法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 452/2548 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 452/2548

เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษาและคดีนายประกันเป็นไปโดยเรียบร้อยเหมาะสม มีประสิทธิภาพและเป็นแนวทางเดียวกันจึงให้มีคําสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 261/2548 ลงวันที่ 8 มิถุนายน 2548 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาตั้งเรื่องบังคับคดีให้วางเงินทดรองค่าใช้จ่ายชั้นบังคับคดีดังนี้

2.1 ยึดอสังหาริมทรัพย์สํานวนละ 2,500 บาท

2.2 ยึดสังหาริมทรัพย์ บังคับคดีขับไล่ รื้อถอน สํานวนละ 1,500 บาท

2.3 ขอให้บังคับคดีแทนไปยังศาลอื่น สํานวนละ 1,000 บาท

ในระหว่างการบังคับคดีหากค่าใช้จ่ายในชั้นบังคับคดีเหลือน้อยหรือไม่เพียงพอ เช่น ค่าใช้จ่ายในการส่งหมายในถิ่นทุรกันดาร ฯลฯ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหมายแจ้งเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาวางเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจํานวนที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การยึดอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ให้ดําเนินการยึด ณ ที่ทําการ โดยไม่ต้องออกไปดําเนินการยึด ณ ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เว้นแต่ผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขามีคําสั่งอนุญาตเนื่องจากสภาพทรัพย์มีรายละเอียดมาก มีโครงสร้างซับซ้อน เช่น โรงแรม โรงงาน ฯลฯ เป็นต้น หรือมีราคาประเมินตั้งแต่ 20 ล้านบาท

3.1 ให้ผู้นํายึดนําส่งเอกสารประกอบการยึดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทําการ ดังต่อไปนี้

3.1.1 เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทําประโยชน์ (น.ส. 3/น.ส. 3 ก.) หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือเอกสารสําคัญที่ดินอื่น ๆ หรือในกรณีไม่มีต้นฉบับเอกสารสิทธิอยู่ในความครอบครองให้คัดสําเนาที่เป็นปัจจุบันซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง (หากมี) เช่น หนังสือสัญญาจํานอง สัญญาเช่า เป็นต้น

3.1.2 สําเนาทะเบียนบ้านหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทายาท คู่สมรส ผู้รับจํานอง ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ที่ยึดที่เป็นปัจจุบันซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน

3.1.3 หนังสือสําคัญการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือน

3.1.4 แผนที่การไปที่ตั้งทรัพย์ที่ยึด พร้อมสําเนา

3.1.5 ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่จะยึด และแผนผังของทรัพย์ที่จะยึดพร้อมแถลงรายละเอียดของทรัพย์ที่ยึด เช่น บ้านเลขที่ หมู่ที่ หมู่บ้าน ซอย ถนน ตําบล/แขวง อําเภอ/เขต สถานที่สําคัญซึ่งอยู่ใกล้เคียง

3.2 เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์ ณ ที่ทําการครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบันทึกรายละเอียดแห่งทรัพย์สิน และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีนั้น ๆ ลงในระบบสารสนเทศให้ครบถ้วน โดยให้จัดทํารายงานการยึดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทําการประกาศยึดทรัพย์ หมายแจ้งการยึดพร้อมราคาประเมินและสําเนาหมายบังคับคดีให้แก่ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ผู้มีส่วนได้เสียทราบและแจ้งเจ้าพนักงานที่ดินโดยให้ขอราคาประเมินไปในคราวเดียวกัน หรือแจ้งผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด พร้อมสอบถามภาระหนี้สินของห้องชุดที่ยึดไว้ว่ามีภาระหนี้สินค้างชําระหรือไม่จํานวนเท่าใด ภาระหนี้สินต่อเดือนเดือนละเท่าใดโดยให้แจ้งภายใน 15 วัน นับแต่วันรับหนังสือ หากไม่ได้รับแจ้งภายในกําหนดให้ผู้นํายึดเป็นผู้ตรวจสอบภาระหนี้สินดังกล่าว และนําส่งพร้อมรับรองก่อนการขายทอดตลาด

3.3 การยึดทรัพย์สินซึ่งติดจํานองบุคคลภายนอก ในการแจ้งการยึดให้ผู้รับจํานองทราบ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระบุในหนังสือแจ้งการยึดด้วยว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีจะทําการขายทอดตลาดทรัพย์สินดังกล่าวโดยปลอดการจํานอง หากผู้รับจํานองจะคัดค้านให้ยื่นคําคัดค้านเป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 1 เดือน นับแต่วันรับหนังสือแจ้งการยึด มิฉะนั้นจะถือว่าไม่คัดค้านและเจ้าพนักงานบังคับคดีจะขายทอดตลาดโดยปลอดการจํานองและกันเงินในส่วนบุริมสิทธิของผู้รับจํานองไว้เมื่อขายทอดตลาดได้

ในกรณีที่ผู้รับจํานองยื่นหนังสือคัดค้านวิธีการขายทอดตลาดตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งไปนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเสนอความเห็นพร้อมคําสั่งต่อผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเพื่อมีคําสั่งต่อไป

3.4 การยึดตามสําเนาเอกสารสิทธิที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้นําส่งในกรณีที่เอกสารสิทธิไม่อยู่ในความครอบครอง ก่อนเจ้าพนักงานบังคับคดีจะรายงานศาลขออนุญาตขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกให้ผู้ที่ยึดถือเอกสารสิทธิส่งมอบเอกสารสิทธิดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อตรวจสอบสารบัญการจดทะเบียนของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกยึดเพื่อทราบถึงสิทธิโดยชอบของลูกหนี้ตามคําพิพากษาในอันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดําเนินการบังคับคดีตามอํานาจหน้าที่ต่อไป หากเรียกเอกสารสิทธิจากผู้ยึดถือหรือครอบครองไม่ได้ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาล ขอให้มีคําสั่งเรียกเอกสารสิทธิจากผู้ที่ยึดถือและหากไม่ได้มาให้ขอศาลอนุญาตขายตามสําเนาเอกสารสิทธิดังกล่าวไปในคราวเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณียึดสังหาริมทรัพย์ บังคับคดีขับไล่ รื้อถอน ให้ผู้นํายึดนําส่งเอกสารประกอบการยึดสังหาริมทรัพย์ให้ครบถ้วน เช่น สําเนาทะเบียนบ้าน หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ตามคําพิพากษาที่เป็นปัจจุบันซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ก่อนออกไปทําการยึดสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งผู้นํายึดให้จัดเตรียมยานพาหนะที่จะขนย้ายทรัพย์ด้วยและบรรดาสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ให้นํามาเก็บรักษาไว้ที่สถานรักษาและจําหน่ายทรัพย์สินของกรมบังคับคดีหรือสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา แล้วแต่กรณี เว้นแต่

5.1 ทรัพย์ซึ่งมีลักษณะอาจทําให้เกิดสกปรกเลอะเทอะหรือมีกลิ่น ซึ่งอาจรบกวนหรือก่อความรําคาญ

5.2 ทรัพย์ซึ่งมีน้ําหนักมากหรือไม่สะดวกที่จะเคลื่อนย้ายหรือมีความสูงหรือมีความกว้างมาก หรือเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา

5.3 ทรัพย์ซึ่งโดยสภาพอาจเกิดอันตรายได้ง่าย เช่น สารวัตถุเคมี หรือสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิง

5.4 ทรัพย์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่โดยเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพของตัวทรัพย์

5.5 ทรัพย์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลานาน เช่น ทรัพย์ที่ถูกยึดตามคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา

5.6 ทรัพย์ซึ่งมีสภาพชํารุดทรุดโทรมใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรือไม่อยู่ในความสนใจของบุคคลที่จะซื้อ เช่น เครื่องจักรที่ใช้การไม่ได้โดยสภาพ หรือเครื่องจักรที่เมื่อขนย้ายแล้วจะทําให้ใช้การไม่ได้ รถยนต์ที่มีสภาพชํารุดทรุดโทรมไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โต๊ะ เก้าอี้ ที่มีสภาพชํารุด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสภาพใช้การไม่ได้ หรือเครื่องนุ่งห่มหลับนอนที่ผ่านการใช้มาแล้ว เป็นต้น

5.7 ทรัพย์ซึ่งเจ้าหนี้ตามคําพิพากษามีความประสงค์หรือยินยอมมิให้นํามาเก็บรักษาไว้ที่สถานรักษาและจําหน่ายทรัพย์สิน หรือสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา

5.8 เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควรว่าไม่ควรนํามาเก็บรักษาที่สถานรักษาและจําหน่ายทรัพย์สินของกรมบังคับคดี หรือสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาโดยความเห็นชอบของผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขา แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยึดทรัพย์สินมีค่า เช่น อัญมณีต่าง ๆ ทองรูปพรรณ หรือทรัพย์มีค่าอื่น ๆ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนํามาเก็บรักษาไว้ในห้องมั่นคงของกรมบังคับคดีหรือตู้นิรภัยของหน่วยงานนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในส่วนกลางหากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเก็บรักษาทรัพย์ระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาทรัพย์ให้เสนออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีทรัพย์ที่ยึดนั้นสูญหาย หรือเสียหายซึ่งเกิดจากมีผู้กระทําความผิดอาญา ให้ผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเสนอรายงานการตรวจสอบพร้อมกับเสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อดําเนินการ ดังต่อไปนี้

8.1 ในกรณีรู้ตัวผู้กระทําผิดให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนขอให้ดําเนินคดีแก่ผู้กระทําผิดต่อไป

8.2 ในกรณีไม่รู้ตัวผู้กระทําผิดให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนขอให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทําผิดต่อไป

การเสนอรายงานความเห็นข้างต้นให้เสนอหนังสือร้องทุกข์เพื่อให้อธิบดีกรมบังคับคดีลงนามไปพร้อมด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การเสนอรายงานการยึดทรัพย์

9.1 เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีทําการยึดทรัพย์แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบดําเนินการแจ้งการยึดเพื่อให้การยึดมีผลตามกฎหมาย แล้วจึงเสนอรายงานการยึดทรัพย์ต่อหัวหน้ากลุ่ม ผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาในวันนั้นหรือในวันทําการถัดไป หากมีเหตุขัดข้องจําเป็นไม่อาจเสนอได้ภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงานเหตุขัดข้องไปพร้อมด้วย

9.2 ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินซึ่งมีราคาตั้งแต่ 20,000,000 บาท ขึ้นไป หรือยึดทรัพย์ของบุคคลสําคัญ หรือบุคคลที่มีฐานะในทางสังคม หรือเป็นที่สนใจของประชาชน เมื่อได้ดําเนินการยึดทรัพย์เสร็จแล้ว ให้รายงานอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายทราบ

9.3 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีติดตามผลการแจ้งการยึดให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง หรือดําเนินการเรียกต้นฉบับเอกสารสิทธิ์หรือการอื่นใดเพื่อให้การยึดมีผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 303 และมาตรา 304 แล้วให้จัดทําแบบรายงานการตรวจสอบผลการยึดทรัพย์สิน เสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงผู้อํานวยการกอง ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาตรวจสอบว่าดําเนินการถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบหรือคําสั่งแล้วหรือไม่ หากไม่ถูกต้องให้มีคําสั่งแก้ไขแล้วให้ลงนามผลการตรวจสอบไว้ จากนั้นให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานการยึดพร้อมขอให้ศาลมีคําสั่งอนุญาตขายทรัพย์ที่ยึดนั้นต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อดําเนินการยึดทรัพย์แล้วมีกรณีที่จะต้องแก้ไขราคาประเมินขณะยึดใหม่ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งราคาประเมินใหม่ดังกล่าวแก่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีโดยระบุในหมายแจ้งด้วยว่าหากไม่เห็นชอบด้วยกับราคาประเมินดังกล่าวให้โต้แย้งคัดค้านภายในกําหนด 8 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับแจ้งเห็นชอบด้วยกับราคาประเมิน และเจ้าพนักงานบังคับคดีจะถือราคาประเมินดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายหรือจําหน่าย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถือปฏิบัติโดยอนุโลม

คําสั่งหรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2548

ไกรสร บารมีอวยชัย

อธิบดีกรมบังคับคดี

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 452/2548 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c7680582ff170604

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com