法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑

ตามที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๙

บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

และประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ข้อ ๔ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

จึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

“หน่วยงาน” หมายความว่า

สำนัก/สำนักงาน/กอง/กลุ่มงานหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

“ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่ง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้ให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

มีอำนาจวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๒] ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ประกอบด้วย รองผู้อํานวยการสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ผู้อํานวยการ สํานักเลขาธิการมหาเถรสมาคม

ผู้อํานวยการกองพุทธศาสนศึกษา ผู้อํานวยการกองพุทธศาสนสถาน

ผู้อํานวยการสํานักงานพุทธมณฑล ผู้อํานวยการสํานักงานศาสนสมบัติ

ผู้อํานวยการกองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ผู้อํานวยการกลุ่มตรวจสอบภายใน

ผู้อํานวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

ผู้อํานวยการกลุ่มป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

ผู้อํานวยการกลุ่มส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรม เป็นกรรมการ

ให้เลขานุการกรม เป็นกรรมการและเลขานุการ

ผู้อํานวยการกลุ่มรับเรื่องราวร้องทุกข์และประสานราชการ

ผู้อํานวยการกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้อํานวยการกลุ่มนิติการ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

เจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และประสานราชการ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำกับดูแล ให้คำแนะนำ

และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินงานของหน่วยงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ และตามมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

(๒) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการให้ประชาชนตรวจดูข้อมูลข่าวสาร เช่น

แบบคำขอตรวจข้อมูลข่าวสาร คำขอคัดถ่ายสำเนาเอกสาร

หลักเกณฑ์การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองโดยให้คำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยประกอบด้วย

(๓) วินิจฉัย เรื่องร้องเรียน ร้องขอ หรืออุทธรณ์

เกี่ยวกับเรื่องข้อมูลข่าวสารของสำนักงานและเสนอผลพิจารณาตัดสิน ข้อร้องเรียน

ร้องขอ หรืออุทธรณ์ดังกล่าวให้ผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งการ

(๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน

เพื่อพิจารณาและหรือเสนอความเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

หรือมอบหมายให้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

(๕) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผย

ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย และข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของราชการ

(๖) กำหนดประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่สำนักงาน

หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๗) เชิญบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูลข่าวสาร มาสอบถาม ชี้แจงเกี่ยวกับ

การขอ หรืออนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ข้อมูลข่าวสาร การแนะนำการปฏิบัติตามกฎหมาย

(๘) ดำเนินการอื่นใด ตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือก

กรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้นำความในข้อ ๗

มาใช้บังคับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

มติของคณะกรรมการต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก่อนจึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้

การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้หน่วยงานจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครอง

หรือควบคุมดูแลโดยให้แยกออกเป็นประเภทตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสาร ดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๒) ข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

(๓) ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

(๔) ข้อมูลข่าวสารอื่น

การจัดแยกประเภทข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่ง

ให้คำนึงถึงลักษณะของข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่จะเปิดเผยมิได้

หรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยก็ได้

ให้หน่วยงานจัดส่งข้อมูลข่าวสารที่สามารถเปิดเผยได้ไปยังศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

โดยหน่วยงานและศูนย์ข้อมูลข่าวสารต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ควบคุม ดูแล ตรวจสอบ

ติดตาม และประสานงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทันสมัยอยู่เสมอ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้หน่วยงานและศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสาร ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแล

โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

การขอตรวจดู

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้หน่วยงาน

และศูนย์ข้อมูลข่าวสารจัดสมุดลงทะเบียน

ให้ผู้เข้ามาขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารได้ลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐานของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การขอสำเนาข้อมูลข่าวสารหรือสำเนาข้อมูลข่าวสารที่มีคำรับรองถูกต้อง

ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือตามแบบท้ายระเบียบนี้

ต่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานหรือศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๓] ในกรณีเจ้าหน้าที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารได้รับคําขอตามข้อ

๑๓ ให้ตรวจสอบ และดําเนินการ ดังนี้

(๑)

กรณีเป็นข้อมูลข่าวสารและอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

ให้เจ้าหน้าที่ประจําศูนย์ข้อมูลข่าวสารซึ่งเป็นข้าราชการไม่ต่ำกว่าระดับปฏิบัติการเป็นผู้อนุญาตและลงนามในสําเนาที่มีคํารับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตําแหน่ง

ตลอดจนวันเดือนปีให้ชัดเจน ทั้งนี้

ให้รับรองตามจํานวนที่ผู้ยื่นคําขอให้รับรอง

(๒)

กรณีเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานใดให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคําขอเสนอเรื่องไปยังหน่วยงานนั้น

ให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้พิจารณาอนุญาตโดยให้ข้าราชการไม่ต่ำกว่าระดับปฏิบัติการเป็นผู้ลงนามรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารลับ

ซึ่งต้องดําเนินการให้เป็นตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารที่มีคําร้องขอนั้นเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่

ให้หัวหน้าหน่วยงานเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา

วินิจฉัยต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการให้ศูนย์ข้อมูลข่าวสารราชการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

หรือหน่วยงานในสังกัดพิจารณาให้บริการตามระเบียบนี้โดยอนุโลม

เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารลับตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ.

๒๕๔๔

หรือเป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ หรือตามที่ผู้มีอำนาจตามข้อ ๑๙

เห็นว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ หากมีกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี

กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารใดไว้เป็นพิเศษ

การขอและการอนุญาตเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้น

ต้องปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ข้อมูลข่าวสารที่มีไว้เผยแพร่หรือจำหน่ายให้คิดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

รายได้จากการนี้ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การเรียกค่าธรรมเนียมการทำสำเนาหรือสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

รายได้จากค่าธรรมเนียม ในการนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุญาตให้ตรวจดูหรือให้ทำสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของตน เว้นแต่ข้อมูลข่าวสารนั้นเป็นข้อมูลลับหรือข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผย

ในกรณีที่ไม่อาจวินิจฉัยได้ว่าข้อมูลข่าวสารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้หรือไม่ให้หัวหน้าหน่วยงานเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการ

เพื่อพิจารณาวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ

ให้ผู้ยื่นคำขอตรวจดูหรือรับสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้น ณ

หน่วยงานที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารที่ผู้นั้นยื่นคำขอ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

กรณีผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอใดให้แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

พร้อมแจ้งให้ผู้ยื่นขอทราบถึงสิทธิและระยะเวลาในการอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตดังกล่าว

ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๘

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ด้วย

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

และการให้บริการ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒[๔] ให้สํานักงานเลขานุการกรม สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

จัดสถานที่เป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ

การติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือให้คําแนะนํา ในการติดต่อและเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานภายในสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

เพื่อให้บริการ ข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัย

ของสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การบริการข้อมูลข่าวสารตามคำขอให้หน่วยงานดำเนินการให้บริการภายในกำหนดระยะเวลา

ดังนี้

(๑) การให้บริการข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู หรือขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ

ภายในวันทำการที่ได้มีคำขอนั้น

(๒) การให้บริการข้อมูลข่าวสารอื่น ๆ ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานให้หน่วยงานในสังกัดที่มีข้อมูลข่าวสารพร้อมที่จะจัดหาให้ได้

จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วหรือภายในวันที่มีคำขอ

(๓) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก

หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน จะต้องแจ้งให้ผู้ขอข้อมูลข่าวสารทราบภายใน

๑๕ วัน รวมทั้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอข้อมูลข่าวสารทราบด้วย

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

จุฬารัตน์ บุณยากร

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบคำขอข้อมูลข่าวสารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐[๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๐ มกราคม ๒๕๕๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๖ ง/หน้า ๑/๑๕ มกราคม ๒๕๕๒

[๒] ข้อ

๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๓] ข้อ ๑๔

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๔] ข้อ ๒๒

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐

[๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๐๙ ง/หน้า ๑/๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๐

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d2011063ff10bb30

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com