ข้อ ๔ การอนุญาตให้คนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราวตามประกาศนี้เป็นอันสิ้นผลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) เป็นโรคต้องห้ามตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกําหนดหรือเป็นผู้ที่สุขภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการทํางานโดยอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
(2) ต้องโทษตามคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่ความผิดซึ่งได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(3) ออกนอกเขตท้องที่จังหวัดที่ได้จัดทําทะเบียนประวัติ หรือจังหวัดที่ได้รับอนุญาตให้ทํางานเว้นแต่
(ก) ได้เคลื่อนย้ายออกนอกท้องที่จังหวัดที่ได้รับอนุญาตโดยทางเรือ หรือทางบก เพื่อไปทํางานในท้องที่ทุกแห่งที่มีท่าเรือทําการประมงทะเล ทั้งนี้ มิให้ออกนอกเขตบริเวณท่าเรือที่ทําการประมงทะเล
(ข) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เป็นพยานศาล ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน หรือมีหนังสือเรียกตัวจากหน่วยงานของรัฐ หรือเพื่อการรักษาพยาบาล โดยมีหนังสือหรือเอกสารที่ราชการออกให้มาแสดง แล้วแต่กรณี
(ค) ได้รับอนุญาตให้ทํางานกับนายจ้างใหม่ ตามเงื่อนไขที่อธิบดีกรมประมงกําหนด โดยมีหนังสือหรือเอกสารที่ราชการออกให้มาแสดง
(ง) กรณีแรงงานต่างด้าวขอไปทัศนศึกษา หรือสันทนาการในเขตท้องที่จังหวัดอื่น ให้นายจ้างจัดทําหนังสือพร้อมรายชื่อเลขประจําตัวของคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรที่จะไปทัศนศึกษาหรือสันทนาการ แจ้งให้นายทะเบียนอําเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นทราบก่อนวันเดินทางและเมื่อเดินทางกลับเข้ามาในท้องที่ ทั้งนี้ ไม่เกินครั้งละเจ็ดวัน
(4) หน่วยงานด้านความมั่นคงหรือการรักษาความสงบเรียบร้อย รายงานว่าคนต่างด้าวดังกล่าวมีพฤติการณ์ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือมีพฤติการณ์อันน่าเชื่อว่าเป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
(5) ถูกเลิกจ้างไม่ว่าในกรณีใด ๆ
ในกรณีตาม (5) ให้นายจ้างแจ้งให้นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าวทราบ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้เลิกจ้าง
คนต่างด้าวที่ถูกนายจ้างเดิมเลิกจ้างตาม (5) หากประสงค์จะทํางานในราชอาณาจักรต่อไปต้องมีนายจ้างใหม่รับเข้าทํางานในเรือประมงทะเล ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ไม่ได้ทํางานอยู่กับนายจ้างเดิม ทั้งนี้ ให้คนต่างด้าวยื่นคําขอรับหรือแก้ไข หนังสือคนประจําเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง