法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง

หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

ตามที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้กำหนดหลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

และหลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟไว้

ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง

หลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

และหลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ ลงวันที่ ๒๑

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ นั้น

เพื่อให้การพิจารณารับรองการเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟมีความเหมาะสมกับสภาวการณ์

และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๑๙ และข้อ ๓๖ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการเพื่อความปลอดภัยในการทำงานสำหรับลูกจ้าง

ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๔ ประกอบกับมาตรา ๑๖๖

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกประกาศกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน เรื่อง

หลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

และหลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ ลงวันที่ ๒๑

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

หน่วยงานที่สามารถขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหรือหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

ได้แก่

(๑)

นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด

หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลอื่น

และมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

(๒)

สถานประกอบกิจการที่มีความประสงค์จะจัดฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

การฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ ให้กับสถานประกอบกิจการนั้นเอง

(๓)

หน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

หน่วยงานที่จะขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหรือหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟเพื่อเป็นวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเกี่ยวกับการจัดฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หรือจัดฝึกอบรมการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ จะต้องจัดให้มี

(๑)

บุคลากรที่ทำหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรมซึ่งมีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีอย่างน้อยหนึ่งคน

(๒)

วิทยากรที่ปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานฝึกอบรม อย่างน้อยหนึ่งคน

(๓)

อุปกรณ์สำนักงานซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ โทรสาร

และโสตทัศนูปกรณ์ที่จำเป็นในการจัดฝึกอบรม

หมวด

หลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

ยื่นคำขอต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑)

สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

หรือสำเนาเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งหน่วยงาน

(๒)

สำเนาหนังสือแสดงวัตถุที่ประสงค์ในการประกอบกิจการของนิติบุคคลหรือวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหน่วยงาน

(๓)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐของผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงาน

(๔) สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงาน

(๕)

แผนที่แสดงที่ตั้งของหน่วยงานโดยสังเขป

(๖)

แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ฝึกภาคสนามโดยสังเขป

(๗) รายชื่อวิทยากร

เอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติของวิทยากร

และหนังสือยืนยันการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงาน

(๘)

เอกสารประกอบการฝึกอบรมที่มีเนื้อหาวิชาตามที่กำหนดในหลักสูตรมาตรฐาน

(๙)

แผนงานและเป้าหมายการจัดฝึกอบรม

(๑๐)

เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบในการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคสนาม

ให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงานรับรองเอกสารที่เป็นสำเนา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคสนาม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การฝึกอบรมภาคทฤษฎีต้องมีกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อหลักสูตรและอย่างน้อยต้องมีเนื้อหาวิชาตามหลักสูตรมาตรฐานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้

ดังต่อไปนี้

(๑)

ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้

(๒)

การแบ่งประเภทของเพลิง

(๓)

จิตวิทยาเมื่อเกิดอัคคีภัย

(๔)

การป้องกันแหล่งกำเนิดของการติดไฟ

(๕)

วิธีดับเพลิงประเภทต่างๆ

(๖)

เครื่องมือดับเพลิงชนิดต่างๆ

(๗)

วิธีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ใช้ในการดับเพลิง

(๘)

แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย

(๙) การจัดระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย

การประยุกต์ใช้ระบบและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในสถานประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การฝึกอบรมภาคสนามต้องมีกำหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อหลักสูตร

โดยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงและอย่างน้อยต้องมีการฝึกอบรมดังต่อไปนี้

(๑)

การดับเพลิงจากเพลิงประเภท เอ

โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้น้ำสะสมแรงดัน

หรือสารเคมีดับเพลิงที่สามารถดับเพลิงประเภท เอ

(๒)

การดับเพลิงจากเพลิงประเภท บี

โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้สารเคมีดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์

โฟม ผงเคมีแห้ง หรือสารเคมีดับเพลิงที่สามารถดับเพลิงประเภท บี

(๓)

การดับเพลิงจากเพลิงประเภท ซี โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้สารเคมีดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์

ผงเคมีแห้ง หรือสารเคมีที่สามารถดับเพลิงประเภท ซี

(๔)

การดับเพลิงจากเพลิงประเภท ดี

โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกโดยวิธีการให้วิทยากรผู้ฝึกทำการดับเพลิงจริงเพื่อสาธิตต่อผู้เข้ารับการฝึก

(๕)

การดับเพลิงโดยใช้สายดับเพลิง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สถานที่ฝึกภาคสนาม

อย่างน้อยต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(๑)

มีสถานที่เป็นสัดส่วน

(๒)

มีความปลอดภัยต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมและชุมชนใกล้เคียง

(๓)

ไม่อยู่ในบริเวณที่ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการระเบิด

หรือติดไฟได้ง่ายต่อสถานที่ใกล้เคียง

(๔)

ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีระบบกำจัดที่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกภาคสนาม

อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑)

เครื่องดับเพลิงแบบมือถือที่สามารถดับเพลิงประเภท เอ ประเภท บี และประเภท ซี

(๒) สายส่งน้ำดับเพลิง

สายฉีดน้ำดับเพลิง กระบอกฉีดน้ำดับเพลิง หรือหัวฉีดน้ำดับเพลิง

(๓)

อุปกรณ์ดับเพลิงที่จำเป็นต้องใช้ในสถานประกอบกิจการ

(๔)

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยชุดดับเพลิง

ถุงมือ รองเท้า หมวกดับเพลิงที่มีกระบังหน้า หน้ากากป้องกันความร้อนหรือควันพิษ

อุปกรณ์ตาม (๑) - (๔)

ต้องสามารถใช้งานได้ดี

มีความปลอดภัยต่อการฝึกและต้องมีจำนวนที่เพียงพอต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ วิทยากรผู้ทำการฝึกอบรม

ต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดดังต่อไปนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่าในด้านอัคคีภัย

และมีประสบการณ์เป็นวิทยากรในการอบรมเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๒)

ผ่านการอบรมด้านอัคคีภัยในหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นจากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรองและผ่านการอบรมหลักสูตรการดับเพลิงขั้นก้าวหน้า

ขั้นสูง หรือทีมดับเพลิง

และมีประสบการณ์เป็นวิทยากรในการอบรมเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๓)

ผ่านการอบรมหลักสูตรครูฝึกดับเพลิง

หรือครูฝึกป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจากหน่วยงานราชการและมีประสบการณ์เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๔)

ปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานหรือเป็นพนักงานดับเพลิงในทีมดับเพลิงของสถานประกอบกิจการที่ผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นจากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรอง

โดยมีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่าสามปี

และมีประสบการณ์เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๕)

เคยปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานหรือเคยเป็นพนักงานดับเพลิงในทีมดับเพลิงของสถานประกอบกิจการที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นจากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรอง

โดยมีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่าห้าปี

และมีประสบการณ์เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๖) ปฏิบัติงาน

หรือเคยปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานดับเพลิงของหน่วยงานราชการที่ผ่านการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

โดยมีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่าสามปี

และมีประสบการณ์เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องจัดให้มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมในภาคทฤษฎีไม่เกินหกสิบคนต่อหนึ่งห้องอบรม

และในภาคสนามไม่เกินยี่สิบคนต่อวิทยากรผู้ฝึกปฏิบัติหนึ่งคน

หมวด

หลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

ยื่นคำขอต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑)

สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

หรือสำเนาเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งหน่วยงาน

(๒)

สำเนาหนังสือแสดงวัตถุที่ประสงค์ในการประกอบกิจการของนิติบุคคลหรือวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหน่วยงาน

(๓)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐของผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงาน

(๔)

สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงาน

(๕)

แผนที่แสดงที่ตั้งของหน่วยงานโดยสังเขป

(๖)

แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ฝึกภาคสนามโดยสังเขป

(๗) รายชื่อวิทยากร

เอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติของวิทยากร

และหนังสือยืนยันการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงาน

(๘)

เอกสารประกอบการฝึกอบรมที่มีเนื้อหาวิชาตามที่กำหนดในหลักสูตรมาตรฐาน

(๙)

แผนงานและเป้าหมายการจัดฝึกอบรม

(๑๐)

เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบในการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคสนาม

ให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนหน่วยงานรับรองเอกสารที่เป็นสำเนา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกซ้อมภาคปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การฝึกอบรมภาคทฤษฎี

อย่างน้อยต้องมีเนื้อหาวิชาที่อบรมดังต่อไปนี้

(๑)

แผนการดับเพลิงและวิธีการดับเพลิง

(๒)

แผนการอพยพหนีไฟและวิธีการอพยพหนีไฟ

(๓)

การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การฝึกซ้อมภาคปฏิบัติ

อย่างน้อยต้องมีการฝึกซ้อมดังต่อไปนี้

(๑)

การฝึกซ้อมดับเพลิงด้วยเครื่องดับเพลิงแบบมือถือและสายดับเพลิง

(๒)

การดับเพลิงประเภทต่างๆ ที่สอดคล้องกับสถานประกอบกิจการ

(๓)

การฝึกซ้อมหนีไฟตามแผนของสถานประกอบกิจการ

(๔)

การฝึกค้นหาและช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย

การฝึกภาคปฏิบัติตาม

(๑) ถึง (๔)

ให้หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟจัดให้มีการฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบกิจการที่ผู้เข้ารับการฝึกปฏิบัติงานอยู่

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟต้องจัดให้มีอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการฝึกอบรมและการฝึกซ้อมรวมทั้งต้องมีความเหมาะสมกับการดับเพลิงและการหนีไฟของสถานประกอบกิจการ

อุปกรณ์ตามวรรคหนึ่งต้องสามารถใช้งานได้

มีความปลอดภัยต่อการฝึกอบรม การฝึกซ้อม และมีจำนวนที่เพียงพอต่อผู้เข้ารับการฝึก

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟต้องจัดให้มีระยะเวลาในการฝึกอบรมภาคทฤษฎีและการฝึกซ้อมภาคปฏิบัติที่เหมาะสมและเพียงพอ

เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกทุกคนเข้าใจในบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของตน

และให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการฝึกซ้อมของสถานประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

วิทยากรผู้ทำการฝึกอบรมและฝึกซ้อมต้องมีคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดดังต่อไปนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยหรือเทียบเท่าในเรื่องอัคคีภัยและมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๒)

ผ่านการอบรมด้านอัคคีภัยในหลักสูตรผู้อำนวยการการดับเพลิง

หรือผ่านการอบรมหลักสูตรครูฝึกดับเพลิง หรือครูฝึกป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจากหน่วยงานราชการ

โดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๓)

ผ่านการอบรมทั้งหลักสูตรการดับเพลิงขั้นต้นจากหน่วยงานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรองและหลักสูตรการดับเพลิงขั้นก้าวหน้า

ขั้นสูง หรือทีมดับเพลิง โดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(๔) ปฏิบัติงาน

หรือเคยปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานโดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าห้าปี

(๕) ปฏิบัติงาน

หรือเคยปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานดับเพลิงของหน่วยงานราชการโดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าห้าปี

หมวด

การควบคุม

การเพิกถอนและการต่ออายุใบรับรอง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้หน่วยงานที่ได้รับใบรับรอง

แจ้งการฝึกอบรม

หรือการฝึกซ้อมต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ก่อนการฝึกอบรม หรือการฝึกซ้อม แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้หน่วยงานที่ได้รับใบรับรอง

ส่งรายงานสรุปผลการฝึกอบรม หรือการฝึกซ้อม พร้อมด้วยรายชื่อวิทยากรผู้ทำการฝึกอบรม

หรือฝึกซ้อม ต่ออธิบดี

หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม หรือการฝึกซ้อมแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้อธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

มีอำนาจเข้าไปในหน่วยงานที่ได้รับใบรับรองเพื่อสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบ

หรือควบคุมให้หน่วยงานที่ได้รับใบรับรองปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้

ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง

อำนวยความสะดวก ชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งสิ่งของ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องแก่อธิบดี

หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ หน่วยงานที่ได้รับใบรับรองใด ฝ่าฝืน

หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(๑)

มีหนังสือเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในกำหนดระยะเวลาที่กำหนด

(๒)

สั่งให้หยุดการดำเนินงานเป็นการชั่วคราว

(๓) เพิกถอนใบรับรอง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ใบรับรองให้เป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หรือหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

มีผลใช้บังคับสามปีนับแต่วันที่ออกใบรับรอง

หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หรือหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟใด มีความประสงค์จะดำเนินการต่อไป

ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบรับรองต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ก่อนวันที่ใบรับรองหมดอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

ให้นำความในหมวด ๒

หลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น และหมวด ๓

หลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

มาใช้บังคับแก่การขอต่ออายุใบรับรองตามวรรคสองโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟที่ออกให้ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง

หลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นและหลักเกณฑ์การขอใบรับรองเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ

ลงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้คงใช้ได้ต่อไปจนสิ้นอายุที่กำหนดไว้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

พรพิมล/พิมพ์

ธันวาคม ๒๕๔๗

นวพร/สุนันทา/ตรวจ

๑๗

ธันวาคม ๒๕๔๗

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๙๘ง/๒๘/๗

กันยายน ๒๕๔๗

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c60ade9b700c2fec

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com