณบัตรทั้ง ๓ ตอน

(๓) มอบมรณบัตร ตอนที่ ๑ ให้แก่ผู้แจ้ง

(๔) ส่งมรณบัตร ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ และหนังสือรับรองการตายพร้อมกับสำเนา

ทะเบียนบ้านไปยังนายทะเบียนอำเภอ

๒. เมื่อนายทะเบียนอำเภอได้รับมรณบัตร ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ และหนังสือ

รับรองการตาย พร้อมกับสำเนาทะเบียนบ้านให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) จำหน่ายคนตายออกจากทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านโดยประทับเครื่อง

หมาย "ตาย" สีแดง ไว้หน้าชื่อ

(๒) คืนสำเนาทะเบียนบ้านให้นายทะเบียนตำบล

(๓) จำหน่ายทะเบียนคน โดยประทับเครื่องหมาย "ตาย" สีแดงแล้วแยกเก็บไว้

ต่างหาก

(๔) ส่งมรณบัตร ตอนที่ ๓ ไปยังนายแพทย์ใหญ่จังหวัด

(๕) เก็บมรณบัตร ตอนที่ ๒ และหนังสือรับรองการตาย (ถ้ามี) เข้าแฟ้มทะเบียน

คนตาย

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งว่ามีคนตายในท้องที่ซึ่งผู้ตายมีถิ่นที่อยู่ภายในเขต

สำนักทะเบียนผู้รับแจ้ง แต่ตายนอกบ้านที่ตนมีชื่อในทะเบียนบ้าน ให้ดำเนินการตามระเบียบว่าด้วย

การรับแจ้งการตายแต่ให้แจ้งไปยังเจ้าบ้านที่ผู้ตายมีชื่อในทะเบียนบ้าน ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านมา

แก้รายการแล้วคืนให้เจ้าบ้านไป

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งว่ามีคนตายในท้องที่ซึ่งผู้ตายมิได้มีถิ่นที่อยู่ภายใน

เขตสำนักทะเบียนผู้รับแจ้ง ให้ดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการรับแจ้งการตาย แต่ให้แจ้งไปยัง

นายทะเบียนที่ผู้ตายมีถิ่นที่อยู่ พร้อมกับส่งสำเนามรณบัตร ตอนที่ ๒ ไปให้ เพื่อดำเนินการแก้รายการ

ในทะเบียนบ้าน และจำหน่ายทะเบียนคน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในกรณีคนตายนอกบ้าน ถ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้รับแจ้งการ

ตายแล้วให้ออกใบรับแจ้งให้แก้ผู้แจ้งและรีบแจ้งต่อไปยังนายทะเบียนที่ผู้ตายได้มาตายในเขตท้องที่

นั้น และเมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งแล้ว ให้ดำเนินการต่อไปว่าด้วยการออกมรณบัตร แก้ทะเบียนบ้าน

สำเนาทะเบียนบ้านและทะเบียนคน ถ้าเป็นคนต่างท้องที่ เมื่อนายทะเบียนได้ออกมรณบัตรให้ไปแล้ว

ให้แจ้งไปยังนายทะเบียนที่ผู้ตายมีถิ่นที่อยู่เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ เมื่อมีผู้มาแจ้งการตายโดยยังไม่พบศพให้นายทะเบียนดำเนินการดังนี้

(๑) ในกรณีที่ผู้หายไปได้หายไปในเขตต้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เมื่อ

เจ้าบ้านหรือผู้แทนมาแจ้งกับนายทะเบียนว่ามีคนหายไป และมีข้อเท็จจริงซึ่งเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง

หรือพนักงานสอบสวนเชื่อว่าตายแต่ยังไม่พบศพให้นายทะเบียนออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งไว้เป็น

หลักฐาน โดยไม่ต้องออกมรณบัตร และให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนบ้านในรายการของผู้ที่หายไปว่า

"ได้รับแจ้งจาก....ว่า ตกน้ำตาย ถูกฆ่าตาย ฯลฯ (แล้วแต่กรณี) แต่ยังไม่พบศพ ตามใบรับแจ้งลง

วันที่...เดือน.....พ.ศ......" ลงชื่อนายทะเบียน

(๒) ในกรณีที่ผู้หายไปมิได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในท้องที่ที่นายทะเบียนได้

รับแจ้งเมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งและปรากฏข้อเท็จจริงจากเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือพนักงาน

สอบสวนเช่นเดียวกับ ข้อ (๑) แล้วให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งออกใบรับแจ้งให้แก่ผู้แจ้งไปแล้วแจ้ง

ไปยังนายทะเบียนท้องที่ที่ผู้หายไปมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และให้นายทะเบียนนั้น ๆ หมายเหตุไว้

ในทะเบียนบ้านในรายการของผู้ที่หายไป เช่นเดียวกับ ข้อ (๑)

เมื่อนายทะเบียนได้ดำเนินการตาม ข้อ (๑) หรือ ข้อ (๒) แล้วแต่กรณี ให้หมายเหตุ

ไว้ในทะเบียนคน มีข้อความอย่างเดียวกับที่ได้หมายเหตุไว้ในทะเบียนบ้าน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ เมื่อมีผู้แจ้งการตายเกินกำหนดเวลา ให้นายทะเบียนท้องถิ่นหรือ

นายทะเบียนอำเภอดำเนินคดีแก้ผู้แจ้งแล้วดำเนินการสอบสวน ถ้าพิจารณาเห็นว่าไม่มีการทุจริต

แอบแฝงอยู่ก็ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งออกมรณบัตรให้กับผู้แจ้งไปได้โดยหมายเหตุในมรณบัตร

ทุกตอนว่า "ได้รับแจ้งตายเกินกำหนดเวลา" แล้วให้นายทะเบียนลงชื่อและวัน เดือน ปี กำกับ แล้ว

แก้รายการในทะเบียนบ้านและจำหน่ายทะเบียนคน

ตอนที่ ๕

ลูกตายในท้อง

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ลูกตายในท้องที่อยู่ในครรภ์มารดา ตั้งแต่ ๒๘ สัปดาห์ขึ้นไป ไม่ถือว่า

เป็นคนเกิดคนตาย ให้ออกบัตรลูกตายในท้อง และไม่ต้องเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน กับไม่ต้องจัดทำ

ทะเบียนคนแต่อย่างใด

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งดำเนินการ ดังนี้

ก. ในเขตเทศบาล

ให้นายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้

(๑) ถ้ามีผู้ทำคลอดโดยอาชีพ ให้เรียกหนังสือรับรองลูกตายในท้องจากผู้ทำคลอด

โดยอาชีพนั้น

(๒) กรอกบัตรลูกตายในท้องทั้ง ๒ ตอน

(๓) มอบบัตรลูกตายในท้อง ตอนที่ ๑ ให้แก่ผู้แจ้ง

(๔) ส่งบัตรลูกตายในท้อง ตอนที่ ๒ ไปยังแพทย์เทศบาล

(๕) เก็บหนังสือรับรองลูกตายในท้อง (ถ้ามี) เข้าแฟ้มลูกตายในท้อง

ข. นอกเขตเทศบาล

๑. ให้นายทะเบียนตำบลดำเนินการ ดังนี้

(๑) ถ้ามีผู้ทำคลอดโดยอาชีพ ให้เรียกหนังสือรับรองลูกตายในท้องจากผู้ทำคลอด

โดยอาชีพนั้น

(๒) กรอกบัตรลูกตายในท้องทั้ง ๒ ตอน

(๓) มอบบัตรลูกตายในท้อง ตอนที่ ๑ ให้ผู้แจ้ง

(๔) ส่งบัตรลูกตายในท้อง ตอนที่ ๒ และหนังสือรับรองลูกตายในท้อง (ถ้ามี) ไปยัง

นายทะเบียนอำเภอ

๒. เมื่อนายทะเบียนอำเภอได้รับบัตรลูกตายในท้องตอนที่ ๒ และหนังสือรับรอง

ลูกตายในท้อง (ถ้ามี) ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ส่งบัตรลูกตายในท้องตอนที่ ๒ ไปยังนายแพทย์ใหญ่จังหวัด

(๒) เก็บหนังสือรับรองลูกตายในท้อง (ถ้ามี) เข้าแฟ้มลูกตายในท้อง

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในกรณีที่พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจได้รับแจ้งว่ามีลูกตายในท้อง

นอกบ้าน ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจออกใบรับแจ้งให้ แล้วรีบแจ้งไปยังนายทะเบียนที่มี

ลูกตายในท้องเพื่อดำเนินการต่อไป

ตอนที่ ๖

การ เก็บ ฝัง เผา และการย้ายศพ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เมื่อมีผู้มาแจ้งว่ามีคนตาย ลูกตายในท้อง และการตายนั้นไม่มีเหตุอันควร

สงสัยว่าตายโดยโรคติดต่ออันตรายหรือตายโดยผิดธรรมชาติ ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งสอบถาม

ผู้แจ้งว่าจะเก็บ ฝัง หรือเผาศพ ณ สถานที่ใด เมื่อใด แล้วกรอกลงในมรณบัตร

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ เมื่อทำการย้ายศพที่เก็บหรือฝัง ซึ่งผิดไปจากสถานที่ที่ได้แจ้งไว้เดิม

ถ้าศพอยู่ในท้องที่ใดให้แจ้งขออนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่นั้น และให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งเรียก

มรณบัตรจากผู้แจ้งแล้วสลักหลังอนุญาต ให้เก็บ ฝัง จากสถานที่ใดไป ณ สถานที่ใด เมื่อใด ลงชื่อ

นายทะเบียนแล้วมอบให้แก่ผู้แจ้งไป ถ้ามรณบัตรสูญหายก็ให้นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ในกรณีทีได้รับอนุญาตให้เก็บศพหรือฝังศพแล้วต่อมาจะทำการเผาศพ

ถ้าศพนั้นอยู่ในท้องที่ใด ให้ขออนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่นั้น ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งออก

ใบอนุญาตเผาให้โดยระบุว่าอนุญาตให้เผาศพผู้ใด เมื่อใด ณ สถานที่ใด ลงวัน เดือน ปี ที่อนุญาตแล้ว

มอบให้ผู้แจ้ง

74 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานกลางทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2515 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c3e505fbe39f1695

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com