ประกาศคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ
ประกาศคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ
ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๕๙)
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการกำหนดสาขาและขอบข่าย และการสุ่มตัวอย่าง
เพื่อการรับรองระบบงานหน่วยรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๒๐ วรรคสาม และมาตรา ๒๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการมาตรฐานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑
และมติคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการประชุมครั้งที่ ๑๓ -
๑/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๙ คณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดสาขาและขอบข่าย
และการสุ่มตัวอย่างเพื่อการรับรองระบบงานหน่วยรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ดังมีรายละเอียดต่อท้ายประกาศนี้
ทั้งนี้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๗
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
รองนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ
หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไข
การกำหนดสาขาและขอบข่าย
และการสุ่มตัวอย่าง
เพื่อการรับรองระบบงานหน่วยรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
๑. ขอบข่าย
เอกสารนี้ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการพิจารณากำหนดสาขาและขอบข่าย และจำนวนตัวอย่างที่จะตรวจประเมินความสามารถผู้ประเมินของหน่วยรับรองขณะตรวจประเมินผู้ประกอบกิจการที่ขอรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
๒. เอกสารอ้างอิง
๒.๑ หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองระบบงานหน่วยรับรอง
๒.๒ หลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการตรวจประเมินหน่วยรับรอง
๒.๓
ประกาศกำหนดสาขาการตรวจสอบและรับรองสำหรับหน่วยรับรองและหน่วยตรวจ
๒.๔ มอก. 2000
การจัดประเภทอุตสาหกรรมตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจทุกประเภทตามมาตรฐานสากล
๓. นิยาม
ความหมายของคำที่ใช้ในเอกสารนี้ให้เป็นไปตามนิยามที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองระบบงานหน่วยรับรอง และนิยามดังต่อไปนี้
๓.๑ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (business continuity) หมายถึง
ความสามารถขององค์กรในการส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการได้ต่อไปภายหลังเกิดอุบัติการณ์ที่ทำให้เกิดการหยุดชะงัก
ในระดับที่ยอมรับได้ตามที่กำหนดไว้
๓.๒ ระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity
Management System BCMS) หมายถึง ระบบการบริหาร
ซึ่งประกอบด้วยการจัดทำ การนำไปปฏิบัติ การดำเนินการ การเฝ้าระวัง การทบทวน
การรักษา และการปรับปรุงความต่อเนื่องทางธุรกิจ
๔. การกำหนดสาขาและขอบข่าย
การกำหนดสาขาและขอบข่ายการรับรองระบบงานหน่วยรับรองระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
จะอ้างอิงตามการแบ่งประเภทอุตสาหกรรมตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (หมวด A-Q) ที่ระบุไว้ในมาตรฐาน
เลขที่ มอก. 2000
รายละเอียดการกำหนดสาขาและขอบข่ายดังตารางที่ ๑
ตารางที่ ๑
การกำหนดสาขาและขอบข่าย
หมวด
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
A
เกษตรกรรม
การล่าสัตว์ และการป่าไม้
B
การประมง
C
การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน
D
การผลิต
E
การจ่ายไฟฟ้า
ก๊าซ และน้ำ
F
การก่อสร้าง
G
การขายส่ง
การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคล
และของใช้ภายในบ้าน
H
โรงแรมและภัตตาคาร
I
การขนส่ง
การเก็บรักษา และการคมนาคม
J
การเป็นตัวกลางทางการเงิน
K
การค้าอสังหาริมทรัพย์
การให้เช่า และกิจกรรมทางธุรกิจ
L
การบริหารราชการและการป้องกันประเทศ
การประกันสังคมแบบบังคับ
M
การศึกษา
N
การบริการเกี่ยวกับสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์
O
การบริการชุมชน
สังคม และการบริการส่วนบุคคลอื่นๆ
P
บ้านส่วนบุคคลพร้อมลูกจ้าง
หมายเหตุ มอก. 2000
แบ่งประเภทอุตสาหกรรมตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจของผลิตภัณฑ์และการบริการโดยแบ่งเป็นหมวด
A หมวด Q ทั้งนี้ หมวด Q กิจกรรมองค์การระหว่างประเทศและองค์การต่างประเทศอื่นๆ และสมาชิก
เป็นสาขาและขอบข่ายที่ไม่ให้การรับรองระบบงาน
๕. การสุ่มตัวอย่าง
๕.๑
สำนักงานจะพิจารณาตรวจประเมินความสามารถผู้ประเมินของหน่วยรับรองขณะประเมินผู้ประกอบกิจการ
(Witnessing) ชนิดเต็มรูปแบบ (หน่วยรับรองประเมินเพื่อให้การรับรองครั้งแรก หรือประเมินใหม่)
เป็นลำดับแรก
ผู้ประเมินของหน่วยรับรองครอบคลุมทั้ง
ผู้ประเมินที่เป็นบุคลากรประจำ (Full-time staff) และผู้ประเมินที่ไม่ใช่บุคลากรประจำ
(Part-time staff)
๕.๒
สำนักงานสามารถเลือกสาขาและขอบข่ายและผู้ประเมินที่จะตรวจประเมินความสามารถได้ตามความเหมาะสม
รวมถึงสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเลือกตัวอย่างที่มีนัยสำคัญต่อผลกระทบ และ/หรือ
ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ชีวิต ทรัพย์สิน
และอาจก่อให้เกิดความเสียหายและกระทบความมั่นคงของประเทศ
๕.๓
การสุ่มตัวอย่างการ Witnessing
ในแต่ละกรณี ให้เป็นดังนี้
๕.๓.๑
การรับรองระบบงานครั้งแรก
สุ่มตัวอย่างอย่างน้อย
๑ ตัวอย่าง โดยพิจารณาจาก
- จำนวนผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการรับรองจากหน่วยรับรอง
- จำนวนผู้ประเมินของหน่วยรับรอง
- ผลการดำเนินงานของหน่วยรับรอง
และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลการดำเนินงานของผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการรับรอง
๕.๓.๒ การขอขยายสาขาและขอบข่ายการรับรองระบบงาน
การสุ่มตัวอย่างให้ใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕.๓.๑ โดยอนุโลม
๕.๓.๓
การตรวจติดตามผลและการต่ออายุการรับรองระบบงาน
สุ่มตัวอย่างตามจำนวนที่ระบุในตารางที่
๒ โดยพิจารณาจากจำนวนผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการรับรองกิจกรรมจากหน่วยรับรอง
ตารางที่ ๒ จำนวนตัวอย่าง
กรณีการตรวจติดตามผลและ
การต่ออายุการรับรองระบบงาน
จำนวนผู้ประกอบกิจการที่หน่วยรับรอง
ให้การรับรอง
จำนวนตัวอย่าง
๑-๕๐
อย่างน้อย ๑
๕๑-๑๐๐
อย่างน้อย ๒
มากกว่า ๑๐๐
อย่างน้อย ๓
๕.๔ หากหน่วยรับรองไม่สามารถจัดสรรการประเมินชนิดเต็มรูปแบบตามข้างต้นได้
สำนักงานอาจพิจารณา Witnessing การตรวจติดตามผล (Surveillance) โดยจำนวนตัวอย่างจะเป็น
๒ เท่าของชนิดเต็มรูปแบบและการตรวจติดตามผลในแต่ละครั้งต้องครอบคลุมกระบวนการหลักของผู้ประกอบกิจการ
วริญา/ปริยานุช/จัดทำ
๒๖ สิงหาคม
๒๕๕๙
นุสรา/ตรวจ
๒๔ พฤศจิกายน
๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๘๗ ง/หน้า ๑๗/๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙