法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ พ.ศ. 2529 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ

พ.ศ. ๒๕๒๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) มาตรา ๗๓

และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘

แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยสวัสดิการทนายความ ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ พ.ศ.

๒๕๒๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในข้อบังคับนี้

“ประธานอนุกรรมการ” หมายถึง ประธานอนุกรรมการสวัสดิการสภาทนายความ

“อนุกรรมการ” หมายถึง อนุกรรมการสวัสดิการสภาทนายความ

“อนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัด” หมายถึง

อนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดของสภาทนายความ

“อนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัด” หมายถึง

อนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดของสภาทนายความ

“อนุกรรมการสวัสดิการประจำศาลจังหวัด” หมายถึง

อนุกรรมการสวัสดิการประจำศาลจังหวัดของสภาทนายความ

คณะอนุกรรมการสวัสดิการสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้มีคณะอนุกรรมการสวัสดิการสภาทนายความคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะอนุกรรมการสวัสดิการสภาทนายความ”

ประกอบด้วยกรรมการสวัสดิการสภาทนายความเป็น ประธานอนุกรรมการโดยตำแหน่ง และอนุกรรมการอื่นที่คณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งตามความเหมาะสม

ในกรณีมีความจำเป็น

คณะกรรมการสภาทนายความจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัด

หรือประจำศาลจังหวัด อีกก็ได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้คณะอนุกรรมการสวัสดิการมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการพิจารณาและออกข้อกำหนดต่าง

ๆ อันเกี่ยวกับสวัสดิการทนายความ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสภาทนายความ

ให้คณะอนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดประจำศาลจังหวัด

มีอำนาจหน้าที่ตามความในวรรคแรกในเขตจังหวัดหรือเขตศาลจังหวัดที่ตนรับผิดชอบอยู่

ในเขตจังหวัดหรือเขตศาลจังหวัดใดไม่มีคณะอนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดหรือประจำศาลจังหวัด

ให้คณะอนุกรรมการสภาทนายความประจำจังหวัดหรือประจำศาลจังหวัดในเขตนั้น

ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะอนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัด หรือประจำศาลจังหวัด

ด้วยแล้วแต่กรณี

การสงเคราะห์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ทนายความที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเจ็บป่วย

และทายาทของทนายความที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากทนายความถึงแก่ความตาย

มีสิทธิขอรับการสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความ

หรือเงินทดแทนจากบริษัทประกันซึ่งคณะกรรมการสภาทนายความได้จัดสรรทำประกันไว้ให้

โดยยื่นคำขอต่อกรรมการสวัสดิการสภาทนายความหรือต่ออนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดหรือประจำศาลจังหวัด

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คำขอเพื่อรับการสงเคราะห์ ให้ระบุรายละเอียดดังนี้

(๑) ชื่อทนายความ

และกรณีจำเป็นให้ระบุชื่อทายาทของทนายความด้วย

(๒) สถานที่อยู่

(๓) ฐานะความเป็นอยู่

(๔) สาเหตุการเจ็บป่วยหรือตาย

(๕) ใบรับรองแพทย์หรือใบมรณบัตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เมื่อได้รับคำขอจากทนายความหรือทายาทของทนายความแล้ว

ให้กรรมการสวัสดิการสภาทนายความ

หรืออนุกรรมการสวัสดิการประจำจังหวัดหรือประจำศาลจังหวัด แล้วแต่กรณี

ส่งคำขอให้คณะอนุกรรมการสวัสดิการดำเนินการสอบข้อเท็จจริงตามคำขอ

หากจำเป็นต้องเรียกหลักฐานเพิ่มเติม

ก็ให้แจ้งให้ทนายความหรือทายาทของทนายความจัดส่งให้คณะอนุกรรมการสวัสดิการ

หลังจากสอบข้อเท็จจริงแล้ว ให้ทำความเห็นเสนอไปยังประธานอนุกรรมการ

เพื่อนำเข้าพิจารณาในการประชุมคณะอนุกรรมการสวัสดิการ เมื่อคณะอนุกรรมการสวัสดิการพิจารณาแล้ว

ให้รวบรวมเสนอคณะกรรมการสภาทนายความเพื่อให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๒] ในกรณีที่ทนายความได้รับความเดือดร้อน

โดยมิใช่สาเหตุการเจ็บป่วยให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ตามความเดือดร้อนที่เป็นจริง

แต่ไม่เกินครั้งละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท)”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่ทนายความได้รับความเดือดร้อน โดยมีสาเหตุจากการเจ็บป่วย

ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ดังนี้

(๑)[๓]

เจ็บป่วยไม่สาหัส ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ครั้งละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาท)

(๒)[๔]

เจ็บป่วยสาหัส ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ครั้งละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาท)

(๓)[๕]

เจ็บป่วยเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติ

ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท)

(๔) เจ็บป่วยทุพพลภาพเสียแขน หรือเท้า

หรือสายตาเพียงข้างเดียว ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท

(ห้าหมื่นบาท)

(๕) เจ็บป่วยทุพพลภาพ เสียแขนหรือเท้า หรือสายตาทั้ง ๒ ข้าง

หรือแขนและเท้า รวม ๒ อย่าง หรือเสียแขนหรือเท้าข้างหนึ่ง และสายตาอีกข้างหนึ่ง

ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท)

(๖) เจ็บป่วยทุพพลภาพถาวรบางส่วน

ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาท)

(๗) เจ็บป่วยทุพพลภาพถาวรโดยสิ้นเชิง

ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท)

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในกรณีที่ทนายความถึงแก่ความตาย และทายาทของทนายความที่ถึงแก่ความตายได้รับความเดือดร้อน

ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาท)

การเก็บรักษาเงินและเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การเก็บรักษาเงินและเบิกจ่ายเงินกองทุนสวัสดิการทนายความ

ให้นำข้อบังคับและระเบียบว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการเบิกจ่ายเงินของสภาทนายความมาใช้บังคับโดยอนุโลม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การพิจารณาคำขอรับการสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความที่ได้ยื่นก่อนข้อบังคับนี้มีผลบังคับ

และคณะกรรมการสภาทนายความยังมิได้มีมติให้จ่ายเงินสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความ

ให้นำข้อบังคับนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

สำหรับการจ่ายเงินสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความที่คณะกรรมการสภาทนายความได้มีมติอนุมัติให้จ่ายก่อนข้อบังคับนี้มีผลบังคับ

ให้ถือว่าใช้ได้ตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙

คำนวณ ชโลปถัมภ์

นายกสภาทนายความ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำขอรับการสงเคราะห์เงินกองทุนสวัสดิการทนายความ

๒. ความเห็นสวัสดิการสภาทนายความ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ คือ

โดยที่พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๗๓ ได้บัญญัติให้มีกองทุนสวัสดิการทนายความ

เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ทนายความที่ได้รับความเดือดร้อนหรือทายาทของทนายความที่ถึงแก่ความตายซึ่งได้รับความเดือดร้อน

และการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสงเคราะห์ การเก็บรักษา

และการจ่ายเงินสวัสดิการทนายความตามมาตรา ๗๓ วรรคสาม ได้บัญญัติให้กำหนดขึ้นไว้เป็นข้อบังคับ

สภาทนายความ จึงจำเป็นต้องออกข้อบังคับ

ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๙ นี้ขึ้นไว้

คำชี้แจง

ประกอบร่างข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ

พ.ศ. ๒๕๒๙

ออกตามความในพระราชบัญญัติทนายความ

พ.ศ. ๒๕๒๘

วัตถุประสงค์

เพื่อจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกสภาทนายความ

ซึ่งมีสิทธิได้รับการสงเคราะห์จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความ ตามมาตรา ๗๓

แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

สาระสำคัญ

กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสงเคราะห์ การเก็บรักษา

และการจ่ายเงินสวัสดิการทนายความ ให้แก่สมาชิกสภาทนายความ

ความจำเป็น

โดยที่การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการสงเคราะห์ การเก็บรักษา

และการจ่ายเงินสวัสดิการทนายความ จากเงินกองทุนสวัสดิการทนายความ พระราชบัญญัติทนายความ

พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๗๓ วรรคสาม ได้บัญญัติให้ออกเป็นข้อบังคับ

คณะกรรมการสภาทนายความจึงได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ ๔/๒๕๒๙ เมื่อวันที่ ๒

พฤษภาคม ๒๕๒๙,ครั้งที่ ๕/๒๕๒๙ เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๒๙ และครั้งที่ ๖/๒๕๒๙

เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ออกข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยสวัสดิการทนายความฉบับนี้ขึ้น

ผลดี

ทำให้สะดวกต่อการพิจารณาในการให้การสงเคราะห์

การจ่ายเงินสวัสดิการทนายความ รวมทั้งการเก็บรักษาเงินกองทุนสวัสดิการทนายความ

ได้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนอันถูกต้อง

และเป็นไปตามวัตถุประสงค์แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๔๑[๖]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คำขอรับการสงเคราะห์เงินกองทุนสวัสดิการทนายความ

ที่ได้ยื่นไว้ก่อนที่มีการประกาศใช้ข้อบังคับฉบับนี้ และสภาทนายความได้รับไว้แล้ว

ให้ถือว่ามีผลตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับฉบับนี้

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๒๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๒๓๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๗/๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๙

[๒] ข้อ ๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ.๒๕๔๑

[๓] ข้อ ๑๐ (๑)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๔๑

[๔] ข้อ ๑๐ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๕] ข้อ ๑๐ (๓)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๔๑

[๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๕/ตอนพิเศษ ๗๘ ง/หน้า ๙๒/๔ กันยายน ๒๕๔๑

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสวัสดิการทนายความ พ.ศ. 2529 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c8a4a6a35d4b2628

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com