ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 7 /2554
เรื่อง การให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้
อื่นๆ - 1.เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการกําหนดหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อที่เข้าข่ายว่าจะมีลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ เพื่อให้สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการให้สินเชื่อและมีการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตที่เหมาะสมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
ในปัจจุบันสถาบันการเงินมีการพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตที่ดีขึ้นเป็นลําดับ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อที่เข้าข่ายว่าจะมีลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ โดยให้สถาบันการเงินเป็นผู้พิจารณาการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โดยคํานึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
อื่นๆ - 2.อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ ตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3.ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
อื่นๆ - 4.ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก
ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 33/2551 เรื่อง การให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ใด้ ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551
อื่นๆ - 5.เนื้อหา
5.1 ให้สถาบันการเงินพิจารณาด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โดยคํานึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ ซึ่งมีลักษณะหนึ่งลักษณะใด ดังต่อไปนี้
5.1.1 การให้สินเชื่อแก่บุคคลซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจชําระหนี้ได้ หรืออาจชําระหนี้ได้โดยยากตามข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) บุคคลซึ่งศาลมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์
(2) บุคคลซึ่งถูกฟ้องบังคับชําระหนี้และไม่มีทรัพย์สินพอที่จะยึดมาชําระหนี้ได้
(3) บุคคลซึ่งมีฐานะการเงินไม่มั่นคงหรือความสามารถในการหารายได้ต่ําจนไม่น่าเชื่อว่าจะชําระหนี้ได้
(4) บุคคลซึ่งไม่ปรากฏว่าประกอบธุรกิจแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจัง และไม่ปรากฏว่ามีรายได้เพียงพอที่จะชําระหนี้ได้
5.1.2 การให้สินเชื่อโดยมีบุคคลตามข้อ 5.1.1 เป็นผู้ค้ําประกัน
5.1.3 การให้สินเชื่อที่ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานแสดงข้อมูลสําคัญเกี่ยวกับตัวลูกหนี้หรือผู้ค้ําประกัน
5.1.4 การให้สินเชื่อที่ปรากฎหลักฐานว่าลูกหนี้หรือผู้ค้ําประกันตามเอกสารหลักฐานไม่มีตัวตนจริงหรือมีแต่มิได้เป็นผู้ขอสินเชื่อหรือผู้ค้ําประกัน
5.1.5 การให้สินชื่อโดยไม่ได้มีการวิเคราะห์หรือประเมินฐานะหรือความสามารถในการชําระหนี้ของลูกหนี้หรือผู้ค้ําประกัน อย่างเช่นสถาบันการเงินผู้ประกอบกิจการด้วยความระมัดระวังพึงกระทํา
5.1.6 การทําธุรกรรมด้านสินชื่อที่มีการประเมินราคาหลักประกันไว้สูงกว่ามูลค่าหลักประกันที่แท้จริง โดยมูลค่าหลักประกันที่แท้จริงมิได้ใช้มูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาตามหลักเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการประเมินราคาหลักประกันและอสังหาริมทรัพย์รอการขายที่ได้มาจากการชําระหนี้ของสถาบันการเงิน
5.2 ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าสถาบันการเงินใดมีการให้สินเชื่อในลักษณะที่เล็งเห็นว่าจะเรียกคืนไม่ได้ตามข้อ 5.1 อันอาจจะเกิดความเสี่ยงต่อสถาบันการเงินได้ในอนาคต ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้สถาบันการเงินกันเงินสํารองเพิ่มเติมเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แก้ไขหรือระงับการดําเนินการตังกล่าวได้
อื่นๆ - 6.วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราซกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2554
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย