法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
57
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. ๒๕๔๖

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) มาตรา ๗๒ และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

บรรดาคดีมรรยาททนายความที่ยังไม่ถึงที่สุดให้ใช้ข้อบังคับนี้ แต่ไม่กระทบถึงการใดๆ ที่ได้ทำไปแล้วก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการสอบสวนคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. ๒๕๓๕ และข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการอุทธรณ์คำสั่งคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. ๒๕๓๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วิธีการพิจารณาใดซึ่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ และข้อบังคับนี้มิได้กำหนดไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับกับการพิจารณาคดีมรรยาททนายความเท่าที่ไม่ขัดต่อระบบไต่สวน

คณะกรรมการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ทนายความที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสอบสวนต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) เป็นทนายความมาแล้วรวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี

(๒) ไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดมรรยาททนายความ หรือถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความตามมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

(๓) ไม่เคยถูกจำหน่ายชื่อออกจากนายทะเบียนทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๔๓ เพราะเหตุขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๕ (๔) (๕) และ (๖)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการมรรยาททนายความจัดให้มีการสอบสวนคดีมรรยาททนายความเป็นรายคดีไป คณะกรรมการสอบสวนที่ได้รับแต่งตั้งต้องทำการสอบสวนเฉพาะคดี นั้น ๆ และพ้นหน้าที่เมื่อคดีถึงที่สุด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรรมการสอบสวนพ้นหน้าที่เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดจากการเป็นทนายความตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

(๔) ถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดมรรยาททนายความและประธานกรรมการมรรยาททนายความมีคำสั่งรับเป็นคำกล่าวหาแล้ว หรือเมื่อปรากฏแก่คณะกรรมการมรรยาททนายความว่ามีพฤติการณ์อันสมควรให้มีการสอบสวนมรรยาททนายความกับกรรมการผู้นั้น

(๕) คณะกรรมการมรรยาททนายความมีมติให้พ้นหน้าที่ด้วยคะแนนเสียงข้างมากของกรรมการมรรยาททนายความที่มาประชุม

(๖) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรรมการสอบสวนอาจถูกคัดค้านได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้กล่าวหา

(๒) เป็นคู่หมั้นหรือคู่สมรสของผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา

(๓) เป็นญาติของผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหาคือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องนับได้เพียงสามชั้น หรือเป็นญาติเกี่ยวพันทางแต่งงานนับได้เพียงสองชั้น

(๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้พิทักษ์หรือผู้แทนหรือตัวแทนของผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา

(๕) เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้างหรือลูกจ้างของผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา

(๖) รู้เห็นเหตุการณ์ในเรื่องที่กล่าวหา

(๗) มีประโยชน์ได้เสียในคดีที่สอบสวน

(๘) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา

(๙) มีเหตุอื่นซึ่งอาจทำให้การสอบสวนเสียความเป็นธรรม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การคัดค้านผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อกรรมการสอบสวนภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือวันทราบเหตุแห่งการคัดค้าน โดยแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านด้วยว่า จะทำให้การสอบสวนไม่ได้ความจริงหรือเสียความเป็นธรรมอย่างไร แต่ทั้งนี้ต้องยื่นคำคัดค้านก่อนการสอบสวนเสร็จสิ้น

ให้ผู้รับคำคัดค้านตามวรรคหนึ่งส่งสำเนาคำคัดค้านด้านดังกล่าวแก่ประธานกรรมการมรรยาททนายความทันที และสำเนารวมไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย

ให้คณะกรรมการสอบสวนงดการสอบสวนเมื่อได้รับคำคัดค้าน จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากประธานกรรมการมรรยาททนายความ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความหรือผู้ที่ประธานกรรมการมรรยาททนายความมอบหมาย เป็นผู้พิจารณาคำคัดค้าน ในการพิจารณาคำคัดค้านดังกล่าว ผู้ถูกคัดค้านอาจทำคำชี้แจงได้ หากเห็นว่า คำคัดค้านมีเหตุผลรับฟังได้ให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการสอบสวน และให้รีบแต่งตั้งกรรมการสอบสวนแทน หากเห็นว่า คำคัดค้านไม่มีเหตุผลพอที่จะรับฟังได้ ให้ยกคำคัดค้านนั้น โดยให้แสดงเหตุผลในการพิจารณาสั่งการดังกล่าวด้วย พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้คัดค้านและคณะกรรมการสอบสวนทราบ คำสั่งเกี่ยวกับคำคัดค้านนี้ ให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่กรรมการสอบสวนเห็นว่า ตนเองหรือกรรมการสอบสวนอื่นมีเหตุอันอาจถูกคัดค้านตามข้อ ๘ ให้กรรมการสอบสวนผู้นั้นรายงานต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความ และให้นำข้อ ๙ และข้อ ๑๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การพ้นหน้าที่กรรมการสอบสวน หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการสอบสวน ไม่กระทบถึงการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คณะกรรมการสอบสวนมีหน้าที่สอบสวนตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับนี้ เพื่อแสวงหาพยานหลักฐานในเรื่องที่กล่าวหาและให้เกิดความเป็นธรรม

คำกล่าวหา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คำกล่าวหาว่า ทนายความประพฤติผิดมรรยาททนายความต้องทำเป็นหนังสือ มีรายละเอียดชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้กล่าวหา ข้อกล่าวหาว่าทนายความคนใดประพฤติผิดมรรยาททนายความอย่างใดและลายมือชื่อผู้กล่าวหาพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานแสดงตนที่ทางราชการออกให้ หรือสำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน หรือหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล และหลักฐานประกอบการพิจารณาความผิดของผู้ถูกกล่าวหา

กรณีได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากศาล พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวนไม่จำต้องแนบเอกสารตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คำกล่าวหาให้ยื่นต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความ ในการนี้อาจยื่นคำกล่าวหาโดยส่งทางไปรษณีย์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความหรือผู้ที่ประธานกรรมการมรรยาททนายความมอบหมาย ทำการตรวจสอบคำกล่าวหา หากเห็นว่าคำกล่าวหามีข้อบกพร่อง หรือมีข้อความที่อ่านไม่เข้าใจหรือผิดหลงอันเห็นได้ชัดว่า เกิดจากความไม่รู้หรือความเลินเล่อ หรือยังขาดรายละเอียดตามข้อบังคับนี้ หรือรายละเอียดยังไม่ชัดแจ้ง ประธานกรรมการมรรยาททนายความหรือผู้ที่ประธานกรรมการมรรยาททนายความมอบหมายอาจมีคำสั่งให้ผู้ยื่นคำกล่าวหา แก้ไขเพิ่มเติมคำกล่าวหาให้ถูกต้องครบถ้วน หรือให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ หากประธานกรรมการมรรยาททนายความหรือผู้ที่ประธานกรรมการมรรยาททนายความมอบหมายเห็นว่า คำกล่าวหาชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับ หรือมีเหตุอันสมควรให้มีการสอบสวนคดีมรรยาททนายความดังกล่าว ก็ให้รับเป็นคำกล่าวหา

หากประธานกรรมการมรรยาททนายความหรือผู้ที่ประธานกรรมการมรรยาททนายความมอบหมายเห็นว่า คำกล่าวหาไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือข้อบังคับ หรือสิทธิกล่าวหาสิ้นสุดลงแล้ว หรือมีเหตุอันไม่สมควรให้มีการสอบสวนคดีมรรยาททนายความก็ให้มีคำสั่งไม่รับคำกล่าวหา โดยให้แจ้งแก่ผู้กล่าวหาทราบโดยเร็วพร้อมแสดงเหตุผลแห่งการไม่รับคำกล่าวหา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อประธานกรรมการมรรยาททนายความหรือผู้ที่ประธานกรรมการมรรยาททนายความมอบหมายมีคำสั่งรับเป็นคำกล่าวหาแล้ว ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความส่งสำเนาคำกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหา พร้อมแจ้งสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาในการยื่นคำแก้ข้อกล่าวหาให้ทราบด้วย

ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรรยาททนายความ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้คณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนที่มีคุณสมบัติตามที่บัญญัติไว้ในหมวด ๑ เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนเพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแห่งคดี และให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดในข้อบังคับนี้และตามที่บัญญัติในพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ ในการนี้ให้คณะกรรมการมรรยาททนายความกำหนดให้กรรมการสอบสวนคนหนึ่งคนใดทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวน และกำหนดจังหวัดอันเป็นที่ตั้งทำการสอบสวนด้วย

ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความแจ้งคำสั่งการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา และคณะกรรมการสอบสวนทราบ

การส่งคำกล่าวหา หรือการแจ้ง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การส่งสำเนาคำกล่าวหา หรือการแจ้งใด ๆ ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งส่งไปยังสำนักงาน หรือภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหาที่จดแจ้งไว้ต่อนายทะเบียนทนายความโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือโดยเจ้าหน้าที่ของสภาทนายความให้ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้ว

ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า ผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้รับสำเนาคำกล่าวหาหรือการแจ้งใด ๆ และคณะกรรมการสอบสวนได้ตรวจสอบภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหาจากหน่วยงานราชการแล้วปรากฏว่า ภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหาได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่ได้จดแจ้งไว้ต่อนายทะเบียนทนายความ ให้ส่งสำเนาคำกล่าวหา หรือการแจ้งใด ๆ ให้แก่ ผู้ถูกกล่าวหา ณ ภูมิลำเนาที่ตรวจสอบได้ดังกล่าว

ในกรณีที่ตรวจสอบจากหน่วยงานราชการแล้ว ไม่พบภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหาให้ประกาศแจ้งคำกล่าวหา หรือการแจ้งใด ๆ ณ สภาทนายความ หรือ ณ ที่ทำการสภาทนายความประจำจังหวัดที่ผู้ถูกกล่าวหาจดแจ้งไว้ต่อนายทะเบียนทนายความ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การส่งสำเนาคำแก้ข้อกล่าวหา การแจ้งใด ๆ ให้แก่ผู้กล่าวหาซึ่งส่งไปยังภูมิลำเนาของผู้กล่าวหาที่แจ้งไว้ในคำกล่าวหาให้ถือว่าเป็นการส่งโดยชอบแล้ว

ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า ผู้กล่าวหายังไม่ได้รับสำเนาคำแก้ข้อกล่าวหา การแจ้งใด ๆ ให้ส่งสำเนาคำแก้ข้อกล่าวหา การแจ้งใด ๆ ให้แก่ผู้กล่าวหาใหม่ ณ ภูมิลำเนาที่ตรวจสอบได้จากหน่วยงานราชการ

ในกรณีที่ตรวจสอบจากหน่วยงานราชการแล้ว ไม่พบภูมิลำเนาของผู้กล่าวหา ให้ประกาศแจ้งคำแก้ข้อกล่าวหา หรือการแจ้งใด ๆ ณ สภาทนายความ หรือ ณ ที่ทำการสภาทนายความประจำจังหวัดที่ผู้กล่าวหาแจ้งภูมิลำเนาไว้ในคำกล่าวหา

การสอบสวน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ทนายความที่ถูกกล่าวหามีสิทธิทำคำแก้ข้อกล่าวหาเป็นหนังสือภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำกล่าวหา หรือภายในกำหนดระยะเวลาซึ่งประธานกรรมการมรรยาททนายความได้ขยายให้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้รับหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนเรียกประชุมคณะกรรมการสอบสวนภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแต่งตั้งเพื่อพิจารณาแนวทางในการสอบสวนและกำหนดวันนัดพร้อมแล้วแจ้งให้ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา และกรรมการสอบสวนที่ไม่ได้มาร่วมประชุมทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในวันนัดพร้อม ให้คณะกรรมการสอบสวนสอบถามผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพยานบุคคลกี่ปาก มีภูมิลำเนาอยู่ที่ใด จะนำพยานดังกล่าวมาพบคณะกรรมการสอบสวนเองหรือต้องให้คณะกรรมการสอบสวนออกหนังสือเรียกให้มามีพยานหลักฐานอื่นใดอีก ต้องให้คณะกรรมการสอบสวนมีหนังสือเรียกพยานหลักฐานดังกล่าวจากผู้ครอบครองพยานหลักฐานดังกล่าวหรือไม่ และคาดว่าจะต้องใช้เวลาทำการสอบสวนกี่วันจึงจะแล้วเสร็จ โดยให้คณะกรรมการสอบสวนกำหนดวันนัดสอบสวนพยานผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาให้ครบถ้วนตามที่ทั้งสองฝ่ายได้แถลงต่อคณะกรรมการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ หากในวัดนัดพร้อม ผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหาทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาพบคณะกรรมการสอบสวนและไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบให้คณะกรรมการสอบสวนกำหนดวันนัดสอบสวนพยานผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาตามที่ปรากฏในสำนวน โดยแจ้งวันนัดสอบสวนให้ฝ่ายที่ไม่มาทราบ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ผู้กล่าวหาและพยานผู้กล่าวหาไม่มาให้ทำการสอบสวนโดยคณะกรรมการสอบสวนได้ให้โอกาสพอสมควรแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งว่าผู้กล่าวหาไม่มีพยานมาให้ทำการสอบสวน และนัดสอบสวนพยานผู้ถูกกล่าวหาแล้วนัดทำความเห็นเสนอคณะกรรมการมรรยาททนายความต่อไป

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาและพยานผู้ถูกกล่าวหาไม่มาให้ทำการสอบสวนโดยคณะกรรมการสอบสวนให้โอกาสพอสมควรแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่มีพยานมาให้สอบสวน และให้กรรมการสอบสวนทำความเห็นเสนอให้คณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ผู้กล่าวหาถึงแก่ความตายก่อนที่จะทำการสอบสวนผู้กล่าวหาแล้วเสร็จ ให้คณะกรรมการสอบสวนรอการสอบสวนไปจนกว่าทายาท ผู้จัดการมรดก ผู้ปกครองทรัพย์มรดก หรือผู้สืบสิทธิของผู้กล่าวหาจะมีคำขอเข้ามาแทนที่ผู้กล่าวหาผู้ถึงแก่ความตาย หรือผู้มีส่วนได้เสียจะมีคำขอเข้ามา โดยมีคำขอเข้ามาเองหรือโดยที่คณะกรรมการสอบสวนมีหนังสือเรียกให้เข้ามาเนื่องจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีคำขอ คำขอเช่นนี้จะต้องยื่นภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้กล่าวหาถึงแก่ความตายหากไม่มีคำขอของบุคคลเช่นว่านั้นภายในกำหนดเวลาหนึ่งปีดังกล่าว ให้คณะกรรมการสอบสวนสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการมรรยาททนายความเพื่อจำหน่ายคดีต่อไป

หากคณะกรรมการมรรยาททนายความเห็นว่ามีพยานบุคคลอื่นที่รู้เห็นข้อเท็จจริงตามคำกล่าวหา จะมีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนนัดสอบสวนพยานบุคคลที่ปรากฎในสำนวนดังกล่าวพร้อมทั้งนัดสอบสวนพยานผู้ถูกกล่าวหาต่อไปโดยไม่จำต้องเรียกทายาทของผู้กล่าวหามารับมรดกความก็ได้

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย ให้คณะกรรมการสอบสวนรวบรวมหลักฐานใบมรณบัตรของผู้ถูกกล่าวหา และเสนอคณะกรรมการมรรยาททนายความเพื่อจำหน่ายคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนไม่จำต้องทำต่อหน้าผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา แต่คณะกรรมการสอบสวนต้องแจ้งวันนัดสอบสวนให้ผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาทราบ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ หากคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า พยานหลักฐานที่ได้สอบสวนมาเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้ว คณะกรรมการสอบสวนมีอำนาจสั่งให้งดการสอบสวนและนัดประชุมคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำความเห็นเสนอคณะกรรมการมรรยาททนายความต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ คณะกรรมการสอบสวนอาจตรวจสอบและแสวงหาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงได้ตามความเหมาะสม ในการนี้ คณะกรรมการสอบสวนจะรับฟังพยานบุคคล พยานเอกสาร พยานผู้เชี่ยวชาญ หรือพยานหลักฐานอื่นนอกเหนือจากพยานหลักฐานของคู่กรณีได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในการสอบสวนคดีมรรยาททนายความให้กรรมการสอบสวนเป็นผู้ซักถามพยาน ผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาจะนำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้าร่วมในการสอบสวนก็ได้ แต่ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา ทนายความและที่ปรึกษาจะซักถามพยานได้เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการสอบสวน โดยการซักถามพยาน ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการสอบสวน

การใดที่ทนายความหรือที่ปรึกษาได้กระทำตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในการสอบสวนพยานบุคคล ให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกพยานเข้ามาในที่สอบสวนคราวละหนึ่งคน ห้ามพยานบุคคลซึ่งยังไม่ได้สอบสวนอยู่ในที่สอบสวน

การสอบสวนพยานบุคคล ให้คณะกรรมการสอบสวนบันทึกถ้อยคำพยาน แล้วอ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง หรือจะให้พยานอ่านเองก็ได้ เมื่อพยานรับว่าถูกต้องแล้วให้พยานผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา และคณะกรรมการสอบสวนที่มาในวันดังกล่าวลงลายมือชื่อไว้

การแก้ไขข้อความที่ได้บันทึกไว้แล้ว ให้ใช้วิธีขีดฆ่าหรือตกเติม และให้คณะกรรมการสอบสวนลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การนำเอกสารหรือวัตถุมาใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนการสอบสวนให้กรรมการสอบสวนบันทึกลำดับเลขหมายของเอกสารหรือวัตถุ และบันทึกแยกเป็นเอกสารหรือวัตถุของผู้กล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหา หรือกรรมการสอบสวน พร้อมทั้งลายมือชื่อกรรมการสอบสวนและวันที่ยื่นเอกสารหรือวัตถุดังกล่าว

เอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานให้ใช้ต้นฉบับ เว้นแต่มีกฎหมายกำหนดให้รับฟังสำเนาได้

ถ้าต้นฉบับเอกสารสูญหาย หรือถูกทำลาย หรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่น จะใช้สำเนาเอกสารหรือพยานบุคคลมาให้สอบสวนก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ พยานเอกสารซึ่งเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นพยานเอกสารดังกล่าวจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทยที่มีผู้แปลรับรองความถูกต้อง

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ผู้กล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหาได้โต้แย้งว่าการสอบสวนไม่ชอบ ด้วยกฎหมายหรือข้อบังคับ ให้คณะกรรมการสอบสวนวินิจฉัยคำโต้แย้งดังกล่าวโดยคณะกรรมการสอบสวนจะมีคำสั่งเพิกถอนการสอบสวนที่มีการโต้แย้งหรือยกคำโต้แย้งดังกล่าวก็ได้โดยให้แสดงเหตุผลการวินิจฉัย และรวมคำโต้แย้งดังกล่าวหรือบันทึกคำโต้แย้งไว้ในรายงานการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในกรณีมีเหตุจำเป็นต้องทำการสอบสวนพยานนอกเขตจังหวัดอันเป็นที่ตั้งที่ทำการสอบสวน ให้คณะกรรมการสอบสวนขออนุมัติต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความเป็นคราว ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในกรณีที่คณะกรรมการสอบสวนเห็นเป็นการสมควรที่ต้องทำการสอบสวนพยานบุคคลนอกเขตจังหวัดอันเป็นที่ตั้งที่ทำการสอบสวน ให้คณะกรรมการสอบสวนแจ้งประธานกรรมการมรรยาททนายความเพื่อให้คณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนในจังหวัดที่จะทำการสอบสวนพยานบุคคลนั้น โดยให้คณะกรรมการสอบสวนรวบรวมสำนวนส่งแก่ประธานกรรมการมรรยาททนายความ เพื่อส่งแก่คณะอนุกรรมการสอบสวนต่อไป

ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการสอบสวน และการสอบสวนในข้อบังคับนี้ ใช้กับการสอบสวน โดยคณะอนุกรรมการสอบสวนด้วย และให้ถือว่าการสอบสวนของคณะอนุกรรมการเป็นการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนด้วย

เมื่อคณะอนุกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนพยานดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งประธานกรรมการมรรยาททนายความเพื่อส่งให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้สภาทนายความจ่ายค่าป่วยการ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าที่พักในการสอบสวนให้แก่คณะกรรมการสอบสวนและคณะอนุกรรมการสอบสวนตามระเบียบของสภาทนายความ หรือตามมติของคณะกรรมการสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้วให้นัดประชุมเพื่อทำความเห็นเสนอคณะกรรมการมรรยาททนายความโดยเร็ว

ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนต้องประกอบด้วย สรุปคำกล่าวหา คำแก้ข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริงจากการสอบสวน โดยแสดงเหตุผลและข้อเสนอในการลงโทษ โดยให้คณะกรรมการสอบสวนที่ร่วมทำความเห็นลงลายมือชื่อไว้

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในการสอบสวนหรือดำเนินการประชุมต้องมีกรรมการสอบสวนเกินกึ่งหนึ่ง จึงเป็นองค์คณะหรือองค์ประชุม แล้วแต่กรณี

ในการทำความเห็น ให้ถือตามเสียงข้างมากของคณะกรรมการสอบสวนที่มาร่วมประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนออกเสียงอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด กรรมการสอบสวนฝ่ายเสียงข้างน้อยจะทำความเห็นแย้งก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในกรณีที่ประธานคณะกรรมการสอบสวน หรือกรรมการสอบสวนคนหนึ่งคนใด ได้ทราบนัดประชุม หรือนัดสอบสวนโดยชอบแล้ว ไม่มาร่วมทำการสอบสวนติดต่อกันสองครั้ง โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้คณะกรรมการสอบสวนทราบ ให้กรรมการสอบสวน หรือประธานคณะกรรมการสอบสวนที่มาปฏิบัติหน้าที่มีหนังสือแจ้งเหตุดังกล่าวให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความทราบ

ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความมีหนังสือให้ประธานคณะกรรมการสอบสวน หรือกรรมการสอบสวนดังกล่าวชี้แจงแสดงเหตุผล หรือขัดข้องที่ไม่มาร่วมการสอบสวนภายในเวลาที่กำหนด เพื่อเสนอคณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ในวันประชุมคณะกรรมการสอบสวน วันนัดสอบสวน หรือวันนัดพิจารณาใด ๆ ให้คณะกรรมการสอบสวนจดบันทึกในรายงานการสอบสวนไว้โดยให้กรรมการสอบสวน ผู้กล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาที่มาร่วมในการประชุม หรือการสอบสวนดังกล่าวลงลายมือชื่อไว้ทุกครั้ง

รายงานการสอบสวนต้องมีรายการต่อไปนี้

(๑) เลขคดี

(๒) ชื่อผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา

(๓) วัน เวลา และสถานที่ที่คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวน

(๔) ข้อความโดยย่อเกี่ยวด้วยเรื่องที่กระทำและรายการข้อสำคัญอื่น ๆ เช่น ข้อแถลงของผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสอบสวน เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ในกรณีที่ผู้ใดไม่อาจกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย หรือข้อบังคับนี้ เพราะมีพฤติการณ์ที่จำเป็นอันมิได้เกิดขึ้นจากความผิดของผู้นั้น ถ้าผู้นั้นมีคำขอต่อประธานกรรมการมรรยาททนายความหรือคณะกรรมการสอบสวน แล้วแต่กรณี อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายในสิบห้าวันนับแต่พฤติการณ์เช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง

การพิจารณาของคณะกรรมการมรรยาททนายความ

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ให้ประธานกรรมการมรรยาททนายความจ่ายสำนวนคดีมรรยาททนายความที่คณะกรรมการสอบสวนได้ทำการสอบสวนและทำความเห็นแล้วให้แก่กรรมการมรรยาททนายความคนหนึ่งคนใดเพื่อทำการตรวจสำนวนและทำความเห็น

เมื่อผู้ตรวจสำนวนทำความเห็นแล้ว ให้นำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการมรรยาททนายความ เพื่อพิจารณาตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการประชุมคณะกรรมการมรรยาททนายความ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในกรณีที่ผู้กล่าวหาได้ยื่นคำร้องขอถอนคำกล่าวหาให้คณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาคำร้องขอถอนคำกล่าวหาเสียก่อนว่าจะอนุญาตหรือไม่

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในกรณีที่คณะกรรมการมรรยาททนายความเห็นว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือข้อเท็จจริงที่ได้จากการสอบสวนยังไม่เพียงพอ หรือมีพยานหลักฐานอื่นที่ต้องทำการสอบสวน คณะกรรมการมรรยาททนายความมีอำนาจเพิกถอนการสอบสวนดังกล่าวและย้อนสำนวนให้คณะกรรมการสอบสวนดำเนินการให้ถูกต้องหรือสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้

หากคณะกรรมการมรรยาททนายความเห็นว่า ข้อเท็จจริงในสำนวนเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้ว ให้คณะกรรมการมรรยาททนายความพิจารณาคดีต่อไป ในการนี้คณะกรรมการมรรยาททนายความอาจมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี ยกคำกล่าวหา หรือลงโทษผู้ถูกกล่าวหาตามรูปคดี

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เมื่อคณะกรรมการมรรยาททนายความมีมติตามข้อ ๔๖ วรรคสองแล้ว ให้ส่งสำนวนพร้อมคำสั่งดังกล่าวให้คณะกรรมการสภาทนายความพิจารณาต่อไป

การพิจารณาของคณะกรรมการสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้นำข้อบังคับ ข้อ ๔๔ ถึง ๔๖ มาใช้บังคับในการพิจารณาคดีมรรยาททนายความของคณะกรรมการสภาทนายความโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เมื่อคณะกรรมการสภาทนายความมีคำสั่งแล้ว ให้นายกสภาทนายความแจ้งคำสั่งพร้อมส่งสำนวนคดีคืนประธานกรรมการมรรยาททนายความ

57 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการพิจารณาคดีมรรยาททนายความ พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ccf8cf0cbcf63a81

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com