ข้อ ๕
ให้ยกเลิกความใน (๒๗) ของข้อ ๓
ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒
แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร
พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๒๗) ของดังต่อไปนี้
(๒๗.๑) ของตามประเภทย่อย ๓๘๑๕.๑๙.๐๐ ประเภทย่อย
๓๘๑๕.๙๐.๐๐ และประเภทย่อย ๖๙๐๙.๑๙.๐๐ ที่นำเข้ามาเพื่อผลิตไส้กรองไอเสีย (catalyst)
ตามประเภทย่อย ๖๙๐๙.๑๙.๐๐ ที่ใช้สำหรับรถยนต์
(๒๗.๒) ของตามประเภทย่อย ๓๘๑๕.๑๙.๐๐ ประเภทย่อย
๓๘๑๕.๙๐.๐๐ และประเภทย่อย ๗๓๒๖.๙๐.๙๐ ที่นำเข้ามาเพื่อผลิตไส้กรองไอเสีย (catalyst)
ตามประเภทย่อย ๘๔๒๑.๙๙.๙๙ ที่ใช้สำหรับรถจักรยานยนต์
การยกเว้นอากร
รวมทั้งการกำหนดให้ของได้รับการยกเว้นอากรตาม (๒๗) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข
ดังต่อไปนี้
(ก)
ผู้ขอใช้สิทธิยกเว้นอากรต้องเป็นผู้นำของเข้าที่ประกอบกิจการอุตสาหกรรม
การผลิตไส้กรองไอเสียรถยนต์หรือไส้กรองไอเสียรถจักรยานยนต์
และนำเข้ามาเพื่อใช้ในการผลิตของตนเองเท่านั้น
(ข)
หากของที่ได้รับยกเว้นอากรไม่ได้นำมาใช้ในการผลิตภายในหนึ่งปีนับแต่วันนำของเข้าผู้นำของเข้าจะต้องส่งของที่เหลือออกนอกราชอาณาจักร
หรือชำระอากรตามปกติสำหรับของที่เหลือนั้น ณ วันที่นำของเข้า
เว้นแต่จะได้แสดงหลักฐานความจำเป็นต่ออธิบดีกรมศุลกากรและอธิบดีกรมศุลกากรได้อนุญาตให้ขยายเวลาได้ตามความเหมาะสมแต่ต้องไม่เกินหกเดือน
(ค) ของที่เสียหาย
เศษที่ไม่ใช้หรือเศษที่ใช้ไม่ได้ จะต้องทำลาย หรือส่งของนั้นออกนอกราชอาณาจักร
หรือดำเนินการอย่างอื่นตามที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนด
หากไม่ดำเนินการดังกล่าวจะต้องชำระอากรตามปกติ ณ วันที่นำของเข้า
ตามจำนวนหรือปริมาณของเศษของของนั้น