法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา

แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒

พ.ศ. ๒๕๖๓

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๙ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๐ (๔) และ (๘) แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา

๙ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ พ.ศ. ๒๕๖๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“โครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนด”

หมายความว่า โครงการร่วมลงทุนที่มีวงเงินมูลค่าต่ำกว่าห้าพันล้านบาทหรือต่ำกว่ามูลค่าที่กำหนดเพิ่มขึ้นโดยกฎกระทรวง

ตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดใดมีกฎ

ระเบียบหรือข้อบังคับกำหนดให้ต้องดำเนินการในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ

ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการในขั้นตอนใดก็ตาม ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการปฏิบัติตามกฎ

ระเบียบ หรือข้อบังคับดังกล่าว โดยครบถ้วนทุกขั้นตอนด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการดำเนินโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนด

ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการดังกล่าวและให้ความเห็นชอบในเรื่อง

ดังต่อไปนี้

(๑) หลักการของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนด

และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามที่กำหนดในข้อ ๙

(๒) การคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลตามที่กำหนดในข้อ

๗ และข้อ ๑๑

(๓) ผลการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน

และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนตามที่กำหนดในข้อ ๑๗

(๔) แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลตามที่กำหนดในข้อ

๒๐

(๕) การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนตามที่กำหนดในข้อ

๒๒ และ

(๖) แนวทางการดำเนินโครงการต่อเนื่องจากโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดภายหลังสัญญาร่วมลงทุนสิ้นสุดตามที่กำหนดในข้อ

๒๔

ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการตามวรรคหนึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดอาจมอบอำนาจให้ข้าราชการในสังกัดซึ่งมีตำแหน่งบริหารระดับสูงเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการดังกล่าวและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่กำหนดไว้ในข้อนี้แทนได้

การจัดทำและดำเนินโครงการ

การเสนอโครงการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการเสนอโครงการที่จะให้มีการร่วมลงทุน หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ

ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

(๑) ความเป็นมาของโครงการ หลักการและเหตุผลในการจัดทำโครงการ

รวมถึงความสอดคล้องกับแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน

(๒) สาระสำคัญของโครงการ ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์

เป้าหมาย ขอบเขตและระยะเวลาของโครงการ ประมาณการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ

และรายละเอียดการคำนวณมูลค่าของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดที่คำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา

๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

(๓) ความพร้อมในการจัดทำและดำเนินโครงการที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการ

รวมถึงความพร้อมในด้านการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในการใช้ทรัพย์สิน ผลกระทบต่อประชาชนจากการดำเนินโครงการ และกฎหมาย กฎ ระเบียบ

ประกาศ หรือคำสั่ง ที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จโครงการ

(๔) ความเป็นไปได้ของโครงการในด้านเทคนิค ด้านเทคโนโลยี

ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมาย ด้านการเงิน หรือด้านเศรษฐศาสตร์ โดยต้องระบุสมมติฐานที่ใช้ในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการด้วย

(๕) ความเสี่ยงของโครงการ รวมถึงการระบุความเสี่ยง

การพิจารณาถึงโอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ผลกระทบในกรณีที่เกิดความเสี่ยงขึ้นและวิธีบริหารจัดการความเสี่ยงในด้านต่าง

(๖) ทางเลือกและรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

การจัดสรรหน้าที่และความรับผิดชอบ การจัดสรรความเสี่ยง และการแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างรัฐและเอกชน

โดยคำนึงถึงการให้เอกชนใช้ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมในโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนด

(๗) ความพร้อมของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและดำเนินโครงการ

รวมถึงความเห็นของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจกระทบต่อความสำเร็จของโครงการ

พร้อมทั้งแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคดังกล่าว

(๘) ผลการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา

๒๒ วรรคสอง และมาตรา ๓๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่ปรากฏในชั้นการศึกษาและวิเคราะห์โครงการว่าไม่ควรใช้วิธีการคัดเลือกเอกชนโดยวิธีประมูล

ซึ่งเป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการระบุเหตุผลและความจำเป็น

ข้อดีและข้อเสีย และประโยชน์ที่ภาครัฐและประชาชนจะได้รับไว้ในรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามที่กำหนดในข้อ

๖ ด้วย

(๑) กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุนเนื่องจากเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดหมายได้

ซึ่งหากใช้วิธีประมูลอาจทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประโยชน์สาธารณะ

(๒) กรณีที่โครงการร่วมลงทุนต้องให้เอกชนซึ่งมีคุณสมบัติทางเทคนิคเป็นการเฉพาะเข้าร่วมลงทุน

และเอกชนลักษณะดังกล่าวนั้นมีเพียงรายเดียว

(๓) กรณีที่โครงการที่โดยลักษณะของโครงการแล้วหากใช้วิธีประมูลจะไม่เหมาะสมสำหรับการดำเนินโครงการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจว่าจ้างที่ปรึกษาร่วมจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามที่กำหนดในข้อ

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของที่ปรึกษาให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๒๗ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำหลักการของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

พร้อมกับรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ โดยต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการเสนอเรื่องจากหน่วยงานเจ้าของโครงการ

หลักการของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง

ให้มีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) วัตถุประสงค์ของโครงการ

(๒) ขอบเขตของโครงการ

(๓) รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย หน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐและเอกชนในการดำเนินโครงการ

ระยะเวลาของโครงการ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโครงการ และการแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน

(๔) เหตุผลและความจำเป็นของการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลตามที่กำหนดในข้อ

๗ (ถ้ามี)

(๕) เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดให้ความเห็นชอบแล้ว

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดส่งหลักการของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดและรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการที่ได้รับความเห็นชอบ

ให้สำนักงานพิจารณาดำเนินการตามวรรคห้าต่อไป เว้นแต่กรณีโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าหนึ่งพันล้านบาท

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

ในกรณีที่รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดไม่เห็นชอบตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอ

ให้แจ้งเหตุผลที่ไม่เห็นชอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมหลักการของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดหรือรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับผลการพิจารณา

เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง

เมื่อสำนักงานได้รับหลักการของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดและรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการที่รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดให้ความเห็นชอบแล้ว

ให้สำนักงานพิจารณาให้ความเห็นว่าโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดดังกล่าวมีความสำคัญหรือสอดคล้องกับแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนตามมาตรา ๑๒ หรือไม่

ทั้งนี้ การพิจารณาความสำคัญของโครงการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

และเสนอความเห็นดังกล่าวต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาต่อไป

เมื่อคณะกรรมการได้รับความเห็นของสำนักงานแล้ว

(๑) ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดดังกล่าวมีความสำคัญหรือสอดคล้องกับแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุนตามมาตรา

๑๒ สมควรดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.

๒๕๖๒ ต่อไป

(๒) ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดดังกล่าวสมควรดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

เมื่อคณะกรรมการได้ให้ความเห็นแล้ว

ให้สำนักงานแจ้งความเห็นดังกล่าวให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการต่อไป

การคัดเลือกเอกชน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการคัดเลือกเอกชนจะต้องใช้วิธีประมูล

เว้นแต่เป็นกรณีที่รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดได้เห็นชอบให้ใช้วิธีการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลตามที่กำหนดในข้อ

๗ และข้อ ๑๑ เท่านั้น

ในการคัดเลือกเอกชนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๓๒ วรรคสอง และลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา

๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการคัดเลือกให้เอกชนร่วมลงทุน หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจพิจารณาดำเนินการคัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูลก็ได้ในกรณีใดกรณีหนึ่งตามที่กำหนดในข้อ

๗ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดก่อนดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเห็นชอบหลักการของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนด

พร้อมกับรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามที่กำหนดในข้อ ๙ แล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน

ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

ทั้งนี้ รายละเอียดของเอกสารดังกล่าวให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา

๓๕ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

ในการจัดทำเอกสารตามวรรคหนึ่ง ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องและนำความคิดเห็นดังกล่าวมาพิจารณาประกอบการจัดทำเอกสารดังกล่าวด้วย โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา

๒๒ วรรคสอง และมาตรา ๓๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.

๒๕๖๒

หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อร่วมดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

และเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือก

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของที่ปรึกษาให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา

๓๕ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการคัดเลือกเอกชนโดยแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกขึ้นคณะหนึ่งจำนวนไม่เกินห้าคน

ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการ เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัด

และผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ ให้ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการซึ่งเป็นข้าราชการ

พนักงาน หรือผู้บริหารของหน่วยงานเจ้าของโครงการหนึ่งคน

เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้มีหน้าที่และอำนาจตามความในมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒

ให้นำความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒ มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการคัดเลือกโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อคณะกรรมการคัดเลือกเห็นชอบร่างเอกสารในข้อ

๑๒ แล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือก ดำเนินการคัดเลือกเอกชนตามที่กำหนดในข้อ

๑๐ วรรคสอง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การประกาศเชิญชวนครั้งใด ถ้ามีเอกชนยื่นข้อเสนอเพียงรายเดียวหรือมีเอกชนยื่นข้อเสนอหลายรายแต่ยื่นข้อเสนอถูกต้องตามรายการในเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนเพียงรายเดียว

หากคณะกรรมการคัดเลือกเห็นว่ารัฐจะได้ประโยชน์ก็ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อได้ผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการเจรจากับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการนำส่งร่างสัญญาร่วมลงทุนดังกล่าว

ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาภายในสิบห้าวันและให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนให้แล้วเสร็จและส่งกลับให้หน่วยงานเจ้าของโครงการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาร่วมลงทุน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว

ไปยังรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วมลงทุนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนต่อไป

ทั้งนี้ การกำหนดเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒

ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาผลการคัดเลือกเอกชน

ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนตามวรรคหนึ่ง โดยต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับผลการคัดเลือกเอกชน

ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน

ในกรณีที่รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดไม่เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนหรือเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน หรือร่างสัญญาร่วมลงทุนดังกล่าว

ให้แจ้งเหตุผลที่ไม่เห็นชอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือกทบทวนผลการคัดเลือกเอกชน

หรือเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน หรือร่างสัญญาร่วมลงทุนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับผลการพิจารณา เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน

เงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนและร่างสัญญาร่วมลงทุนแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมลงทุนต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อมีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดส่งสรุปสาระสำคัญของโครงการดังกล่าว

ตามแบบและภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด พร้อมทั้งหลักการของโครงการร่วมลงทุน สำเนาสัญญาร่วมลงทุน

และสำเนาเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนให้แก่กระทรวงเจ้าสังกัดและสำนักงานต่อไป

การกำกับดูแลโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อได้มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดแล้ว ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลขึ้นคณะหนึ่งจำนวนไม่เกินสี่คน

ประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัดซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าประเภทบริหารระดับต้นหรือเทียบเท่าและมิใช่หน่วยงานเจ้าของโครงการ

เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุดและผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

เป็นกรรมการ ให้ผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการซึ่งเป็นข้าราชการ

พนักงาน หรือผู้บริหารของหน่วยงานเจ้าของโครงการหนึ่งคน เป็นกรรมการและเลขานุการ

และให้มีหน้าที่และอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒

ให้นำความในมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒ มาใช้บังคับแก่คณะกรรมการกำกับดูแลโดยอนุโลม

การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนและการทำสัญญาใหม่

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีต้องมีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนด ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอเหตุผลและความจำเป็น

ประเด็นที่ขอแก้ไข ผลกระทบจากการแก้ไข และข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็น ต่อคณะกรรมการกำกับดูแลเพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนนำเสนอร่างสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขที่ได้เจรจากับเอกชนคู่สัญญาแล้วให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาภายในสิบห้าวัน

ทั้งนี้ ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขให้แล้วเสร็จและส่งกลับให้หน่วยงานเจ้าของโครงการภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไข

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการนำเสนอเหตุผลและความจำเป็น

ประเด็นที่ขอแก้ไข ผลกระทบจากการแก้ไข ความเห็นของคณะกรรมการกำกับดูแล และร่างสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้วต่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนลงนามในสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขต่อไป

ทั้งนี้ การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนต้องอยู่ภายในขอบวัตถุประสงค์ของโครงการร่วมลงทุนนั้น

ทั้งนี้ ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาภายในสามสิบวัน

และหากรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดไม่เห็นชอบกับการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนดังกล่าวให้แจ้งเหตุผลที่ไม่เห็นชอบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พิจารณาแล้วเสร็จ

และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการทบทวนการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนเพื่อเสนอรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดอีกครั้งภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับผลการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อมีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดแล้ว

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดส่งสำเนาสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขให้แก่กระทรวงเจ้าสังกัดและสำนักงาน

ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่สัญญาร่วมลงทุนของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดจะสิ้นสุดลงอย่างน้อยห้าปี

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำแนวทางการดำเนินโครงการต่อเนื่องจากโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดภายหลังจากสัญญาร่วมลงทุนสิ้นสุด

โดยเปรียบเทียบกรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการเองและกรณีที่ให้เอกชนร่วมลงทุน

เสนอรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดกำหนดให้มีการดำเนินโครงการต่อเนื่องจากโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดภายหลังสัญญาร่วมลงทุนสิ้นสุดโดยการร่วมลงทุน

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการคำนวณมูลค่าของโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดตามหลักเกณฑ์และวิธีการประกาศที่คณะกรรมการกำหนดในมาตรา

๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ และดำเนินการ

ดังนี้

(๑) ในกรณีโครงการดังกล่าวมีมูลค่าตั้งแต่มูลค่าตามที่กำหนดในมาตรา

๘ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการเสมือนหนึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนใหม่

โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวด ๔ การจัดทำและดำเนินโครงการ

แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

(๒) ในกรณีโครงการดังกล่าวมีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าตามที่กำหนดในมาตรา

๙ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการเสมือนหนึ่งเป็นโครงการร่วมลงทุนใหม่

โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

บทเบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนตามที่กำหนดในข้อ ๑๙ หรือสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขตามที่กำหนดในข้อ

๒๓ แล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำข้อมูลตามมาตรา ๖๐ (๒) และเปิดเผยสรุปข้อมูลโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดตามมาตรา

๖๐ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ โครงการขนาดเล็กใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการที่มีวงเงินมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา

๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

พ.ศ. ๒๕๕๖ พ.ศ. ๒๕๕๙ ในวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ และโครงการนั้นเป็นโครงการภายใต้บังคับพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามหมวด ๒

โครงการขนาดเล็ก ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ และเมื่อมีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนตามที่กำหนดในข้อ

๑๓ ของประกาศดังกล่าวแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการกำกับดูแลตามที่กำหนดในหมวด

๒ การจัดทำและดำเนินโครงการ ส่วนที่ ๓ การกำกับดูแลโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดของประกาศฉบับนี้ต่อไป

(๒) โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามหมวด ๔

การทำสัญญาใหม่ เมื่อหน่วยงานเจ้าของโครงการคำนวณมูลค่าของโครงการแล้วเสร็จ

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการเสมือนหนึ่งเป็นโครงการใหม่ตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวด ๔ การจัดทำและดำเนินโครงการ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ โครงการขนาดกลางใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการที่มีวงเงินมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา

๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

พ.ศ. ๒๕๕๖ พ.ศ. ๒๕๕๙ ในวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ และโครงการนั้นเป็นโครงการภายใต้บังคับพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามหมวด ๓

โครงการขนาดกลาง ส่วนที่ ๑ การเสนอโครงการ และส่วนที่ ๒ การกลั่นกรองโครงการ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ เมื่อรัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดให้ความเห็นชอบโครงการหรือคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐได้ให้ความเห็นว่า

โครงการดังกล่าวต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการที่มีวงเงินมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา

๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๖ พ.ศ. ๒๕๕๙ แล้ว

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการคัดเลือกเอกชนตามที่กำหนดในหมวด ๒ การจัดทำและดำเนินโครงการ

(๒) โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามหมวด ๓

โครงการขนาดกลาง ส่วนที่ ๓ การดำเนินโครงการ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

เมื่อมีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการกำกับดูแลตามที่กำหนดในหมวด

๒ การจัดทำและดำเนินโครงการ ส่วนที่ ๓ การกำกับดูแลโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดของประกาศฉบับนี้ต่อไป

(๓) โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามหมวด ๓

โครงการขนาดกลาง ส่วนที่ ๔ การกำกับดูแลและติดตามผล ให้รัฐมนตรีกระทรวงเจ้าสังกัดแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลตามที่กำหนดในข้อ

๒๐ ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับ และในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลตามประกาศฉบับนี้

ให้คณะกรรมการกำกับดูแลชุดเดิมทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลตามประกาศฉบับนี้

(๔) โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามหมวด ๓

โครงการขนาดกลาง ส่วนที่ ๕ การแก้ไขสัญญา ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ

เมื่อมีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการกำกับดูแลตามที่กำหนดในหมวด

๒ การจัดทำและดำเนินโครงการ ส่วนที่ ๓ การกำกับดูแลโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดของประกาศฉบับนี้ต่อไป

(๕) โครงการที่อยู่ระหว่างขั้นตอนตามหมวด ๔

การทำสัญญาใหม่ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ เมื่อหน่วยงานเจ้าของโครงการคำนวณมูลค่าของโครงการแล้วเสร็จ

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการ เสมือนหนึ่งเป็นโครงการใหม่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในหมวด ๔ การจัดทำและดำเนินโครงการ

แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

แล้วแต่กรณี

ประกาศ ณ

วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

รองนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

ธนบดี/จัดทำ

๒๒

กันยายน ๒๕๖๓

สุภาทิพย์/ตรวจ

กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง/หน้า ๓๕/๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการโครงการร่วมลงทุนที่มีมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c682c859522b85d2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com