法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมวิทยาศาสตร์บริการว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมวิทยาศาสตร์บริการ

ระเบียบกรมวิทยาศาสตร์บริการ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ.

๒๕๕๐

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรมวิทยาศาสตร์บริการ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๓

ให้สอดคล้องกับการแบ่งส่วนราชการกรมวิทยาศาสตร์บริการใหม่ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมวิทยาศาสตร์บริการ

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๔๕

ดังนั้น เพื่อให้การบริหาร การจัดระบบ การขอ

การอนุญาต

และการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรมวิทยาศาสตร์บริการ

เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมวิทยาศาสตร์บริการ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกระเบียบกรมวิทยาศาสตร์บริการ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๓ บรรดากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ

และคำสั่งอื่นใดของกรมวิทยาศาสตร์บริการในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการ

ลูกจ้าง พนักงานราชการของกรมวิทยาศาสตร์บริการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายความว่า

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริงข้อมูลหรือสิ่งใดๆ

ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใดๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร

แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง

การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์

หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรมวิทยาศาสตร์บริการ

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า

ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ

และหน่วยงานอื่นตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

“หน่วยงานในกรมวิทยาศาสตร์บริการ”

หมายความว่า สำนัก โครงการ สำนักงานเลขานุการกรม กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้

ให้อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการมีอำนาจวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควร

หมวด

คณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้มี “คณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการในกรมวิทยาศาสตร์บริการ”

เรียกโดยย่อว่า “กข.วศ.” ประกอบด้วยรองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการที่อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการมอบหมายเป็นประธานกรรมการ

รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการอื่นเป็นรองประธานกรรมการ ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการโครงการ

และเลขานุการกรม เป็นกรรมการ

ให้หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์

สำนักงานเลขานุการกรม เป็นกรรมการและเลขานุการและบุคคลอื่นอีกไม่เกิน ๓ คน

เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ กข.วศ.

มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบ

การขอ การอนุญาต และการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๒)

พิจารณาวินิจฉัยประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการที่อาจไม่ต้องเปิดเผย

หรือข้อมูลข่าวสารของราชการที่เป็นความลับของราชการ

ตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

(๓) พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับการจัดทำและปรับปรุงข้อมูลข่าวสารของราชการที่ควรจัดเก็บไว้ที่กรมวิทยาศาสตร์บริการ

หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๔) ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารของราชการกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน

(๕)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

(๖)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการในเรื่องใดๆ

(๗)

ดำเนินการอื่นใดตามที่อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การประชุม กข.วศ.

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุม

หรือไม่อยู่ในที่ประชุมให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้นำความในข้อ ๙

มาใช้บังคับกับการประชุมคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่ กข.วศ. แต่งตั้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

มติของ กข.วศ.

ต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการก่อนจึงจะดำเนินการตามมตินั้นได้

หมวด

การจัดระบบข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้หน่วยงานในกรมวิทยาศาสตร์บริการ

จัดส่งข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่อยู่ในความรับผิดชอบส่งให้ สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เพื่อรวบรวมและจัดระบบข้อมูลนั้นไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในการดำเนินการตามข้อ ๑๒

ให้หน่วยงานในกรมวิทยาศาสตร์บริการจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมดูแล ตรวจสอบ

ติดตามและประสานงานในการดำเนินงานดังกล่าวให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

หมวด

การขอข้อมูลข่าวสารของราชการและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การเข้าตรวจดู ศึกษาค้นคว้า

หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการและการอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ กข.วศ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การขอข้อมูลข่าวสารของราชการตามหมายเรียกพยานเอกสารของศาล

ให้นำเสนออธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการหรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาอนุญาต

และให้ข้าราชการผู้รับผิดชอบตั้งแต่ระดับ ๕ ขึ้นไป

เป็นผู้รับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ข้อมูลข่าวสารของราชการใด

หากมีกฎหมาย ระเบียบอื่น หรือมติคณะรัฐมนตรี กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นไว้เป็นการเฉพาะ

การขอข้อมูลข่าวสารของราชการและการอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ

หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวด้วย

หมวด

การบริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ศึกษาค้นคว้า ตลอดจนเผยแพร่

รวมทั้งจัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสารดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

การบริการข้อมูลข่าวสารของราชการนอกจากที่กล่าวในวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่ กข.วศ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย

ให้คิดค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ กข.วศ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่

กข.วศ. กำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

การรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการตามวรรคหนึ่ง

ให้ข้าราชการที่รับผิดชอบข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นตั้งแต่ระดับ ๕ หรือเทียบเท่าเป็นผู้รับรอง

ทั้งนี้ให้รับรองตามจำนวนที่ผู้ยื่นคำขอขอให้รับรอง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

รายได้จากการขายหรือจำหน่ายข้อมูลข่าวสารของทางราชการตามข้อ

๑๘ และค่าธรรมเนียมตามข้อ ๑๙ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การบริการข้อมูลข่าวสารของราชการให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การบริการส่งข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่เปิดเผยทางโทรสาร

ให้ดำเนินการได้เฉพาะกรณีเร่งด่วน โดยให้คำนึงถึงความสิ้นเปลือง เช่น

จำนวนข้อมูลข่าวสาร ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายในการส่ง ทั้งนี้ ให้ผู้อำนวยการสำนัก

หรือผู้อำนวยการโครงการ หรือเลขานุการกรมขึ้นไปเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

หมวด

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เป็นสถานที่ตรวจดู ศึกษาค้นคว้า ข้อมูลข่าวสารของราชการ

รวมทั้งจัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการด้วย

ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม

เป็นสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีไว้เพื่อเผยแพร่ จำหน่าย

จ่ายแจก ให้คำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ

และเป็นศูนย์ประสานงานกับหน่วยงานในกรมวิทยาศาสตร์บริการ

ประกาศ

ณ วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ชัยวุฒิ

เลาวเลิศ

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ

โสรศ/ผู้จัดทำ

๒๓

สิงหาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๙๘ ง/หน้า ๑๖/๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๐

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมวิทยาศาสตร์บริการว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d27280b40f9cecdb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com