法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
47
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

พ.ศ.

๒๕๔๗

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ประกอบกับ ข้อ ๕

และ ข้อ ๑๖ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร พ.ศ.

๒๕๓๔ ข้อ ๕ และ ข้อ ๑๖ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สำนักงานตลาด พ.ศ. ๒๕๓๔

และ ข้อ ๑๖ และ ข้อ ๑๗ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง

สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๔๕

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑)

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร พ.ศ.

๒๕๓๙

(๒)

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานตลาด พ.ศ. ๒๕๔๒

บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร”

หมายความว่า สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร สำนักงานตลาดและสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร”

หมายความว่า

สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานครและสถานธนานุบาลที่กรุงเทพมหานครจัดตั้งขึ้น

“สำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร”

หมายความว่า สำนักงานบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า สธก.

“สถานธนานุบาล”

หมายความว่า

โรงรับจำนำตามความหมายแห่งกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำซึ่งกรุงเทพมหานครจัดตั้งขึ้น

“สำนักงานตลาด”

หมายความว่า สำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร

“ผู้อำนวยการ”

หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการสำนักงานตลาด และผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“พนักงานชั่วคราว”

หมายความว่า

พนักงานรายเดือนที่จ้างไว้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะเป็นการชั่วคราวโดยมีกำหนดเวลาการจ้าง

แต่ทั้งนี้ระยะเวลาการจ้างต้องไม่เกินปีงบประมาณ

“พนักงาน”

หมายความว่า พนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร พนักงานสำนักงานตลาดและพนักงานสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร

คณะกรรมการบริหารกิจการสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร

และคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“ประธานกรรมการ”

หมายความว่า ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร

ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการสำนักงานตลาดและประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“เวลาทำงานปกติ”

หมายความว่า เวลาทำงานที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นเวลาทำงานปกติ

“วันทำงานปกติ”

หมายความว่า วันทำงานที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นวันทำงานปกติ

“วันหยุดประจำสัปดาห์”

หมายความว่า วันหยุดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์

“วันหยุดพิเศษ”

หมายความว่า วันหยุดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นวันหยุดพิเศษ

“บำเหน็จ”

หมายความว่า เงินตอบแทนความชอบที่ได้ทำงานมาซึ่งจ่ายเพียงครั้งเดียว

“ค่าจ้างเดือนสุดท้าย”

หมายความว่า ค่าจ้างที่พนักงานได้รับในเดือนสุดท้ายก่อนออกจากงาน ทั้งนี้

ไม่รวมถึงค่าจ้างที่ได้รับจากการทำงานนอกเวลา และเงินเพิ่มอื่น

“ค่าอาหารในวันทำงานปกติ”

หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่พนักงาน

ที่ปฏิบัติงานในสถานธนานุบาลทุกแห่งซึ่งปฏิบัติงานเพิ่มขึ้นในเวลากลางวันในวันทำงานปกติ

“ค่าจ้าง”

หมายความว่า ค่าจ้างที่กำหนดอัตราจ่ายเป็นรายเดือน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

บุคคลที่จะได้รับการจ้างเป็นพนักงานและพนักงานชั่วคราวต้องมีคุณสมบัติทั่วไปดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒)

มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

(๓)

เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(๔)

ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคดังต่อไปนี้

ก.

โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการที่น่ารังเกียจแก่สังคม

ข.

วัณโรคในระยะอันตราย

ค.

โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

ง.

โรคติดยาเสพติดให้โทษ

จ. โรคพิษสุราเรื้อรัง

(๕)

ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ พักงาน

ให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือออกจากงานไว้ก่อน จากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ

รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือการพาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น

(๖)

ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ

หรือถูกเลิกจ้างจากหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือการพาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่นเพราะกระทำผิดวินัย

(๗)

ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(๘)

ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๙)

ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(๑๐)

ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย

(๑๑)

ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานราชการ ข้าราชการการเมือง

ลูกจ้างหรือพนักงานของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ

ราชการส่วนท้องถิ่นหรือการพาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น

หรือดำรงตำแหน่งในทางการเมืองรวมทั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น

(๑๒) ไม่เป็นกรรมการ

หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(๑๓)

ไม่เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าทำงานของหน่วยราชการ

หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น

หรือการพาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น

(๑๔)

ไม่เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรง

หรือทางอ้อมในสัญญาที่ทำกับกรุงเทพมหานครหรือการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

หรือบริษัทซึ่งกรุงเทพมหานครถือหุ้นเป็นคู่สัญญา

หรือในกิจการที่กระทำให้แก่กรุงเทพมหานครหรือที่กรุงเทพมหานครจะกระทำ

(๑๕)

ไม่ดำรงตำแหน่งใดในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การใดๆ

ที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกัน หรือแข่งขันกับการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

หรือทำงานหรือให้บริการอื่นแก่บุคคลภายนอก

ซึ่งประกอบการอันมีลักษณะคล้ายธุรกิจของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ผู้ที่จะเข้าทำงานเป็นพนักงานหรือพนักงานชั่วคราวซึ่งขาดคุณสมบัติตาม

(๗) (๘) (๑๐) หรือ (๑๓) อาจพิจารณายกเว้นให้เข้าทำงานได้

ส่วนผู้ที่ขาดคุณสมบัติตาม (๖) ถ้าผู้นั้นได้ออกจากราชการ

หรือออกจากงานเนื่องจากถูกให้ออก ปลดออก หรือถูกเลิกจ้างไปเกินสองปีแล้ว หรือได้ออกจากราชการ

หรือออกจากงานเนื่องจากถูกไล่ออกไปเกินสามปีแล้ว และมิใช่เป็นกรณีออกจากราชการ

หรือออกจากงานเพราะกระทำผิดในกรณีทุจริตต่อหน้าที่

คณะกรรมการอาจพิจารณายกเว้นให้เข้าทำงานได้

การขอยกเว้นและการพิจารณายกเว้นในกรณีที่ขาดคุณสมบัติทั่วไป

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

ผู้ที่เป็นพนักงานหรือพนักงานชั่วคราว

ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามวรรคหนึ่งตลอดเวลาที่ทำงานเว้นแต่คุณสมบัติตาม (๕)

หรือได้รับการยกเว้นในกรณีที่ขาดคุณสมบัติทั่วไปตามวรรคสอง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

อัตราค่าจ้างพนักงานและพนักงานชั่วคราวให้เป็นไปตามบัญชีอัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การกำหนดเวลาทำงานปกติ วันทำงานปกติ

วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดพิเศษ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

พนักงานและพนักงานชั่วคราวซึ่งปฏิบัติงานในสถานธนานุบาลทุกแห่งที่มาทำงานในวันทำงานปกติเต็มวัน

ให้มีสิทธิได้รับค่าอาหารในวันทำงานปกติตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

จัดทำทะเบียนประวัติของพนักงานและพนักงานชั่วคราวให้เป็นปัจจุบันเก็บไว้ที่การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

๑ ชุด และจัดส่งสำนักการคลัง ๑ ชุด และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง

ให้จัดส่งคำสั่งและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สำนักการคลังภายใน ๗ วัน

กรณีที่มีการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการเพื่อแต่งตั้งพนักงานผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น

ให้การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครส่งเรื่องให้สำนักการคลังตรวจสอบคุณสมบัติล่วงหน้าก่อนหน่วยงานเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการไม่น้อยกว่า

๑๕ วัน

หมวด

การกำหนดตำแหน่งและการให้ได้รับค่าจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การตั้ง ยุบ

หรือเปลี่ยนแปลงหน่วยงานภายในการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ

โดยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ โดยทำเป็นประกาศกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การกำหนดตำแหน่งพนักงานและพนักงานชั่วคราว

ของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามตารางกำหนดตำแหน่งในการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครที่แนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ตำแหน่งผู้อำนวยการไม่มีฐานะเป็นพนักงานตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ตำแหน่งพนักงานจะมีตำแหน่งใด จำนวนเท่าใด

ให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดโดยความเห็นชอบของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้คณะกรรมการจัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งไว้เป็นบรรทัดฐานในการกำหนดตำแหน่งพนักงานทุกตำแหน่ง

โดยในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้แสดงชื่อของตำแหน่ง หน้าที่ และความรับผิดชอบของตำแหน่ง

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องมี

และความรู้ความสามารถที่ต้องการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้พนักงานและพนักงานชั่วคราวได้รับค่าจ้างตามตำแหน่ง

หมวด

การจ้างและแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การจ้างบุคคลเข้าเป็นพนักงานและพนักงานชั่วคราว

เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด

ให้จ้างและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น

โดยจ้างและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้สมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งใด

ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ หลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน

วิธีดำเนินการเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน เกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

การนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น

และการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีมีเหตุพิเศษ

ที่การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครเห็นว่า

การจ้างบุคคลเป็นพนักงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด

ไม่จำเป็นต้องดำเนินการสอบแข่งขันการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครอาจขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกจ้างบุคคลเป็นพนักงาน

และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้ โดยให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

พนักงานและพนักงานชั่วคราวตำแหน่งใดที่จะต้องจัดให้มีการค้ำประกันไว้แก่การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การจ้างและแต่งตั้งพนักงานให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ

ในกรณีที่เห็นสมควร

คณะกรรมการอาจกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดมีอำนาจในการจ้างและแต่งตั้งพนักงานในระดับใดก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การจ้างพนักงานชั่วคราว

ให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการ เมื่อได้รับอนุมัติตำแหน่งจากคณะกรรมการแล้ว

และต้องมีกำหนดระยะการจ้างไม่ข้ามปีงบประมาณ

เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการจ้างพนักงานชั่วคราวตามความในวรรคหนึ่งแล้วให้ถือว่าการจ้างสิ้นสุดลงตามกำหนดเวลาของการจ้างพนักงานชั่วคราว

โดยไม่ต้องมีคำสั่งเลิกจ้าง และให้ถือว่าพนักงานชั่วคราวได้พ้นจากหน้าที่ตั้งแต่วันถัดจากวันสุดท้ายของการสั่งจ้างเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การจ้างและแต่งตั้งพนักงานให้ดำรงตำแหน่งใด

เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้แต่งตั้งเป็นพนักงานทดลองงานก่อน

เมื่อได้ทดลองปฏิบัติงานเป็นเวลาหกเดือนแล้ว หากเห็นว่าเป็นผู้มีความประพฤติดี

มีความรู้ความสามารถ

สมควรที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้ให้แต่งตั้งเป็นพนักงานต่อไป

แต่หากปรากฏว่าเป็นผู้ไม่มีความรู้ความสามารถหรือมีพฤติการณ์ส่อไปในทางเสื่อมเสีย

หรืออาจทำให้เกิดความเสียหายแก่การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ให้ผู้มีอำนาจสั่งจ้างและแต่งตั้งตามข้อ ๒๒ สั่งให้พ้นจากตำแหน่งได้

ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการทดลองการปฏิบัติงานโดยหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น

ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้วุฒิปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพใดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ให้หมายถึงปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ ก.พ. หรือ ก.ก. รับรอง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การเลื่อนพนักงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด

ให้เลื่อนและแต่งตั้งจากผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับการคัดเลือก กรณีใดจะเลื่อนและแต่งตั้งจากผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับการคัดเลือก

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

พนักงานที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งจะต้องมีอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าสองขั้นของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของตำแหน่งที่จะได้รับการเลื่อนนั้น

หลักสูตรและวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือก

หรือผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือก ตลอดจนเกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชี

และการยกเลิกบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้และผู้ได้รับการคัดเลือก

ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ พนักงานที่ถูกสั่งให้ออกจากงานเพื่อไปรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

เมื่อพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหาย หากประสงค์จะเข้าทำงาน

ให้กลับมารายงานตัวภายในกำหนดสามสิบวันนับจากวันพ้นราชการทหารโดยให้ผู้มีอำนาจสั่งจ้างและแต่งตั้ง

จ้างและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิมซึ่งสงวนไว้ให้หรือตำแหน่งอื่นในระดับเดียวกันที่ว่างอยู่

ทั้งนี้

โดยให้ได้รับค่าจ้างเท่าเดิมหรือสูงกว่าเดิมเหมือนกับพนักงานซึ่งไม่ได้ลาไปรับราชการทหาร

ไม่เกินปีละหนึ่งขั้น

เมื่อพ้นกำหนดที่ให้มารายงานตัวแล้วให้ถือว่าพนักงานผู้นั้นไม่พึงประสงค์จะทำงานต่อไป

ผู้ที่ไปรับราชการทหารดังกล่าวในวรรคหนึ่ง

เมื่อได้รับการจ้างเข้าเป็นพนักงานแล้วก็ให้คำนวณเวลาทำงานต่อเนื่องกับอายุเวลาเดิมก่อนไปรับราชการทหาร

เว้นแต่พนักงานผู้นั้นได้ขอรับเงินชดเชยหรือเงินบำเหน็จไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่มีสิทธินับอายุเวลาเดิมต่อเนื่องได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ถ้าตำแหน่งพนักงานว่างลง

หรือผู้ดำรงตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราวให้ผู้มีอำนาจสั่งจ้างและแต่งตั้งสั่งให้พนักงานที่เห็นสมควรรักษาการในตำแหน่งนั้นชั่วคราวได้

ผู้รักษาการในตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง

ให้มีอำนาจหน้าที่ตามตำแหน่งที่รักษาการนั้น ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ

หรือคำสั่งอื่นใดแต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นๆ เป็นกรรมการ

หรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใดก็ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งนั้นทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจหน้าที่อย่างนั้นในระหว่างที่รักษาการในตำแหน่งแล้วแต่กรณี

เพื่อประโยชน์ของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจสั่งให้ข้าราชการกรุงเทพมหานคร

ไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ว่างในการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครอีกทางหนึ่งได้

โดยให้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลหรือเงินโบนัสประจำปีเช่นเดียวกับพนักงานอื่นๆ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การจ้างและแต่งตั้งตำแหน่งผู้อำนวยการ

ให้มีคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ

รองปลัดกรุงเทพมหานครซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย ผู้อำนวยการสำนักการคลัง

หัวหน้าสำนักงาน ก.ก. ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาชุมชน ผู้อำนวยการกองกฎหมายและคดี

ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจำนวนสองคน เป็นกรรมการ

ผู้อำนวยการกองระบบการคลัง เป็นกรรมการและเลขานุการ

ทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง

ซึ่งต้องมีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนดและเมื่อสรรหาได้แล้วให้นำเสนอคณะกรรมการแล้วแต่กรณี

การจ้างผู้อำนวยการ

ให้มีระยะเวลาคราวละไม่เกินสี่ปี

เมื่อครบกำหนดเวลาตามสัญญาจ้างแล้วและมีอายุไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์

สามารถเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการได้อีกเพียงคราวเดียว

การทำสัญญาจ้างตามวรรคสอง

ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง

ทั้งนี้สัญญาจ้างอย่างน้อยต้องมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่ง เงื่อนไขการทำงาน

การพ้นจากตำแหน่ง การเลิกสัญญาจ้าง การประเมินผลการทำงานและค่าจ้าง

หรือผลประโยชน์อื่นของผู้อำนวยการ

หมวด

การเลื่อนขั้นค่าจ้าง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การเลื่อนขั้นค่าจ้างของพนักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการในการเลื่อนขั้นค่าจ้างลูกจ้างกรุงเทพมหานครตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง

รวมทั้งระเบียบ คำสั่ง และหนังสือที่ออกเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าวโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

การเลื่อนขั้นค่าจ้างของพนักงานทุกตำแหน่งให้เป็นอำนาจของผู้อำนวยการ

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

หมวด

วินัยและการรักษาวินัย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

วินัยและการรักษาวินัยของพนักงานและพนักงานชั่วคราว

ให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง รวมทั้งระเบียบ

คำสั่งและหนังสือที่ออกเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าว

ยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ผู้อำนวยการหรือประธานกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย

ในกรณีที่พนักงานถูกกล่าวหาหรือมีมูลอันควรเชื่อได้ว่าได้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

และเมื่อคณะกรรมการสอบสวนแล้ว

ให้เสนอรายงานการสอบสวนต่อผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาเสนอคณะกรรมการพิจารณาลงโทษตามที่เห็นสมควร

(๒)

เมื่อผู้บังคับบัญชาได้สั่งลงโทษหรือดำเนินการทางวินัยแก่พนักงานผู้ใดไปแล้ว

ให้รายงานการลงโทษหรือการดำเนินการทางวินัยนั้นต่อผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นขึ้นไปตามลำดับจนถึงประธานกรรมการ

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นผู้สั่งลงโทษตามวรรคหนึ่งเห็นว่าการลงโทษหรือการดำเนินการทางวินัยนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม

ก็ให้ผู้บังคับบัญชาดังกล่าวมีอำนาจที่จะสั่งลงโทษ เพิ่มโทษ ลดโทษหรือยกโทษ

ตามควรแก่กรณีได้ แต่ถ้าจะลงโทษหรือเพิ่มโทษแล้ว

โทษที่ลงหรือเพิ่มขึ้นรวมกับที่สั่งไว้แล้วเดิมต้องไม่เกินอำนาจของผู้ซึ่งสั่งใหม่นั้น

ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาเหนือชั้นผู้สั่งลงโทษตามวรรคหนึ่งเห็นว่า

กรณีเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ให้ผู้อำนวยการหรือประธานกรรมการมีอำนาจดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตาม (๑)

(๓)

อำนาจการลงโทษให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

หมวด

การอุทธรณ์และการร้องทุกข์

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ของพนักงานและพนักงานชั่วคราวให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง

รวมทั้งระเบียบ คำสั่ง

และหนังสือที่ออกเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าวยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้

(๑)

การอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ

(๒)

การร้องทุกข์ให้ร้องทุกข์ต่อประธานกรรมการ

หมวด

การลา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การลาของพนักงานและพนักงานชั่วคราวให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง

รวมทั้งระเบียบ คำสั่ง

และหนังสือที่ออกเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าว

ยกเว้นอำนาจในการอนุญาตการลาให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

หมวด

การออกจากงาน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การออกจากงานของพนักงานและพนักงานชั่วคราว

ให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง รวมทั้งระเบียบ

คำสั่ง และหนังสือที่ออกเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าว

หมวด

การจ่ายค่าจ้าง

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

การจ่ายค่าจ้างของพนักงานและพนักงานชั่วคราว

ให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง รวมทั้งระเบียบ

คำสั่ง และหนังสือที่ออกเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครดังกล่าว

หมวด

๑๐

เงินบำเหน็จ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ พนักงานผู้ใดทำงานมาเป็นเวลาต่อเนื่องกัน

จะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้ถ้าต้องออกจากงานเพราะ

(๑)

ตายและการตายนั้นมิได้เกิดจากความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของตนเอง

(๒) เกษียณอายุ

(๓)

ได้รับอนุญาตให้ลาออก

(๔) ถูกเลิกจ้าง

เว้นแต่ถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก

กรณีตาม (๑) และ (๔)

ต้องทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีบริบูรณ์

กรณีตาม (๓)

ต้องทำงานมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีบริบูรณ์

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

เงินบำเหน็จที่ให้แก่พนักงานซึ่งออกจากงานตามข้อ ๓๗

มีจำนวนเท่ากับค่าจ้างเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีเวลาทำงานสำหรับคำนวณเงินบำเหน็จเศษของปีถ้าครบหกเดือนให้นับเป็นหนึ่งปีถ้าไม่ถึงหกเดือนให้ปัดทิ้ง

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ พนักงานที่ต้องออกจากงานเพราะเหตุตาย

หรือเพราะเหตุยุบเลิกตำแหน่ง ถ้ามีเวลาการทำงานในการคำนวณบำเหน็จไม่ถึงปี

ให้ถือเวลาหนึ่งปีเป็นเวลาในการคำนวณเงินบำเหน็จ

ถ้ามีเวลาการทำงานไม่น้อยกว่าสองปีให้ได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับค่าจ้างเดือนสุดท้ายสามเดือน

แต่ถ้ามีเวลาการทำงานต่อเนื่องกันเกินสามปีให้ถือเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จตามข้อ ๓๘

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

การหยุดงานในกรณีต่อไปนี้ไม่ให้ถือว่าการทำงานขาดตอน คือ

(๑)

การลาป่วยไม่เกินหกสิบวันในรอบหนึ่งปี

(๒)

การลาคลอดบุตรครรภ์ละไม่เกินเก้าสิบวัน

(๓)

การลากิจส่วนตัวไม่เกินสี่สิบห้าวันในรอบหนึ่งปี

(๔)

การลาพักผ่อนประจำปี

(๕)

การลาอุปสมบทหรือการลาเพื่อไปประกอบพิธีฮัจย์ ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

(๖)

การลาเข้ารับการระดมพล การฝึกวิชาทหาร

การทดลองความพรั่งพร้อมหรือการตรวจเลือกเพื่อเข้ารับราชการทหาร

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ในกรณีที่พนักงานมีสิทธิได้รับบำเหน็จอยู่แล้วถึงแก่ความตาย

ให้จ่ายเงินบำเหน็จของพนักงานนั้นให้แก่ทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การขอรับเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้

ให้ผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จยื่นเรื่องราวต่อการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครภายในกำหนดหนึ่งปี

นับตั้งแต่วันที่มีสิทธิได้รับ หากยื่นพ้นกำหนดนี้ไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินบำเหน็จ

หมวด

๑๑

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในกรณีที่มีเหตุพิเศษสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น

หรือมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาสั่งการเป็นกรณีๆ

ไป

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

การนำข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง

มาใช้บังคับโดยอนุโลมกรณีใดที่ข้อบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ

ส่วนกรณีอื่นให้เป็นอำนาจของประธานกรรมการ ทั้งนี้

เว้นแต่ระเบียบนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

หมวด

๑๒

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

การใดที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไป

ตามระเบียบข้อบังคับเดิมที่ใช้อยู่จนกว่าจะสามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

ในระหว่างที่ยังมิได้มีการกำหนดบัญชีอัตราค่าจ้าง รวมทั้งหลักเกณฑ์ ระเบียบ

ประกาศ คำสั่งตามระเบียบนี้ ให้นำบัญชีอัตราค่าจ้างรวมทั้ง หลักเกณฑ์ ระเบียบ

ประกาศ คำสั่ง ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

มาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

สมัคร สุนทรเวช

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ตารางกำหนดตำแหน่งในการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

พรพิมล/พิมพ์

๒๒

กันยายน ๒๕๔๗

ศุภสรณ์/ธัญกมล/ตรวจ

๒๐

ตุลาคม ๒๕๔๗

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๗๕ง/๕๗/๙

กรกฎาคม ๒๕๔๗

47 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d227ab93e6b80980

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com