ข้อ 2 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 5/3 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 42/2540 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์และการให้ยืมหลักทรัพย์แก่ลูกค้าที่มิใช่ลูกค้าสถาบันเพื่อขายชอร์ต ลงวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540
“ข้อ 5/3 ในกรณีที่มีการทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อครอบงํากิจการพร้อมกับการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนให้แก่ผู้เสนอขายตามคําเสนอซื้อหลักทรัพย์นั้น และลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ประสงค์จะขอถอนหลักทรัพย์ของกิจการดังกล่าวที่เป็นประกันการชําระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นเพื่อไปเสนอขายตามคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ ให้บริษัทหลักทรัพย์นับรวมมูลค่าหุ้นที่ลูกค้าจะได้รับจากการจองซื้อหุ้นที่ออกใหม่ดังกล่าวเป็นหลักประกันและอํานาจซื้อหรืออํานาจขายชอร์ตของลูกค้าได้ ตั้งแต่วันที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ดําเนินการถอนหลักทรัพย์ที่เป็นประกันนั้นออกจากบัญชีมาร์จิ้นและบริษัทหลักทรัพย์ได้จัดให้มีมาตรการที่เพียงพอที่จะทําให้มั่นใจได้ว่าเมื่อลูกค้าได้รับหุ้นที่ออกใหม่ดังกล่าวแล้ว ลูกค้าจะนําหุ้นทั้งจํานวนมาจดทะเบียนจํานําเป็นประกันการชําระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ ตลอดจนผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้มีการระบุสัดส่วนของหุ้นที่ออกใหม่ที่ลูกค้าจะได้รับไว้อย่างชัดเจนแล้ว ทั้งนี้ จนถึงวันก่อนวันที่ผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ได้ออกหุ้นใหม่
การจัดให้มีมาตรการที่เพียงพอตามความในวรรคหนึ่ง บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีมาตรการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) ให้ลูกค้าระบุในเอกสารเกี่ยวกับการจองซื้อหลักทรัพย์เพื่อให้นําหุ้นที่จะได้รับจากผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เข้าบัญชีฝากหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์เพื่อลูกค้า และ
1. ให้ลูกค้ามีหนังสือมอบอํานาจให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้ดําเนินการจํานําหุ้นที่จะได้รับจากผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์เพื่อนําไปเป็นประกันการชําระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นของลูกค้า
การคํานวณมูลค่าหุ้นที่ลูกค้าจะได้รับจากผู้ทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทหลักทรัพย์คํานวณโดยการนําราคาตลาดของหุ้นดังกล่าวคูณด้วยจํานวนหุ้นที่ลูกค้าจะได้รับนั้น
เพื่อประโยชน์ตามความในข้อนี้ คําว่า “กิจการ” หมายความว่า บริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์”