法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการพิจารณาส่งผู้ต้องหาไปเข้ารับการอบรมแทนการดำเนินคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

คำแนะนำของประธานศาลฎีกา

คำแนะนำของประธานศาลฎีกา

เกี่ยวกับการพิจารณาส่งผู้ต้องหาไปเข้ารับการอบรมแทนการดำเนินคดีอาญา

ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]

โดยที่พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ๒๑ กำหนดให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคำร้องของพนักงานอัยการที่ขอให้ส่งผู้ต้องหาว่าได้กระทำความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและกลับใจเข้ามอบตัวหรือกระทำไปเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปเข้ารับการอบรมแทนการดำเนินคดีอาญา

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นไปโดยถูกต้องเรียบร้อยเป็นแนวเดียวกัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ ประธานศาลฎีกาจึงออกคำแนะนำไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การพิจารณาดำเนินการส่งผู้ต้องหาว่าได้กระทำความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรไปเข้ารับการอบรมแทนการดำเนินคดีอาญาตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

พ.ศ. ๒๕๕๑

จะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีการออกประกาศกำหนดเขตพื้นที่ที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามมาตรา

๑๕ และประกาศกำหนดลักษณะความผิดอันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามมาตรา

๒๑ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การยื่นคำร้องขอให้ส่งผู้ต้องหาไปเข้ารับการอบรมแทนการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา

๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

จะดำเนินการได้เฉพาะคดีที่เกิดในเขตพื้นที่ที่กำหนดไว้ในประกาศตามข้อ ๑

โดยยื่นต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาที่มีเขตศาลเหนือพื้นที่นั้น

หากผู้ต้องหาเป็นเด็กหรือเยาวชนให้ยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจเหนือพื้นที่ดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ คำร้องตามข้อ ๒

ควรมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ข้อหาความผิด

(๒) พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด

(๓) วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ

(๔)

ข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาได้กลับใจเข้ามอบตัวหรือกระทำไปเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

และผู้ต้องหานั้นยินยอมเข้ารับการอบรมและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

(๕) รายละเอียดเกี่ยวกับผู้เสียหาย และการเยียวยาความเสียหาย

(๖) ความเห็นของพนักงานสอบสวน

และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

(๗) ข้อคัดค้านของผู้ร้อง หากศาลจะมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา

และ

(๘) สถานฝึกอบรม วิธีการและระยะเวลาฝึกอบรม

ตลอดจนเงื่อนไขที่สมควรกำหนดให้ผู้ต้องหาปฏิบัติในระหว่างฝึกอบรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระหว่างการพิจารณาคำร้องตามข้อ

พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยังคงมีอำนาจหน้าที่ในการยื่นคำร้องขอผัดฟ้องหรือฝากขังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

หรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีการขังระหว่างสอบสวน

ศาลอาจมีคำสั่งให้ขังผู้ต้องหานั้นในสถานที่อื่นที่ไม่ใช่เรือนจำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา ๘๙/๑

หรือถ้าศาลมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวศาลจะกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหาไปรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรืออยู่ในความดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ก่อนไต่สวนคำร้อง

ให้ศาลถามผู้ต้องหาถึงความยินยอมในการเข้ารับการอบรมและยินยอมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

ตลอดจนข้อเท็จจริงหรือความเห็นอื่นใดของผู้ต้องหาที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาและบันทึกไว้ให้ปรากฏในสำนวน

ในกรณีที่ผู้ต้องหาประสงค์จะขอความช่วยเหลือจากทนายความหรือขอให้ศาลจัดหาล่ามศาลพึงอนุเคราะห์ให้ตามสมควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ต้องหาเป็นเด็กหรือเยาวชนและเป็นกรณีที่อาจนำมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวมาใช้ได้

ก่อนเริ่มทำการไต่สวน ศาลควรสอบถามผู้ร้องว่า

ได้มีการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูในชั้นสอบสวนตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวหรือไม่หากมีและศาลเห็นว่าการรอฟังผลการจัดทำแผนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ยิ่งกว่า

ศาลอาจมีคำสั่งให้รอการพิจารณาสั่งคำร้องไว้จนกว่ากระบวนการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูจะเสร็จสิ้นก็ได้

และถ้าความปรากฏต่อมาว่าแผนดังกล่าวได้รับความเห็นชอบและไม่ได้ถูกเพิกถอนด้วยเหตุว่ากระบวนการจัดทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลจะมีคำสั่งยกคำร้องที่ยื่นไว้ตามข้อ ๒ เสียก็ได้

แต่ถ้าแผนดังกล่าวไม่ได้รับความเห็นชอบหรือศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือมีการดำเนินการตามแผนแล้วปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแผน

ก็ให้ศาลพิจารณาสั่งตามคำร้องที่ยื่นไว้ตามข้อ ๒ ต่อไปตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การมีคำสั่งให้ส่งผู้ต้องหาไปเข้ารับการอบรมแทนการดำเนินคดีอาญา

ต้องพิจารณาให้ได้ความว่า

(๑) ความผิดนั้นกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

(๒)

เป็นการกระทำความผิดภายในเขตพื้นที่และตามลักษณะความผิดที่คณะรัฐมนตรีประกาศกำหนด

(๓) ผู้ต้องหากลับใจเข้ามอบตัว

หรือเป็นกรณีที่พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนแล้วเห็นว่าผู้นั้นได้กระทำไปเพราะหลงผิดหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

(๔) ผู้ต้องหายินยอมเข้ารับการอบรมและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

(๕)

การเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหากลับตัวจะเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

การพิจารณาตาม (๓) ให้คำนึงถึงพฤติการณ์แวดล้อมต่าง ๆ ของผู้ต้องหา

เช่น อายุ ประวัติการศึกษา ความเชื่อ ภาวะแห่งจิต สภาพแวดล้อมในครอบครัวและชุมชน

ความประพฤติ อาชีพ ประวัติการกระทำความผิด ความร้ายแรงของการกระทำความผิด

รวมทั้งการสำนึกผิดและความพยายามในการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คำสั่งอนุญาตให้ส่งผู้ต้องหาไปเข้ารับการอบรม

ต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) สถานฝึกอบรม วิธีการอบรม

และระยะเวลาการอบรมซึ่งต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง

(๒)

เงื่อนไขอื่นที่ศาลเห็นสมควรกำหนดให้ผู้ต้องหาปฏิบัติในระหว่างเข้ารับการอบรม เช่น

ให้ปฏิบัติตามระเบียบของสถานฝึกอบรม หรือให้ละเว้นการประพฤติปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดอันอาจนำไปสู่การกระทำความผิดอีก

(๓)

การรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการอบรมต่อศาลซึ่งควรกระทำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งและ

(๔)

เมื่อครบกำหนดเวลาการอบรมให้นำผู้ต้องหามาศาลพร้อมรายงานผลการอบรมเพื่อพิจารณาดำเนินการปล่อยตัว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อมีคำสั่งอนุญาตตามข้อ

๘ แล้ว หากปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่า

การยื่นคำร้องหรือการพิจารณาสั่งคำร้องไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ศาลจะสั่งเพิกถอนคำสั่งอนุญาตนั้นเสียหรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีการร้องขอเปลี่ยนแปลงสถานฝึกอบรม

วิธีการอบรม หรือขอขยายหรือย่นระยะเวลาการอบรม

ศาลอาจทำการไต่สวนผู้ที่เกี่ยวข้องและมีคำสั่งได้ตามที่เห็นสมควร

แต่หากเป็นการขอขยายระยะเวลาการอบรม

ระยะเวลาอบรมทั้งหมดเมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่เริ่มการอบรม

ในระหว่างการอบรม

ศาลอาจมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ศาลเข้าไปในสถานฝึกอบรมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือสังเกตการอบรมได้ตามความจำเป็น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการอบรมและตามรายงานผลการอบรมเป็นที่พอใจแก่ศาลว่าผู้ต้องหาได้ผ่านการประเมินผลการอบรมและปฏิบัติถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ทุกประการให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหานั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ถ้าได้รับรายงานว่าผู้ต้องหาไม่เข้ารับการอบรมหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ศาลควรทำการไต่สวนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

และมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) หากได้ความว่าผู้ต้องหามิได้ฝ่าฝืนหรือได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขโดยถูกต้อง

หรือมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแต่มิใช่เป็นความผิดของผู้ต้องหา

ศาลควรมีคำสั่งให้ดำเนินการอบรมต่อไป

(๒) หากได้ความว่าผู้ต้องหาจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

ศาลควรมีคำสั่งให้ยกเลิกการอบรมเพื่อดำเนินคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งยกเลิกการอบรมและมีการดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ต้องหานั้นหากต้องดำเนินการผัดฟ้องหรือฝากขังต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง หรือกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว

การนับระยะเวลาผัดฟ้องหรือฝากขังให้นับระยะเวลาที่ผู้ต้องหานั้นเข้ารับการอบรมรวมเข้าในกำหนดระยะเวลาผัดฟ้องหรือฝากขังตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้สำนักงานศาลยุติธรรมติดต่อประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามคำแนะนำนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ต้องมีวิธีการใดในทางธุรการเพื่อให้การปฏิบัติตามคำแนะนำนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ให้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้กำหนดแนวทางปฏิบัติในเรื่องนั้นได้ตามความจำเป็น

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔

สบโชค สุขารมณ์

ประธานศาลฎีกา

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๓๐ ก/หน้า ๔๐/๒๙ เมษายน ๒๕๕๔

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำแนะนำของประธานศาลฎีกา เกี่ยวกับการพิจารณาส่งผู้ต้องหาไปเข้ารับการอบรมแทนการดำเนินคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cba0d1078747cf29

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com