法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงแรงงาน

ประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๒๕ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. ๒๕๕๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน ลงวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

“องค์กรเอกชน” หมายความว่า ชมรม กลุ่ม สมาคม มูลนิธิ หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นทั้งที่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นนิติบุคคล องค์กรสาธารณประโยชน์ที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรับงานไปทำที่บ้านอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

“คณะกรรมการสรรหา” หมายความว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒]

ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง ประกอบด้วย

(๑) อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นประธาน

(๒) ผู้อำนวยการกองคุ้มครองแรงงานนอกระบบ เป็นกรรมการ

(๓) ผู้แทนฝ่ายผู้จ้างงาน ผู้แทนฝ่ายผู้รับงานไปทำที่บ้าน และผู้แทนฝ่ายนักวิชาการที่มีความรู้เกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน ฝ่ายละสองคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง เป็นกรรมการ

(๔) ข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการแรงงานระดับปฏิบัติการขึ้นไป กองคุ้มครองแรงงานนอกระบบเป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการสรรหามีหน้าที่ในการสรรหาและพิจารณาคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

บุคคลผู้ทำหน้าที่คณะกรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีประกาศให้องค์กรเอกชนเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

การเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งให้เสนอชื่อองค์กรละไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินหกคน ทั้งนี้ ให้มีทั้งหญิงและชาย

เมื่อครบระยะเวลาในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามที่อธิบดีกำหนด หากปรากฏว่าไม่มีการเสนอชื่อบุคคล หรือเสนอชื่อบุคคลไม่ครบจำนวนสามคน หรือครบจำนวนสามคนแต่ไม่มีตัวแทนจากองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เป็นนิติบุคคล เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาดำเนินการคัดเลือกบุคคลจากองค์กรเอกชนที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖ เพื่อให้ได้บุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสามคน โดยให้มีทั้งหญิงและชาย ในจำนวนนี้ให้มีตัวแทนจากองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เป็นนิติบุคคลอย่างน้อยหนึ่งคน

องค์กรเอกชนที่ประสงค์จะเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกตามวรรคหนึ่ง ต้องยื่นแบบเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน พร้อมแบบประวัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน ตามแบบท้ายประกาศนี้ ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ทุกพื้นที่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ องค์กรเอกชนที่มีสิทธิเสนอชื่อบุคคลตามข้อ ๔ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) มีที่ตั้งสำนักงานและรายชื่อกรรมการหรือคณะผู้ดำเนินการที่ชัดเจน

(๒) มีผลการดำเนินการ เอกสาร ภาพถ่ายหรือหลักฐานอื่น ๆ ที่แสดงถึงกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการรับงานไปทำที่บ้าน

(๓) มีหลักฐานการเป็นนิติบุคคล กรณีที่ไม่ได้เป็นนิติบุคคลต้องมีหน่วยงานราชการออกหนังสือรับรองการมีอยู่ขององค์กรเอกชน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน รวมทั้งบุคคลตามข้อ ๔ วรรคสาม ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์

(๓) มีความเชี่ยวชาญโดยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้านไม่น้อยกว่าสามปี

(๔) ไม่เป็นบุคคลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ออกจากการเป็นกรรมการในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้านเพราะขาดประชุมสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่อง หรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ เว้นแต่พ้นระยะเวลาการให้ออกมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

(๕) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๖) ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ

(๗) ไม่เป็นข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๘) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้อธิบดีตรวจสอบหลักเกณฑ์ขององค์กรเอกชนผู้เสนอชื่อตามข้อ ๕ และคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๖ และประกาศรายชื่อองค์กรเอกชนและบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนโดยเปิดเผยก่อนวันสรรหาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

องค์กรเอกชนและบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งไม่ได้รับการประกาศรายชื่อตามวรรคหนึ่งมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงแรงงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศ และให้ปลัดกระทรวงแรงงานพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับเรื่องอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของปลัดกระทรวงแรงงานให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๗ เพื่อให้ได้บุคคลที่จะเสนอชื่อเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่เกินสามคนโดยให้มีทั้งหญิงและชาย ในจำนวนนี้ให้มีตัวแทนจากองค์กรสาธารณประโยชน์ที่เป็นนิติบุคคลอย่างน้อยหนึ่งคน

การคัดเลือกบุคคลตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการสรรหากำหนด

ให้ประธานคณะกรรมการสรรหาเสนอรายชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบประวัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

๒. แบบเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐[๓]

วริญา/จัดทำ

๗ เมษายน ๒๕๖๐

ปริญสินีย์/ตรวจ

๒๔ เมษายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๙๑ ง/หน้า ๒๒/๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖

[๒] ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๘๔ ง/หน้า ๑/๒๐ มีนาคม ๒๕๖๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองการรับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d15dbfa8cb3577eb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com