法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 63/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้หรือหน่วยลงทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทธ. 63/2552

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้หรือหน่วยลงทุน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 และมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 และมาตรา 100 วรรคสอง และมาตรา 114 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทําหน้าที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ. 10/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

(2) ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ. 17/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้ (ฉบับที่ 2)ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้ เว้นแต่จะมีข้อความกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

(1) คําว่า “ผู้บริหาร” ให้มีความหมายเช่นเดียวกับบทนิยามของคําดังกล่าวที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นของกรรมการและผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์

(2) “หลักทรัพย์” หมายความว่า หลักทรัพย์ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้หรือหน่วยลงทุน

(3) “บริษัทหลักทรัพย์” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือการค้าหลักทรัพย์ ซึ่งมิได้จํากัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้หรือหน่วยลงทุน

(4) “ลูกค้าสถาบัน” หมายความว่า บุคคลดังต่อไปนี้ที่ทําธุรกรรมกับบริษัทหลักทรัพย์ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือการค้าหลักทรัพย์

(ก) ธนาคารพาณิชย์

(ข) บริษัทเงินทุน

(ค) บริษัทหลักทรัพย์

(ง) บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

(จ) บริษัทประกันภัย

(ฉ) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นซึ่งไม่ใช่นิติบุคคลตาม (ซ)

(ช) สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

(ซ) ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

(ฌ) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(ญ) กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ

(ฎ) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(ฏ) กองทุนรวม

(ฐ) นิติบุคคลที่มีเงินลงทุนตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป

(ฑ) นิติบุคคลซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลตาม (ก) ถึง (ฐ) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจํานวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด

(ฒ) ผู้ลงทุนต่างประเทศซึ่งมีลักษณะเดียวกับผู้ลงทุนตาม (ก) ถึง (ฑ) โดยอนุโลม

(5) “ลูกค้ารายย่อย” หมายความว่า ลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าสถาบัน

(6) “ข้อมูลภายใน” หมายความว่า ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสําคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์ที่ยังมิได้เปิดเผยต่อประชาชนและบริษัทหลักทรัพย์ได้ล่วงรู้มาเนื่องจากการประกอบธุรกิจ

(7) “ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน” หมายความว่า ผู้ทําหน้าที่ติดต่อ ชักชวน ให้คําแนะนํา หรือวางแผนการลงทุน ให้กับผู้ลงทุนหรือลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ในธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งมี 2 ประเภท ได้แก่ ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนประเภท ก ซึ่งสามารถทําการวิเคราะห์การลงทุนในหลักทรัพย์ได้ด้วย และผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนประเภท ข ซึ่งไม่สามารถทําการวิเคราะห์การลงทุนในหลักทรัพย์

(8) “การวิเคราะห์การลงทุนในหลักทรัพย์” หมายความว่า การวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับหลักทรัพย์ เพื่อใช้สําหรับการให้คําแนะนําหรือเผยแพร่ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมเกี่ยวกับคุณค่าของหลักทรัพย์หรือความเหมาะสมในการลงทุนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์นั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เพื่อประโยชน์ในการกํากับดูแลการประกอบการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ ให้คําว่า “บุคลากร” และ “พนักงาน” ตามที่กําหนดในประกาศนี้ หมายความรวมถึงผู้อื่นที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้นําความในข้อ 19 มาใช้บังคับกับการทําธุรกรรมการค้าหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ด้วย โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีระเบียบปฏิบัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการของบริษัทหลักทรัพย์ เกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้

(1) ระบบการควบคุมภายในและระบบป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพ

(2) ระบบการบริหารความเสี่ยงเพื่อป้องกันความเสียหายจากความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการประกอบธุรกิจให้อยู่ในระดับที่จะไม่มีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์ โดยความเสี่ยงที่นํามาประเมินเพื่อใช้ในการบริหารความเสี่ยงต้องครอบคลุมความเสี่ยงทุกประเภทที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ

(3) มาตรการป้องกันการล่วงรู้ข้อมูลภายในระหว่างหน่วยงานและบุคลากรของบริษัทหลักทรัพย์ โดยอย่างน้อยต้องกําหนดมาตรการป้องกันการล่วงรู้ข้อมูลภายในระหว่างหน่วยงานและบุคลากรที่มีโอกาสทราบข้อมูลภายในเกี่ยวกับบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ กับหน่วยงานและบุคลากรที่มีโอกาสใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายในดังกล่าว

(4) ขอบเขตอํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจนของกรรมการ ผู้บริหารและหน่วยงานต่าง ๆ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีกรรมการอิสระอย่างน้อยหนึ่งในสี่ของจํานวนกรรมการของบริษัท

ในกรณีที่กรรมการอิสระของบริษัทหลักทรัพย์ตาย ลาออกหรือถูกสํานักงานเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ หรือบริษัทหลักทรัพย์อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน (financial conglomerate) ซึ่งมีโครงสร้างการถือหุ้น การตรวจสอบการบริหารงานภายในกลุ่ม และการกํากับดูแลโดยหน่วยงานทางการอื่น ตามที่สํานักงานประกาศกําหนด ให้สํานักงานมีอํานาจผ่อนผันให้บริษัทหลักทรัพย์ดังกล่าวไม่ต้องจัดให้มีกรรมการอิสระเป็นการชั่วคราวหรือถาวรตามที่กําหนดในวรรคหนึ่งได้ ในการนี้ สํานักงานอาจกําหนดเงื่อนไขให้บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีหน่วยงานกํากับดูแลการปฏิบัติงานและหน่วยงานควบคุมภายในที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ โดยหน่วยงานดังกล่าวต้องมีความเป็นอิสระในการดําเนินงานและมีความเป็นอิสระจากหน่วยงานอื่น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ บริษัทหลักทรัพย์ต้องแบ่งแยกหน่วยงานและบุคลากรที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบหรือมีลักษณะการปฏิบัติงานที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ออกจากกัน โดยอย่างน้อยต้องแบ่งแยกหน่วยงานและบุคลากรที่ติดต่อ ชักชวนหรือให้คําแนะนําเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์แก่ลูกค้า ออกจากหน่วยงานและบุคลากรที่ตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อบริษัทหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บริษัทหลักทรัพย์ต้องแบ่งแยกหน่วยงานและบุคลากรที่ให้บริการด้าน

หลักทรัพย์ (front office) ออกจากหน่วยงานและบุคลากรที่ปฏิบัติการด้านหลักทรัพย์ (back office) และต้องจัดให้มีระบบการสอบยันการปฏิบัติงานระหว่างบุคลากรในหน่วยงานดังกล่าว โดยอย่างน้อยต้องไม่มอบหมายให้บุคลากรคนหนึ่งคนใดรับผิดชอบการปฏิบัติงานตลอดกระบวนการในลักษณะที่อาจเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ บริษัทหลักทรัพย์ต้องมีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอแก่การป้องกันมิให้บุคคลที่ไม่มีอํานาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ล่วงรู้หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านธุรกิจหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหลักทรัพย์และเก็บรักษาไว้ให้ครบถ้วนเป็นปัจจุบันอย่างน้อยเป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่มีการซื้อขาย โดยการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวในระยะเวลาสองปีแรกต้องกระทําในลักษณะที่พร้อมให้สํานักงานเรียกดูหรือตรวจสอบได้ในทันที และต้องจัดเก็บรายงานหรือบทความการวิเคราะห์การลงทุนในหลักทรัพย์ไว้อย่างน้อยเป็นระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่เผยแพร่รายงานหรือบทความการวิเคราะห์ดังกล่าวให้แก่ลูกค้าในลักษณะที่พร้อมให้สํานักงานเรียกดูหรือตรวจสอบได้ในทันที

ส่วน ๑ การติดต่อ ชักชวน หรือการให้คําแนะนําแก่ลูกค้า

และการปฏิบัติหน้าที่เยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการติดต่อ ชักชวน หรือให้คําแนะนําเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์กับลูกค้ารายย่อยหรือผู้ลงทุนที่มิได้มีลักษณะเดียวกับลูกค้าสถาบัน หรือในการวิเคราะห์การลงทุนในหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนประเภท ก หรือประเภท ข แล้วแต่กรณี ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานประกาศกําหนดเป็นผู้ดําเนินการ ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานประกาศกําหนด และต้องดูแลให้ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานประกาศกําหนดด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ บริษัทหลักทรัพย์ต้องกําหนดให้ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนที่จะให้คําแนะนําหรือทําการวิเคราะห์การลงทุนในหลักทรัพย์ผ่านสื่อ ขออนุญาตจากบริษัทหลักทรัพย์ก่อน ในการนี้บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีหลักเกณฑ์ในการขออนุญาตและการอนุญาตไว้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ตรวจพบการกระทําของผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนที่อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงานประกาศกําหนด ให้บริษัทหลักทรัพย์รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องและแจ้งต่อสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตรวจพบ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดเก็บบันทึกการให้คําแนะนํา การรับคําสั่งซื้อขายหลักทรัพย์และการเจรจาตกลงเกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์กับลูกค้า ไว้อย่างน้อยเป็นระยะเวลาสามเดือนนับแต่วันที่ให้คําแนะนํา วันที่ได้รับคําสั่งซื้อขายหลักทรัพย์หรือวันที่เจรจาตกลง ทั้งนี้ หากมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการให้คําแนะนํา การรับคําสั่งซื้อขายหลักทรัพย์หรือการเจรจาตกลงและการดําเนินการกับข้อร้องเรียนยังไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดเก็บบันทึกเกี่ยวกับการดําเนินการดังกล่าวไว้ต่อไปจนกว่าการดําเนินการกับข้อร้องเรียนจะแล้วเสร็จ

ในกรณีที่การให้คําแนะนํา การรับคําสั่งซื้อขายหลักทรัพย์หรือการเจรจาตกลงได้กระทําทางโทรศัพท์หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดเก็บบันทึกการให้คําแนะนํา การรับคําสั่งซื้อขายหลักทรัพย์หรือการเจรจาตกลง โดยเทปบันทึกเสียงหรือสิ่งบันทึกข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ บริษัทหลักทรัพย์ต้องไม่ซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน ในประการที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบต่อบุคคลภายนอก หรือเปิดเผยข้อมูลภายในนั้นให้ผู้อื่นได้ใช้ประโยชน์

ส่วน ๒ การเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และการเป็น

นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในส่วนนี้ “บริษัทหลักทรัพย์” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการพิจารณาคําขอเปิดบัญชีและการทําสัญญากับลูกค้าที่แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ต้องกําหนดขั้นตอนและวิธีการในการพิจารณาคําขอเปิดบัญชีและการทําสัญญากับลูกค้าไว้เป็นลายลักษณ์อักษรโดยต้องมีกระบวนการที่เพียงพอที่จะทําให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าเป็นบุคคลเดียวกับที่ปรากฏตามเอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอเปิดบัญชี รวมทั้งตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า และผู้มีอํานาจควบคุมการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า ตลอดจนต้องพิจารณาและจัดให้มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานอย่างเพียงพอที่จะทราบถึงฐานะการเงินและความสามารถในการชําระหนี้ของลูกค้า และสําหรับกรณีลูกค้ารายย่อย บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานอย่างเพียงพอที่จะทราบถึงวัตถุประสงค์ในการลงทุน ระดับความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์ของลูกค้ารายย่อยนั้นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคําขอเปิดบัญชีและการให้คําแนะนําแก่ลูกค้าด้วย

บริษัทหลักทรัพย์ต้องทําความรู้จักลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยจะต้องปรับปรุงข้อมูลของลูกค้า ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า และผู้มีอํานาจควบคุมการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าให้เป็นปัจจุบัน รวมทั้งทบทวนความสามารถในการชําระหนี้และวงเงินซื้อขายของลูกค้าแต่ละรายเป็นประจํา

บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองไว้ให้ครบถ้วนในลักษณะที่พร้อมให้สํานักงานเรียกดูหรือตรวจสอบได้ในทันที และต้องจัดเก็บเอกสารดังกล่าวต่อไปอีกเป็นระยะเวลาอย่างน้อยห้าปีนับแต่วันที่มีการปิดบัญชีหรือเลิกสัญญากับลูกค้า

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สัญญาที่บริษัทหลักทรัพย์ทํากับลูกค้ารายย่อยที่มอบหมายให้ตนทําการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ต้องมีข้อความที่แสดงด้วยตัวอักษรที่มีขนาดเด่นกว่าข้อความอื่นหรือกํากับเครื่องหมายหรือกระทําด้วยประการอื่นใดอันมีลักษณะเป็นการเน้นข้อความดังกล่าวเพื่อให้ลูกค้าทราบถึง

(1) ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของหลักทรัพย์หรือหลักประกัน อันอาจมีผลให้ลูกค้าขาดทุนหรือต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมตามจํานวนที่กําหนด

(2) การที่ลูกค้าอาจถูกบริษัทหลักทรัพย์ดําเนินการในเรื่องต่อไปนี้ หากลูกค้าไม่ชําระราคา ไม่ส่งมอบหลักทรัพย์ หรือไม่วางหลักประกันภายในระยะเวลาที่กําหนด

(ก) การบังคับหลักประกัน

(ข) การบังคับขายหลักทรัพย์ หรือการบังคับซื้อคืนหลักทรัพย์

(ค) การระงับการชําระเงินที่ลูกค้ามีสิทธิได้รับจากบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อนํามาชําระหนี้ที่ลูกค้าค้างชําระ

(ง) การบอกเลิกสัญญา

สัญญาที่บริษัทหลักทรัพย์ทํากับลูกค้ารายย่อยตามวรรคหนึ่งต้องไม่มีข้อความตอนใดที่ทําให้บริษัทหลักทรัพย์สามารถปฏิเสธความรับผิดต่อลูกค้าจากการกระทําหรือการละเลยการกระทําหน้าที่โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของบริษัทหลักทรัพย์หรือพนักงานของบริษัทหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ บริษัทหลักทรัพย์ต้องซื้อขายหลักทรัพย์ให้เป็นไปตามคําสั่งของลูกค้าที่เป็นเจ้าของบัญชีและต้องมีระบบตรวจสอบที่เชื่อถือได้ว่าบุคคลที่ส่งคําสั่งซื้อขายดังกล่าวหรือคําสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์ดําเนินการใด ๆ กับทรัพย์สินในบัญชีของลูกค้า เป็นเจ้าของบัญชีที่แท้จริงหรือเป็นบุคคลที่ได้รับมอบอํานาจเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของบัญชีที่แท้จริง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ บริษัทหลักทรัพย์ต้องตรวจสอบสถานะบัญชีของลูกค้าก่อนทําการซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้า

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ บริษัทหลักทรัพย์ต้องกําหนดขั้นตอนและวิธีการในการซื้อขายหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้าให้เป็นไปตามลําดับก่อนหลัง และต้องคํานึงถึงประโยชน์ของลูกค้าก่อนประโยชน์ของบริษัทหลักทรัพย์โดยต้องซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อลูกค้าก่อนตนเอง เว้นแต่คําสั่งของลูกค้าดังกล่าว

จะกําหนดเงื่อนไขในการซื้อขายไว้ชัดเจนเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ บริษัทหลักทรัพย์ต้องกําหนดขั้นตอนและวิธีการในการแก้ไขรายการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องควบคุมดูแลมิให้มีการแก้ไขรายการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนและวิธีการที่กําหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ บริษัทหลักทรัพย์ต้องไม่ซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้บัญชีของลูกค้ารายหนึ่งเพื่อลูกค้ารายอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในการประกอบการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จะมอบหมายให้ผู้อื่นทําหน้าที่เป็นผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนได้ต่อเมื่อจัดให้มีมาตรการที่ทําให้มั่นใจว่าบริษัทหลักทรัพย์จะสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้ และระเบียบวิธีปฏิบัติที่บริษัทหลักทรัพย์กําหนดขึ้นเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับระบบการควบคุมดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงานเพื่อป้องกันมิให้พนักงานนําข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ และเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์จากการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน ทั้งนี้ ระเบียบปฏิบัติดังกล่าวจะต้องกําหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ในกรณีที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ระเบียบปฏิบัติตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องกําหนดให้พนักงานซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่ตนสังกัดด้วย เว้นแต่จะแสดงต่อสํานักงานได้ว่าบริษัทหลักทรัพย์มีวิธีการอื่นในการควบคุมดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงานที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ และในกรณีที่เป็นการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านบริษัทหลักทรัพย์อื่นตามข้อ 28 บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้พนักงานของตนยอมรับการปฏิบัติตามที่กําหนดในข้อ 28 ดังกล่าวด้วย

ในกรณีที่คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของพนักงานมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์อื่น ระเบียบปฏิบัติตามวรรคหนึ่งต้องกําหนดให้พนักงานแจ้งให้บริษัทหลักทรัพย์ทราบถึงการมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ รวมทั้งข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ของคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทหลักทรัพย์กําหนด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงแก่บริษัทหลักทรัพย์ว่าลูกค้าของตน หรือบุคคลที่ขอเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับตน หรือบุคคลที่มีอํานาจสั่งการในการสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีของลูกค้าของตน เป็นพนักงานของบริษัทหลักทรัพย์อื่น ให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) แจ้งให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นนั้นทราบเป็นลายลักษณ์อักษรถึงการที่ลูกค้ามีบัญชี การรับเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ หรือการมีอํานาจสั่งการในการสั่งซื้อขายหลักทรัพย์กับตน ก่อนที่บริษัทหลักทรัพย์จะให้บริการแก่ลูกค้าในบัญชีนั้นต่อไป

(2) จัดส่งสําเนารายงานการซื้อขายหลักทรัพย์รายเดือนซึ่งแสดงรายการซื้อขายแต่ละรายการ ให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นนั้นภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป รวมทั้งจัดส่งข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ดังกล่าวที่เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์ของพนักงานและอยู่ในความครอบครองของบริษัทหลักทรัพย์ตามที่บริษัทหลักทรัพย์อื่นนั้นร้องขอภายในเวลาอันสมควรด้วย

(3) แจ้งให้ลูกค้าและบุคคลที่มีอํานาจสั่งการในการสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีของลูกค้าทราบว่า บริษัทหลักทรัพย์ต้องแจ้งและจัดส่งข้อมูลและเอกสารตาม (1) และ (2) ให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นนั้นด้วย

เพื่อประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง “บริษัทหลักทรัพย์อื่น” ให้หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ หรือการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งมิได้จํากัดเฉพาะหลักทรัพย์อันเป็นตราสารแห่งหนี้หรือหน่วยลงทุน และการจัดการกองทุนรวม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ บริษัทหลักทรัพย์ต้องตรวจสอบดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามประกาศนี้และระเบียบวิธีปฏิบัติที่บริษัทหลักทรัพย์กําหนดขึ้นเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ นอกจากที่ระบุไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ให้สํานักงานมีอํานาจประกาศกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่กําหนดในประกาศนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ และเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบการปฏิบัตินั้นได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่สํานักงานพบว่าบริษัทหลักทรัพย์ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้หรือตามระเบียบวิธีปฏิบัติที่บริษัทหลักทรัพย์กําหนดเพื่อให้เป็นไปตามประกาศนี้ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือการค้าหลักทรัพย์ สํานักงานอาจสั่งให้บริษัทหลักทรัพย์นั้นแก้ไข กระทําการหรืองดเว้นกระทําการใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามประกาศนี้ได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า และผู้มีอํานาจควบคุมการซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้า ตลอดจนต้องจัดให้มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับฐานะการเงินและความสามารถในการชําระหนี้ของลูกค้า ในส่วนของลูกค้ารายเดิมทุกรายที่บริษัทหลักทรัพย์ยังไม่เคยมีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานดังกล่าว ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้บรรดาประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 42/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2543 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ จนกว่าจะได้มีประกาศ คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 42/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2543 ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

| | |

| --- | --- |

| | (นายวิจิตร สุพินิจ) |

| | ประธานกรรมการคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ |

หมายเหตุ - เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 กําหนดให้การออกหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ และการขอรับอนุญาตและการอนุญาตตั้งบุคคลใดเป็นตัวแทนหรือนายหน้าของบริษัทหลักทรัพย์ เป็นอํานาจของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน จึงเห็นควรออกประกาศเพื่อทดแทนประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 42/2543 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2543 จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 63/2552 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการค้าหลักทรัพย์ ที่มิใช่ตราสารแห่งหนี้หรือหน่วยลงทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d3d475c2dc3c49d5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com