法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป

ระบบสถาบันการเงิน

เรื่อง

การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้

และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้

ตามที่คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินได้ดำเนินการขายทรัพย์สินและชำระบัญชีสถาบันการเงินที่ถูกระงับการดำเนินกิจการจำนวน

๕๖ แห่งตามอำนาจ ตามพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐

ตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๔๐

ตามรายชื่อบริษัทในบทนิยามคำว่าสถาบันการเงินในประกาศนี้ ข้อ ๑ นั้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๓) และมาตรา ๑๖ (๓)

แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว

คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินจึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน

๕๖ ราย ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คำนิยามและความหมายในประกาศนี้

เว้นแต่ข้อความจะแสดงไว้เป็นอย่างอื่น

“พ.ร.ก.” หมายความว่า

พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐ และ/หรือ

พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ แล้วแต่กรณี

“ปรส.” หมายความว่า องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

“คณะกรรมการ ปรส.” หมายความว่า

คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการ ปรส. เพื่อการชำระบัญชี

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินจำนวน ๕๖ แห่ง

ที่คณะกรรมการ ปรส. พิจารณาแล้วเห็นว่า

ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้ และได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการแทนสถาบันการเงินดังกล่าวตามมาตรา

๓๐ วรรคแรก แห่งพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐

ตามรายชื่อบริษัทดังต่อไปนี้

๑. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

๒. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ การทุนไทย จำกัด (มหาชน)

๓. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ คันทรี่ จำกัด

๔. บริษัทเงินทุน คาเธ่ย์ทรัสต์ จำกัด

๕. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ คาเธ่ย์ไฟน์แนนซ์ จำกัด (มหาชน)

บริษัทเงินทุน จี ซี เอ็น จำกัด (มหาชน)

๗. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ จี เอฟ จำกัด (มหาชน)

๘. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เจ้าพระยา จำกัด

๙. บริษัทเงินทุน ชาติไพบูลย์ จำกัด

๑๐. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ซิทก้า จำกัด (มหาชน)

๑๑. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ซี แอล สหวิริยา จำกัด

๑๒. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ตะวันออกฟายแน้นซ์ (๑๙๙๑)

จำกัด (มหาชน)

๑๓. บริษัทเงินทุน ทรัพย์ธำรง จำกัด

๑๔. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไทยฟูจิ จำกัด

๑๕. บริษัทเงินทุน ไทยธนากร จำกัด (มหาชน)

๑๖. บริษัทเงินทุน ไทยธำรง จำกัด

๑๗. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไทยเม็กซ์ จำกัด (มหาชน)

๑๘. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไทยรุ่งเรืองทรัสต์ จำกัด

๑๙. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไทย - โอเวอร์ซีทรัสต์ จำกัด

๒๐. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนทรัพย์ จำกัด (มหาชน)

๒๑. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนไทย จำกัด (มหาชน)

๒๒. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนนคร จำกัด (มหาชน)

๒๓. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนพล จำกัด (มหาชน)

๒๔. บริษัทเงินทุน ธนมาศ จำกัด

๒๕. บริษัทเงินทุน ธนสินธุ์ จำกัด

๒๖. บริษัทเงินทุน ธีรชัยทรัสต์ จำกัด

๒๗. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ นครหลวงเครดิต จำกัด (มหาชน)

๒๘. บริษัทเงินทุน นิธิภัทร จำกัด (มหาชน)

๒๙. บริษัทเงินทุน บางกอกเงินทุน จำกัด

๓๐. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ แปซิฟิคไฟแนนซ์ จำกัด (มหาชน)

๓๑. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ พารา จำกัด (มหาชน)

๓๒. บริษัทเงินทุน พรีเมียร์ จำกัด

๓๓. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ พูลพิพัฒน์ จำกัด (มหาชน)

๓๔. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มหาธนกิจ จำกัด (มหาชน)

๓๕. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ มหานครทรัสต์ จำกัด (มหาชน)

๓๖. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เมืองทองทรัสต์ จำกัด

๓๗. บริษัทเงินทุน ยูเนี่ยนไฟแนนซ์ จำกัด (มหาชน)

๓๘. บริษัทเงินทุน ยูไนเต็ด จำกัด (มหาชน)

๓๙. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ รอยัลอินเตอร์เนชั่นแนลไฟแนนซ์

จำกัด

๔๐. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ลีลาธนกิจ จำกัด

๔๑. บริษัทบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ วอลล์สตรีท จำกัด

(มหาชน)

๔๒. บริษัทเงินทุน ศรีธนา จำกัด (มหาชน)

๔๓. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ศรีนคร จำกัด

๔๔.บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ศรีมิตร จำกัด (มหาชน)

๔๕. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามซิตี้ซินดิเคท จำกัด

(มหาชน)

๔๖. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สยามพาณิชย์ทรัสต์ จำกัด

๔๗. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ สหธนกิจไทย จำกัด (มหาชน)

๔๘. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ อินเตอร์เครดิตแอนด์ทรัสต์

จำกัด

๔๙. บริษัทเงินทุน เอกธนกิจ จำกัด (มหาชน)

๕๐. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอกธนา จำกัด (มหาชน)

๕๑. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอกพัฒน์ จำกัด (มหาชน)

๕๒. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอกสิน จำกัด (มหาชน)

๕๓. บริษัทเงินทุน เอเชียธนกิจ จำกัด (มหาชน)

๕๔. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอส ซี เอฟ จำกัด (มหาชน)

๕๕. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ เอ็ม ซี ซี จำกัด (มหาชน)

๕๖. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไอ ที เอฟ จำกัด (มหาชน)

“คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐” หมายความว่า คณะกรรมการที่คณะกรรมการ

ปรส. ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐

“ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐” หมายความว่า ประธานของคณะกรรมการตามมาตรา

๓๐

“เจ้าหนี้มีประกัน” หมายความว่า

เจ้าหนี้ผู้มีสิทธิเหนือทรัพย์สินของสถาบันการเงินในทางจำนอง จำนำ

หรือสิทธิยึดหน่วง หรือเจ้าหนี้ผู้มีบุริมสิทธิที่บังคับได้ทำนองเดียวกับผู้รับจำนำ

“เจ้าหนี้ด้อยสิทธิ” หมายความว่า

เจ้าหนี้ของสถาบันการเงินที่มีกฎหมายหรือข้อตกลงในมูลหนี้กำหนดสิทธิในการรับชำระหนี้ไว้ด้อยกว่าสิทธิของเจ้าหนี้อื่น

“เจ้าหนี้สามัญ” หมายความว่า

เจ้าหนี้ของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่เจ้าหนี้มีประกันและไม่ใช่เจ้าหนี้ด้อยสิทธิ

และให้รวมถึงเจ้าหนี้มีประกันที่ยอมสละหลักประกันแล้วขอรับชำระหนี้เต็มจำนวน

หรือที่บังคับหลักประกันแล้ว และขอรับชำระหนี้สำหรับจำนวนที่ขาดอยู่ หรือได้ขายทรัพย์ที่เป็นหลักประกันตามวิธีการที่

ปรส. กำหนดแล้วขอรับชำระหนี้ในส่วนที่ขาดอยู่ ยกเว้นเจ้าหนี้มีประกันซึ่งตามกฎหมายแล้วสถาบันการเงินลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าราคาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ วันที่และเวลาที่อ้างถึงในประกาศฉบับนี้

หมายถึงวันที่และเวลาตามมาตรฐานสากลที่ใช้สำหรับประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การยื่นคำขอรับชำระหนี้

๓.๑

เจ้าหนี้ที่ประสงค์จะขอรับชำระหนี้ต้องยื่นความประสงค์เป็นคำขอรับชำระหนี้ต่อคณะกรรมการตามมาตรา

๓๐ ของสถาบันการเงินที่ตนเป็นเจ้าหนี้ภายในกำหนดเวลา ๓ (สาม) เดือน นับแต่วันที่ ๑

มีนาคม ๒๕๔๒ ตามข้อกำหนดหลักเกณฑ์และแบบที่คณะกรรมการ ปรส. กำหนด

๓.๒

เจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามประกาศนี้จะต้องตกลงให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบที่คณะกรรมการ

ปรส. กำหนด มิฉะนั้นคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐

มีสิทธิที่จะไม่พิจารณาคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ผู้นั้น ทั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการ ปรส. จะได้ดำเนินการจัดสรรเงินตามข้อ

๘ เพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ของสถาบันการเงินตาม พ.ร.ก. และตามประกาศฉบับนี้ได้

โดยความยินยอมดังกล่าวจะมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

๓.๒.๑

การยินยอมที่จะไม่ฟ้องสถาบันการเงินเป็นจำเลยในคดีแพ่ง หรือคดีล้มละลาย

หรือคดีแรงงาน หรือคดีภาษีอากร หรือบังคับคดีแก่สถาบันการเงิน รวมทั้งจะไม่เสนอข้อพิพาทที่สถาบันการเงินนั้น

ๆ จะต้องรับผิด หรือชดใช้ค่าเสียหาย ต่ออนุญาโตตุลาการในระหว่างเวลาตั้งแต่ยื่นขอรับชำระหนี้ตามประกาศนี้

จนถึงเมื่อผลการจัดสรรเงินครั้งแรกเป็นที่สุดเพื่อที่ ปรส.

จะได้ดำเนินการจัดสรรเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินชำระคืนแก่เจ้าหนี้และหากได้ฟ้องสถาบันการเงินเป็นจำเลยอยู่แล้ว

หรืออยู่ในระหว่างการบังคับคดี หรือได้มีการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการแล้วจะดำเนินการถอนฟ้อง

หรือถอนการบังคับคดี หรือถอนการดำเนินการในชั้นอนุญาโตตุลาการ แล้วแต่กรณี

โดยทันที มิฉะนั้น ให้ถือว่าเจ้าหนี้นั้นตกลงยินยอมสละสิทธิการขอรับชำระหนี้ตามประกาศนี้

๓.๒.๒ การยินยอมรับหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรเงินคืนแก่บรรดาเจ้าหนี้ของสถาบันการเงิน

รวมทั้งยินยอมรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการจัดลำดับชั้นของเจ้าหนี้ตามประกาศนี้

รวมทั้งการกันเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินของสถาบันการเงินไว้บางส่วนเพื่อนำมาจัดสรรให้แก่เจ้าหนี้ของสถาบันการเงินในภายหลัง

ตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่ปรากฏในประกาศนี้ทุกประการ

๓.๒.๓ การยินยอมให้เจ้าหนี้รายอื่น ๆ

ของสถาบันการเงินที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามประกาศนี้สามารถตรวจสอบคำขอรับชำระหนี้และเอกสารประกอบหนี้ได้

๓.๒.๔

หลังจากที่เจ้าหนี้ของสถาบันการเงินได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามประกาศนี้

จนถึงเมื่อผลการจัดสรรเงินครั้งแรกเป็นที่สุด เจ้าหนี้จะไม่ถอนคำขอรับชำระหนี้ตามประกาศนี้

ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้ เพื่อที่

ปรส. จะได้สามารถดำเนินการเพื่อการคำนวณยอดหนี้ของเจ้าหนี้ของสถาบันการเงินได้โดยไม่ติดขัด

๓.๒.๕ การยินยอมให้คณะกรรมการ ปรส. และ/หรือคณะกรรมการตามมาตรา

๓๐ เปิดเผยจำนวนหนี้ที่คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ วินิจฉัยให้เป็นจำนวนหนี้ที่พึงขอรับชำระได้

และสัดส่วนที่จะได้รับชำระหนี้จากการจัดสรรเงินตามข้อ ๘

๓.๓

สถาบันการเงินต้องแจ้งกำหนดการยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามข้อ ๓.๑ พร้อมแจกจ่ายแบบคำขอรับชำระหนี้และเอกสารที่จำเป็นอื่น

ๆ ให้แก่เจ้าหนี้ที่ปรากฏรายชื่อตามทะเบียนของสถาบันการเงินนั้น ๆ

และประกาศโฆษณากำหนดดังกล่าวในหนังสือพิมพ์รายวันทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษอย่างน้อยอย่างละ

๑ (หนึ่ง) ฉบับ รวมทั้งติดประกาศดังกล่าว ณ

สถานที่ทำการของสถาบันการเงินและผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ก่อนวันที่กำหนดให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามข้อ

๓.๑

๓.๔ เจ้าหนี้ต่างประเทศที่มีภูมิลำเนานอกราชอาณาจักร

๓.๔.๑

เจ้าหนี้ต่างประเทศที่เป็นนิติบุคคลต้องได้รับการรับรองฐานะนิติบุคคลและผู้ลงลายมือชื่อซึ่งเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทน

โดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย ณ ประเทศนั้น ในกรณีที่ไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย ณ

ประเทศนั้น ให้โนตารีพับลิค หรือแมจิสเตรท หรือบุคคลอื่นซึ่งกฎหมายแห่งท้องถิ่นให้อำนาจไว้

เป็นผู้รับรองโดยแนบเอกสารจากทางราชการของประเทศนั้นรับรองว่าโนตารีพับลิคหรือแมจิสเตรทหรือบุคคลอื่นดังกล่าวเป็นผู้มีอำนาจในการรับรองฐานะนิติบุคคลประกอบ

๓.๔.๒ เจ้าหนี้ต่างประเทศต้องแถลงว่า

ตนได้รับหรือมีสิทธิที่จะได้รับทรัพย์สินหรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่เป็นลูกหนี้รายเดียวกันนอกราชอาณาจักรเป็นจำนวนเท่าใดหรือไม่

และถ้ามีตนยอมส่งทรัพย์สินหรือส่วนแบ่งจากทรัพย์สินของสถาบันการเงินดังกล่าวนั้นแล้วนำมารวมในกองทรัพย์สินของสถาบันการเงินนั้นในราชอาณาจักร

ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๒ (สอง)

เดือนนับจากวันที่รับทราบผลการวินิจฉัยคำขอรับชำระหนี้ หากไม่สามารถส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวภายในกำหนดเวลา

ให้ถือว่าเจ้าหนี้ผู้นั้นไม่ประสงค์จะขอรับชำระหนี้ตามประกาศนี้

๓.๕

นอกเหนือจากที่เจ้าหนี้มีประกันสามารถรับชำระหนี้ได้ตามวิธีการที่กฎหมายกำหนด

เจ้าหนี้มีประกันอาจเลือกขอรับชำระหนี้ได้โดยยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามวิธีการที่ระบุไว้ในประกาศนี้พร้อมกับแสดงรายละเอียดของทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน

รวมทั้งตกลงยินยอมให้คณะกรรมการ ปรส.

ตรวจและขายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันนั้นได้ตามที่คณะกรรมการ ปรส.

กำหนดโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก. โดยปลอดภาระผูกพัน และนำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันดังกล่าวหลังจากหักค่าใช้จ่ายใด

ๆ ในการขายและค่าธรรมเนียมของ ปรส. ตาม พ.ร.ก. แล้ว ชำระให้แก่เจ้าหนี้ผู้นั้น

หากมีเงินเหลือหลังจากชำระหนี้ ให้นำเงินส่วนที่เหลือรวมเข้ากับกองทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่เป็นลูกหนี้

หากเงินที่ได้จากการขายไม่พอชำระหนี้

เจ้าหนี้ผู้นั้นจะได้รับชำระส่วนที่ยังขาดอยู่ตามส่วนแบ่งจากการจัดสรรเงินตามข้อ ๘

จากกองทรัพย์สินของสถาบันการเงินลูกหนี้ต่อไปได้ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ

ยกเว้นกรณีที่ตามกฎหมายแล้ว

สถาบันการเงินลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าราคาทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน

๓.๖ ลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำประกัน หรือผู้ค้ำประกันร่วม

อาจขอรับชำระหนี้ได้สำหรับจำนวนที่ตนอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยในภายหน้าได้

เว้นแต่เจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิขอรับชำระไว้เต็มจำนวนแล้ว

๓.๗ หนี้ที่กำหนดไว้เป็นเงินตราต่างประเทศนั้น

ให้คิดเป็นเงินตราไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทยเฉลี่ย ๗

(เจ็ด) วันทำการก่อน ๓ (สาม) วันทำการก่อนวันแจ้งผลการจัดสรรเงิน

๓.๘

เจ้าหนี้ที่ประสงค์จะขอรับชำระหนี้ตามประกาศนี้อาจมอบหมายหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการตามกระบวนการตามประกาศนี้แทนตนเองได้จนเสร็จการ

การใดที่ผู้รับมอบหมายหรือผู้รับมอบอำนาจได้กระทำให้ถือว่าเจ้าหนี้ผู้นั้นได้กระทำด้วยตนเอง

อนึ่ง ปรส. และสถาบันการเงินตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องจะไม่รับผิดชอบใด ๆ

ทั้งสิ้นต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของผู้รับมอบหมายหรือผู้รับมอบอำนาจดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หนี้ที่สามารถขอรับชำระได้ มีดังนี้

๔.๑ หนี้ที่มูลแห่งหนี้ได้เกิดขึ้นก่อนวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๔๐

๔.๒ หนี้ที่เกิดขึ้นโดยได้รับความยินยอม

หรือให้สัตยาบันโดยประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

หรือผู้รับมอบอำนาจของประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ ของสถาบันการเงินนั้น ทั้งนี้

ให้หมายความรวมถึงหนี้ตามโครงการรับแลกเปลี่ยนตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

กรุงไทยธนกิจ จำกัด (มหาชน) ตามโครงการรับแลกเปลี่ยนบัตรเงินฝากของธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) และกองทุนเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

๔.๓ เจ้าหนี้ค้ำประกัน เจ้าหนี้อาวัล

หรือเจ้าหนี้ในลักษณะทำนองเดียวกัน

ซึ่งสิทธิเรียกร้องเกิดขึ้นหลังจากระยะเวลาตามข้อ ๔.๑ ก็อาจขอรับชำระหนี้ได้

ถ้ามูลหนี้ประธานเกิดขึ้นก่อนระยะเวลาตามข้อ ๔.๑

หรือหนี้ที่มูลหนี้ประธานเกิดขึ้นหลังจากนั้น โดยได้รับความยินยอมหรือให้สัตยาบันโดยประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ หรือผู้รับมอบอำนาจของประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ ของสถาบันการเงินนั้น

และเป็นมูลหนี้ที่ไม่ต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้

๔.๔

ต้องไม่ใช่หนี้ที่เกิดขึ้นโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

หรือหนี้ที่จะฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้

เว้นแต่กรณีหนี้ที่เกิดขึ้นโดยสุจริตซึ่งขาดอายุความในวันที่หรือหลังจากระยะเวลาตามข้อ

๔.๑ และเจ้าหนี้ได้ดำเนินการตามสมควรเพื่อรักษาสิทธิของตนแล้วและคณะกรรมการ ปรส.

เห็นสมควรให้มีสิทธิรับชำระหนี้

๔.๕

ต้องไม่ใช่หนี้ที่เจ้าหนี้ยินยอมให้สถาบันการเงินก่อให้เกิดขึ้นโดยต้องห้ามตามคำสั่งกระทรวงการคลัง

เรื่อง การสั่งระงับการดำเนินกิจการของบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์

ลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๐ และ ๕ สิงหาคม ๒๔๔๐

๔.๖

หนี้ที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระภายในกำหนดเวลาที่ขอรับชำระหนี้ได้ตามประกาศฉบับนี้

ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่ขอรับชำระได้

ทั้งนี้ ให้ถือเสมือนว่าหนี้ดังกล่าวครบกำหนดชำระในวันที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้

ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ปรส. จะกำหนด

๔.๗ บรรดาค่าใช้จ่ายต่างในการติดตาม ทวงถาม หรือดำเนินการใด

ๆ ให้สถาบันการเงินชำระหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากระยะเวลาตามข้อ ๔.๑

รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ ไม่ถือว่าเป็นหนี้ที่ขอรับชำระได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การพิจารณาคำขอรับชำระหนี้

๕.๑ คณะกรรมการ ปรส. คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ คณะอนุกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่

ปรส. ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจในการตรวจสอบคำขอรับชำระหนี้ การตรวจสอบคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายใดรายหนึ่ง

คณะกรรมการ ปรส. คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ หรือคณะอนุกรรมการอาจเรียกให้เจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้นั้นหรือบุคคลอื่นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ

และ/หรือส่งมอบพยานหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ดังกล่าวได้ เจ้าหนี้ที่ฝ่าฝืนไม่ให้ถ้อยคำ

และ/หรือ ไม่นำส่งพยานหลักฐานตามที่คณะกรรมการ ปรส. คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐

หรือคณะอนุกรรมการเรียกไปนั้นถือว่าไม่ประสงค์จะใช้ประโยชน์จากถ้อยคำ

และ/หรือพยานหลักฐานนั้น

เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงได้และได้แจ้งเหตุนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ

ปรส. คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ หรือคณะอนุกรรมการ แล้วแต่กรณี ล่วงหน้าก่อนเวลานัด

อย่างไรก็ดีการเลื่อนเช่นว่านี้กระทำได้ไม่เกิน ๒ (สอง) ครั้ง

แต่ละครั้งห่างกันไม่น้อยกว่า ๕ (ห้า) วันทำการ ทั้งนี้ การเลื่อนระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่เกิน

๑ (หนึ่ง) เดือนนับจากวันนัดให้ถ้อยคำ/ส่งมอบพยานหลักฐานครั้งแรก

๕.๒[๑]

คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้อย่างไรหรือไม่

โดยเจ้าหนี้มีสิทธิอุทธรณ์ผลการพิจารณาวินิจฉัยนี้ได้ ตามความในข้อ ๖.๑

๕.๓ เจ้าหนี้ที่ยื่นขอรับชำระหนี้แล้ว

มีสิทธิขอตรวจสอบคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ

ปรส. หรือ คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ หรือคณะอนุกรรมการกำหนด

โดยทำเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ ของสถาบันการเงินที่ตนเป็นเจ้าหนี้ภายใน

๑๕ (สิบห้า) วันนับแต่วันครบกำหนดการยื่นคำขอรับชำระหนี้ โดยจะได้รับอนุญาตให้มีเวลาในการตรวจสอบดังกล่าวไม่เกิน

๑๐ (สิบ) วัน

๕.๔

เจ้าหนี้ที่ประสงค์จะคัดค้านคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นต้องทำคำคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษร

ชี้แจ้งสภาพและเหตุผลแห่งคำคัดค้านเสนอต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐

ของสถาบันการเงินภายใน ๑๐ (สิบ) วันนับจากวันสุดท้ายที่ตนได้รับอนุญาตให้ตรวจคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นได้

ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ ของสถาบันการเงินทำการตรวจสอบคำคัดค้านและทำความเห็นเพื่อเสนอให้คณะกรรมการ

ปรส. พิจารณาคำคัดค้านดังกล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ปรส. มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดคำคัดค้านโดยให้ยกคำคัดค้านและอนุญาตให้ขอรับชำระหนี้ได้เต็มตามสัดส่วนแห่งหนี้ที่ได้ยื่นขอรับชำระ

หรืออนุญาตให้ขอรับชำระหนี้ได้บางส่วนหรือไม่อนุญาตให้ขอรับชำระหนี้

โดยวินิจฉัยของคณะกรรมการ ปรส. นี้ให้ถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การประชุมเจ้าหนี้

๖.๑[๒]

คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ หรือ ปรส. จะแจ้งผลการพิจารณาวินิจฉัยหนี้แก่เจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้

และจะเรียกเจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้และได้รับการวินิจฉัยให้ได้รับชำระหนี้ ให้มาประชุมเพื่อรับทราบผลการจัดสรรเงินเพื่อการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามลำดับและสัดส่วนแห่งหนี้ตามประกาศนี้ ทั้งนี้ คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ หรือ ปรส. จะส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาวินิจฉัยหนี้พร้อมกับสรุปวิธีการและผลการจัดสรรเงิน

รวมทั้งแจ้งวันเวลาและสถานที่ประชุมให้เจ้าหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒๕ (ยี่สิบห้า)

วัน ก่อนวันประชุม ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและ/หรือบริการส่งเอกสารและพัสดุภัณฑ์อื่น

อนึ่ง เจ้าหนี้ที่ไม่เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ให้ถือว่าทราบผลการจัดสรรเงินเพื่อการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามลำดับและสัดส่วนแห่งหนี้ตามประกาศนี้แล้ว

การอุทธรณ์ผลการพิจารณาวินิจฉัยหนี้และ/หรือการโต้แย้งผลการจัดสรรเงินที่ได้แจ้งให้ทราบตามหนังสือแจ้งประชุมตามวรรคแรก

ให้กระทำได้ภายใน ๑๕ (สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยทำเป็นหนังสือเสนอต่อคณะกรรมการ

ปรส. คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ปรส. ให้ถือเป็นที่สุด หากเจ้าหนี้ใดไม่อุทธรณ์ผลการพิจารณาวินิจฉัยหนี้และ/หรือโต้แย้งผลการจัดสรรเงินภายในระยะเวลาดังกล่าว

ให้ถือว่าเจ้าหนี้นั้นไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ และยินยอมให้คณะกรรมการ ปรส. หรือ

คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ ชำระหนี้ตามผลการพิจารณาวินิจฉัยหนี้และผลการจัดสรรเงินนั้นได้

ถ้าไม่มีผู้ใดอุทธรณ์ผลการพิจารณาวินิจฉัยหนี้และ/หรือโต้แย้งผลการจัดสรรเงินของสถาบันการเงินภายในกำหนดเวลาตามวรรคก่อน

ให้ถือว่าผลการพิจารณาวินิจฉัยหนี้และ/หรือผลการจัดสรรเงินของสถาบันการเงินนั้นถูกต้องและเป็นที่สุด

๖.๒ ให้ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ เป็นประธานในที่ประชุม

๖.๓[๓]

ในกรณีที่ครบกำหนดเวลาการอุทธรณ์ผลการพิจารณาวินิจฉัยหนี้ และ/หรือ การโต้แย้งผลการจัดสรรเงินคืน

ตามข้อ ๖.๑ แล้ว ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใดยื่นคำอุทธรณ์หรือคำโต้แย้ง หรือผลการพิจารณาวินิจฉัยคำอุทธรณ์หรือคำโต้แย้งนั้นไม่มีผลกระทบต่อยอดหนี้ของเจ้าหนี้

หรือ คำอุทธรณ์หรือคำโต้แย้งนั้นไม่มีผลกระทบต่อสัดส่วนการจัดสรรเงินคืนเจ้าหนี้ของสถาบันการเงินนั้นโดยรวม

ปรส. สามารถเปลี่ยนแปลงวัน เวลา สถานที่ประชุมตามที่ได้แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบตามที่กำหนดในข้อ

๖.๑ ได้ ทั้งนี้ การแจ้งดังกล่าว ปรส.

จะแจ้งวัน เวลา และสถานที่ประชุมที่ได้เปลี่ยนแปลงใหม่ให้เจ้าหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า

๑๕ (สิบห้า) วันก่อนวันประชุม ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ และ/หรือ บริการส่งเอกสาร

และพัสดุภัณฑ์อื่น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การจัดสรรเงินตามข้อ ๘

ที่ได้จากการขายทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้คืนให้แก่เจ้าหนี้เป็นไปตามลำดับชั้นการชำระหนี้ดังนี้

๗.๑

เจ้าหนี้ในหนี้ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกันของเจ้าหนี้เนื่องจากการดำเนินการตามปกติเพื่อการชำระบัญชีสถาบันการเงินที่ประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ ได้อนุมัติแล้ว เช่น ค่าธรรมเนียมศาล ค่าดำเนินการของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐

ผู้จัดการเฉพาะกิจและที่ปรึกษาเฉพาะกิจ

ค่าตอบแทนค่าใช้จ่ายและค่าบริการให้คำปรึกษาของที่ปรึกษา รวมทั้งค่าวิชาชีพทนายความและผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการ

ปรส. หรือคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ เป็นต้น

๗.๒

เจ้าหนี้ในหนี้ค่าภาษีอากรและค่าจ้างแรงงานตามกฎหมายแรงงานที่สถาบันการเงินค้างชำระ

๗.๓ เจ้าหนี้สามัญ

๗.๔ เจ้าหนี้ด้อยสิทธิ

หากมีเงินเหลือจากการชำระคืนให้แก่เจ้าหนี้ตามวรรคก่อน

เงินส่วนที่เหลือดังกล่าวจะจัดสรรคืนแก่ผู้ถือหุ้นต่อไป

นอกจากนี้ เจ้าหนี้มีประกันสามารถได้รับชำระหนี้ตามข้อ ๓.๕

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจัดสรรเงิน

๘.๑

การจัดสรรเงินชำระคืนแก่เจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามประกาศฉบับนี้จะชำระคืนในสกุลเงินบาท

๘.๒ คณะกรรมการ ปรส. หรือ คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ จะพิจารณาจัดสรรเงินเพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามลำดับและสัดส่วนแห่งหนี้ตามประกาศนี้

อนึ่ง การชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ตามผลการจัดสรรเงินจะดำเนินการภายหลังจากวันที่ประชุมเจ้าหนี้ตามข้อ

๖ โดยไม่ชักช้า

วรรคสอง[๔] (ยกเลิก)

๘.๓ กรณีเจ้าหนี้ที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามประกาศฉบับนี้หรือเจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้แต่ไม่ประสงค์จะรับชำระหนี้ตามลำดับและสัดส่วนแห่งหนี้ที่คณะกรรมการ

ปรส. หรือคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐ พิจารณาจัดสรรให้ตามประกาศฉบับนี้ คณะกรรมการ ปรส.

จะกันเงินตามสัดส่วนแห่งหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เหล่านี้ เพื่อที่จะได้ไปขอรับชำระหนี้ในภายหลังตามขั้นตอนที่คณะกรรมการ

ปรส.จะกำหนดต่อไป หรือทำการจัดสรรใช้เงินอีกครั้งตามที่คณะกรรมการ ปรส. เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ความในประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามปกติของสถาบันการเงิน

เช่น ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ค่าภาษี ค่าจ้างแรงงาน ค่าตอบแทน และค่าธรรมเนียมในการประมูลขายทรัพย์สินเพื่อการชำระบัญชี

เป็นต้น ซึ่งสถาบันการเงินต้องชำระตามปกติอยู่แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

กรณีใดที่มิได้ระบุไว้ในประกาศนี้หรือการใดที่ไม่อาจดำเนินการตามประกาศนี้ได้

ให้เสนอต่อคณะกรรมการ ปรส. เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณีไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๕]

ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๒

อมเรศ ศิลาอ่อน

ประธานกรรมการ

องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

เรื่อง การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้

(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)[๖]

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

เรื่อง การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้

(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๒)[๗]

พัสสน/ผู้จัดทำ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

[๑] ข้อ ๕.๒

แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้

(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

[๒] ข้อ ๖.๑

แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้

(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

[๓] ข้อ ๖.๓

เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้

(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๒)

[๔] ข้อ ๘.๒ วรรคสอง

ยกเลิกโดยประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้

(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

[๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๑๑ ง/หน้า ๑๗/๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒

[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๑๑๗/ตอนพิเศษ ๗๒ ง/หน้า ๓๘/๒๔ กรกฎาคม ๒๕๔๓

[๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๑๑๘/ตอนพิเศษ ๕๙ ง/หน้า ๔๘/๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๔

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง การขอรับชำระหนี้สำหรับเจ้าหนี้และการจัดสรรเงินจากการขายทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cd14a5f2a85d0dff

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com