ข้อ ๒ การรับแสตมป์สรรพสามิตให้ดำเนินการดังนี้
๒.๑ กรณีสุราแช่ที่มิใช่สุราแช่ชนิดเบียร์และสุรากลั่นชนิดสุราขาวที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้าหรือใช้คนงานน้อยกว่าเจ็ดคน
หรือกรณีใช้เครื่องจักรและคนงาน เครื่องจักรต้องมีกำลังรวมต่ำกว่าห้าแรงม้า
และคนงานต้องน้อยกว่าเจ็ดคนให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีแล้วยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต
ตามแบบ ภส. ๐๖-๑๒ ท้ายประกาศนี้
พร้อมเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่
เพื่อไปปิดบนภาชนะบรรจุสุราตามจำนวนที่ใช้ปิดบนภาชนะบรรจุสุราได้หมดในคราวเดียว
โดยมิให้มีแสตมป์สรรพสามิตคงเหลือเก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรม
(๒) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบคำขอพร้อมเอกสารและหลักฐานเสนอต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาเพื่อพิจารณาจ่ายแสตมป์สรรพสามิตให้ผู้ยื่นคำขอ
๒.๒ กรณีสุราที่ผลิตในราชอาณาจักรชนิดอื่น ๆ นอกจากข้อ ๒.๑ ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี
ที่ประสงค์จะนำแสตมป์สรรพสามิตที่ได้ชำระค่าภาษีไว้แล้วไปเก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรม
ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต ตามแบบ ภส. ๐๖-๑๒ ท้ายประกาศนี้ พร้อมเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว
ต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่โดยยื่นผ่านผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม
หรือผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th
(๒) ให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม
ตรวจสอบคำขอ พร้อมเอกสารและหลักฐาน ตาม (๑) และให้คำนวณจำนวนแสตมป์สรรพสามิต
ที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีขอนำไปเก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรม
รวมกับแสตมป์สรรพสามิตที่คงเหลืออยู่ในโรงอุตสาหกรรม ที่ประมาณว่าจะใช้ปิดบนภาชนะบรรจุสุราได้ในระยะเวลาไม่เกินสิบวัน
แล้วบันทึกเสนอต่อสรรพสามิตพื้นที่เพื่อพิจารณาจ่ายแสตมป์สรรพสามิตให้ผู้ยื่นคำขอได้
เพื่อให้นำไปเก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรม
๒.๓ กรณีสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย
ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้ยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว
ยื่นคำขอรับแสตมป์สรรพสามิต ตามแบบ ภส. ๐๖-๑๒ ท้ายประกาศนี้ พร้อมเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าว
ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่หน่วยปฏิบัติพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่
(๒) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต
ตรวจสอบคำขอ
พร้อมเอกสารและหลักฐานเสนอต่อสรรพสามิตพื้นที่เพื่อพิจารณาให้จ่ายแสตมป์สรรพสามิต
๒.๔
กรณีสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีประสงค์จะนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดที่โรงงานผู้ผลิตสุราในต่างประเทศ
ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ ๑
ที่ประสงค์จะนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร
โดยประสงค์จะนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดบนภาชนะบรรจุสุรา ณ
โรงงานผู้ผลิตสุราในต่างประเทศ
ยื่นคำขออนุญาตนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดบนภาชนะบรรจุสุรา ณ
โรงงานผู้ผลิตสุราในต่างประเทศ ตามแบบ ภส. ๐๖-๑๓ ท้ายประกาศนี้
พร้อมเอกสารและหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่ด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือด่านศุลกากรที่มีการดำเนินพิธีการตรวจปล่อยสินค้าตั้งอยู่ก่อนการนำเข้า
(๒) ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบคำขอ พร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน
เมื่อเห็นว่าถูกต้องครบถ้วน
ให้เสนอสรรพสามิตพื้นที่เพื่อพิจารณาเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคพิจารณาอนุญาต
โดยผู้ได้รับอนุญาตจะต้องทำสัญญาการนำแสตมป์สรรพสามิตไปปิดบนภาชนะบรรจุสุรา ณ โรงงานผู้ผลิตสุราในต่างประเทศ
และนำสุราที่ปิดแสตมป์สรรพสามิตแล้วเข้ามาในราชอาณาจักร
และวางหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเป็นหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์
จำนวนเงินเท่ากับค่าภาษีสรรพสามิต ให้ไว้ต่อสรรพสามิตพื้นที่
(๓) เมื่อได้ดำเนินการตาม (๒) แล้ว ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตจ่ายแสตมป์สรรพสามิตให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตตามจำนวนในแบบ
ภส.๐๖ - ๑๓ พร้อมทั้งประทับตราว่า จ่ายแสตมป์แล้ว ลงในแบบ ภส.๐๖-๑๓
หากไม่สามารถจ่ายแสตมป์ทั้งหมดให้ผู้ได้รับอนุญาตในคราวเดียวกัน
ให้สรรพสามิตพื้นที่มีอำนาจในการพิจารณาจ่ายแสตมป์สรรพสามิตตามความจำเป็นและเหมาะสมได้
๒.๕ กรณีสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าที่ได้รับการผ่อนผันให้นำเข้ามาได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต
ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้ชำระภาษีสรรพสามิตสำหรับสุราที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้าหรือมิใช่เพื่อการค้าที่ได้รับการผ่อนผันให้นำเข้ามาได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาต
ยื่นขอรับแสตมป์สรรพสามิตจากเจ้าพนักงานศุลกากร
(๒) ให้สรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรตั้งอยู่ประสานกับเจ้าพนักงานศุลกากร เพื่อจัดส่งแสตมป์สรรพสามิตไปเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากร