法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกลาโหมว่าด้วย เครื่องแบบทหารเรือ ฉะบับที่ 10 (พ.ศ. 2493) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวงกลาโหม

ว่าด้วย เครื่องแบบทหารเรือ ฉะบับที่ ๑๐

(พ.ศ. ๒๔๙๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติ

เครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดั่งต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกบรรดากฎกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเครื่องแบบทหารเรือ ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ทุกฉบับ

เครื่องแบบพลทหารและนายทหารประทวนชั้นจ่า

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ พลทหารมีเครื่องแบบ ดังนี้

(๑) หมวก มี ๓ อย่าง

อย่างที่ ๑ หมวกสักหลาดน้ำเงินดำ รูปหมวกกะลาสีมีแถบผ้าขาวขนาดกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร เย็บติดสองข้างใช้เป็นสายรัดคาง หมวกอย่างนี้ใช้เฉพาะในประเทศหนาว

อย่างที่ ๒ หมวกผ้าขาว มีรูปและลักษณะเช่นเดียวกับอย่างที่ ๑

อย่างที่ ๓ หมวกผ้ากากี มีรูปและลักษณะอย่างเดียวกับอย่างที่ ๑

หมวกทั้งสามอย่างนี้ ที่เชิงหมวกมีแถบผ้าดำพันรอบเรียกว่า “แถบหน้าหมวก” มีลักษณะและขนาดตามแบบราชนาวี ที่แถบหน้าหมวกมีอักษรตัวทองแจ้งนามเรือหรือนามหน่วยตามสังกัด และมีพระมหามงกุฎกับสมอเป็นตัวทองกำกับข้างหน้าและข้างท้ายวรรคอักษร ที่ปลายแถบทั้งสองข้างตัดชายเป็นแฉกหางนกแซงแซว มีสมอเป็นตัวทองนอนตามยาวของแถบผ้า

วิธีผูกแถบหน้าหมวก ให้ผูกเงื่อนรูดได้และให้ห่วงสมออยู่ชิดริมที่พับเป็นเงื่อน เมื่อสวมหมวกแล้วต้องให้พระมหามงกุฎกับสมออยู่ตรงแสกหน้า อักษรแจ้งนามเรือหรือนามหน่วยอยู่ข้างซ้าย และเงื่อนที่ผูกไว้นั้นอยู่ข้างขวาประมาณตรงเหนือหูขวา

(๒) เสื้อ มี ๖ อย่าง

อย่างที่ ๑ เสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปเสื้อกะลาสีแขนยาวรวบที่ข้อมือ

อย่างที่ ๒ เสื้อผ้าขาว รูปเสื้อกะลาสีแขนยาวรวบที่ข้อมือ

อย่างที่ ๓ เสื้อผ้ากากี รูปเสื้อกะลาสีแขนยาวเพียงใต้ศอกลงไปประมาณ ๖ เซนติเมตร และไม่รวบปลายแขนเสื้อ

เสื้อทั้งสามอย่างนี้ชายเสื้อเบื้องล่างจดเพียงเหนือข้อมือประมาณ ๖ เซนติเมตร

อย่างที่ ๔ เสื้อสวมกันหนาว เป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปคะเวอรโคทแหวกคอ มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละสี่ดุม ชายเสื้อเบื้องล่างอยู่เหนือเข่าเพียงกึ่งขา เสื้อนี้สำหรับสวมซ้อนเสื้อทั้งสามอย่างที่กล่าวมาแล้วเพื่อกันหนาว และให้ใช้เฉพาะในประเทศหนาหรือในเมื่ออากาศหนาว ถ้าใช้ในหน้าที่ราชการภายในเรือหรือกรมกองจะไม่ติดเครื่องหมายยศก็ได้

อย่างที่ ๕ เสื้อกันฝน ทำด้วยผ้าชนิดกันน้ำสีน้ำเงินดำหรือกากี รูปตามแบบราชนาวี สำหรับสวมกันฝนเมื่อทำการตามหน้าที่

อย่างที่ ๖ เสื้อซับในผ้าขาว รูปเสื้อคอเปิดเป็นวงกลม ด้านหน้าเปิดถึงยอดอก มีแถบผ้าน้ำเงินดำ กว้าง ๑๒ เซนติเมตร ขลิบโดยรอบวงคอ ชายแขนเสื้อยาวเพียงเหนือศอกประมาณ ๔ เซนติเมตร ชายเสื้อเบื้องล่างยาวปิดตะโพก

(๓) เครื่องประกอบกับเสื้อ มี ๓ อย่าง

ก) ผ้าผูกคอดำ มีรูปและขนาดตามแบบราชนาวี ใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๓ โดยเอาผ้าพับซ้อนกันและพับต่อ ๆ ไปจนเป็นแถบ ขนาดกว้างประมาณ ๖ เซนติเมตร แล้วผูกมุมผ้าสองข้างเป็นเงื่อนสอดไว้ใต้ปกคอเสื้อ ให้ส่วนกึ่งกลางผ้าผูกคออยู่ข้างหน้าตรงแหวกอกคอเสื้อ ก่อนจะผูกริบบินให้เอี้ยวผ้าผูกคอนี้เสียก่อน คือเอี้ยวส่วนซ้ายทับส่วนขวาแล้วจึงผูกริบบิน เมื่อผูกริบบินแล้วให้ปลายสุดผ้าผูกคอที่รอยทบกึ่งกลางอยู่ต่ำกว่าเงื่อนโบริบบินประมาณ ๖ เซนติเมตร

ข) ผ้าปกหลัง เป็นผ้าน้ำเงินดำ มีแถบขาวขนาด ๒ เซนติเมตร ตรึงโดยรอบเป็นรูปมุมฉากห่างจากขอบ ๐.๕ เซนติเมตร ซ้อนหรือเย็บติดชายปกคอเสื้ออีกชั้นหนึ่ง ผ้าปกหลังนี้ใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๑ และที่ ๒

ค) สายโยงมีด เป็นสายด้ายขาวถักกลมมีรูปและขนาดตามแบบราชนาวี ใช้สวมและสอดไว้ใต้ปกคอเสื้อให้แผ่นถักสี่เหลี่ยมอยู่บนและตรงโบริบบินที่ผูกทับผ้าผูกคอนั้นพอดี สายโยงมีดนี้สำหรับใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๓

(๔) กางเกาง มี ๔ อย่าง

อย่างที่ ๑ กางเกงสักหลาดน้ำเงินดำ รูปกางเกงกะลาสี กางเกงอย่างนี้ใช้เฉพาะในประเทศหนาว

อย่างที่ ๒ กางเกงผ้าขาว รูปกางเกงกะลาสี

อย่างที่ ๓ กางเกงผ้ากากี รูปกางเกงกะลาสี

อย่างที่ ๔ กางเกงผ้ากากีขาสั้น รูปตามแบบราชนาวี

(๕) รองเท้า รองเท้าหุ้มข้อ หรือหุ้มส้นหนังสีดำ ชนิดผูกไม่มีลวดลาย

(๖) ถุงเท้า ถุงเท้าสั้นดำ หรือน้ำเงินดำ ยาวประมาณเพียงกึ่งน่อง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ นายทหารประทวนชั้นจ่ามีเครื่องแบบ ดังนี้

(๑) นายทหารประทวนชั้นจ่ามีเครื่องแบบเช่นเดียวกับพลทหารตามข้อ ๒ ทุกประการ

(๒) เครื่องหมายยศ รูปบั้งหางนกแซงแซว เป็นแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร มี ๓ อย่าง

อย่างที่ ๑ แถบไหมทองตรึงบนสักหลาดแดงเหลือชายไว้เป็นขอบจากแถบไหมทอง กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร สำหรับใช้กับเสื้ออย่างที่ ๒ ในข้อ ๒ (๒) เมื่อแต่งเต็มยศ

อย่างที่ ๒ แถบสักหลาดน้ำเงินตรึงบนผ้าขาวเหลือชายไว้เป็นขอบจากแถบสักหลาด กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร สำหรับใช้กับเสื้ออย่างที่ ๒ และที่ ๓ ในข้อ ๒ (๒) เมื่อแต่งปกติ

อย่างที่ ๓ แถบสักหลาดแดงตรึงบนผ้าขาวเหลือชายไว้เป็นขอบจากแถบสักหลาด กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร สำหรับใช้กับเสื้ออย่างที่ ๑ และที่ ๔ ในข้อ ๒ (๒)

บั้งทั้งสามอย่างนี้มีขนาดกว้างจากมุมปลายทั้งสองข้าง ๘ เซนติเมตร และให้ประดับบั้งนี้ที่แขนเสื้อข้างซ้ายราวกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก มุมบั้งอยู่เบื้องล่าง โดยมีจำนวนแถบบั้งตามชั้นยศ ไว้ระยะระหว่างแถบห่างกัน ๐.๓ เซนติเมตร คือ

จ่าเอก สามบั้ง

จ่าโท สองบั้ง

จ่าตรี หนึ่งบั้ง

(๓) จ่าสำรอง มีบั้งรูปหางนกแซงแซวเป็นแถบสักหลาดแดงหนึ่งแถบ กว้าง ๑ เซนติเมตร ตรึงบนผ้าขาวเหลือชายไว้เป็นขอบจากแถบสักหลาด กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างมีระยะห่างกัน ๖ เซนติเมตร

นักเรียนจ่าชั้น ๑ มีบั้งรูปหางนกแซงแซวเป็นแถบสักหลาดน้ำเงินหนึ่งแถบ กว้าง ๑ เซนติเมตร ตรึงบนผ้าขาวเหลือชายไว้เป็นขอบจากแถบสักหลาด กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร มุมปลายทั้งสองข้างมีระยะห่างกัน ๖ เซนติเมตร สำหรับนักเรียนจ่าชั้น ๒ ให้ใช้แถบสักหลาดน้ำเงินสองแถบ กว้างแถบละ ๐.๔ เซนติเมตร ตรึงห่างกัน ๐.๒ เซนติเมตร บนผ้าขาว โดยลักษณะเดียวกันกับบั้งนักเรียนจ่าชั้น ๑

บั้งต่าง ๆ ที่กล่าวในข้อนี้ให้ใช้กับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๔ ในข้อ ๒ (๒) โดยประดับไว้ที่แขนเสื้อข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก และให้มุมบั้งกลับขึ้นข้างบน

(๔) นายทหารประทวนชั้นจ่า และพลทหารนอกประจำการซึ่งมีสิทธิแต่งเครื่องแบบทหารได้ตามหมวด ๘ แห่งกฎนี้ ให้มีสมอทำด้วยโลหะสีทองมีเบาะน้ำเงินดำรองภายใต้ติดที่แขนเสื้อข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกแทนเครื่องหมายเหล่าหรือจำพวก

เครื่องแบบนายทหารประทวนชั้นพันจ่า

และนักเรียนนายเรือ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ นายทหารประทวนชั้นพันจ่า มีเครื่องแบบ ดังนี้

(๑) หมวก หมวกสักหลาดน้ำเงินดำทรงหม้อตาล กะบังหน้าหนังดำหรือวัตถุเทียมหนังดำ มีแถบผ้าดำทอเป็นริ้วพันเชิงหมวกโดยรอบ ที่กลางแถบตรงศูนย์กลางหน้าหมวกมีตราพระมหามงกุฎกับสมอและใบชัยพฤกษ์สองข้าง ๆ ละสี่ใบทำด้วยโลหะสีทองเป็นเครื่องประดับ มีสายรัดคางหนังดำพาดไว้ที่เชิงหมวกกะบังหน้า โยงด้วยดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมติดไว้ที่เชิงหมวกชายกะบังหน้าข้างละหนึ่งดุม

เมื่อแต่งเต็มยศใช้ปลอกหมวกผ้าขาว สายรัดคางไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ตรึงบนสักหลาดน้ำเงินดำ

(๒) ปลอกหมวก หมวกที่กล่าวใน (๑) มีปลอกผ้าหุ้มได้ ๒ อย่าง คือ ปลอกผ้าขาวและปลอกผ้ากากี

(๓) เสื้อ มี ๖ อย่าง

อย่างที่ ๑ เสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปทูนิค มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละเจ็ดดุม คอเสื้อตั้ง สูงเพียงเศษสามส่วนสี่แห่งคอ ที่ชายแขนเสื้อทั้งสองข้างมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมประดับตามแนวนอนข้างละสามดุม มีลวดไหมดำถักประดับเป็นรังดุมโดยแนวตั้งภายใต้ดุมและแถวดุม สูงจากปลายแขนเสื้อระยะ ๘ เซนติเมตร

อย่างที่ ๒ เสื้อผ้าขาวแบบราชการ มีตะเข็บหลังสี่ตะเข็บ มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอหนึ่งแถวห้าดุม

อย่างที่ ๓ เสื้อผ้ากากี มีรูปและลักษณะเช่นเดียวกับอย่างที่ ๒

อย่างที่ ๔ เสื้อผ้ากากี เชิ้ตคอพับ แขนยาวรวบที่ข้อมือ หรือแขนสั้นแบบราชนาวี

อย่างที่ ๕ เสื้อสวมกันหนาว เป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำรูปโอเวอรโคทชายเสื้อเบื้องล่างเพียงกึ่งน่อง มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละสี่ดุม มีแถบสักหลาดรัดหลัง ขัดดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอที่ปลายแถบข้างละหนึ่งดุม เสื้อนี้สำหรับสวมทับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๓ และให้ใช้เฉพาะในประเทศหนาว

อย่างที่ ๖ เสื้อกันฝน ทำด้วยผ้าชนิดกันน้ำสีน้ำเงินดำ หรือกากีรูปตามแบบราชนาวี

(๔) อินทรธนู อินทรธนูทำด้วยสักหลาดน้ำเงินดำรูปสี่เหลี่ยมยาวปลายรวบ กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวตามควรแก่ส่วนบ่าบุคคล ที่มุมรวบมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมหนึ่งดุม บนหลังอินทรธนูมีเครื่องหมายยศและเครื่องหมายเหล่า หรือจำพวก อินทรธนูนี้สำหรับใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๕

(๕) เครื่องหมายยศ รูปบั้งขนาดโต ๐.๓ เซนติเมตร ทำด้วยโลหะสีทอง ตัดเป็นมุม ๑๓๐ องศา ตรงกึ่งกลางมีขนาดกว้างจากมุมปลายทั้งสองข้าง ๓.๕ เซนติเมตร สำหรับประดับบนอินทรธนูตามขวาง เริ่มต้นแต่ขอบเบื้องล่างแห่งอินทรธนู โดยมีจำนวนบั้งตามชั้นยศ คือ

พันจ่าเอก สามบั้ง

พันจ่าโท สองบั้ง

พันจ่าตรี หนึ่งบั้ง

การประดับบั้งนี้ ให้เอามุมบั้งขึ้นข้างบน ไว้ระยะระหว่างบั้งห่างกัน ๐.๓ เซนติเมตร

(๖) กางเกง มี ๔ อย่าง

อย่างที่ ๑ กางเกงสักหลาดน้ำเงินดำขายาว

อย่างที่ ๒ กางเกงผ้าขาวขายาว

อย่างที่ ๓ กางเกงผ้ากากีขายาว

อย่างที่ ๔ กางเกงผ้ากากีขาสั้นแบบราชนาวี

(๗) รองเท้า มี ๒ อย่าง

อย่างที่ ๑ รองเท้าหุ้มข้อหนังดำชนิดผูกไม่มีลวดลาย

อย่างที่ ๒ รองเท้าหุ้มส้นผ้า หรือหนังขาวหรือหนังน้ำตาลไหม้ชนิดผูกไม่มีลวดลาย

(๘) ถุงเท้า มี ๒ อย่าง

อย่างที่ ๑ ชนิดสั้นขาว น้ำเงินดำ ดำ หรือน้ำตาล ยาวประมาณเพียงกึ่งน่อง ถุงขาวใช้กับรองเท้าได้ทุกอย่าง ถุงสีอื่น ๆ ใช้ได้เฉพาะรองเท้าหนังดำ หรือน้ำตาลไหม้

อย่างที่ ๒ ชนิดยาวสีน้ำตาลพับจดเพียงใต้เข่า ใช้กับรองเท้าสีน้ำตาลไหม้ และเครื่องแบบกางเกงผ้ากากีขาสั้น

(๙) เข็มขัด มี ๒ อย่าง

อย่างที่ ๑ เข็มขัดกระบี่ ทำด้วยหนังดำ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีสายทิ้งหนังดำห้อยห่วงสีทองสองสายสำหรับแขวนกระบี่ ที่หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทองรูปวงกลม มีตราเป็นพวงใบชัยพฤกษ์รอบพระมหามงกุฎกับสมอ

อย่างที่ ๒ เข็มขัดปกติ ทำด้วยหนังสีน้ำตาลไหม้ กว้างประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นทองเหลืองรูปห่วงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

(๑๐) กระบี่ เครื่องทองมีโกร่ง ยาวประมาณ ๘๕ เซนติเมตร ฝักหนังดำ ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้าง

(๑๑) นายทหารประทวนชั้นพันจ่านอกประจำการซึ่งมีสิทธิแต่งเครื่องแบบทหารได้ตามหมวด ๘ แห่งกฎนี้ ให้มีสมอสีทองประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง แทนเครื่องหมายเหล่าหรือจำพวก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ นักเรียนนายเรือ มีเครื่องแบบ ดังนี้

(๑) หมวกและปลอกหมวก เช่นเดียวกับที่ระบุไว้ในข้อ ๔ (๑) และ (๒) เว้นแต่ตราพระมหามงกุฎกับสมอหน้าหมวกนั้นทำด้วยแผ่นสักหลาดปักดิ้น พระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นทอง สมอปักด้วยดิ้นเงิน กรอบใบชัยพฤกษ์ปักด้วยดิ้นทองสองข้าง ๆ ละสองใบ

(๒) เสื้อ มี ๖ อย่าง

อย่างที่ ๑ เสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ เช่นเดียวกับอย่างที่ ๑ ในข้อ ๔ (๓) แต่ให้เพิ่มแผ่นสักหลาดขาวสาบคอเสื้อด้านหน้าสองข้างกว้างเท่าคอเสื้อ ยาวข้างละ ๗ เซนติเมตร มีรังดุมถักด้วยไหมทองรับดุมหมายชั้นการศึกษา

อย่างที่ ๒ เสื้อผ้าขาว เช่นเดียวกับอย่างที่ ๒ ในข้อ ๔ (๓)

อย่างที่ ๓ เสื้อผ้ากากี เช่นเดียวกับอย่างที่ ๔ ในข้อ ๔ (๓)

อย่างที่ ๔ เสื้อสวมกันหนาว เช่นเดียวกับอย่างที่ ๕ ในข้อ ๔ (๓)

อย่างที่ ๕ เสื้อกันฝน เช่นเดียวกับอย่างที่ ๖ ในข้อ ๔ (๓)

อย่างที่ ๖ เสื้อซับในผ้าขาว เช่นเดียวกับอย่างที่ ๖ ในข้อ ๒ (๒) แต่ไม่มีแถบน้ำเงินดำขลิบรอบวงคอ

(๓) เครื่องหมายชั้นการศึกษา เป็นดุมสีทอง รูปมะนาวตัดคว่ำเม็ดเดียว หรือหลายเม็ดรวมกันเป็นหนึ่งดุมต่างกันตามชั้นการศึกษา คือ

ชั้น ๑ มีหนึ่งเม็ด

ชั้น ๒ มีสองเม็ด

ชั้น ๓ มีสามเม็ด

ชั้น ๔ มีสี่เม็ด

ชั้น ๕ มีห้าเม็ด

ดุมที่ว่านี้สำหรับติดที่คอเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๔ ทั้งสองข้าง

(๔) อินทรธนู อินทรธนูทำด้วยสักหลาดน้ำเงินดำรูปสี่เหลี่ยมยาวปลายรวบ กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาวตามควรแก่ส่วนบ่าบุคคล ที่มุมรวบมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมหนึ่งดุม สำหรับนักเรียนนายเรือพรรคนาวิน บนหลังอินทรธนูมีแถบไหมทองขนาด ๐.๖ เซนติเมตร พาดที่ศูนย์กลางอินทรธนูตามยาว สำหรับนักเรียนนายเรือพรรคกลินให้สอดแถบสักหลาดม่วงขนาดกว้าง ๑ เซนติเมตร พาดตามยาวแห่งอินทรธนูภายใต้แถบไหมทองนั้นด้วย อินทรธนูนี้สำหรับใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๔

(๕) กางเกง เช่นเดียวกับที่ระบุไว้ในข้อ ๔ (๖)

(๖) รองเท้า เช่นเดียวกับที่ระบุไว้ในข้อ ๔ (๗)

(๗) ถุงเท้า เช่นเดียวกับที่ระบุไว้ในข้อ ๔ (๘)

(๘) เข็มขัด มี ๒ อย่าง

อย่างที่ ๑ เข็มขัดกระบี่ ทำด้วยหนังดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร มีสายทิ้งหนังดำห้อยห่วงสีทองสองสายสำหรับแขวนกระบี่ ที่หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทอง รูปวงกลมมีตราเป็นพวงใบชัยพฤกษ์รอบพระมหามงกุฎกับสมอ

อย่างที่ ๒ เข็มขัดปกติ เช่นเดียวกับอย่างที่ ๒ ในข้อ ๔ (๙)

(๙) กระบี่ เป็นเครื่องโลหะสีทองยาวประมาณ ๔๐ เซนติเมตร ฝักหนังดำ ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้าง

เครื่องแบบนายทหารสัญญาบัตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ นายทหารสัญญาบัตรมีเครื่องแบบ ดังนี้

(๑) หมวก มี ๒ อย่าง

อย่างที่ ๑ หมวกแพรขนดำ รูปคอคคแฮทแข็ง ขลิบแพรดำ ถ้าเป็นนายทหารชั้นนายพลเรือขึ้นไปขลิบทอง ที่ข้างหมวกเบื้องขวามีเครื่องประดับ คือ ตรงกลางเป็นเบาะผูกด้วยแถบแพรดำ มีเครื่องทองตรึงที่เบาะขัดในดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอหนึ่งดุม และต่างกันดังนี้ ชั้นนายพลเรือขึ้นไป มีเกลียวทองใหญ่หนึ่งเกลียวพันกันและมีเกลียวทองเล็กสองข้างเกลียวทองใหญ่อีกข้างละสองเกลียว ชั้นนาวาเอก นาวาโท มีเกลียวทองใหญ่หนึ่งเกลียวอยู่กลาง มีเกลียวทองเล็กข้างละหนึ่งเกลียว ตั้งแต่ชั้นนาวาตรีลงไปมีแต่เกลียวทองใหญ่หนึ่งเกลียว อย่างที่ ๒ หมวกทรงหม้อตาล และปลอกหมวก เช่นเดียวกับที่ระบุไว้ในข้อ ๕ (๑) เว้นแต่ตราพระมหามงกุฎกับสมอหน้าหมวกที่ปักดิ้นนั้นให้เพิ่มใบชัยพฤกษ์ปักดิ้นทองสองข้างเป็นข้างละสี่ใบ

เมื่อแต่งเต็มยศใช้ปลอกหมวกผ้าขาว สายรัดคางไหมทอง ขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ตรึงบนสักหลาดน้ำเงินดำ

(๒) เสื้อ มี ๑๑ อย่าง

อย่างที่ ๑ เสื้อใหญ่ เป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ ชั้นนายพลเรือขั้นไปซับในขาว นอกนั้นซับในดำ เป็นรูปเสื้อหาง อกปิดเอวรัด มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละแปดดุม ชายเสื้อด้านหน้าเพียงเอว ชายเสื้อด้านหลังบากเป็นหางเสื้อรูปเสื้อแต่งเวลาเย็น (เอเวนิงเดรสส) คอเป็นรูปคอตั้งพื้นสักหลาดขาว ขอบล่างขลิบแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ขอบบนขลิบแถบไหมทองต่างกันเป็น ๒ ชนิด คือ ชั้นนายพลเรือขึ้นไปขลิบแถบไหมทอง ขนาด ๓.๒ เซนติเมตร ชั้นนายนาวาและนายเรือ ขลิบแถบไหมทองขนาด ๒.๕ เซนติเมตร ที่ชายแขนเสื้อทั้งสองข้าง มีเครื่องหมายยศและสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวกที่ชายแขนเสื้อด้านนอกเยื้องข้างหน้า มีแผ่นผ้าสักหลาดขาวเป็นชายแฉลบรองดุมแขนเสื้อขลิบด้วยไหมทองต่างกันเป็น ๒ ชนิด คือ ชั้นนายพลเรือขึ้นไปขลิบแถบไหมทองขนาด ๒.๕ เซนติเมตร ชั้นนายนาวาและนายเรือ ขลิบแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร บนแผ่นผ้าชายแฉลบนี้มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมประดับตามแนวตั้งข้างละสามดุม ที่ด้านหลังหางเสื้อเพียงเอวเสื้อทั้งสองข้างมีปกกระเป๋าน้ำเงินดำ ขลิบแถบไหมทองต่างกันเป็น ๒ ชนิด คือ ชั้นนายพลเรือขึ้นไป ขลิบแถบไหมทองขนาด ๒.๕ เซนติเมตร ชั้นนายนาวาและนายเรือขลิบแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร และมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมตรึงที่เสื้อรับชายปกกระเป๋าเป็นแนวนอนข้างละสามดุม นอกจากนี้มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอประดับที่เอวเสื้อด้านหลังเพื่อรับเข็มขัดสองดุม และที่ชายเสื้อเบื้องล่างอีกข้างละหนึ่งดุม

อย่างที่ ๒ เสื้อกลาง เป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปฟรอคคโคท ชายเสื้อเบื้องล่างเพียงเข่า มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละสี่ดุม คอเปิดพับชายแหวกที่อกสองชาย ที่แขนเสื้อมีเครื่องหมายยศ และสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก

อย่างที่ ๓ เสื้อน้อย เป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปทูนิค มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละสี่ดุม คอเปิดพับชายแหวกที่อกสองชาย ที่แขนเสื้อมีเครื่องหมายยศ และสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก

อย่างที่ ๔ เสื้อสโมสรสีดำ เป็นเสื้อสักหลาดสีน้ำเงินดำ เปิดอกรูปเมสส์แจคเคท มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละสองดุม กับมีดุมคู่อย่างเดียวกันขัดระหว่างรังดุมบนหนึ่งคู่ ที่แขนเสื้อมีเครื่องหมายยศและสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก มีเสื้อกั๊กสักหลาดน้ำเงินดำสวมภายใน แต่นอกเสื้อเชิ้ตที่เสื้อกั๊กมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมหนึ่งแถวสามหรือสี่ดุม

อย่างที่ ๕ เสื้อสโมสรขาว เป็นเสื้อผ้าขาว มีรูปและลักษณะเช่นเดียวกับอย่างที่ ๔ เว้นแต่ที่แขนเสื้อไม่มีเครื่องหมายยศ และเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก มีเสื้อกั๊กผ้าขาวสวมภายใน แต่นอกเสื้อเชิ้ต

อย่างที่ ๖ เสื้อผ้าขาวแบบราชการ เช่นเดียวกับอย่างที่ ๒ ในข้อ ๔ (๓)

อย่างที่ ๗ เสื้อผ้าหรือสักหลาดบางกากี เช่นเดียวกับอย่างที่ ๓ ในข้อ ๔ (๓)

อย่างที่ ๘ เสื้อผ้ากากี เช่นเดียวกับอย่างที่ ๔ ในข้อ ๔ (๓)

อย่างที่ ๙ เสื้อสวมกันหนาว เช่นเดียวกับอย่างที่ ๕ ในข้อ ๔ (๓) สำหรับสวมทับเสื้ออย่างอื่นที่กล่าวมาแล้ว และใช้เฉพาะในประเทศหนาว

อย่างที่ ๑๐ เสื้อคลุมกันหนาวเป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปเคฟยาวเพียงกึ่งน่อง คอพับห้อยชาย กว้าง ๑๕ เซนติเมตร ที่ชายเสื้อทั้งสองข้างเพียงยอดอกมีแผ่นโลหะสีทองรูปหัวช้างลายนูนข้างละหนึ่งแผ่น มีห่วงคล้องสายสร้อยสีทองสำหรับยึดเสื้อนั้น สำหรับสวมทับเสื้ออย่างอื่นที่ กล่าวมาแล้ว และใช้เมื่ออากาศหนาว

อย่างที่ ๑๑ เสื้อกันฝน เช่นเดียวกับอย่างที่ ๖ ในข้อ ๔ (๓)

(๓) เครื่องประกอบเสื้อ สำหรับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๕ นั้น ต้องสวมประกอบกับเสื้อคอเชิ้ต และผ้าผูกคอ คือ

ก) เสื้อใหญ่ เชิ้ตขาวข้อมือแข็ง คอเชิ้ตขาวแข็งชั้นเดียว มีแพรดำเป็นปลอกเย็บติดกับบัว หุ้มคอเชิ้ตอีกชั้นหนึ่ง เหลือเบื้องบนไว้ประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร การสวมคอเชิ้ตซึ่งหุ้มปลอกแพรดำแล้วนี้ ต้องให้หัวต่อของคอเชิ้ตและปลอกแพรดำอยู่ข้างหลัง

ข) เสื้อกลาง เชิ้ตขาวข้อมือแข็ง คอเชิ้ตขาวแข็งชั้นเดียวหรือสองชั้น ผ้าผูกคอแพรหรือไหมดำ เงื่อนกะลาสี ถ้าประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชนิดสวมรอบคอ ให้ใช้ผ้าผูกคอแพระหรือไหมดำเงื่อนหูกระต่าย

ค) เสื้อน้อย เชิ้ตขาวข้อมือแข็งหรืออ่อน คอเชิ้ตขาวสองชั้นอ่อนหรือแข็ง ผ้าผูกคอแพรหรือไหมดำเงื่อนกะลาสี

ง) เสื้อสโมสรทุกอย่าง เชิ้ตขาวอกแข็ง หรืออกจีบ คอเชิ้ตแข็งขาวชั้นเดียว ผ้าผูกคอแพรหรือไหมดำเงื่อนหูกระต่าย

(๔) อินทรธนู มี ๒ อย่าง

อย่างที่ ๑ อินทรธนูใหญ่รูปเอปอเลตต บนอินทรธนูชั้นนายพลเรือขึ้นไปเป็นพื้นไหมทอง ชั้นนายนาวาเป็นพื้นสักหลาดน้ำเงินดำ มีแถบทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ขลิบโดยรอบ และชั้นนายเรือเป็นพื้นสักหลาดน้ำเงินดำเกลี้ยง ท้องอินทรธนูใช้สาบหนังดำทุกชั้น ที่ยอดอินทรธนูมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมหนึ่งดุม ขอบอินทรธนูถักด้วยดิ้นทอง และมีรุ่ยทองแขวงประดับที่ส่วนวงกลม ที่กลางอินทรธนูตอนยาวมีสมอเงินขนาดใหญ่เป็นเครื่องประดับ กับมีเครื่องหมายยศต่างกันตามชั้นยศ อินทรธนูอย่างนี้สำหรับใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๑ และอย่างที่ ๒

อย่างที่ ๒ อินทรธนูน้อย ทำด้วยสักหลาดน้ำงเนดำเป็นรูปสี่เหลี่ยมยาวปลายรวบ กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวตามควรแก่ส่วนบ่าบุคคล ที่มุมรวบมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมหนึ่งดุม บนอินทรธนูมีเครื่องหมายยศและสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก สำหรับอินทรธนูชั้นนายพลเรือขึ้นไปเป็นไหมทองขนาด ๕ เซนติเมตร ตรึงบนสักหลาดสีตามเครื่องหมายพรรคหรือจำพวกบนหลังอินทรธนู อินทรธนูอย่างนี้สำหรับใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๕ ถึงอย่างที่ ๙

(๕) เครื่องหมายยศ

ก) ที่อินทรธนูใหญ่

ชั้นนายพลเรือขึ้นไป มีเครื่องหมายทำด้วยเงินประดับในวงกลมแห่งอินทรธนูพื้นทอง คือ

จอมพลเรือ เครื่องหมายรูปคทาไขว้ มีพวกใบชัยพฤกษ์วงรอบ

พลเรือเอก จักรสามจักร

พลเรือโท จักรสองจักร

พลเรือตรี จักรหนึ่งจักร

ชั้นนายนาวา มีจักรเงินประดับในวงกลมแห่งอินทรธนู คือ

นาวาเอก จักรสามจักร

นาวาโท จักรสองจักร

นาวาตรี จักรหนึ่งจักร

ชั้นนายเรือ มีจักรเงินประดับในวงกลมแห่งอินทรธนู คือ

เรือเอก จักรสามจักร

เรือโท จักรสองจักร

เรือตรี จักรหนึ่งจักร

จักรซึ่งใช้เป็นเครื่องหมายยศนี้ มีขนาด (คิดเป็นวงกลม) โต ๒.๕ เซนติเมตร การประดับจักรบนอินทรธนูใหญ่ มีเกณฑ์ดังนี้

จักรหนึ่งจักร ประดับจักรตรงกึ่งกลางวงกลม

จักรสองจักร ประดับจักรเป็นคู่ตามแนวขวาง

จักรสามจักร ประดับจักรเป็นรูปสามเหลี่ยม

ข) ที่อินทรธนูน้อย

ชั้นนายพลเรือขึ้นไป มีเครื่องหมายประดับที่อินทรธนูน้อยพื้นทอง โดยระเบียบเดียวกันกับที่อินทรธนูใหญ่แต่ไม่มีสมอเงิน

ชั้นนายนาวาและนายเรือ มีแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูน้อยตามขวาง มีจำนวนแถบต่างกันตามชั้นยศ โดยให้แถบแรกเริ่มต้นห่างจากขอบเบื้องล่างแห่งอินทรธนู ๐.๕ เซนติเมตร และเว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางรอบนอก ๔ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่ข้างบนตวัดไปทางหลัง คือ

นาวาเอก สี่แถบ

นาวาโท สามแถบ

นาวาตรี สองแถบ กับมีแถบไหมทองขนาด ๐.๖ เซนติเมตร หนึ่งแถบแซกอยู่ระหว่างกลาง

เรือเอก สองแถบ

เรือโท หนึ่งแถบ กับมีแถบไหมทองขนาด ๐.๖ เซนติเมตร หนึ่งแถบอยู่ถัดลงมา

เรือตรี หนึ่งแถบ

ค) ที่แขนเสื้ออย่างที่หนึ่ง ๑ ถึงอย่างที่ ๔

ชั้นนายพลเรือขึ้นไป มีแถบไหมทองขนาด ๕ เซนติเมตร หนึ่งแถบ และมีแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ประดับเป็นแถบเหนือนั้นขึ้นไปมีจำนวนต่างกันตามชั้นยศ ดังนี้

จอมพลเรือ สี่แถบ

พลเรือเอก สามแถบ

พลเรือโท สองแถบ

พลเรือตรี หนึ่งแถบ

ชั้นนายนาวาและนายเรือ มีแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร และขนาด ๐.๖ เซนติเมตร ประดับเป็นแถบโดยจำนวนและระเบียบเดียวกับอินทรธนูน้อย

การประดับแถบเครื่องหมายยศที่แขนเสื้อทั้งสองข้างนี้ แถบล่างที่สุดให้อยู่ห่างจากปลายแขนเสื้อระยะพอสมควร และให้เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๖ เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางรอบนอก ๔ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่ข้างบนตวัดไปทางหลัง

(๖) กางเกง มี ๔ อย่าง

อย่างที่ ๑ กางเกงสักหลาดน้ำเงินดำขายาวมีแถบไหมทองขนาด ๓.๒ เซนติเมตร เว้นแต่ชั้นนายพลเรือขึ้นไป ใช้แถบไหมทองขนาด ๕ เซนติเมตร

อย่างที่ ๒ กางเกงสักหลาดน้ำเงินดำขายาว

อย่างที่ ๓ กางเกงผ้าขาวขายาว

อย่างที่ ๔ กางเกงผ้าหรือสักหลาดบางกากีขายาว

อย่างที่ ๕ กางเกงผ้ากากีขาสั้นแบบราชนาวี

(๗) รองเท้า มี ๓ อย่าง

อย่างที่ ๑ รองเท้าหุ้มข้อหนังดำชนิดผูกไม่มีลวดลาย

อย่างที่ ๒ รองเท้าหุ้มส้นหนัง หรือผ้าขาว หรือหนังดำ หรือน้ำตาลไหม้ ชนิดผูกไม่มีลวดลาย

อย่างที่ ๓ รองเท้าหุ้มส้นสโมสร ใช้หนังดำมันพื้นอัดบาง ชนิดผูกไม่มีลวดลาย

(๘) ถุงเท้า เช่นเดียวกับที่กล่าวไว้ในข้อ ๔ (๘) เว้นแต่เมื่อสวมรองเท้าหุ้มส้นสโมสร ต้องใช้ถุงเท้าแพรดำ

(๙) เข็มขัด มี ๓ อย่าง

อย่างที่ ๑ เข็มขัดกระบี่สายทอง หุ้มหรือทำด้วยสักหลาดดำ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีสายทิ้งห้อยห่วงสีทองสองสายสำหรับแขวนกระบี่ มีแถบไหมทองตรึงบนสายเข็มขัดตรงกลางตลอดสาย ต่างกันเป็นสองขนาด คือ ชั้นนายพลเรือขึ้นไป ใช้แถบไหมทองขนาด ๓.๒ เซนติเมตร ชั้นนายนาวาและนายเรือใช้แถบไหมทองขนาด ๒.๕ เซนติเมตร และที่สายทิ้ง กับสายรูดตรึงด้วยไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ทุกชั้น ที่หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทองรูปวงกลมมีตราเป็นพวงชัยพฤกษ์รอบพระมหามงกุฎกับสมอ เข็มขัดอย่างนี้ใช้เฉพาะการแต่งเต็มยศใหญ่ในประเทศหนาว

อย่างที่ ๒ เข็มขัดกระบี่ หนังดำเช่นเดียวกับอย่างที่ ๑ ในข้อ ๔ (๙)

อย่างที่ ๓ เข็มขัดปกติ เช่นเดียวกับอย่างที่ ๒ ในข้อ ๔ (๙)

(๑๐) กระบี่ เช่นเดียวกับที่กล่าวไว้ในข้อ ๔ (๑๐) แต่เพิ่มพู่ไหมทองสลับไหมดำผูกไว้ที่โกร่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ นายทหารสัญญาบัตร มีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก ดังนี้

(๑) เครื่องหมายพรรคหรือจำพวก นอกจากพรรคนาวินและพรรคอากาศนาวิน ให้มีแถบสักหลาดสีต่าง ๆ สอดในระหว่างแถบไหมทองหมายยศทุกแห่งถ้าเป็นนายทหารชั้นที่มีเครื่องหมายยศแถบเดียว ให้ติดแถบสักหลาดสีไว้ภายใต้แถบเครื่องหมายยศ โดยมีขนาดกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายพลเรือขึ้นไปให้ใช้สักหลาดสีตรึงท้องสาบอินทรธนูน้อยด้วยแถบสักหลาดสีต่าง ๆ ตามพรรคหรือจำพวกนั้น คือ

พรรคกลิน สีม่วง

พรรคนาวิกโยธิน สีเหลือง

จำพวกพลาธิการ สีขาว

จำพวกธุรการ สีขาว

จำพวกการเงิน สีขาว

จำพวกธรรมนูญ สีฟ้า

จำพวกดุริยางค์ สีแสด

จำพวกช่างยุทธโยธา สีเลือดหมู

จำพวกช่างอากาศ สีเลือดหมู

จำพวกช่างสรรพาวุธ สีเทา

จำพวกวิทยาศาสตร์ สีเขียวแก่

จำพวกเสนารักษ์ สีแดง

(๒) นายทหารสัญญาบัตรไม่ว่าพรรคใดที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายร้อย หรือโรงเรียนทหารต่างประเทศซึ่งกองทัพเรือได้เทียบความรู้เท่าหรือสูงกว่าโรงเรียนนายเรือ หรือโรงเรียนนายร้อยแห่งประเทศไทย หากจะย้ายไปรับราชการในจำพวกใด ๆ ก็ให้คงใช้เครื่องหมายพรรคเดิมของตนได้เสมอไป ส่วนนายทหารจำพวกอื่นนอกจากนี้ เมื่อย้ายไปประจำตำแหน่งการงานในจำพวกใด ให้เปลี่ยนเครื่องหมายจำพวกตามสีที่ตนไปประจำอยู่นั้น เว้นแต่เป็นการย้ายชั่วคราว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการที่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบทหารได้ให้มีสมอเงินขนาดย่อมประดับบนกึ่งกลางอินทรธนูน้อย หรือบนเครื่องหมายยศที่แขนเสื้อทั้งสองข้าง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ นายทหารที่เป็นราชองครักษ์ ให้มีเครื่องหมายและประดับสายยงยศ ดังนี้

(๑) เครื่องหมายรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ตนเป็นราชองครักษ์ภายใต้เลขลำดับรัชกาล และพระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีเงินประดับประมาณกึ่งกลางอินทรธนูข้างขวา

(๒) สายยงยศไหมทอง หรือไหมเหลือง เป็นสายถักสองเส้น สายเกลี้ยงสองเส้น ปลายสายรวมติดที่ใต้อินทรธนูเสื้อข้างขวา สำหรับสายถักให้คล้องใต้แขนขวาหนึ่งเส้น ผ่านหน้าอกหนึ่งเส้น ส่วนสายเกลี้ยงให้ทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวาหนึ่งเส้นส่วนอีกหนึ่งเส้นให้ทำเป็นบ่วงผ่านทางหน้าอกมารวมกับสายถักทั้งสองเส้นที่ดุมอกเสื้อเม็ดที่หนึ่ง สายยงยศนี้ให้ใช้ประดับกับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๖ ในข้อ ๖ (๒) การใช้สายยงยศอย่างใดกับเครื่องแบบชนิดใด ให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในตารางหมายเลข ๓ (ก) และหมายเลข ๓ (ข) ท้ายกฎนี้

(๓) ถ้าสวมเสื้อชนิดไม่มีอินทรธนู ให้มีแผ่นผ้าสักหลาดน้ำเงินดำ ตามแบบราชนาวี ติดที่บ่าเสื้อข้างขวาข้างเดียวสำหรับโยงสายยงยศแทนอินทรธนู บนแผ่นผ้าให้มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อดังกล่าวใน (๑) ประดับไว้ด้วย

(๔) นายทหารราชองครักษ์ผู้ที่ทำการในหน้าที่ประจำพระองค์โดยเฉพาะ เช่น รับ นำ ตาม หรือแซงเสด็จ หรือไปในการต่าง ๆ ในหน้าที่ราชองครักษ์ ให้มีเครื่องหมายผ้าสักหลาดน้ำเงินแก่ กว้าง ๑๐ เซนติเมตร ตรงกลางด้านนอกปักอักษรพระปรมาภิไธยย่อในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันภายใต้เลขลำดับรัชกาล และพระมหามงกุฎด้วยดิ้นสีทอง และมีลวดสีทองขลิบขอบบนและล่างผ้านั้น พันรอบแขนซ้ายเหนือข้อศอก

(๕) ราชองครักษ์ประจำกรมราชองครักษ์ ให้ติดครุฑเงินบนอินทรธนูข้างซ้ายเป็นเครื่องหมายประจำกรมนั้นด้วย แต่ถ้าสวมเสื้อชนิดไม่มีอินทรธนู ให้ติดครุธเงินบนแผ่นผ้าสักหลาดน้ำเงินดำใต้อักษรพระปรมาภิไธยย่อดังกล่าวใน (๑)

(๖) ผู้ที่เป็นราชองครักษ์ไม่ต้องประดับสายยงยศอย่างอื่นอีก

(๗) ผู้ที่เคยเป็นราชองครักษ์ในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลใด เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว และได้รับพระราชทานเข็มอักษรพระปรมาภิไธยย่อประกอบด้วยแถบแพรเป็นเกียรติยศ ให้ติดเครื่องหมายนี้ที่หน้าอกเสื้อเบื้องขวา ถ้ามีเครื่องหมายอื่นติดอยู่แล้ว ให้ติดเครื่องหมายราชองครักษ์เหนือขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ นายทหารเสนาธิการ มีสายยงยศเป็นเครื่องหมาย ดังนี้

(๑) สายยงยศไหมทอง หรือไหมเหลืองเป็นสายถักหนึ่งเส้น สายเกลี้ยงสองเส้น ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูเสื้อเบื้องขวา สำหรับสายถักให้คล้องใต้แขนขวาผ่านหน้าอก สำหรับสายเกลี้ยงให้ทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวาหนึ่งเส้น ส่วนอีกหนึ่งเส้นให้ทำเป็นบ่วงผ่านทางหน้าอกมารวมกับสายถัดที่ดุมอกเสื้อเม็ดที่หนึ่ง กับมีหูสำหรับคล้องสายยงยศกับดุมเสื้อประกอบด้วยอีกหนึ่งหู

(๒) สายยงยศนี้ใช้ประดับกับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๗ ในข้อ ๖ (๒) ถ้าสวมเสื้อชนิดไม่มีอินทรธนูให้มีแผ่นผ้าสักหลาดน้ำเงินดำตามแบบราชนาวีติดที่บ่าเสื้อข้างขวาข้างเดียว สำหรับโยงสายยงยศแทนอินทรธนู บนแผ่นผ้าให้มีสมอเงินขนาดย่อมประดับไว้ด้วย

ในโอกาสที่แต่งเสื้อผ้ากากีรูปเสื้อเชิ้ตคอพับแบบราชนาวีให้ใช้สายยงยศชนิดทำด้วยสายเกลี้ยงสายเดียวทำเป็นบ่วงผ่านทางหน้าอกมาแขวนไว้ที่ดุมอกเสื้อเม็ดที่หนึ่ง

(๓) นายทหารเสนาธิการที่มีสิทธิประดับสายยงยศตามที่ว่ามานี้ คือบรรดานายทหารสัญญาบัตรซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการตามที่กองทัพเรือจะได้กำหนดจะเป็นตำแหน่งประจำหรือตั้งขึ้นชั่วคราวก็ดี ให้ประดับสายยงยศนี้ได้ตลอดเวลาที่คงอยู่ในตำแหน่งนั้น ๆ ถ้าหากต้องไปราชการในหน้าที่อื่นชั่วคราว โดยมิได้ย้ายขาดจากตำแหน่งที่ประจำอยู่เดิมก็คงให้ประดับได้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ นายทหารสัญญาบัตรที่มีตำแหน่งเป็นนายธงหรือนายทหารคนสนิทมีสายยงยศเป็นเครื่องหมาย ดังนี้

(๑) สายยงยศไหมทองล้วนหนึ่งเส้น ใช้ประดับกับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๘ ในข้อ ๖ (๒)

(๒) วิธีประดับ ให้โยงปลายทั้งสองข้างไว้ที่อินทรธนูข้างขวา ส่วนท้องโค้งแห่งสายนั้น ให้คล้องแขนเสื้อข้างขวาห้อยไว้ ถ้าสวมเสื้อชนิดไม่มีอินทรธนูให้มีแผ่นผ้าสักหลาดน้ำเงินดำตามแบบราชนาวีติดที่บ่าเสื้อข้างขวาข้างเดียวสำหรับโยงสายนี้แทนอินทรธนู บนแผ่นผ้านี้ให้มีสมอเงินขนาดย่อมประดับไว้ด้วย

(๓) นายทหารเสนาธิการผู้ใดมีตำแหน่งเป็นนายธงหรือนายทหารคนสนิทด้วย ให้คงประดับแต่สายยงยศสำหรับนายทหารเสนาธิการแต่อย่างเดียว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ (๑) ทหารที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหารให้ประดับเครื่องหมายการศึกษาประกอบกับเครื่องแบบได้ตามที่ได้กำหนดไว้

(๒) ทหารผู้ใดได้รับเสื้อครุย หรือปริญญา ให้สวมทับเครื่องแบบได้ในโอกาสซึ่งได้กำหนดไว้ในระเบียบการใช้เสื้อนั้น ๆ

เครื่องหมายอื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ทหารประจำเรือพระที่นั่งมีเครื่องหมาย ดังนี้

(๑) นายทหารประทวนชั้นจ่าและพลทหาร มีแผ่นโลหะสีทองรูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อกับพระมหามงกุฎ ติดที่แขนเสื้อข้างซ้ายราวกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก ถ้าเป็นจ่าให้ติดเหนือบั้งหมายยศ

(๒) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า มีเครื่องหมายอย่างเดียวกับที่กล่าวใน (๑) แต่ให้ติดที่อกเสื้อตอนบนข้างซ้าย

(๓) นายทหารสัญญาบัตร มีเครื่องหมายอย่างเดียวกับที่กล่าวใน (๑) แต่ทำด้วยโลหะสีเงิน และให้ติดที่อกเสื้อข้างซ้าย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ นายตอนสำหรับนักเรียนนายเรือ ให้มีสมอเงินสามตัวประกอบกันเป็นวงกลม ติดที่กลางอินทรธนูข้างขวา หัวหน้านักเรียนนายเรือ ให้มีสมอเงินดังกล่าวนี้ติดทั้งสองอินทรธนู

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ทหารผู้ใดมีความสามารถในการปืนใหญ่ การตอร์ปิโด การยิงเป้าปืนเล็ก การยิงเป้าปืนพก และการสัญญาณ ซึ่งได้กำหนดไว้ในข้อบังคับทหารเรือว่าด้วยการนั้น ๆ ก็ให้ประดับเครื่องหมายไว้ให้ปรากฏ ดังต่อไปนี้

(๑) รูปเครื่องหมาย

ในการปืนใหญ่ รูปปืนใหญ่

ในการตอร์ปิดโด รูปตอร์ปิโด

ในการยิงเป้าปืนเล็ก รูปปืนรัชกาล

ในการยิงเป้าปืนพก รูปปืนพก

ในการสัญญาณ รูปธงสองมือ

(๒) ลักษณะและขนาดของเครื่องหมายนั้น นอกจากเครื่องหมายความสามารถในการยิงเป้าปืนพก ให้มีต่างกันดังนี้

ก) สำหรับนายทหารสัญญาบัตร ทำด้วยเงินล้วน เฉพาะรูปเครื่องหมายมีขนาด (คิดเป็นวงกลม) โต ๒.๕ เซนติเมตร อยู่บนวงกลมซึ่งมีขนาดขอบวงนอกโต ๒ เซนติเมตร และขอบวงในโต ๑.๒ เซนติเมตร หนา ๐.๑ เซนติเมตร พื้นของวงกลมด้านหน้าลงยาเป็นสีต่าง ๆ คือ

ในการปืนใหญ่ สีแดง

ในการตอร์ปิโด สีน้ำเงิน

ในการยิงเป้าปืนเล็ก สีดำ

ในการสัญญาณ สีเขียว

ทางด้านหลังทำเป็นเข็มกลัด

ข) สำหรับนายทหารชั้นประทวนและพลทหาร เฉพาะรูปเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทองมีขนาด (คิดเป็นวงกลม) โต ๔.๓ เซนติเมตร มีเบาะสักหลาดสีต่าง ๆ ตามประเภทความสามารถในการนั้น ๆ ตามที่กล่าวไว้ใน ก) เบาะสักหลาดนี้ทำเป็นวงกลมมีขอบวงนอกโต ๓.๕ เซนติเมตร และขอบวงในโต ๑.๕ เซนติเมตร สำหรับรองรูปเครื่องหมาย ด้านหลังทำเป็นเข็มกลัด

(๓) เครื่องหมายความสามารถในการยิงเป้าปืนพกมีชนิดเดียวทำด้วยเงินเป็นแผ่นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้าง ๑.๒๕ เซนติเมตร หนา ๐.๑ เซนติเมตร ด้านหน้าลงยาน้ำเงินดำ แต่เหลือเนื้อเงินไว้เป็นขอบโดยรอบ ๐.๑ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางทำเป็นรู)ปืนพกสีเงิน ด้านหลังทำเป็นเข็มกลัด

(๔) เครื่องหมายความสามารถตามที่กล่าวมานี้ให้ใช้ประดับกับเครื่องแบบ ดังนี้

ก) นายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนชั้นพันจ่า ให้ติดที่อกเสื้อข้างขวาเสมอยอดอก นายทหารประทวนชั้นจ่าและพลทหาร ให้ติดที่แขนเสื้อข้างขวาตรงกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก

ข) ถ้าผู้ใดได้รับเครื่องหมายความสามารถหลายประเภทด้วยกัน ในโอกาสเดียวกันให้ติดเครื่องหมายได้เพียงประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ทหารที่ทำหน้าที่สารวัตรทหาร ในขณะปฏิบัติหน้าที่ให้ใช้ผ้าหรือสักหลาดแดง กว้าง ๑๐ เซนติเมตร พันรอบแขนเสื้อข้างขวาเหนือข้อศอกและมีเครื่องหมายรูปจักรทำด้วยโลหะสีทองติดทับบนผ้าหรือสักหลาดทางด้านนอก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ชั้นจ่า และพลทหาร มีเครื่องหมายประจำเหล่าและจำพวก ดังต่อไปนี้

(๑) ก) พรรคนาวิน

เหล่าปืนใหญ่ รูปปืนใหญ่สองกระบอกไขว้กัน

เหล่าตอร์ปิโด รูปตอร์ปิโดสองลูกไขว้กัน

เหล่าทุ่นระเบิด รูปทุ่นระเบิด

เหล่าสามัญ รูปพังงา

เหล่าสัญญาณวิทยุ ช่างวิทยุ รูปสายฟ้ากับปีก

เหล่าสัญญาณทัศนสัญญาณ รูปธงสองมือไขว้กัน

เหล่าสัญญาณแตรเดี่ยว รูปแตรสั้น

ข) พรรคกลิน

เหล่าเครื่องไอน้ำ รูปใบจักรเรือ

เหล่าเครื่องยนตร์ รูปใบจักรเรือ

เหล่าเครื่องไฟฟ้า รูปใบจักรเรือ

ค) พรรคนาวิกโยธิน

เหล่าราบ รูปปืนเล็กสองกระบอกไขว้กัน

เหล่าปืนใหญ่สนาม รูปปืนใหญ่สองกระบอกไขว้กัน

เหล่าปืนใหญ่สู้อากาศยาน รูปปืนใหญ่สองกระบอกไขว้กัน

เหล่าปืนใหญ่รักษาฝั่ง รูปปืนใหญ่สองกระบอกไขว้กัน

เหล่าพาหนะเรือสามัญ รูปพังงา

เหล่าพาหนะเรือช่างกล รูปใบจักร

เหล่าพาหนะรถ รูปใบกงล้อ

เหล่าช่าง รูปสมอ พลั่ว และค้อนไขว้กัน

ง) พรรคอากาศนาวิน

เหล่านักบิน รูปสมอกับปีก

เหล่าตรวจการณ์ รูปกล้องสองตากับปีก

เหล่าอาวุธ รูปลูกปืนกลมมีเปลวระเบิดกับปีก

จ) จำพวกต่าง ๆ

จำพวกพลาธิการ รูปลูกกุญแจไขว้กัน

จำพวกธุรการ รูปปากกา

จำพวกดุริยางค์ รูปพิณฝรั่ง

จำพวกช่างยุทธโยธา รูปจักรเฟือง

จำพวกช่างอากาศ รูปใบพัดเครื่องบิดกับปีก

จำพวกช่างสรรพาวุธ รูปปืน ตอร์ปิโด และค้อนไขว้กัน

จำพวกประดาน้ำ รูปหมวกประดาน้ำ

จำพวกพยาบาล รูปพระยานาคพันไม้เท้า

(๒) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ชั้นจ่า และพลทหารที่มิได้จำแนกเหล่าหรือจำพวกไว้โดยแน่ชัดตามที่กล่าวมาแล้ว ให้ใช้เครื่องหมายรูปจักรกับสมอ เป็นเครื่องหมายเหล่าและจำพวก

(๓) เครื่องหมายเหล่าและจำพวกตามที่กล่าวมานี้ ทำด้วยโลหะสีทองขนาดโตประมาณ ๓ เซนติเมตร

(๔) การประดับเครื่องหมายเหล่าและจำพวกสำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า ให้ติดบนกึ่งกลางอินทรธนูทั้งสองข้าง สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่าและพลทหารให้ติดบนแขนเสื้อข้างซ้ายกับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๔ ในข้อ ๒ (๒) ดังนี้

นายทหารประทวนชั้นจ่าและพลทหาร ให้ติดเครื่องหมายเหล่าและจำพวกไว้บนกึ่งกลางเบาะรองพื้นน้ำเงินดำ เบาะนี้มีขนาดกว้าง ๔.๔ เซนติเมตร ขอบขลิบด้วยลวดไหมทองขนาด ๐.๓ เซนติเมตร โดยรอบ การประดับสำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่าให้ติดตรงกึ่งกลางเหนือบั้งหมายยศไว้ระยะห่างจากขอบบั้ง ๒ เซนติเมตร พลทหารให้ติดกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก

(๕) ผู้ใดรับราชการอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ประจำเหล่าและจำพวกใดตลอดเวลาที่คงรับราชการประจำอยู่ในตำแหน่งหน้าที่นั้น ให้ประดับเครื่องหมายเหล่าและจำพวกนั้นได้ตามที่กล่าวมาแล้ว

เครื่องหมายเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เครื่องแบบสนามของนายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวนชั้นพันจ่า นักเรียนนายเรือ นายหทารประทวนชั้นจ่า และพลทหาร มีดังนี้

(๑) หมวก มี ๒ อย่าง คือ

อย่างที่ ๑ หมวกเหล็ก รูป และลักษณะตามแบบราชนาวี

อย่างที่ ๒ หมวกผ้ากากี มีกะบังหน้าอ่อนผ้ากากี มีสายร่นตอนท้ายทอยให้เหมาะกับศีรษะ หน้าหมวกติดรูปสมอตัวเดียว ขนาดสูง ๓ เซนติเมตร ทำด้วยโลหะสีทองหรือปักด้วยไหมเหลือง

(๒) เสื้อ ผ้ากากี รูปเสื้อเชิ้ตคอพับ แขนยาวรวบที่ข้อมือแบบราชนาวี ที่บ่ามีอินทรธนูอ่อนผ้ากากีกว้างประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร เย็บติดกับเสื้อ ที่ปลายปกคอพับติดรูปสมอขนาดย่อม

(๓) กางเกง ผ้ากากีขายาว ผ่าหน้า รูปตามแบบราชนาวี

(๔) เครื่องหมายยศ เครื่องหมายยศสำหรับเครื่องแบบสนามนี้ให้ประดับที่ปลายปกคอพับ คือ

ก) ชั้นนายพลเรือ

จอมพลเรือ เครื่องหมายรูปคธาไขว้มีพวงใบชัยพฤกษ์วงรอบ

พลเรือเอก จักรสามจักร

พลเรือโท จักรสองจักร

พลเรือตรี จักรหนึ่งจัก

ข) ชั้นนายนาวา

นาวาเอก ขีด ตามนอนมีดาวสามดวง

นาวาโท ขีด ตามนอนมีดาวสองดวง

นาวาตรี ขีด ตามนอนมีดาวหนึ่งดวง

ค) ชั้นนายเรือ

เรือเอก ดาวสามดวง

เรือโท ดาวสองดวง

เรือตรี ดาวหนึ่งดวง

จักรซึ่งใช้เป็นเครื่องหมายยศชั้นนายพลเรือ เป็นจักรขนาดย่อม ส่วนดาวซึ่งใช้เป็นเครื่องหมายยศชั้นนายนาวาและชั้นนายเรือนั้นเป็นดาวห้ากลีบ

การประดับจักรหรือดาวบนปลายปกคอพับนั้น สำหรับจักรหรือดาวเดียวประดับประมาณกึ่งกลางของปลายปกคอพับ สองจักรหรือสองดาวให้ประดับเป็นคู่ในทางขวาง สามจักรหรือสามดาวให้ประดับเป็นรูปสามเหลี่ยม

อนึ่งเครื่องหมายยศให้ประดับเหนือสมอที่ติดปลายปกคอเสื้อ เครื่องหมายยศและสมอนี้สำหรับนายทหารสัญญาบัตรทำด้วยโลหะสีเงินหรือปักด้วยไหมขาว สำหรับนายทหารประทวนทำด้วยโลหะสีทองหรือปักด้วยไหมเหลือง

ง) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า

พันจ่าเอก ขีดตามนอนมีบั้งสามบั้ง

พันจ่าโท ขีดตามนอนมีบั้งสองบั้ง

พันจ่าตรี ขีดตามนอนมีบั้งหนึ่งบั้ง

จ) นักเรียนนายเรือ

มีดุมหมายชั้นการศึกษาดังที่ระบุไว้ในข้อ ๕ (๓) ประดับบนปลายปกคอพับเหนือสมอ

ฉ) นายทหารประทวนชั้นจ่า

จ่าเอก สามบั้ง

จ่าโท สองบั้ง

จ่าตรี หนึ่งบั้ง

ช) ชั้นจ่าสำรอง

มีบั้งหนึ่งบั้ง ส่วนการประดับผิดกับจ่าโดยให้มุมบั้งขั้นข้างบน

ซ) นักเรียนจ่า

ชั้น ๒ สองขีด

ชั้น ๑ หนึ่งขีด

บั้งและขีดสำหรับประดับกับเครื่องแบบสนามนี้ ทำด้วยโลหะสีทองหรือปักด้วยไหมเหลือง มีขนาดและรูปร่างตามแบบราชนาวี ส่วนวิธีการประดับเครื่องหมายนั้นให้ประดับโดยอนุโลมระเบียบเดียวกับการประดับเครื่องหมายยศกับเครื่องแบบอื่น ๆ

(๕) รองเท้า หุ้มข้อหนังดำ ชนิดผูกไม่มีลวดลาย

(๖) สนับแข้ง ผ้าใบกากี มีขนาดสูงหุ้มจากข้อเท้าถึงปลีน่อง รูปและลักษณะตามแบบราชนาวี

(๗) เข็มขัด หนังน้ำตาลไหม้ กว้างประมาณ ๔ เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นทองเหลืองรูปห่วงสี่เหลี่ยม

(๘) เครื่องสนาม ให้มีเครื่องสนามตามเหล่าและจำพวกของทหารเรือพรรคนาวิกโยธิน และมีเครื่องประกอบ ดังนี้

ก) สำหรับนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนชั้นพันจ่า

ซองกระบี่ ติดเข็มขัดทางซ้าย

ซองปืนพก ติดเข็มขัดทางขวา

ซองกล้องส่อง ติดเข็มขัดทางขวา

กระติกน้ำ สะพายเฉียงจากบ่าขวา

ข) สำหรับนายทหารประทวนชั้นจ่าและพลทหาร มีเครื่องประกอบตามความจำเป็นตามประเภทและเหล่า

ค) สำหรับนายแพทย์และพยาบาล ไม่ต้องมีเครื่องสนาม แต่ต้องมีสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ล่วมยา

ย่ามผ้าใบ สะพายเฉียงจากบ่าซ้าย

กระติกน้ำ สะพายเฉียงจากบ่าขวา

เครื่องประกอบตาม ก) ข) และ ค) นี้ ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งใดก็ไม่ต้องนำไปด้วย

(๙) เครื่องแบบสนามนี้ ตามปกติให้ใช้แต่งในเวลาปฏิบัติการในสนามบนบก จะเป็นการปฏิบัติจริงหรือเพื่อการฝึกก็ตาม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในขณะฝึกหัดแถวอย่างทหารบก หรือในการกระทำหน้าที่รักษาการณ์บนบกก็ตาม ให้มีเครื่องประกอบเครื่องแบบทหารเรือ ดังนี้

(๑) สำหรับนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนชั้นพันจ่า

ก) เข็มขัดมีสายโยง สะพายเฉียงบ่าจากขวาไปซ้ายคาดทับเสื้อ

ข) ถ้าต้องคาดกระบี่ ให้มีซองกระบี่ติดกับเข็มขัดข้างซ้าย

ค) สนับแข้ง

(๒) สำหรับนักเรียนนายเรือ นายทหารประทวนชั้นจ่า และพลทหาร

ก) เข็มขัดเครื่องสนาม คาดทับกางเกง

ข) ซองดาบปลายปืนติดเข็มขัดทางซ้าย

ค) กระเป๋ากระสุนหนึ่งกระเป๋าติดเข็มขัดทางขวา

ง) สนับแข้ง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ นักบิน ศิษย์การบิน ทหารประจำเครื่องบิน เมื่อขึ้นไปปฏิบัติการกับเครื่องบินในอากาศ ให้ใช้เครื่องแบบบิน ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องแบบบินมี ๒ อย่าง คือ

ก) บินธรรมดา

ข) บินสูง

(๒) เครื่องแบบบินธรรมดา ใช้ในเมื่อทำการบินอยู่ในอากาศธรรมดา มีเครื่องประกอบดังนี้

หมวกบิน ทำด้วยผ้าหรือหนังขาวมีลักษณะแนบสนิทตามรูปของศีรษะคลุมถึงท้ายทอย และปกปิดแก้มทั้งสองข้างลงมาถึงคาง และรัดไว้ด้วยสายรัดคางตรงช่องหูทั้งสองข้างมีซองสำหรับบรรจุเครื่องฟังเสียง

แว่นตาบิน ทำด้วยวัตถุสีใสหรือสีกันแสงมีกรอบกันลม และผงโดยรอบ มีสายรัดติดกระชับอยู่กับหมวกบิน

เสื้อบิน ผ้าขาวรูปเสื้อเชิ้ตคอพับแขนยาวรวบที่ข้อมือ ชายเสื้อยาวแค่เอว เมื่อสวมแล้วชายเสื้อทับขอบกางเกงประมาณ ๕ เซนติเมตร ผ่าอกตลอด มีดุมห้าดุมหรือซิฟเป็นเครื่องรัด ข้อมือมีสายรัดให้แน่นกระชับกับข้อมือ ตรงหน้าอกราวนมทั้งสองข้างมีกระเป๋าข้างละกระเป๋าทำเป็นลักษณะซ่อนรูป คงให้เห็นแต่ฝาปิดปากกระเป๋าเท่านั้น ฝาปิดปากกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากลัดติดด้วยดุมขาวสองดุม

กางเกงบิน ทำด้วยผ้าขาวขายาว ปลายขาเรียว มีกระเป๋าที่หน้าขาทั้งสองข้าง และมีสายรัดที่ข้อเท้า ข้างหน้าผ่าแบบกางเกงสากล ขอบกางเกงรัดแนบสนิทพอดีกับเอว

รองเท้าบิน ทำด้วยหนังน้ำตาลไหม้กึ่งรองเท้าสูง ไม่มีลวดลาย สูงเพียงปลีน่อง พื้นยาง

ถุงมือบิน ทำด้วยผ้าสีน้ำตาล ถุงมือนี้บางโอกาสจะไม่ใช้ก็ได้

(๓) เครื่องแบบบินสูง ใช้ในเมื่อทำการบินในอากาศชั้นสูง หรือหนาวจัดมีเครื่องประกอบ ดังนี้

หมวกบิน มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกบินธรรมดา แต่ภายในบุด้วยผ้าสักหลาดหรือขนสัตว์

แว่นตาบิน เช่นเดียวกับแว่นตาบินธรรมดา

เสื้อกางเกงบิน มีรูปและลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกางเกงบินธรรมดา แต่เย็บติดต่อกันเป็นตัวเดียว ทำด้วยผ้าขนสัตว์ หรือหนังอ่อนสีน้ำตาล ถ้าต้องทำการบินในอากาศหนาวจัด จะเพิ่มขดลวดให้ความอุ่นเข้าอีกด้วยก็ได้ เสื้อกางเกงบินสูงนี้ใช้สวมทับบนเสื้อและกางเกงบินธรรมดา

รองเท้าบิน เช่นเดียวกับรองเท้าบินธรรมดาแต่ให้ใช้ถุงเท้าสักหลาดหรือขนสัตว์ประกอบด้วย

ถุงมือบิน มีลักษณะเช่นเดียวกับถุงมือบินธรรมดา ทำด้วยหนังสีน้ำตาล ภายในบุด้วยผ้าสักหลาดหรือขนสัตว์

(๔) เครื่องหมายยศ เครื่องหมายยศสำหรับเครื่องแบบบินนี้มีเช่นเดียวกับที่ระบุไว้ในข้อ ๑๘ (๔) เว้นแต่ผ้าสามเหลี่ยมที่ทำเป็นสาบติดเครื่องหมายยศนั้นใช้สีตามสีของเสื้อ

(๕) เครื่องแบบนี้ ตามปกติให้ใช้สำหรับทำการในอากาศ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ทหารประจำเรือดำน้ำทุกเหล่า ขณะประจำทำการอยู่ในเรือดำน้ำ ให้มีเครื่องแบบ ดังต่อไปนี้

(๑) หมวก เช่นเดียวกับอย่างที่ ๒ ในข้อ ๑๘ (๑) หมวกนี้ใช้เฉพาะนายทหารประทวนชั้นจ่าและพลทหารเท่านั้น ส่วนนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนชั้นพันจ่า คงใช้หมวกทรงหม้อตาลเช่นเครื่องแบบปกติ

(๒) เสื้อกางเกงต่อกัน ผ้ากากี รูปเสื้อเชิ้ตคอพับแขนยาว รวบที่ข้อมือ ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋าพร้อมด้วยปกสามชาย มีแถบรัดเอวตรึงติดกับเสื้อ กางเกงรูปกางเกงขายาว มีกระเป๋าที่หน้าขาทั้งสองข้าง

(๓) รองเท้า หุ้มข้อ หรือหุ้มส้นหนังดำชนิดผูก ในโอกาสที่ทำงานเกี่ยวกับกรดจะใช้รองเท้าทำด้วยยางกันน้ำสีดำมีลักษณะ เหมือนรองเท้าสูงก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เครื่องแบบสำหรับกันน้ำให้มีดังนี้

(๑) หมวก ผ้ากันน้ำกากี รูปมะนาวตัดแบ่งเป็นหกเสี่ยง กระบังอ่อน มีช่องรับเสียง ปกผ้ากันลม และสายรัดคางพร้อม

(๒) เสื้อกางเกงต่อกัน ผ้ากันน้ำกากี รูปเสื้อเชิ้ตคอพับ มีแถบรัดรอบคอเสื้อ แขนยาวถึงข้อมือ มีสายรัดรวบที่ข้อมือและเอว ด้านหลังเสื้อมีช่องระบายอากาศหนึ่งแห่งกางเกงรูปกางเกงขายาว มีกระเป๋าที่หน้าขาทั้งสองข้าง

(๓) รองเท้าสูง ทำด้วยยางกันน้ำสีดำ

เครื่องแบบนี้ให้ใช้เมื่อประจำไปกับเรือยามฝั่งเรือเร็วหรือในเวลามีคลื่นลมจัด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เครื่องแบบสำหรับกันเปื้อนมีดังนี้

เสื้อกางเกงต่อกัน ผ้ากากี รูปเสื้อเชิ้ตคอพับแขนยาวรวบที่ข้อมือ ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋าพร้อมด้วยปกสามชาย มีแถบรัดเอวตรึงติดกับเสื้อ กางเกงรูปกางเกงขายาว มีกระเป๋าที่หน้าขาทั้งสองข้าง

เครื่องแบบนี้ให้ใช้สำหรับนายทหารและพลทหารที่ทำหน้าที่ หรือทำงานซึ่งจะต้องเปรอะเปื้อนอยู่เสมอ เช่น ช่างกลเรือใหญ่ เรือเล็ก ช่างอาวุธ ช่างโรงงาน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ นายแพทย์และพยาบาลขณะกระทำการในหน้าที่รักษาพยาบาลภายในสถานพยาบาล ให้มีเครื่องแบบ ดังนี้

(๑) สำหรับนายแพทย์

เสื้อ รูปเสื้อเชิ้ตคอพับ ผ่าอกตลอด ทำด้วยผ้าขาว ชายเสื้อยาวเพียงเหนือเข่าเล็กน้อย แขนสั้นเพียงข้อศอก ที่อกเสื้อมีดุมสามดุม มีกระเป๋าที่อกเสื้อเบื้องซ้ายหนึ่งแห่ง กับที่แนวเอวทั้งขวาซ้ายอีกสองแห่ง

รองเท้า หุ้มส้นหนังสีน้ำตาลไหม้ พื้นหนังหรือยาง

(๒) สำหรับพยาบาล

เสื้อ รูปเสื้อคลุมปิดอก ทำด้วยผ้าขาว คอตั้งติดขอคอสองขอด้านข้างขวาผ่าตลอดลำตัวติดดุมหกดุม แขนสั้นเพียงศอก ชายเสื้อยาวเพียงเหนือเข่าเล็กน้อย มีกระเป๋าที่ยกเสื้อเบื้องซ้ายหนึ่งแห่ง กับที่แนวเอวข้างขวาอีกหนึ่งแห่ง

รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหุ้มข้อ หรือหุ้มส้นหนังดำ แต่สำหรับผู้ที่ประจำอยู่กับเรือดาดฟ้าเหล็ก ให้ใช้รองเท้าคีบแบบราชนาวีได้อีกอย่างหนึ่งด้วย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ทหารซึ่งจะต้องทำหน้าที่ขี่ม้า คงแต่งเครื่องแบบทหารเรือ แต่ให้ใช้กางเกงและรองเท้า ดังนี้

(๑) กางเกง มีลักษณะเหมือนกางเกงขายาวเครื่องแบบทหารเรือ เว้นแต่รูปตัดเป็นกางเกงรัดเข่า รูปกางเกงขี่ม้า

(๒) รองเท้า ให้ใช้รองเท้าสูงหนังดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังดำ ติดเดือยที่ส้น ประกอบด้วยสนับแข้งตามแบบราชนาวี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ นายทหารประทวนชั้นจ่าและพลทหาร เมื่อกระทำหน้าที่ดับเพลิง ให้มีเครื่องแบบ ดังนี้

(๑) หมวก ทำด้วยเปลือกไม้ชนิดเบาเคลือบสีกากี รูปและลักษณะตามแบบราชนาวี

(๒) เสื้อ ทำด้วยผ้าชนิดพิเศษกากี รูปและลักษณะตามแบบราชนาวี

หมวกและเสื้อที่กล่าวนี้สำหรับสวมในเวลาทำการดับเพลิง ไม่มีเครื่องหมายยศ เครื่องหมายสังกัด และเครื่องหมายเหล่า

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ นายทหารประทวนและพลทหารซึ่งประจำอยู่ในเรือที่มีดาดฟ้าใหญ่เป็นพื้นเหล็ก ให้ใช้รองเท้าคีบแบบราชนาวีชนิดหนังที่มีพื้นและส้นไม่ตอกตะปู สำหรับสวมกันความร้อนในขณะที่อยู่ในเรือนั้น ๆ ในเมื่อมิได้สวมรองเท้าอย่างอื่นตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎนี้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เครื่องแบบเฉพาะกาลตามที่ระบุไวในหมวดนี้ นอกจากเครื่องแบบสนาม ให้ใช้เฉพาะภายในเรือ กรมกอง ในสนามหรือในเขตปฏิบัติการเท่านั้น

ระเบียบการแต่งเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ นายทหารประทวนชั้นจ่าและพลทหาร มีระเบียบการแต่งเครื่องแบบตามประเภทดังจำแนกไว้ในตารางหมายเลข ๑ ท้ายกฎนี้ และโดยปกติให้มีกำหนดการแต่ง ดังนี้

(๑) เวลาอยู่ยามรักษาการณ์ปกติในเรือ แบ่งออกเป็น ๒ กาล

ก) เวลาเรือจอด ยามรักษาการณ์ให้แต่งเครื่องหัดหมายเลข ๖ ไม่สวมสนับแข้ง ถ้าเป็นยามบนสะพานเดินเรือที่ใด ซึ่งผู้บังคับบัญชาเห็นเป็นการสมควรต้องมีอาวุธปืนด้วย ก็คงให้ถืออาวุธปืน นอกจากนั้นไม่ต้องมีอาวุธปืนสำหรับผู้ที่ทำหน้าที่จ่ายาม หรือนายยาม ให้แต่งเครื่องปกติหมายเลข ๔ ประดับสายโยงมีด (สายโยงมีดนี้ใช้ผูกนกหวีดเรือ)

ข) เวลาเรือเดิน ยามรักษาการณ์ทุกตำแหน่งให้แต่งเครื่องปกติหมายเลข ๔ รองเท้าจะสวมหรือไม่ก็ได้ ส่วนจ่ายามคงให้มีสายโยงมีดพร้อมด้วยนกหวีดเรือเหมือนใน ก)

(๒) ยามรักษาการณ์บนบก ให้แต่งเครื่องหัดหมายเลข ๖ ส่วนอาวุธแล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะกำหนด

(๓) หมู่ หมวด และกองรักษาการณ์บนบก หรือในเรือก็ดี จ่าและพลทหารให้แต่งเครื่องหัดหมายเลข ๖ ถืออาวุธปืน

(๔) ยามรักษาการณ์ในสนาม ให้แต่งเครื่องสนามหมายเลข ๗

(๕) หมู่ หมวด และกองทหาร สำหรับแห่ นำ ตาม เสด็๗ หรือเป็นกองเกียรติยศอย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม ให้แต่งเครื่องหัดหมายเลข ๖

(๖) ในการเข้าแถวยืนรายกราบรับส่งเสด็จ หรือประจำเรือกลเล็ก เรือกระเชียง และเรือแจวพาย ซึ่งเป็นกระบวนแห่นำตามเสด็จเหล่านี้ให้แต่งเต็มยศขาวหมายเลข ๑

(๗) ในการหัดทั้งปวง ให้แต่งเครื่องหัดหมายเลข ๕ หรือหมายเลข ๖ แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะสั่งตามที่เห็นสมควร

(๘) เวลาทำงานภายในเรือหรือกรมกองทหารตามปกติ ให้แต่งเครื่องปกติหมายเลข ๔ หรือจะแต่งเครื่องหัดหมายเลข ๕ ก็ได้ ทั้งนี้ ต้องให้เป็นการพร้อมเพรียงกันทั่วกรมกองหรือหน่วยทหารนั้น ๆ ในเมื่ออากาศหนาวจะสวมเสื้อนอกด้วยก็ได้ แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะสั่งตามที่เห็นสมควร

(๙) ในการไปมานอกสถานที่กรมกองหรือที่ตั้งแห่งหน่วยทหาร รวมทั้งนอกเคหสถานบ้านเรือนหรือที่พักของทหาร ถ้าไปโดยหน้าที่ราชการจะแต่งกายอย่างใดสุดแล้วแต่ผู้บังคับบัญชาจะสั่งตามที่เห็นสมควรแก่ราชการนั้น ๆ ถ้าไปโดยกิจการส่วนตัวของทหารเป็นการลำลอง โดยไม่เกี่ยวแก่หน้าที่ราชการ หรือไปที่ชุมนุมชนแล้ว ให้แต่งกายเครื่องแบบปกติหมายเลข ๓ เว้นแต่การไปนั้นเป็นการตรงไปตรงมาระหว่างที่ทำการกับบ้าน หรือที่พักของทหาร จึงให้แต่งเครื่องปกติหมายเลข ๔ ได้ ถ้าอากาศหนาวจะแต่งเครื่องปกติหมายเลข ๒ ก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การแต่งเครื่องแบบของนายทหารประทวนชั้นพันจ่าและนักเรียนนายเรือ ให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในตารางหมายเลข ๒ (ก) และหมายเลข ๒ (ข) ท้ายกฎนี้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ กำหนดการแต่งเครื่องแบบของนายทหารประทวนและพลทหารที่ระบุไว้ในข้อ ๒๙ และ ๓๐ นั้น ถ้าเวลาใดหรือในราชการอย่างใดผู้บังคับบัญชาเห็นสมควรผ่อนผันเพื่อให้เหมาะแก่ลักษณะภูมิประเทศและเหตุการณ์ก็ให้กระทำได้ในเมื่อกองทัพเรือได้พิจารณาเห็นชอบด้วย และอนุมัติแล้ว

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การแต่งเครื่องแบบของนายทหารสัญญาบัตรให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในตารางหมายเลข ๓ (ก) และ (ข) ท้ายกฎนี้

การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญประกอบกับเครื่องแบบ ให้เป็นไปโดยระเบียบ ดังนี้

(๑) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า นักเรียนนายเรือ จ่า และพลทหารที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญ ให้ประดับในเวลาแต่งเต็มยศทุกคราว ส่วนเวลาแต่งเครื่องแบบทหารเรืออย่างอื่นนอกจากเต็มยศ ให้ใช้แพรแถบสีของเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญทำเป็นแผ่นผ้ากว้างประมาณ ๑.๒ เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อเบื้องซ้าย สูงเพียงประมาณยอดอก

(๒) นายทหารสัญญาบัตรที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญ ให้ประดับได้ดังนี้

ก) ในเวลาแต่งเต็มยศ

ข) ในเวลาแต่งเยี่ยมคำนับ จะประดับหรือไม่ก็ได้ตามควรแก่กาลเทศะ

ค) ในเวลาแต่งเครื่องแบบสโมสร ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือเหรียญดวงจริง หรือจำลอง อนุโลมตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องลำดับเกียรติและระเบียบการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

ง) ในเวลาแต่งเครื่องแบบทหาเรืออย่างอื่นนอกจากที่กล่าวใน ก) ข) และ ค) แล้ว ให้ใช้แพรแถบสีของเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญทำเป็นแผ่นผ้า กว้างประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อเบื้องซ้าย สูงเพียงประมาณยอดอก

แต่ถ้าแต่งปกติไปในงานพระราชพิธี ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญตามหมายกำหนดการแทนแผ่นแถบแพรได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ห้ามมิให้ทหารใช้เครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญหรือเครื่องประดับอย่างอื่น ๆ ประดับกับเสื้อเครื่องแบบนอกจากที่กำหนดไว้ในกฎนี้ หรือที่มีพระบรมราชานุญาต หรือคำสั่งของรัฐบาล หรือคำสั่งกระทรวงกลาโหม

สิทธิและโอกาสในการแต่งเครื่องแบบ

ของทหารนอกประจำการ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ห้ามมิให้นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ชั้นจ่า และพลทหารนอกประจำการ แต่งกายด้วยเครื่องแบบตามกฎนี้ เว้นแต่เมื่อเวลาเรียกระดม หรือถูกเรียกเข้ารับราชการทหารอย่างใด ๆ ในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งกระทรวงกลาโหมกำหนดไว้ว่าต้องแต่งเครื่องแบบทหาร

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ บรรดานายทหารประทวนและพลทหารนอกประจำการที่กระทำความดีความชอบจนได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญตามกฎหมายว่าด้วยเหรียญกล้าหาญ หรือเหรียญชัยสมรภูมิตามกฎหมายว่าด้วยเหรียญชัยสมรภูมิ ให้มีสิทธิแต่งเครื่องแบบได้เฉพาะในโอกาสที่ได้รับเชิญไปร่วมงานต่อไปนี้ คือ

(๑) งานพระราชพิธี และรัฐพิธี

(๒) งานพิธีต่าง ๆ ของทหาร

(๓) งานซึ่งเกี่ยวแก่ราชการ

(๔) งานพิธีอันมีเกียรติทั่ว ๆ ไป

แต่จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยและเป็นไปตามแบบธรรมเนียมของทหารทุกประการ ถ้าฝ่าฝืนหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่เกียรติทหาร ซึ่งทางราชการทหารเห็นว่าไม่สมควรจะให้แต่งเครื่องแบบต่อไป ผู้นั้นจะหมดสิทธิในการแต่งเครื่องแบบดังกล่าวนั้น ตั้งแต่วันกำหนดตามที่กองทัพเรือได้แจ้งไปยังคณะกรรมการจังหวัดซึ่งเป็นภูมิลำเนาของผู้นั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน พลทหารประจำการ และนักเรียนทหาร แต่งเครื่องแบบได้ทุกโอกาส เว้นแต่กระทรวงกลาโหมจะได้กำหนดเป็นอย่างอื่นล

นายทหารสัญญาบัตรนอกประจำการ แต่งเครื่องแบบทหารได้ภายในเงื่อนไขที่กระทรวงกลาโหมกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ผู้ซึ่งว่าที่ยศนายทหารชั้นใด ให้แต่งเครื่องแบบอย่างยศชั้นนั้นได้ทุกโอกาส

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เพื่อให้เครื่องแบบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎนี้มีรูปลักษณะเป็นมาตรฐานอย่างเดียวกัน ให้กองทัพเรือสร้างเครื่องแบบทุกอย่างขึ้นไว้เป็นตัวอย่างสืบไป และสอดส่องควบคุมให้การปฏิบัติได้เป็นไปตามกฎนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๒

จอมพล ป. พิบูลสงคราม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตารางหมายเลข ๑ การแต่งเครื่องแบบทหารเรือสำหรับจ่าและพลทหาร

๒. ตารางหมายเลข ๒ (ก) การแต่งเครื่องแบบทหารเรือ สำหรับพันจ่า

๓. ตารางหมายเลข ๒ (ข) การแต่งเครื่องแบบทหารเรือ สำหรับนักเรียนนายเรือ

๔. ตารางหมายเลข ๓ (ก) การแต่งเครื่องแบบทหารเรือสำหรับนายทหารสัญญาบัตร สำหรับประเทศร้อน

๕. ตารางหมายเลข ๓ (ข) การแต่งเครื่องแบบทหารเรือ สำหรับนายทหารสัญญาบัตร สำหรับประเทศหนาว

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พรรณพร/จัดทำ

๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒

พรรณพร/ปรับปรุง

๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๗/ตอนที่ ๕/หน้า ๔๔/๑๗ มกราคม ๒๔๙๓

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกลาโหมว่าด้วย เครื่องแบบทหารเรือ ฉะบับที่ 10 (พ.ศ. 2493) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cbf3dcef5f3582aa

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com