ข้อ ๖ นายทหารสัญญาบัตรมีเครื่องแบบ ดังนี้
(๑) หมวก มี ๒ อย่าง
อย่างที่ ๑ หมวกแพรขนดำ รูปคอคคแฮทแข็ง ขลิบแพรดำ ถ้าเป็นนายทหารชั้นนายพลเรือขึ้นไปขลิบทอง ที่ข้างหมวกเบื้องขวามีเครื่องประดับ คือ ตรงกลางเป็นเบาะผูกด้วยแถบแพรดำ มีเครื่องทองตรึงที่เบาะขัดในดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอหนึ่งดุม และต่างกันดังนี้ ชั้นนายพลเรือขึ้นไป มีเกลียวทองใหญ่หนึ่งเกลียวพันกันและมีเกลียวทองเล็กสองข้างเกลียวทองใหญ่อีกข้างละสองเกลียว ชั้นนาวาเอก นาวาโท มีเกลียวทองใหญ่หนึ่งเกลียวอยู่กลาง มีเกลียวทองเล็กข้างละหนึ่งเกลียว ตั้งแต่ชั้นนาวาตรีลงไปมีแต่เกลียวทองใหญ่หนึ่งเกลียว อย่างที่ ๒ หมวกทรงหม้อตาล และปลอกหมวก เช่นเดียวกับที่ระบุไว้ในข้อ ๕ (๑) เว้นแต่ตราพระมหามงกุฎกับสมอหน้าหมวกที่ปักดิ้นนั้นให้เพิ่มใบชัยพฤกษ์ปักดิ้นทองสองข้างเป็นข้างละสี่ใบ
เมื่อแต่งเต็มยศใช้ปลอกหมวกผ้าขาว สายรัดคางไหมทอง ขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ตรึงบนสักหลาดน้ำเงินดำ
(๒) เสื้อ มี ๑๑ อย่าง
อย่างที่ ๑ เสื้อใหญ่ เป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ ชั้นนายพลเรือขั้นไปซับในขาว นอกนั้นซับในดำ เป็นรูปเสื้อหาง อกปิดเอวรัด มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละแปดดุม ชายเสื้อด้านหน้าเพียงเอว ชายเสื้อด้านหลังบากเป็นหางเสื้อรูปเสื้อแต่งเวลาเย็น (เอเวนิงเดรสส) คอเป็นรูปคอตั้งพื้นสักหลาดขาว ขอบล่างขลิบแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ขอบบนขลิบแถบไหมทองต่างกันเป็น ๒ ชนิด คือ ชั้นนายพลเรือขึ้นไปขลิบแถบไหมทอง ขนาด ๓.๒ เซนติเมตร ชั้นนายนาวาและนายเรือ ขลิบแถบไหมทองขนาด ๒.๕ เซนติเมตร ที่ชายแขนเสื้อทั้งสองข้าง มีเครื่องหมายยศและสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวกที่ชายแขนเสื้อด้านนอกเยื้องข้างหน้า มีแผ่นผ้าสักหลาดขาวเป็นชายแฉลบรองดุมแขนเสื้อขลิบด้วยไหมทองต่างกันเป็น ๒ ชนิด คือ ชั้นนายพลเรือขึ้นไปขลิบแถบไหมทองขนาด ๒.๕ เซนติเมตร ชั้นนายนาวาและนายเรือ ขลิบแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร บนแผ่นผ้าชายแฉลบนี้มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมประดับตามแนวตั้งข้างละสามดุม ที่ด้านหลังหางเสื้อเพียงเอวเสื้อทั้งสองข้างมีปกกระเป๋าน้ำเงินดำ ขลิบแถบไหมทองต่างกันเป็น ๒ ชนิด คือ ชั้นนายพลเรือขึ้นไป ขลิบแถบไหมทองขนาด ๒.๕ เซนติเมตร ชั้นนายนาวาและนายเรือขลิบแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร และมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมตรึงที่เสื้อรับชายปกกระเป๋าเป็นแนวนอนข้างละสามดุม นอกจากนี้มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอประดับที่เอวเสื้อด้านหลังเพื่อรับเข็มขัดสองดุม และที่ชายเสื้อเบื้องล่างอีกข้างละหนึ่งดุม
อย่างที่ ๒ เสื้อกลาง เป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปฟรอคคโคท ชายเสื้อเบื้องล่างเพียงเข่า มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละสี่ดุม คอเปิดพับชายแหวกที่อกสองชาย ที่แขนเสื้อมีเครื่องหมายยศ และสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก
อย่างที่ ๓ เสื้อน้อย เป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปทูนิค มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละสี่ดุม คอเปิดพับชายแหวกที่อกสองชาย ที่แขนเสื้อมีเครื่องหมายยศ และสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก
อย่างที่ ๔ เสื้อสโมสรสีดำ เป็นเสื้อสักหลาดสีน้ำเงินดำ เปิดอกรูปเมสส์แจคเคท มีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอสองแถว ๆ ละสองดุม กับมีดุมคู่อย่างเดียวกันขัดระหว่างรังดุมบนหนึ่งคู่ ที่แขนเสื้อมีเครื่องหมายยศและสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก มีเสื้อกั๊กสักหลาดน้ำเงินดำสวมภายใน แต่นอกเสื้อเชิ้ตที่เสื้อกั๊กมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมหนึ่งแถวสามหรือสี่ดุม
อย่างที่ ๕ เสื้อสโมสรขาว เป็นเสื้อผ้าขาว มีรูปและลักษณะเช่นเดียวกับอย่างที่ ๔ เว้นแต่ที่แขนเสื้อไม่มีเครื่องหมายยศ และเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก มีเสื้อกั๊กผ้าขาวสวมภายใน แต่นอกเสื้อเชิ้ต
อย่างที่ ๖ เสื้อผ้าขาวแบบราชการ เช่นเดียวกับอย่างที่ ๒ ในข้อ ๔ (๓)
อย่างที่ ๗ เสื้อผ้าหรือสักหลาดบางกากี เช่นเดียวกับอย่างที่ ๓ ในข้อ ๔ (๓)
อย่างที่ ๘ เสื้อผ้ากากี เช่นเดียวกับอย่างที่ ๔ ในข้อ ๔ (๓)
อย่างที่ ๙ เสื้อสวมกันหนาว เช่นเดียวกับอย่างที่ ๕ ในข้อ ๔ (๓) สำหรับสวมทับเสื้ออย่างอื่นที่กล่าวมาแล้ว และใช้เฉพาะในประเทศหนาว
อย่างที่ ๑๐ เสื้อคลุมกันหนาวเป็นเสื้อสักหลาดน้ำเงินดำ รูปเคฟยาวเพียงกึ่งน่อง คอพับห้อยชาย กว้าง ๑๕ เซนติเมตร ที่ชายเสื้อทั้งสองข้างเพียงยอดอกมีแผ่นโลหะสีทองรูปหัวช้างลายนูนข้างละหนึ่งแผ่น มีห่วงคล้องสายสร้อยสีทองสำหรับยึดเสื้อนั้น สำหรับสวมทับเสื้ออย่างอื่นที่ กล่าวมาแล้ว และใช้เมื่ออากาศหนาว
อย่างที่ ๑๑ เสื้อกันฝน เช่นเดียวกับอย่างที่ ๖ ในข้อ ๔ (๓)
(๓) เครื่องประกอบเสื้อ สำหรับเสื้ออย่างที่ ๑ ถึงอย่างที่ ๕ นั้น ต้องสวมประกอบกับเสื้อคอเชิ้ต และผ้าผูกคอ คือ
ก) เสื้อใหญ่ เชิ้ตขาวข้อมือแข็ง คอเชิ้ตขาวแข็งชั้นเดียว มีแพรดำเป็นปลอกเย็บติดกับบัว หุ้มคอเชิ้ตอีกชั้นหนึ่ง เหลือเบื้องบนไว้ประมาณ ๐.๕ เซนติเมตร การสวมคอเชิ้ตซึ่งหุ้มปลอกแพรดำแล้วนี้ ต้องให้หัวต่อของคอเชิ้ตและปลอกแพรดำอยู่ข้างหลัง
ข) เสื้อกลาง เชิ้ตขาวข้อมือแข็ง คอเชิ้ตขาวแข็งชั้นเดียวหรือสองชั้น ผ้าผูกคอแพรหรือไหมดำ เงื่อนกะลาสี ถ้าประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชนิดสวมรอบคอ ให้ใช้ผ้าผูกคอแพระหรือไหมดำเงื่อนหูกระต่าย
ค) เสื้อน้อย เชิ้ตขาวข้อมือแข็งหรืออ่อน คอเชิ้ตขาวสองชั้นอ่อนหรือแข็ง ผ้าผูกคอแพรหรือไหมดำเงื่อนกะลาสี
ง) เสื้อสโมสรทุกอย่าง เชิ้ตขาวอกแข็ง หรืออกจีบ คอเชิ้ตแข็งขาวชั้นเดียว ผ้าผูกคอแพรหรือไหมดำเงื่อนหูกระต่าย
(๔) อินทรธนู มี ๒ อย่าง
อย่างที่ ๑ อินทรธนูใหญ่รูปเอปอเลตต บนอินทรธนูชั้นนายพลเรือขึ้นไปเป็นพื้นไหมทอง ชั้นนายนาวาเป็นพื้นสักหลาดน้ำเงินดำ มีแถบทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ขลิบโดยรอบ และชั้นนายเรือเป็นพื้นสักหลาดน้ำเงินดำเกลี้ยง ท้องอินทรธนูใช้สาบหนังดำทุกชั้น ที่ยอดอินทรธนูมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมหนึ่งดุม ขอบอินทรธนูถักด้วยดิ้นทอง และมีรุ่ยทองแขวงประดับที่ส่วนวงกลม ที่กลางอินทรธนูตอนยาวมีสมอเงินขนาดใหญ่เป็นเครื่องประดับ กับมีเครื่องหมายยศต่างกันตามชั้นยศ อินทรธนูอย่างนี้สำหรับใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๑ และอย่างที่ ๒
อย่างที่ ๒ อินทรธนูน้อย ทำด้วยสักหลาดน้ำงเนดำเป็นรูปสี่เหลี่ยมยาวปลายรวบ กว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวตามควรแก่ส่วนบ่าบุคคล ที่มุมรวบมีดุมทองตราพระมหามงกุฎกับสมอขนาดย่อมหนึ่งดุม บนอินทรธนูมีเครื่องหมายยศและสอดสีเครื่องหมายพรรคหรือจำพวก สำหรับอินทรธนูชั้นนายพลเรือขึ้นไปเป็นไหมทองขนาด ๕ เซนติเมตร ตรึงบนสักหลาดสีตามเครื่องหมายพรรคหรือจำพวกบนหลังอินทรธนู อินทรธนูอย่างนี้สำหรับใช้ประกอบกับเสื้ออย่างที่ ๕ ถึงอย่างที่ ๙
(๕) เครื่องหมายยศ
ก) ที่อินทรธนูใหญ่
ชั้นนายพลเรือขึ้นไป มีเครื่องหมายทำด้วยเงินประดับในวงกลมแห่งอินทรธนูพื้นทอง คือ
จอมพลเรือ เครื่องหมายรูปคทาไขว้ มีพวกใบชัยพฤกษ์วงรอบ
พลเรือเอก จักรสามจักร
พลเรือโท จักรสองจักร
พลเรือตรี จักรหนึ่งจักร
ชั้นนายนาวา มีจักรเงินประดับในวงกลมแห่งอินทรธนู คือ
นาวาเอก จักรสามจักร
นาวาโท จักรสองจักร
นาวาตรี จักรหนึ่งจักร
ชั้นนายเรือ มีจักรเงินประดับในวงกลมแห่งอินทรธนู คือ
เรือเอก จักรสามจักร
เรือโท จักรสองจักร
เรือตรี จักรหนึ่งจักร
จักรซึ่งใช้เป็นเครื่องหมายยศนี้ มีขนาด (คิดเป็นวงกลม) โต ๒.๕ เซนติเมตร การประดับจักรบนอินทรธนูใหญ่ มีเกณฑ์ดังนี้
จักรหนึ่งจักร ประดับจักรตรงกึ่งกลางวงกลม
จักรสองจักร ประดับจักรเป็นคู่ตามแนวขวาง
จักรสามจักร ประดับจักรเป็นรูปสามเหลี่ยม
ข) ที่อินทรธนูน้อย
ชั้นนายพลเรือขึ้นไป มีเครื่องหมายประดับที่อินทรธนูน้อยพื้นทอง โดยระเบียบเดียวกันกับที่อินทรธนูใหญ่แต่ไม่มีสมอเงิน
ชั้นนายนาวาและนายเรือ มีแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ประดับบนอินทรธนูน้อยตามขวาง มีจำนวนแถบต่างกันตามชั้นยศ โดยให้แถบแรกเริ่มต้นห่างจากขอบเบื้องล่างแห่งอินทรธนู ๐.๕ เซนติเมตร และเว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางรอบนอก ๔ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่ข้างบนตวัดไปทางหลัง คือ
นาวาเอก สี่แถบ
นาวาโท สามแถบ
นาวาตรี สองแถบ กับมีแถบไหมทองขนาด ๐.๖ เซนติเมตร หนึ่งแถบแซกอยู่ระหว่างกลาง
เรือเอก สองแถบ
เรือโท หนึ่งแถบ กับมีแถบไหมทองขนาด ๐.๖ เซนติเมตร หนึ่งแถบอยู่ถัดลงมา
เรือตรี หนึ่งแถบ
ค) ที่แขนเสื้ออย่างที่หนึ่ง ๑ ถึงอย่างที่ ๔
ชั้นนายพลเรือขึ้นไป มีแถบไหมทองขนาด ๕ เซนติเมตร หนึ่งแถบ และมีแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ประดับเป็นแถบเหนือนั้นขึ้นไปมีจำนวนต่างกันตามชั้นยศ ดังนี้
จอมพลเรือ สี่แถบ
พลเรือเอก สามแถบ
พลเรือโท สองแถบ
พลเรือตรี หนึ่งแถบ
ชั้นนายนาวาและนายเรือ มีแถบไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร และขนาด ๐.๖ เซนติเมตร ประดับเป็นแถบโดยจำนวนและระเบียบเดียวกับอินทรธนูน้อย
การประดับแถบเครื่องหมายยศที่แขนเสื้อทั้งสองข้างนี้ แถบล่างที่สุดให้อยู่ห่างจากปลายแขนเสื้อระยะพอสมควร และให้เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๖ เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลางรอบนอก ๔ เซนติเมตร โดยให้ชายแถบที่ขมวดทับอยู่ข้างบนตวัดไปทางหลัง
(๖) กางเกง มี ๔ อย่าง
อย่างที่ ๑ กางเกงสักหลาดน้ำเงินดำขายาวมีแถบไหมทองขนาด ๓.๒ เซนติเมตร เว้นแต่ชั้นนายพลเรือขึ้นไป ใช้แถบไหมทองขนาด ๕ เซนติเมตร
อย่างที่ ๒ กางเกงสักหลาดน้ำเงินดำขายาว
อย่างที่ ๓ กางเกงผ้าขาวขายาว
อย่างที่ ๔ กางเกงผ้าหรือสักหลาดบางกากีขายาว
อย่างที่ ๕ กางเกงผ้ากากีขาสั้นแบบราชนาวี
(๗) รองเท้า มี ๓ อย่าง
อย่างที่ ๑ รองเท้าหุ้มข้อหนังดำชนิดผูกไม่มีลวดลาย
อย่างที่ ๒ รองเท้าหุ้มส้นหนัง หรือผ้าขาว หรือหนังดำ หรือน้ำตาลไหม้ ชนิดผูกไม่มีลวดลาย
อย่างที่ ๓ รองเท้าหุ้มส้นสโมสร ใช้หนังดำมันพื้นอัดบาง ชนิดผูกไม่มีลวดลาย
(๘) ถุงเท้า เช่นเดียวกับที่กล่าวไว้ในข้อ ๔ (๘) เว้นแต่เมื่อสวมรองเท้าหุ้มส้นสโมสร ต้องใช้ถุงเท้าแพรดำ
(๙) เข็มขัด มี ๓ อย่าง
อย่างที่ ๑ เข็มขัดกระบี่สายทอง หุ้มหรือทำด้วยสักหลาดดำ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีสายทิ้งห้อยห่วงสีทองสองสายสำหรับแขวนกระบี่ มีแถบไหมทองตรึงบนสายเข็มขัดตรงกลางตลอดสาย ต่างกันเป็นสองขนาด คือ ชั้นนายพลเรือขึ้นไป ใช้แถบไหมทองขนาด ๓.๒ เซนติเมตร ชั้นนายนาวาและนายเรือใช้แถบไหมทองขนาด ๒.๕ เซนติเมตร และที่สายทิ้ง กับสายรูดตรึงด้วยไหมทองขนาด ๑.๒ เซนติเมตร ทุกชั้น ที่หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทองรูปวงกลมมีตราเป็นพวงชัยพฤกษ์รอบพระมหามงกุฎกับสมอ เข็มขัดอย่างนี้ใช้เฉพาะการแต่งเต็มยศใหญ่ในประเทศหนาว
อย่างที่ ๒ เข็มขัดกระบี่ หนังดำเช่นเดียวกับอย่างที่ ๑ ในข้อ ๔ (๙)
อย่างที่ ๓ เข็มขัดปกติ เช่นเดียวกับอย่างที่ ๒ ในข้อ ๔ (๙)
(๑๐) กระบี่ เช่นเดียวกับที่กล่าวไว้ในข้อ ๔ (๑๐) แต่เพิ่มพู่ไหมทองสลับไหมดำผูกไว้ที่โกร่ง