法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 104) เรื่อง กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำรายงานแตกต่างไปจากรายงานตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 104)

เรื่อง กําหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทํารายงานแตกต่างไปจากรายงานตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 87/1 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 อธิบดีกรมสรรพากรโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กําหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทํารายงานแตกต่างไปจากรายงานตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 23) เรื่อง กําหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทํารายงานแตกต่างไปจากรายงาน ตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 51) เรื่อง กําหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทํารายงานแตกต่างไปจากรายงานตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2537

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังต่อไปนี้ จัดทํารายงานภาษีขายตามมาตรา 87 (1) แห่งประมวลรัษฎากร แตกต่างไปจากรายงานภาษีขายที่มีรายการและข้อความตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งออกโดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร

(1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าที่คํานวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร และจัดทําบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี จะปรับปรุงบัญชีดังกล่าวเป็นรายงานภาษีขายตามมาตรา 87 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยเพิ่มช่องรายการ “ชื่อผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ” และ “จํานวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม” ลงในบัญชีนั้นก็ได้

(2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นบุคคลธรรมดา และคํานวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร หากขายสินค้าเป็นเงินสดเพียงอย่างเดียว ให้บริการเป็นเงินสดเพียงอย่างเดียว หรือให้บริการทั้งกรณีเป็นเงินสดและเงินเชื่อ จะปรับปรุงบัญชีเงินสดซึ่งต้องจัดทําอยู่แล้วตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี เป็นรายงานภาษีขายตามมาตรา 87 (1) แห่งประมวลรัษฎากร โดยเพิ่มช่องรายการ “ชื่อผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ” และ “จํานวนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม” ลงในบัญชีเงินสดทางด้านเงินสดรับก็ได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้รับยกเว้นไม่ต้องจัดทํารายงานสินค้าและวัตถุดิบ ตามมาตรา 87 (3) แห่งประมวลรัษฎากร แต่จะต้องทําการตรวจนับสินค้าคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน ของปี และวันที่ 31 ธันวาคม ของปี และกรอกรายการสินค้าคงเหลือในแบบรายละเอียดสินค้าคงเหลือ โดยต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ และให้ถือว่าแบบรายละเอียดสินค้าคงเหลือเป็นรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) แห่งประมวลรัษฎากร

ความในวรรคหนึ่ง ไม่ใช้บังคับกับผู้ประกอบการจดทะเบียนดังต่อไป

(1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการโรงเลื่อย โรงค้าไม้แปรรูป และกิจการอื่นใดซึ่งต้องจัดทําบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้

(2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการค้าของเก่า ซึ่งต้องจัดทําบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า

(3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทร้านค้าปลอดอากร ซึ่งต้องจัดทําบัญชีแยกประเภทสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

(4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม

(5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งขายสินค้าให้แก่

(ก) ผู้ทําสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย

(ข) ผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการซึ่งได้ทําสัญญาเป็นหนังสือโดยตรงกับผู้ทําสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งนอกจากมีสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่แล้ว ยังมีสถานประกอบการอื่นอีกหลายแห่งที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้จัดทํารายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ รายงานสินค้าและวัตถุดิบของสถานประกอบการแห่งอื่นรวมกัน ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ได้

(1) สถานประกอบการแต่ละแห่งเป็นรถเข็น แผงลอย หน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อย หรือที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ประกอบกิจการอยู่เป็นประจําในสถานที่เช่า ซึ่งได้จ่ายค่าเช่าเป็นรายวันหรือตามสัญญาเช่า

(2) สถานประกอบการแต่ละแห่งเป็นรถเข็น แผงลอย หน่วยขายที่มีลักษณะเป็นร้านค้าย่อย หรือที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเดินทั่วไปที่มีผู้คนสัญจรไปมา หรือภายในบริเวณอาคารสํานักงาน ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า หรือภายในบริเวณศูนย์อาหารของอาคารสํานักงาน ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่ที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน

การจัดทํารายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ รายงานสินค้าและวัตถุดิบตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถจัดทํารวมกับสํานักงานใหญ่เพียงรายงานฉบับเดียว ซึ่งรวบรวมการขายสินค้าหรือการให้บริการ การซื้อสินค้าหรือการรับบริการ และการรับหรือจ่ายสินค้าหรือวัตถุดิบของสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่และสถานประกอบการแห่งอื่น โดยต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ และต้องเก็บรักษาไว้ ณ สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 4 จะต้องยื่นคําขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากรผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ ตามแบบคําขออนุมัติจัดทํารายงานตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้

ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่ง จะต้องยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพากรเข้าไปติดแถบเครื่องหมายแสดงการได้รับอนุมัติไว้ ณ ที่เปิดเผย ซึ่งเห็นได้ง่าย กรณีแถบเครื่องหมายดังกล่าวชํารุดเสียหายหรือสูญหาย ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องยื่นคําร้องขอรับแถบเครื่องหมายจากสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ทันที”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 147) ใช้บังคับ 11 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งไม่ต้องนําค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ มารวมคํานวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2 (3) (4) (5) (9) และ (12) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กําหนดลักษณะ และเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนํามารวมคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 102) เรื่อง กําหนดลักษณะ และเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนํามารวมคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2543 จัดทํารายงานภาษีขาย โดยต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งไม่ต้องนําค่าตอบแทนที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ มารวมคํานวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2 (14) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่อง กําหนดลักษณะ และเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนํามารวมคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 106) เรื่องกําหนดลักษณะ และเงื่อนไขค่าตอบแทนที่ไม่ต้องนํามารวมคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2543 จัดทํารายงานภาษีขาย โดยต้องมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้ประกอบการที่ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือผู้ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 82/13 วรรคสองและวรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร จัดทํารายงานภาษีขายและรายละเอียดของธุรกรรมประกอบการจัดทํารายงานภาษีขาย โดยต้องมีรายการและข้อความตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 239) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป)

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2543

ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมสรรพากร

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 104) เรื่อง กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำรายงานแตกต่างไปจากรายงานตามมาตรา 87 แห่งประมวลรัษฎากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c8bb664c286e114e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com